ถอดรหัส “Glupteba” ภัยไซเบอร์ที่แฝงตัวอยู่ในระบบของคุณ

ยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็พัฒนาตามไปด้วยความรวดเร็วไม่แพ้กัน แฮกเกอร์คิดค้นวิธีการใหม่ๆ เพื่อหาช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัย และสร้างมัลแวร์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีจะมีมัลแวร์ตัวใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยความอันตรายและยากในการป้องกัน โดยปี 2023 จากรายงาน Internet Security Report (ISR) ล่าสุด พบการระบาดของ “Glupteba” (gluhp-tee-buh) โดยเป็นมัลแวร์ 10 อันดับแรกที่มีการแพร่ระบาดมากที่สุดจากทั่วโลกโดยเฉพาะในช่วงในไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 อีกทั้งยังครองแชมป์เป็นหนึ่งในมัลแวร์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

Glupteba คืออะไร ?

คือมัลแวร์ที่มีความซับซ้อนและอันตรายสูง ซึ่งแพร่กระจายบนเว็บไซต์ที่ดูเหมือนปลอดภัย เช่น เว็บไซต์ให้ดาวน์โหลดหนังฟรี เว็บสตรีมมิ่งต่างๆ โดยแฝงตัวอยู่ในไฟล์หรือลิงก์ที่ผู้ใช้อาจคลิกโดยไม่ทันระวัง

เมื่อ Glupteba เข้าสู่คอมพิวเตอร์ มันจะเปลี่ยนเครื่องให้กลายเป็น botnet ซึ่งหมายถึงการใช้เครื่องนั้นเป็นเครื่องมือในการแพร่กระจายตัวเองต่อไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ นอกจากนี้ มันยังใช้ทรัพยากรของเครื่องในการขุดคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งส่งผลให้เครื่องทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ Glupteba สามารถขโมยข้อมูลสำคัญในเครื่อง ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน

ความร้ายแรงของ Glupteba

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ มันยังมีความสามารถในการปล่อย ransomware หรือไวรัสเรียกค่าไถ่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินเพื่อกู้คืนข้อมูลของตนเอง จากรายงานพบ Glupteba ในคอมพิวเตอร์ Windows นับล้านเครื่อง และมันยังคงแพร่กระจายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกวัน วันละหลายพันเครื่อง

สิ่งที่ทำให้ Glupteba เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงเป็นพิเศษคือการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการซ่อนตัว ทำให้ยากต่อการตรวจจับและกำจัด แม้จะถูกทำลายไปแล้ว ผู้สร้างก็สามารถกระตุ้นให้มันฟื้นคืนชีพได้ใหม่ เนื่องจากธรรมชาติของระบบบล็อกเชนที่ไม่มีศูนย์กลางและกระจายตัว

เมื่อ Glupteba หรือมัลแวร์อื่นๆ แพร่ระบาดมากขึ้น ธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมพร้อมและป้องกันตนเองด้วยโซลูชันที่เหมาะสม เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังเติบโตนี้ หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการใช้โซลูชัน EPDR (Endpoint Detection and Response) เนื่องจาก Glupteba มีความสามารถในการหลบเลี่ยงการตรวจจับสูง การใช้โซลูชันที่ตรวจสอบ ตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามขั้นสูงอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญ

EPDR

ทำงานโดยจำแนกกระบวนการทำงานของระบบเป็น “trust” หรือ “no trust” โดยอัตโนมัติ และอนุญาตให้กระบวนการทำงานเฉพาะที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัย นอกจากนี้ โซลูชันขั้นสูงยังใช้เทคโนโลยี AI ในการจำแนกกระบวนการทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกกระบวนการได้รับการจำแนกอย่างถูกต้อง

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับระบบคือการเพิ่มการยืนยันแบบ MFA (Multi Factor Authentication) ซึ่งถึงแม้ว่าพนักงานจะตกเป็นเหยื่อของการถูกโจมตี MFA ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีเข้าถึงเครือข่ายของธุรกิจเราได้ นอกจากนี้ การส่งเสริมนิสัยการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เช่น การเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ การใช้รหัสผ่านที่เดาได้ยาก และการระวังตัวอยู่เสมอในการเปิดอีเมลหรือไฟล์แนบจากแหล่งที่ไม่รู้จัก

Glupteba เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเพียงใด การรู้เท่าทันและเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับ WatchGuard การนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมและทันสมัย เช่น Firewall,  EPDR, MFA และการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องลูกค้าจากภัยคุกคามอย่าง Glupteba เท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับธุรกิจและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าและคู่ค้าอีกด้วย

ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์เช่น Glupteba หรือมัลแวร์ตัวอื่นๆ กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว การปกป้องธุรกิจของคุณด้วยเทคโนโลยีล่าสุดไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น ออพติมุส ตัวแทนจำหน่าย WatchGuard มีความยินดีที่จะแนะนำให้พี่ๆได้สัมผัสถึงประสบการณ์การใช้งานโซลูชันความปลอดภัยระดับโลกอย่าง MFA (Multi-Factor Authentication) และ EPDR (Endpoint Detection and Response) ฟรี เป็นเวลา 30 วัน**

ลองนึกภาพว่าคุณมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งราวกับมีป้อมปราการดิจิทัล ที่ช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญจากการโจมตีทุกรูปแบบ นั่นคือสิ่งที่ MFA และ EPDR จะมอบให้คุณ

