Google Chrome โดนโจมตีเข้าแล้ว

Google Chrome โดนโจมตีเข้าแล้ว ใครใช้งานอยู่ ควรรีบอัพเดต!!!!

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  บริษัท Google ระบุว่ามีอย่างน้อย 2 ช่องโหว่ที่ถูกใช้ในการโจมตีจริง แต่ยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดหรือขอบเขตของการโจมตีดังกล่าว

 

ช่องโหว่แรกที่ถูกใช้โจมตีเป็นช่องโหว่ใน Google Chrome เวอร์ชั่น desktop ที่ส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถสั่งประมวลผลโค้ดอันตรายเพื่อควบคุมเครื่องของเหยื่อได้จากระยะไกล โดยเป็นช่องโหว่ประเภท  remote code execution (RCE)  ช่องโหว่นี้มีหมายเลข CVE-2020-16009 มีผลกระทบกับ Google Chrome ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows, Mac และ Linux

 

อีกหนึ่งช่องโหว่ที่ตรวจพบ จะมีผลกระทบกับ Google Chrome เวอร์ชั่น Android โดยเป็นช่องโหว่ประเภท heap overflow ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถรันคำสั่งนอก sandbox ได้ ช่องโหว่นี้มีหมายเลข CVE-2020-16010

 

ทาง Google ระบุว่าจะปล่อยอัปเดต Google Chrome เวอร์ชัน 86.0.4240.183 สำหรับผู้ใช้งานบน desktop และเวอร์ชัน 86.0.4240.185 สำหรับผู้ใช้งานบน Android ในเร็ว ๆ นี้ ผู้ที่ใช้งาน Google Chrome เป็นประจำ ควรติดตามข่าวสารและอัปเดตโปรแกรมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อลดความเสี่ยง

 

จากข่าวการโจมตีของผู้ไม่หวังดีที่มีอยู่มากมาย ทำให้เราต้องพึงระวังและปกป้องข้อมูลของเราให้ดีที่สุด เพราะเราอาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว ที่แย่ไปกว่านั้น คือการที่เราคิดเอาเองว่า ข้อมูลของเราไม่มีความสำคัญอะไร หากถูกโจมตีคงไม่มีผลกระทบอะไร แต่คุณอาจคิดผิด  เพราะคุณอาจเป็นแค่ทางผ่านของผู้ร้าย เพื่อเข้าไปล้วงข้อมูลที่สำคัญกว่าจากทีมงานของคุณก็เป็นได้

มาเริ่มวางแผนการปกป้อง และแผนความปลอดภัยเครือข่ายในองค์กรของคุณได้แล้ว อย่ารอช้า จนสายเกินไป

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ต้องการที่ปรึกษาในการทำระบบขององค์กรคุณให้ปลอดภัยจากภัยคุกคาม เรายินดีที่จะเคียงข้างคุณ ให้คำปรึกษาอย่างเต็มใจและปลอดภัยที่สุด ทักแชทหาเรา หรือ ติดต่อได้ที่

02-2479898 ต่อ 87 

WiFi ที่ใช้ได้จริงด้วยระบบจัดการบนคลาวด์

329852-ruckus-cloud-1-dashboard (1)

“ การสร้างประสบการณ์ของแขกที่น่าจดจำไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันเกิดขึ้นจากการออกแบบ”

คำพูดนี้เป็นความจริงและโดยทั่วไปใช้กับทุกอย่างในธุรกิจรวมถึงการเสนอการเข้าถึงเครือข่ายที่ง่ายสำหรับแขกของคุณ เมื่อฉันพูดว่าง่ายฉันหมายถึงง่ายสำหรับทั้งแขกและไอที ให้ฉันถามคุณตรงๆ: โซลูชันการจัดการเครือข่ายบนคลาวด์ปัจจุบันของคุณช่วยให้แขกเข้าถึงเครือข่ายได้ง่ายโดยไม่ต้องเพิ่มความซับซ้อนหรือไม่? ทำไมสิ่งนี้จึงสำคัญมาก?