MFA จะเพิ่มชั้นการยืนยันตัวตนที่แน่นหนา ทำให้แฮกเกอร์ไม่สามารถเจาะเข้าระบบของคุณได้แม้จะรู้รหัสผ่าน ส่วน EPDR จะทำหน้าที่เสมือนยามรักษาการณ์ที่คอยเฝ้าระวังภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตอบโต้ทันทีที่พบสิ่งผิดปกติ

ด้วยระยะเวลาทดลองใช้ฟรี 30 วัน คุณจะได้สัมผัสถึงความอุ่นใจและประสิทธิภาพในการปกป้องธุรกิจของคุณอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย นี่คือโอกาสดีที่พี่ๆจะได้เห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถยกระดับความปลอดภัยของธุรกิจพี่ๆได้อย่างไร ติดต่อทีมงานของทางบริษัท

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องไอที กับเวนเดอร์ผู้ผลิตไอทีที่พร้อมโตไปกับธุรกิจคุณ

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวกระโดด การเลือกเวนเดอร์ที่ “ใช่” ไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางองค์กรถึงประสบความสำเร็จในการปรับตัวสู่ดิจิทัล ในขณะที่บางองค์กรกลับติดขัด? คำตอบอาจไม่ใช่อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ผู้ขายและเวนเดอร์ มีความใส่ใจพร้อมโตไปกับธุรกิจของเรา” ต่างหาก

ลองนึกภาพว่าเรากำลังเลือกหุ้นส่วนธุรกิจ เราต้องการใครสักคนที่ไม่เพียงแค่ขายสินค้า แต่เข้าใจความต้องการขององค์กรเราอย่างแท้จริง พร้อมเติบโตไปด้วยกัน และอยู่เคียงข้างกับเราในยามที่ต้องการ นั่นคือสิ่งที่ Extreme Networks มอบให้กับลูกค้าของเราทุกคน

แล้วอะไรคือความแตกต่างที่แท้จริงล่ะ? ทำไมการเลือกผู้ขายหรือเวนเดอร์ผู้ผลิตที่ใช่ถึงสำคัญ?

10 ข้อสังเกตที่อาจช่วยเสริมมุมมองของคุณต่อการเลือกพันธมิตรด้านเครือข่ายที่พร้อมเติบโตไปกับคุณ

1. ต้องมีเทคโนโลยีล้ำสมัย (Leading Innovation)

Extreme Networks นำเสนอโซลูชันที่ทันสมัยและครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสวิตซ์รุ่นใหม่ล่าสุด Wi-Fi 7 ยังมี AI ที่ช่วยวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเครือข่ายอัตโนมัติ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ปกป้องข้อมูลสำคัญ การจัดการบนคลาวด์ที่ให้คุณควบคุมได้จากทุกที่ทุกเวลา พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะซับซ้อนเพียงใด

ตัวอย่างโซลูชั่น: โรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใช้ AI ของเราในการตรวจจับความผิดปกติของการใช้งานเครือข่าย ช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ต้องปรับแต่งและสามารถใช้งานร่วมกับเวนเดอร์รายอื่นได้ โดยปราศจากข้อจำกัดต่างๆ (Your Network, Your Way)

เวนเดอร์ที่คุณเลือกอาจต้องความสามารถที่แตกต่างกันตามจุดเด่นของแต่ละเวนเดอร์ การอัพเกรดระบบได้ตามความต้องการของตัวธุรกิจเอง ไม่ว่าจะเป็นระบบในองค์กร บนคลาวด์ หรือแบบไฮบริท โดย Extreme networks รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์จากผู้ผลิตชั้นนำรายอื่น เช่น Cisco, Juniper, HPE, ฯลฯ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมดในคราวเดียว 

ตัวอย่างโซลูชั่น: บริษัทค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่งสามารถค่อยๆ อัพเกรดระบบ Wi-Fi จาก ผู้ผลิตชั้นนำอื่นเพื่อใช้งานร่วมกับ Extreme Networks ตาม Requirment ที่แต่ละผู้ผลิตมีความโดดเด่นที่ต่างกัน และสามารถใช้งานได้ร่วมกัน โดยไม่กระทบต่อการให้บริการลูกค้า

3. ต้องมีเครือข่ายที่เชื่อมโยงทุกส่วนเข้าด้วยกัน (Unrivaled Network Fabric)

ระบบ Fabric ของ Extreme Networks เป็นเสมือนตัวเชื่อมที่ต่อทุกส่วนของเครือข่ายเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่สำนักงานสาขาไปจนถึง Data Center ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์แบบใช้สายและไร้สาย รวมไปถึง SD-WAN ทำให้การจัดการและแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าเครือข่ายนั้นจะซับซ้อนเพียงใด 

ตัวอย่างโซลูชั่น: มหาวิทยาลัยเอกชนของเราแห่งหนึ่ง ใช้ระบบ Fabric ของเราในการเชื่อมโยงระบบลงทะเบียน ระบบห้องสมุด และ Wi-Fi รวมไปถึงการจัดการข้ามวิทยาเขตที่นักศึกษาเรียนจากสองที่ สำหรับบุคคลากร คณาจารย์ ต่างๆเข้าด้วยกัน ทำให้การจัดการและการเข้าถึงทรัพยากรเป็นไปอย่างง่ายดาย ลดความยุ่งยากในการจัดการ

4. ต้องสามารถบริหาร CAPEX และ OPEX ได้เป็นอย่างดี (Radical Simplicity)

Extreme Networks มี ระบบ License ไม่ซับซ้อน คาดการณ์ค่าใช้จ่าย OPEX ได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายแอบแฝง ช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว 

5. ต้องปลอดภัย (Layerd Security)