ทุกวันนี้มันกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับไอทีในการให้การเข้าถึงเครือข่ายไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้ทั่วไปด้วยวิธีที่ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายหรือความซับซ้อน นี่เป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ตามเช่นเดียวกับสิ่งอื่น ๆ ในโลกแห่งเทคโนโลยีมีโซลูชัน เป็นเพียงเรื่องของการหาทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับขอบเขตของข้อ จำกัด ของคุณ มาสำรวจตัวเลือกสี่ตัวเลือกอื่น ๆ ที่ไอทีมีอยู่ในมือ

ตัวเลือกที่ 1: ฝ่าย IT สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพื่อการเข้าถึงที่ปลอดภัยของผู้เยี่ยมชมจากผู้จำหน่ายที่เสนอการจัดการเครือข่ายบนคลาวด์ให้คุณ สิ่งนี้จะต้องใช้ IT ในการทำงานร่วมกับผู้ดูแลระบบเครือข่ายและทีมรักษาความปลอดภัยเครือข่าย มีความเป็นไปได้สูงที่ระบบดังกล่าวจะกำหนดให้แขกต้องดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมบนอุปกรณ์ของตนก่อนจึงจะสามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ สิ่งนี้ไม่สามารถตีความได้ว่า“ ใช้งานง่าย” หรือ“ ง่าย” เช่นกันคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ขายไม่ได้พยายามขายของให้คุณพร้อมใบอนุญาตเพิ่มเติม เพื่อให้อุปกรณ์นี้เปิดใช้งานการเข้าถึงเครือข่ายของแขกเท่านั้น

 

ตัวเลือกที่ 2: IT สามารถใช้คุณลักษณะที่มีอยู่ในโซลูชันการจัดการเครือข่ายบนคลาวด์ ฟังดูน่าหลงใหลมากจนกว่าคุณจะลองกำหนดค่าตามที่วิดีโอนี้แสดง มาดูสิ่งที่คุณเพิ่งเห็นในวิดีโอนี้ให้ละเอียดยิ่งขึ้น ด้วย RUCKUS Cloud ของ CommScope คุณสามารถใช้งาน workflow เดียวเพื่อกำหนดค่าการเข้าถึงของผู้เยี่ยมชมผ่านระบบโซเชียลมีเดียยอดนิยมสี่ระบบ ได้แก่ LinkedIn, Facebook, Twitter และ Google วิธีนี้ช่วยให้แขกของคุณมีความยืดหยุ่นในการเลือกล็อกอินโซเชียลมีเดียที่ต้องการ นอกจากนี้ด้วย RUCKUS Cloud การรับรองความถูกต้องของแขกผ่าน SMS ถูกสร้างขึ้นในโซลูชันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ ไม่เหมือนคู่แข่งของเรา เราไม่บังคับให้คุณซื้อใบอนุญาต SMS จำนวนมากจากผู้ให้บริการส่งข้อความ SMS ของบุคคลที่สามโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยโซลูชันของเราทั้งง่ายต่อการกำหนดค่าและจัดการง่าย

Ruckus cloud

ตัวเลือกที่ 3: IT สามารถสร้างเครือข่ายที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมเครือข่ายด้วย guest pass สำหรับแขกที่ผู้ดูแลระบบสร้างขึ้น ในการเข้าถึงเครือข่ายประเภทนี้ผู้ใช้สามารถลงชื่อเข้าใช้ด้วยรหัสผ่านส่วนตัวที่ส่งทางอีเมลหรือ SMS จากผู้ดูแลระบบเครือข่าย ยังดีกว่านั้นไอทีสามารถสแกนนามบัตรโดยใช้แอปมือถือ RUCKUS Cloud ของ CommScope และสร้างบัตรผ่านสำหรับผู้ใช้ การจัดการเครือข่ายบนคลาวด์ของคุณสามารถเสนอวิธีง่ายๆในการสร้างบัตรผ่านสำหรับแขกแบบส่วนตัวในไม่กี่คลิกหรือสแกนเพียงครั้งเดียว

 

ตัวเลือกที่ 4: IT สามารถใช้งานแบบ third-party captive portal โดยโซลูชัน portal แบบ third-party captive portal เหล่านี้มักต้องการใบอนุญาตเพิ่มเติมโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากบริการ third-party captive portal ให้บริการได้มากกว่าการเข้าถึงเครือข่ายสำหรับ guests แบบธรรมดา เหตุผลหลักที่ธุรกิจใช้บริการเหล่านี้คือเพื่อมอบประสบการณ์ให้ผู้ใช้งานปลายทางที่เป็นส่วนตัวโดยใช้ประโยชน์จากโซลูชันการวิเคราะห์ต่างๆ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า RUCKUS Cloud ของ CommScope นำเสนอการผสานรวมที่กำหนดค่าไว้ล่วงหน้ากับผู้ให้บริการ captive portal ต่างๆ คุณสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายผู้เชี่ยวชาญระบบคลาวด์ที่ได้รับการรับรองจาก RUCKUS ของคุณเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันของ บริษัท อื่น

 

สรุปได้ว่า หากคุณกำลังมองหาโซลูชันที่น่าสนใจสำหรับทั้งสามฝ่าย ไอที ผู้ใช้ปลายทางและผู้ซื้อทางเศรษฐกิจ เมื่อต้องการให้แขกเข้าถึงได้ง่าย CommScope RUCKUS Cloud มีทุกอย่าง RUCKUS Cloud ไม่ต้องการให้คุณปรับใช้ซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใด ๆ RUCKUS Cloud ช่วยให้ IT สามารถตั้งค่าการเข้าถึงของสำหรับแขกผ่านระบบโซเชียลมีเดีย การสร้าง guess pass ที่ไม่เหมือนใครเป็นเรื่องง่ายด้วย RUCKUS Cloud 

ทดลองใช้ CommScope RUCKUS Cloud ฟรีวันนี้ สามารถเข้าดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.commscope.com/cloud-trial/

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสามารถมีได้หรือไม่? MAC Address ในสถานที่ Public

คนที่มีระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นบนคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และแท็บเล็ต ก็ตาม คุณจะสังเกตได้ว่ามีบางสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อคุณต้องนำอุปกรณ์เหล่านั้นใช้การเชื่อมต่อ WiFi บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่น Apple มีการทำให้ MAC Address ของอุปกรณ์มีการเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อต้องเชื่อมต่อ WiFi และมันก็มากับเครื่องตั้งแต่แกะกล่อง การที่ทำให้อุปกรณ์มี MAC Address แบบเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็เพื่อเป็นการป้องกันความเป็นส่วนตัวนั้นเอง มันก็ไม่ใช้ครั้งแรกที่มีการทำแบบนี้บนระบบต่างๆ

 

กลไกของ Private MAC Address นั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไร ที่ทำให้ความเป็นไปได้เมื่อต้องเชื่อมต่อกับ Access Point และอุปกรณ์เน็ตเวิร์คต่างๆ คำการยืนยันว่า MAC Address เหล่านั้นเป็นของจริงหรือของปลอม

กฎเกณฑ์ง่ายๆ คือ MAC Address อะไรก็ตามที่มีตัวอักขระหกตัวแรกลงท้ายด้วย 2, 6, A, or E มันก็คือการ Random MAC Address นั้นเอง WatchGuard ก็ใช้ความรู้เหล่านี้ในการตรวจสอบถ้ามีอุปกรณ์ใช้ MAC Address แท้จริงหรือไม่ และมีการกรอง MAC Address เหล่านั้นบน Analytics report

 