อุ่นใจหายห่วง ระบบรักษาความปลอดภัยของ Extreme Networks ทำงานกับทุกส่วนของเครือข่าย ตั้งแต่อุปกรณ์ปลายทางไปจนถึง Data Center ช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีจากภายนอกหรือการรั่วไหลของข้อมูลจากภายใน 

6. ต้องสามารถควบคุมได้ทุกอย่างจากจุดเดียว (Full Visiblity and Control)

ด้วยแดชบอร์ดที่ออกแบบมาอย่างดี ทำให้สามารถดูภาพรวมทั้งระบบได้จากหน้าจอเดียว ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายโปรแกรม ช่วยให้จัดการและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลาและทรัพยากรในการดูแลระบบ 

7. ต้องพร้อมรับมือกับอนาคต อัพเดทเทคโนโลยีอยู่เสมอ (Future-Focused)

โซลูชันของ Extreme Networks รองรับการขยายตัวในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี 5G, IoT หรือ Edge Computing คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมดเมื่อธุรกิจเติบโต เพียงแค่เพิ่มเติมหรืออัพเกรดบางส่วนก็สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ 

ตัวอย่างโซลูชั่น:  Extreme Cloud IQ เป็นแพลตฟอร์มการจัดการเครือข่ายแบบคลาวด์ ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการ ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาอุปกรณ์เครือข่ายได้จากระยะไกล ใช้ AI และ machine learning เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครือข่าย

Extreme Co-Pilot เป็นเครื่องมือที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการจัดการเครือข่าย ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับ Extreme Cloud IQ โดยให้คำแนะนำอัตโนมัติ ช่วยในการแก้ไขปัญหา และปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่าย

8. ต้องมีทีมงานที่พร้อมช่วยเหลือและเข้าใจคุณ (Designaged Support)

เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยเหลือ ช่วยวางแผน ออกแบบระบบ วางผังเน็ตเวิร์ค ผัง Wi-Fi ที่จะช่วยให้เน็ตเวิร์คออกมาสมบูรณ์แบบเท่าที่ต้องการ รวมถึงให้คำปรึกษาในการใช้งานเพื่อให้คุ้มค่าต่อการลงทุน

9. ต้องมีแนวคิดที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน (Steadfast Partnership)

 เราให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ขายอุปกรณ์แล้วจบ แต่เราพร้อมสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอนของการเติบโตทางธุรกิจ ตั้งแต่การวางแผน การติดตั้ง ไปจนถึงการขยายระบบในอนาคต

10. ต้องไว้วางใจได้ ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว (Trusted by Customers)

เราเป็นผู้ให้บริการ Wi-Fi อย่างเป็นทางการของหน่วยงานรัฐ และ บริษัทเอกชนต่างๆ มากมาย ด้วยการันตีจาก Gartner Peer Insights Customers’ Choice กับรางวัลที่ได้ยอมรับจากมหาชน 6 ปีติดสำหรับสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน Wired และ Wireless LAN สำหรับองค์กร 

ด้วย 10 ข้อสังเกตนี้ Extreme Networks จึงแสดงให้เห็นว่า เราไม่ใช่แค่ผู้ขายหรือเวนเดอร์ทั่วไป แต่เป็นพันธมิตรที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือธุรกิจที่กำลังเติบโต เราพร้อมมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์และเติบโตไปพร้อมกับคุณ สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลส่วนใดเพิ่มเติม ติดต่อ ออพติมุสตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

พวกเราฝ่ายไอที ปี 2030 วันๆ จะทำอะไรกัน เมื่อ AI ถูกใช้จนเป็นเรื่องปกติประจำวัน

ปัจจุบันแม้จะมีการพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติอย่างมากมาย แต่ฝ่ายไอทีส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องจมอยู่กับการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง การตอบสนองต่อปัญหาต่างๆในแต่ละวัน รวมถึงการประชุมที่ไม่จบไม่สิ้น จนแทบไม่เหลือเวลาสำหรับการสร้างนวัตกรรมหรือการทำงานเชิงรุกอื่นๆ แต่ด้วย AI ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานใหม่อย่างรวดเร็ว มาจินตนาการกันดีกว่าวันๆ ของพวกเราในปี 2030 จะทำอะไรกัน เอาจริงก็อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเองนะครับ

เริ่มต้นด้วย เรามาทำความรู้จักกับ “คุณปัญญา” หัวหน้าฝ่ายไอทีของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนแห่งหนึ่ง มาดูกันว่า AI จะเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันของ “คุณปัญญา” อย่างไร

🕖 เวลา 7:00 น.

ปัญญาเพิ่งกลับมาจากพักร้อน ในป่าไม่มีเน็ตให้เขาติดต่อใครได้เลย เขารู้สึกกังวลกับปัญหาและข้อความมากมายที่คาดว่าระดมส่งมาในช่วงที่เขาไม่อยู่ ปัญญาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แต่แทนที่จะเจอกับกล่องข้อความที่เต็ม Inbox เขากลับได้รับการต้อนรับด้วยรายงานสรุปที่กระชับ ที่จัดเตรียมโดย AI

“สวัสดีค่ะคุณปัญญา ผู้ช่วย AI ทักทาย

“หวังว่าคุณจะมีความสุขกับการพักผ่อนนะคะ นี่คือรายงานประจำวันและสรุปเหตุการณ์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาขณะที่คุณไม่อยู่ ล่าสุด ระบบที่ Maintenance เมื่อคืนเสร็จสมบูรณ์โดยไม่พบปัญหาใดๆ ก่อนเริ่มงานคุณต้องการรับข่าวสารไอทีอัพเดทล่าสุดเพิ่มเติมไหมคะ?”