ในระบบปิดนั้น MAC address randomization จะมีให้เห็นในเรื่องของการทำ Policy enforcement ต่างๆ ตัวอย่างเช่น มีการผูก IP address ไว้กับ MAC address ถ้ามีการเชื่อมต่อ DHCP ก็จะทำการแจก IP address เฉพาะหรือผูกไว้ให้กับอุปกรณ์ที่มี MAC address ที่ตรงตามข้อมูล แม้กระทั่งเรื่อง Guest network ก็มีการใช้ MAC address และ DHCP leases ในการระบุตัวตนของอุปกร์ว่ามีการเข้าระบบครบถ้วนถูกต้องหรือเปล่าบน Captive portal login

 

บริษัทไม่ว่าจะเป็น Apple, Google, และ Microsoft ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ไม่ว่าใครๆ ต้องมีไว้ครอบครอง ก็มีการนำเรื่องนี้มาใช้งานบนระบบปฏิบัติการ ด้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนดูแลระบบหรือคนที่ทำงานในเรื่องของ Marketing ก็ต้องหาวิธีเปลี่ยนแปลงในการระบุตัวตนของอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย นโยบายสามารถที่จะระบุตาม User-bound แทนที่จะระบุตาม IP-bound ในเรื่องของ Marketing campaigns ก็สามารถเตรียมสิ่งกระตุ้นที่จะให้แขกเหล่านั้นที่จะให้ข้อมูลของเขา เรื่องของ Privacy control หรือการควบคุมความเป็นส่วนตัวนั้น เราต้องสร้างความสมดุลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ได้มาจากแขกหรือพวกคนกับบริการที่พวกคนเหล่านั้นต้องได้คืน เพราะมันคือการสร้างความเชื่อมั่นกับคนใช้งาน

 

การเปลี่ยนแปลงนี้ พวกเราต้องมีการสอนให้อุปกรณ์ของพวกเราว่าจะบอกความแตกต่างระหว่าง Home network หรือ Work network และ Public guest network เมื่อเราอยู่บน Private network เราสามารถที่จะปิดการทำงานของ Private MAC address ได้ และระบบบริษัทเราก็สามารถใช้ Group policy ทำการปิด Private MAC address บน Domain และ Private network จากการที่เราทำแบบนี้เราสามารถที่จะรักษาการทำงานของ DHCP reservation list และ Firewall policies based on IP address ได้เช่นกัน

 

สำหรับผู้ให้บริการที่สาธารณะและ guest WiFi network การเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบกับการนำข้อมูลที่ได้มาฟรีๆ และสามารถได้รับจากการที่ผู้ใช้งานยังไม่มีการเชื่อมต่อ Guest WiFi มันเป็นทางเลือกของธุรกิจว่าจะมีการกระตุ้นทำให้ผู้ใช้งานสนใจที่จะใส่ข้อมูลเท็จจริงลงไปหรือไม่ ผู้ใช้งานต้องการที่จะได้รับสิ่งที่คิดว่าคุ้มค่ากับการให้ข้อมูลส่วนตัวกับผู้ให้บริการหรือเปล่าเช่นกัน ผู้ให้บริการสามารถที่จะค้นหาหรือติดตามผู้ใช้งานที่มี Loyalty หรือความเชื่อมั่นต่อผู้ให้บริการเพระพวกคนเหล่านั้นยอมที่จะให้ชื่อจริงกับผู้ให้บริการและมันมีประสิทธิภาพมาก

https://www.secplicity.org/2020/10/12/can-i-have-both-privacy-and-security-mac-address-privacy-in-public/

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ต้องการที่ปรึกษาในการทำระบบขององค์กรคุณให้ปลอดภัย เรายินดีที่จะเคียงข้างคุณ ให้คำปรึกษาอย่างเต็มใจและปลอดภัยที่สุด ทักแชทหาเรา หรือ ติดต่อได้ที่

02-2479898 ต่อ 87