“ได้เลย” ปัญญาตอบ 

วงการไอทีสองสัปดาห์ไม่ว่าวันนี้หรืออนาคตก็มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมาก ฉะนั้นการตามข่าวใหม่อย่างต่อเนื่องจะทำให้เขาไม่พลาดเทรนด์หรือข้อมูลต่างๆที่สำคัญ

“ค่ะ นี่คือการอัปเดตล่าสุดจากผู้ให้บริการหลักและหัวข้อสำคัญ นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ที่กำลังถูกนำมาใช้ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเรา คุณต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมไหมคะ?”

“ช่วยเพิ่มหัวข้อนี้ในเซสชันการเรียนรู้ของผมด้วย แต่ตอนนี้ขอทานกาแฟก่อน” ปัญญาตอบ 

“ได้ค่ะ คุณปัญญา”

ปัญญายิ้มอย่างโล่งใจ นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเช้าวันนี้ – ไม่ต้องรีบตรวจสอบระบบหลายๆ อย่าง ไม่มีเรื่องที่ไม่คาดคิด มีข้อสรุปที่ตรงประเด็นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาไม่อยู่ ช่างแตกต่างจากตอนที่ปัญญาเพิ่งเริ่มทำงานในวงการไอทีเมื่อก่อนจริงๆ  แต่ละวันที่เปิดเมลล์ เปิดแชทก็เต็มไปด้วยปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนแทบจะทุกเรื่อง

🕢เวลา 7:30 น.

หลังจากอาบน้ำ ปัญญาตัดสินใจว่าเขาต้องการเวลาสักเล็กน้อยเพื่อค่อยๆปรับกลับเข้าสู่ Mode การทำงานปกติ เขาขับรถไปยังร้านกาแฟร้านโปรดใกล้ที่ทำงาน เพื่อทานลาเต้สักแก้วครัวซ็องสักอันก่อนเริ่มทำงาน

🕗 เวลา 8:00 น.

แม้ว่ารายงานตอนเช้าจะบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่ปัญญาต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมของเขาได้ทำอะไรไปบ้างในช่วงที่เขาไม่อยู่

“คุณ AI ช่วยแสดง Dashboard, Event Log และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาให้หน่อยสิ” ปัญญาขอ

บนแล็ปท็อปของปัญญา AI สร้างรายงานสถานะโดยละเอียด “ในช่วงที่คุณไม่อยู่ นอกจากการ Maintenance ตามปกติแล้ว ทีมไอทียังได้ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ใหม่ รวมถึงระบบจัดเก็บข้อมูลก็อัปเกรดเป็นเฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุด ระบบเครือข่ายทำงานภายใต้พารามิเตอร์ที่วางไว้ ไม่พบความผิดปกติหรือปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข กระบวนการซ่อมแซมตัวเองทำงานราบรื่น นอกจากนี้ยังมีการเตรียมการณ์อัปเกรดเวอร์ชันสำหรับแพลตฟอร์มสวิตซ์หลักในห้อง Data center ของเรา โดยฉันได้จำลองการทำงานบน Digital Twin ไว้แล้ว และดูเหมือนว่าจะเข้ากันได้กับระบบของเรา” AI รายงาน

“ดิฉันควรจะกำหนดตารางเวลาสำหรับการอัปเกรดสวิตช์ไหมคะ?” AI ถาม

“โอ้ว ดีเลย ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ คุณแนะนำให้ทำเมื่อไหร่?” ปัญญาตอบ

“จากรูปแบบโหลดของการทำงานทั่วไป รวมถึงวันหยุดของออฟฟิส ฉันคิดว่าคืนวันอาทิตย์น่าจะเหมาะสมที่สุดค่ะ” AI ตอบ

“เยี่ยมมาก ทำตามนั้นได้เลย” ปัญญายืนยัน

AI ยื่นคำขอจัดการการเปลี่ยนแปลง แจ้งทีมปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง เตรียมช่วงเวลาการอัปเกรด และส่งข้อความสรุปสิ่งที่จะดำเนินการให้ปัญญา 

🕘 เวลา 9:00 น.

ปัญญาจิบกาแฟ พอใจกับการดำเนินงานที่ราบรื่น เขารู้สึกทึ่งกับความก้าวหน้าของการทำ Preventive Maintenance รวมถึงการจำลองแบบความเป็นไปได้ของระบบ วันที่เซิร์ฟเวอร์จะล่มโดยไม่คาดคิดกลางดึกจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว “เยี่ยมมาก ต่อไปเรามาดูเรื่องความปลอดภัยกัน” ปัญญากล่าวพลางยิ้มในใจ

ผู้ช่วย AI รีบแจ้งเตือนปัญญาเกี่ยวกับการละเมิดความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น “เมื่อคืนนี้ตรวจพบความผิดปกติ มาตรการตอบโต้อัตโนมัติถูกนำมาใช้ และระบบกลับสู่สภาวะปกติ คุณต้องการรายงานโดยละเอียดไหมคะ?” AI ถาม

“ดีเลย ขอดูหน่อย” ปัญญาตอบ ปัญญาตอบ

AI ให้รายงานที่ครอบคลุมเกี่ยวกับความผิดปกติ รวมถึงขั้นตอนที่ได้ดำเนินการเพื่อบรรเทาภัยคุกคาม “พบว่าความผิดปกติเป็นผลของความพยายามในการทำ Mail Phishing โดยได้ออกมาตรการตอบโต้รวมถึงการบล็อก IP ของผู้ส่ง การแจ้งเตือนอีเมลเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย และการอัปเดตอัลกอริทึมตรวจจับการหลอกลวง คุณต้องการให้ดำเนินการเพิ่มเติมไหมคะ?” AI สอบถาม

🕙 เวลา 10:00 น.

หลังจากทบทวนและดื่มกาแฟเสร็จ ถึงเวลาที่ปัญญาจะต้องเดินทางไปออฟฟิศ เขาได้เข้าร่วมการอบรมมามาก แต่หลังจากห่างหายไปสองสามสัปดาห์ เขารู้สึกว่าความรู้เริ่มจะจางลงเล็กน้อย ปัญญาสวมแว่น VR และเข้าสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้เสมือนจริง “คุณ AI เริ่มแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคลของผมจากจุดที่ผมดูค้างไว้เมื่อสองอาทิตย์ก่อนหน่อย” ปัญญาสั่งการ

“ได้ค่ะ คุณปัญญา ก่อนที่เราจะเริ่ม คุณต้องการทำแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อทบทวนความรู้ไหมคะ?” AI แนะนำ

“เป็นความคิดที่ดี ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะจำอะไรได้บ้างหลังจากหยุดพักร้อนไป เอาเป็นว่าทำแบบทดสอบก่อนดีกว่า” ปัญญาตอบตกลง

🕥 เวลา 10:30 น.

หลังจากทำแบบทดสอบเสร็จ AI ปรับโมดูลการเรียนรู้ตามผลการทดสอบของปัญญา “เริ่มโมดูลแล้วค่ะ นี่คือข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความก้าวหน้าของคุณและประเด็นข้อมูลที่สำคัญ” AI กล่าว พร้อมนำเสนอแผนการเรียนรู้ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล รวมถึงระบบการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ที่พวกเขาได้พูดคุยกันในช่วงสรุปตอนเช้า

ปัญญาชื่นชม วิธีที่ AI ปรับแต่งประสบการณ์การเรียนรู้ของเขาตามความรู้ที่มีอยู่และกิจกรรมล่าสุด มันรู้สึกเหมือนการเดินทางผ่านความก้าวหน้าล่าสุดที่มีคนนำทางมากกว่าการทำงานที่น่าเบื่อ และหากเขารู้บางสิ่งอยู่แล้ว เขาก็สามารถข้ามไปได้อย่างง่ายดาย สภาพแวดล้อม VR แบบสมจริงทำให้การเรียนรู้ยิ่งน่าสนใจ ด้วยโมดูลแบบโต้ตอบและการให้ข้อเสนอแนะแบบเรียลไทม์

🕛 เวลา 11:50 น.

เมื่อใกล้ถึงเวลาอาหารกลางวันและไม่มีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข ปัญญาสามารถพักทานอาหารกลางวันพร้อมกับพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างสบายใจ

🕐 เวลา 13:00 น.

หลังจากกลับมาจากมื้อกลางวัน ปัญญาเข้าร่วมเซสชันการออกแบบแบบโต้ตอบกับทีมของเขา โดยมุ่งเน้นไปที่เวอร์ชันถัดไปของแอปพลิเคชันหลัก “เรามาดูข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าในเวอร์ชันปัจจุบันกันครับ ผมรู้ว่ามันเป็นข้อมูลจำนวนมาก แต่ถ้าให้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ผมคิดว่าพวกเราน่าจะสามารถจัดการส่วนที่ใช้งานยุ่งยากบางส่วนและปรับปรุงอินเทอร์เฟซให้เรียบง่ายมากขึ้นได้” ปัญญาเสนอ

เพื่อนร่วมทีมของปัญญาพยักหน้าเห็นด้วย “การเลือกการออกแบบตามข้อมูลเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ได้อย่างแน่นอนครับ” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งแสดงความคิดเห็น ในขณะที่ทีมพูดคุย ร่างแบบ และตรวจสอบโมเดลจำลอง AI ให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำแบบเรียลไทม์ ช่วยให้กระบวนการออกแบบราบรื่นขึ้น

🕜 เวลา 13:30 น.

ช่วงบ่ายเป็นเวลาของการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย ปัญญาประชุมเสมือนจริงกับทีม Data Scientist ที่อยู่ต่างประเทศ พูดคุยเกี่ยวกับวิธีการรวมข้อมูลเชิงลึกจาก AI สำหรับโครงการใหม่ที่ทางปัญญากำลังทำงานร่วมกับ Data Scientist “เราสามารถใช้ AI เพื่อคาดการณ์แนวโน้มตลาดและปรับกลยุทธ์ของเราได้อย่างเหมาะสม” ปัญญาเสริม การประชุมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล โดยมี AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์และสร้างข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้ควบคู่ไปกับการสนทนาสด โดยการรวมข้อเสนอแนะจากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง AI สามารถส่งเสริมนวัตกรรมและค้นพบข้อมูลเชิงลึกที่แต่ละแผนกไม่สามารถมองเห็นได้เอง

🕝 เวลา 14:30 น.

ขณะที่ปัญญากำลังจะจบการประชุม มี Noti แจ้งเตือนปรากฏขึ้น เป็นข้อความจากหัวหน้าของเขา “สวัสดีคุณปัญญา มีเรื่องต้องรบกวนคุณปัญญาสักหน่อย ทีมบริหารกำลังจะขยายโรงงานไปที่ภาคเหนือ อาจต้องรบกวนคุณปัญญาวางแผนไอทีสำหรับโรงงานใหม่ของเราที่เชียงใหม่ โดยแบบแปลนดิจิทัลเดี๋ยวทางสถาปนิกสักครู่น่าจะส่งไปให้ เหนื่อยหน่อยนะ แต่แผนขยายนี้เป็นความหวังของทีมบริหารมากๆ เลย อย่างไรต้อง ขอบคุณล่วงหน้าเลยล่ะ ไว้เสร็จงานฉลองกัน”

ไม่กี่นาทีต่อมา แบบแปลนดิจิทัลมาถึง และปัญญารีบเริ่มทำงานทันที เขาเปิดแบบแปลนในซอฟต์แวร์ออกแบบที่ใช้ AI ช่วย ซอฟต์แวร์สแกนแบบแปลนและสร้างโมเดล 3 มิติของสำนักงานและโรงงานใหม่ “AI  คุณคิดอย่างไรกับผังการวางตำแหน่ง Wi-Fi ?” ปัญญาถาม

AI วิเคราะห์แบบแปลนพร้อมนำเสนอทางเลือก “จากวัสดุก่อสร้างและแผนผัง ฉันแนะนำตำแหน่งเพิ่มเติมใหม่สำหรับการทำงานที่ต้องการ Wi-Fi ที่ครอบคลุมที่ดีที่สุด นี่คือสามทางเลือกของแนวจุดติดตั้งที่มีการวางจุดเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน คุณต้องการดูแผนผังแสดงความครอบคลุมของสัญญาณสำหรับแต่ละตัวเลือกไหมคะ?” AI เสนอ

“ดีเลย ช่วยแสดง Heatmap มาให้ดูหน่อย” ปัญญาตอบ

AI แสดง Heat map โดยละเอียดซึ่งแสดงตำแหน่งที่แนะนำสำหรับ Access Point ในแต่ละจุด พร้อมแสดงภาพสัญญาณที่ครอบคลุมของ AP แต่ละตัว ปัญญาตรวจสอบทางเลือก สังเกตว่า AI ได้ลดการรบกวนและเพิ่มความครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพ “ทางเลือกที่สองดูดีที่สุด เราใช้แบบนั้นดีกว่า”

ในช่วงห้านาทีต่อมา ปัญญาสนทนากับผู้ช่วย AI เกี่ยวกับข้อกำหนดอื่นๆ สำหรับ Wi-Fi เช่น ความหนาแน่นของผู้ใช้ การโรมมิ่งในจุดต่างๆ “ลองปรับการออกแบบ Wi-Fi ตามที่เราถกกันมาดู” ปัญญาสั่งการ

AI วิเคราะห์ข้อกำหนดเพิ่มเติมทั้งหมดและตอบกลับ “เนื่องจากความหนาแน่นของผู้ใช้สูง รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ ฉันขอแนะนำให้เพิ่มจุดติดตั้ง AP ขึ้นอีก 10% และปรับตำแหน่งการวาง AP นอกจากนี้ ฉันกำลังจัดเตรียมการตั้งค่า SSID ที่แนะนำสำหรับจุดเชื่อมต่อในสถานที่ต่างๆ ของอาคาร คุณต้องการให้ดิฉันแนะนำการตั้งค่า SSID และความปลอดภัยด้วยไหมคะ?”

“ขอบคุณมาก เราใช้การออกแบบที่ปรับปรุงตามคุณนำเสนอได้เลย ช่วยสร้างรายการอุปกรณ์ AP, PoE และส่งไปที่ซัพพลายเออร์เราด้วยเพื่อขอใบเสนอราคา” ปัญญาดำเนินการต่อ “ผมยังไม่ต้องการคำแนะนำด้านความปลอดภัย Wi-Fi ใหม่ตอนนี้ ส่วน SSID เราใช้แบบที่เราใช้อยู่ที่หาดใหญ่ดีกว่า”

🕒 เวลา 15:00 น.

ต่อมาปัญญาต้องประมาณความต้องการของ Data Center  “AI คุณ ช่วยวิเคราะห์การใช้ Data Center ของสำนักงานกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน พร้อมคาดการณ์ความต้องการของสาขาใหม่ โดยอ้างอิงจากตัวเลขจำนวนพนักงานในแผนการจ้างงานของเรา สมมติว่าการเติบโตคล้ายกับสถานการณ์ปัจจุบันของเรา” เขากล่าว

AI เข้าถึงข้อมูลจากสำนักงานในกรุงเทพฯ อย่างรวดเร็วและเริ่มการวิเคราะห์ เนื่องจาก AI เชื่อมต่อกับระบบที่นอกเหนือจากการดำเนินงานด้านไอทีเท่านั้น จึงพิจารณาถึงจำนวนพนักงาน ประเภทของแอปพลิเคชันที่ใช้ ช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ภายในไม่กี่นาที AI ก็นำเสนอรายงานโดยละเอียด

“จากข้อมูลปัจจุบัน สำนักงานและโรงงานใหม่จะต้องใช้ศูนย์ข้อมูลที่มีคุณสมบัติดังนี้: เซิร์ฟเวอร์จำนวน X เครื่อง พื้นที่จัดเก็บข้อมูล Y และแบนด์วิดท์เครือข่าย Z นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบสำรองไฟและการทำงานแบบ redundancy ตามมาตรฐานขององค์กรเรา คุณต้องการตรวจสอบรายละเอียดหรือดำเนินการตามแผนนี้เลยคะ?” AI ถาม

“เรามาตรวจสอบรายละเอียดก่อนดีกว่า” ปัญญาตอบ

AI ให้การวิเคราะห์อย่างครอบคลุม แสดงวิธีการที่ได้มาซึ่งข้อกำหนดที่แนะนำ ปัญญาตรวจสอบข้อเสนอแนะของ AI อย่างระมัดระวัง ถึงแม้ว่าปัญญาจะมั่นใจในสิ่งที่ AI แนะนำ แต่ก็ยังต้องการตรวจสอบความถูกต้องและความละเอียดของการวิเคราะห์ AI ว่าได้คำนึงถึงการเติบโตในอนาคตและการเพิ่มขึ้นที่อาจเกิดขึ้นของการรับส่งข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างพื้นฐานใหม่จะสามารถขยายได้โดยไม่เกิดปัญหา

ปัญญาเตรียมการนำเสนอแผนงานกับหัวหน้าและทีมของเขา เครื่องมือที่ใช้ AI ช่วยปรับปรุงกระบวนการทั้งหมด เปลี่ยนงานที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์ให้เสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง

🕓 เวลา 16:00 น.

หลังจากเสร็จสิ้นงานโครงการและงานมอบหมายใหม่ งานสุดท้ายของวันคือการประชุมกับทีมสรรหาบุคลากรเพื่อเติมสำหรับตำแหน่งงานที่ว่างในทีมไอที

“เราควรใช้คำอธิบายงานแบบไหนสำหรับตำแหน่งใหม่นี้ดีคะ” ฝ่าย HR ถาม “เจ้าหน้าที่ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์? เจ้าหน้าที่ดูแลระบบเครือข่าย? หรือฝ่ายปฏิบัติการทั่วไป?”

“เราไม่ใช้คำเหล่านั้นกันแล้วครับ” ปัญญาตอบ “ลองใช้คำว่า ‘นักวิเคราะห์ไอที’ ดีไหม?”

ด้วยความแพร่หลายของเครื่องมือ AI และการเปลี่ยนแปลงของภาระงาน บทบาทหน้าที่ในการทำงานได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นำไปสู่ทีมของผู้เชี่ยวชาญทั่วไปที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์และสังเคราะห์มากกว่าความรู้ทางเทคนิคเฉพาะทาง

“ได้ค่ะ ดิฉันจะร่างเป็นข้อมูลไว้และประสานเพื่อรับสมัครบุคคลากรได้ทันทีเลยค่ะ” ฝ่าย HR กล่าว

เมื่อการประชุมสุดท้ายของเขาจบลง ปัญญาสรุปงานประจำวันและนึกถึงประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่ AI ได้นำมาสู่งานของเขาเมื่อเทียบกับเมื่อไม่กี่ปีก่อน

🕔 เวลา 17:00 น.

“AI ได้เปลี่ยนแปลงการทำงานของเราอย่างแท้จริง ทำให้เรามีประสิทธิภาพและนวัตกรรมมากขึ้น และช่วยให้เราสามารถมุ่งเน้นไปที่ความท้าทายใหม่ๆ แทนที่จะเพียงแค่ตอบสนองต่อปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น” เขาครุ่นคิด ปัญญารู้สึกถึงความสำเร็จ เมื่อรู้ว่าเขาได้จัดการกับความท้าทายของวันนี้ด้วยความง่ายดาย

ปัญญาปิดแล็ปท็อปด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ พร้อมที่จะเพลิดเพลินกับช่วงเย็น โดยไว้วางใจให้ระบบอัตโนมัติและ AI จัดการกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่เขาพักผ่อน

บทสรุป

เรื่องราวของปัญญาแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกของไอที ด้วย AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการทำงานประจำวัน ฝ่ายไอทีในอนาคตจะต้องปรับตัวให้เข้ากับบทบาทใหม่ที่เน้นการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจ และการสร้างนวัตกรรม มากกว่าการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคแบบดั้งเดิม

แม้ว่าภาพในอนาคตนี้อาจดูห่างไกลสำหรับหลายคนในปัจจุบัน แต่การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝ่ายไอทีที่ต้องการประสบความสำเร็จในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะต้องเตรียมความพร้อมโดย

  1. พัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
  2. เรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับระบบ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เข้าใจหลักการของ AI และการเรียนรู้ของเครื่อง
  4. ฝึกฝนความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  5. พัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน เพื่อทำงานในทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะที่ AI จะเข้ามารับบทบาทในงานประจำและงานที่ทำซ้ำๆ มากขึ้น มนุษย์จะยังคงมีความสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจที่ซับซ้อน และการสร้างสรรค์นวัตกรรม อนาคตของงานด้านไอทีจะเป็นการผสมผสานระหว่างความชาญฉลาดของมนุษย์และความสามารถของ AI ซึ่งจะนำไปสู่ความก้าวหน้าที่น่าตื่นเต้นและความท้าทายใหม่ๆ ที่เราอาจยังนึกไม่ถึงในปัจจุบัน

สำหรับผู้ที่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อนาคตของงานด้านไอทีจะเต็มไปด้วยโอกาสที่น่าตื่นเต้นและความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกับปัญญา เราทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีและการทำงานในยุคดิจิทัล

สำหรับผู้ที่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อนาคตของงานด้านไอทีจะเต็มไปด้วยโอกาสที่น่าตื่นเต้นและความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกับปัญญา เราทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีและการทำงานในยุคดิจิทัล

วันนี้ติดต่อที่ฝ่ายการตลาดของบริษัท

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

บริษัท (SAG) System Advisor Group ให้ช่วยเข้าไปนำเสนอ Solution สำหรับเก็บข้อมูลจากเครื่องจักรที่โรงงานผลิตภาชนะกระป๋องแห่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมาเราได้รับเชิญจาก Partner บริษัท (SAG) System Advisor Group ให้ช่วยเข้าไปนำเสนอ Solution สำหรับเก็บข้อมูลจากเครื่องจักรที่โรงงานผลิตภาชนะกระป๋องโลหะแห่งหนึ่ง ได้ร่วมเข้าประชุมกับ ฝ่ายผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายไอที ฝ่ายซ่อมบำรุง ฝ่ายผลิต มาประชุมโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า เพราะว่าผู้ที่เป็นแม่งานของโครงการนี้จะเป็น ฝ่ายไอที ทีกำลังเชิญบริษัทที่พัฒนา IOT เข้าไปทำ product demo ข้อสรุปจากการประชุม ผู้จัดการโรงงานมีข้อกังวลหลายปัญหาเช่น

  • ไม่อยากให้ข้อมูลของโรงงานออกไปข้างนอกเนื่องจากระบบ IOT ท่านทราบว่าจะต้อง connect ขึ้น Cloud แสดงว่าจะต้องเอาข้อมูลชุดนี้ออกไปข้างนอก ซึ่งเป็นข้อกังวลอันดับแรกของโรงงานโดยทั่วไป เพราะข้อมูลการผลิตถือเป็นข้อมูลความลับที่ละเอียดอ่อน
  • การพัฒนา IoT ท่านกังวลว่าจะเป็น by project และ ก็หายไปจะทำให้โรงงานและฝ่ายที่พัฒนาระบบเกิดปัญหาในอนาคตได้ หากเหตุการใดที่เกิดขึ้นในอนาคตและโรงงานได้ลงทุนระบบไปแล้ว ไม่สามารถติดตามต่อได้ จะส่งผลให้ระบบที่ลงทุนนั้นสูญเปล่า
  • การใช้ระบบจะต้องง่ายเพราะผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นคนไทย และ ค่อนข้างมีอายุหากระบบมีความซับซ้อนจะทำให้เสียเวลาในการทำความเข้าใจ และถ้าหากยากเกินไปจะไม่ตอบโจทย์ผู้บริหาร สิ่งนี้อยากให้คำนึงถึงผู้ใช้งานด้วย 

ปัญหาที่เจอ

  • คนอยู่หน้างาน (เจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องจักร) จะต้องทำบันทึกข้อมูลเครื่องจักร หยุดทำงานกี่ครั้งในแต่ละวัน และการส่งข้อมูลจะมีช่วงเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงที่ข้อมูลจะเดินทางไปถึงฝ่ายวางแผนการผลิต
  • เครื่องจักรรุ่นใหม่มีชุด controller (PLC) ของยี่ห้อ siemens ซึ่งเขากำลังจะร่วมพัฒนาระบบที่เรียกว่า SCADA ให้เครื่องจักร connect กับ ERP เพราะต้องการต่อยอดอนาคต แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูง

สิ่งที่ต้องการ

  • อยากได้ระบบ IIoT เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการส่งข้อมูลให้ฝ่ายผลิตได้ทำการวางแผนการผลิตล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
  • ระบบไม่ซ้ำซ้อนเพราะสุดท้ายแล้วโรงงานต้องไปสู่ SCADA อยู่แล้วและต้องไม่ลงทุนมาก หากต้องการปรับระบบต้องมีความคล่องตัวเพื่อการตัดสินใจแนวทางเดินต่อไป

BeaRiOt

สำหรับ solution ตรวจวัดชีพจรเครื่องจักร ตรงกับความต้องการของ Asian Pacific Can ได้เป็นอย่างดี จากภาพจะเห็นเครื่องจักรที่มีระบบ automation ทำงานอยู่ควบคุมด้วย PLC ของ Siemens ทั้งหมด 15 ตัว แต่ละตัวมี sensor ทำงานอยู่แล้วทั้ง sensor วัดแรงด้น, sensor วัดกำลังไฟฟ้า, sensor นับจำนวน ด้วยแทนปั้นน้ำหนักแรงกดเกิน 500 ตัน ที่กดปั้มแผ่นโลหะ ขึ้นรูปให้เป็นกระป๋องจะมีความเร็วหน่วยเป็นวินาทีแต่ละครั้งที่กดลงจะได้กระป๋องที่ขึ้นรูปแล้ว ครั้งละ 100 ชิ้น และแต่ละชิ้นจะถูกส่งต่อไปให้เครื่องจักรอีกตัว ในการทำส่วนอื่นๆ ต่อไป ความเร็วในการนับชิ้นน้อยกว่า 1 วินาที

“Flowbinet” เป็นระบบหรือเครื่องมือที่ทำงานร่วมกับ PLC (Programmable Logic Controller) ของ Siemens ซึ่งใช้ในการควบคุมและจัดการการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม โดย Flowbinet จะเน้นไปที่การตรวจวัดและควบคุมการไหลของของเหลวหรือก๊าซผ่านเซนเซอร์วัดการไหล (flowmeter) และส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยัง PLC

ทางโรงงานยังไม่ชุดแปลงสัญญาณจาก sensor ของเครื่องจักรจึงทำให้ทางโรงงานต้องไปอุปกรณ์ Electoric เพิ่มอีก 1 ตัวคือ อุปกรณ์แปลงสัญญาณ digital ให้ BeaRiOt อ่านได้ การแปลงสัญญาณ IoT เป็น RS485 สามารถทำได้โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “IoT to RS485 Converter” หรือ “IoT Gateway” เพื่อให้แปลงค่าจาก PLC ที่มันเอาไว้ควบคุมเครื่องจักร เพื่อส่งค่านี้ให้กับ beariot edge เก็บค่าต่อไป

BeaRiOt คือ โซลูชั่น IIoT อัจฉริยะ ที่จะช่วยยกระดับโรงงานสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประหยัดต้นทุน และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน เป็นโซลูชั่นที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะกับโรงงานทุกขนาด สามารถเริ่มต้นติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่

หากท่านสนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายข่าวสารโดย : Optimus admin