สวัสดีปีใหม่ 2025 จากบริษัท OPTIMUS THAILAND

happy-new-years-2025
happy-new-years-2025

ในวาระก้าวสู่ปีใหม่ 2025 นี้ ทางบริษัท OPTIMUS THAILAND ขอส่งความปรารถนาดีและความห่วงใยมายังทุกท่านและครอบครัว ปีใหม่นี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่เราจะร่วมกันสานต่อความสำเร็จ ด้วยความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและเชื่อมโยงพลังเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น เรามุ่งมั่นสนับสนุนเป้าหมายของทุกท่านให้เป็นจริง พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นและพลังที่ไม่หยุดยั้ง

ขอส่งความปรารถนาดีพร้อมคำอวยพรไปยังท่านและครอบครัวตลอดปี 2025

“ในปี 2568 นี้ ผมขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน มีร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ คิดสิ่งใดขอให้สมหวังทุกประการ และขอขอบคุณลูกค้าและพี่ๆ พาร์ทเนอร์ทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ”

“ขออวยพรปีใหม่นี้ ให้เป็นปีแห่งความสุข ความสำเร็จ พบเจอโอกาสดีๆ ที่กำลังจะเข้ามา และได้ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ด้วยความร่วมมือและความไว้วางใจที่มีให้กัน ทีม OPTIMUS ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับพี่ๆ พาร์ทเนอร์ ตลอดปี 2568 นี้ และปีถัดๆ ไป สวัสดีปีใหม่ครับ ”

"ปีใหม่คือจุดเริ่มต้นของการก้าวไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ผมขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ทีม OPTIMUS พร้อมสนับสนุนให้ทุกๆ ความร่วมมือเกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ขอให้ปีใหม่นี้มีความหมายและคุณค่าสำหรับทุกท่านครับ สวัสดีปีใหม่ 2568 ครับ"

สุดท้ายนี้ OPTIMUS ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนตลอดปีที่ผ่านมา ในปี 2025 นี้ เราพร้อมเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันทุกเป้าหมายของท่านให้สำเร็จอย่างยั่งยืน

สวัสดีปีใหม่ 2568
สวัสดีปีใหม่ 2025
OPTIMUS THAILAND

ขอขอบคุณ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ที่ไว้วางใจซื้อสินค้าและบริการจาก WatchGuard Firebox

ขอขอบคุณ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ที่ไว้วางใจซื้อสินค้าและบริการจาก WatchGuard Firebox โดยผ่าน Dealer บริษัท บิซ อินโน เทค จำกัด

Firewall (ไฟร์วอลล์): ปกป้องเครือข่ายของเราให้ปลอดภัย

WatchGuard Firebox มีให้เลือกใช้งานตั้งแต่รุ่นเล็กเป็น Table top ที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก บ้าน หรือสำนักงานสาขา และรุ่นที่ติดตั้งบนตู้แร็คเหมาะกับองค์กรขนาดกลางใหญ่ พร้อมคุณสมบัติต่างๆ เช่น IPS, Application Control, WebBlocker, SpamBlocker, Gateway AntiVirus, ฯลฯ โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายบนเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงมากในอุตสาหกรรม

แน่นอนว่าการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัยของเราอย่างสม่ำเสมอ หมั่นติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับภัยคุกคามและแนวโน้มด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ รวมถึงให้ความรู้แก่พนักงานของเราเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรักษาความปลอดภัยในขณะที่ทำงานจากระยะไกล ด้วยการใช้วิธีการเชิงรุกในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ออพติมุสสามารถช่วยให้ทุกท่านแน่ใจว่าธุรกิจของท่านยังคงปลอดภัยเมื่อเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พัฒนาตลอดเวลา

และหากท่านต้องการทดสอบการใช้งาน ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทย สอบถามรายละเอียดและข้อมูลในการติดต่อได้ที่แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

จุดประกายข่าวสารโดย : Optimus admin

ขอขอบคุณ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ไว้วางใจเลือกซื้อสินค้า Ruckus Wireless

ขอขอบคุณ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ไว้วางใจเลือกซื้อสินค้า Ruckus Wireless โดยผ่าน Partner  บริษัท ไข่ ไอ.ที. เซอร์วิส จำกัด

RUCKUS

Ruckus ผู้นำด้านเทคโนโลยี WiFi มี Access Point ที่ออกแบบเสาสัญญาณแบบ Array Antenna ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี BeamFlex+ และ ChannelFly สิทธิบัตรเฉพาะของ Ruckus ช่วยให้สามารถปรับแต่งเสาสัญญาณ กำลังขยาย และทิศทางให้เหมาะสมกับการใช้งานภายใต้สภาวะแวดล้อมต่างๆ รวมถึงเลือกช่องสัญญาณอัจฉริยะ สำหรับหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวน เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานและได้คุณภาพของสัญญาณที่ดีที่สุด สำหรับการใช้งานที่มีผู้ใช้หนาแน่น และมีสัญญาณรบกวนสูง

Ruckus Indoor Access Point

มีให้เลือกด้วยกันหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นที่สามารถติดตั้งบนกำแพง เพดาน ฝ้า หรือติดตั้งบนรถเคลื่อนที่ เพื่อใช้เป็นสถานีบริการชั่วคราวตามงานอีเว้นท์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ทาง CommScope Ruckus เอง ก็มีรุ่นที่แนะนำให้เลือกใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น

  • ในสถานที่ที่ยากต่อการเดินสาย LAN หรือในสภาพแวดล้อมที่ห่างไกล ก็มีรุ่น Access Point ที่สามารถรองรับสัญญาณมือถือ LTE แบบใส่ซิมเพื่อให้สามารถใช้บริการ Wifi ได้ มีรุ่นที่แนะนำการใช้งานในอาคารที่มีห้องพัก โรงแรม ห้องเรียน ห้องประชุมที่มีขนาดกลางและขนาดใหญ่ และมีพอร์ตไว้เชื่อมต่อสำหรับ USB 2.0 เพื่อรองรับกับอุปกรณ์ที่เป็น IOT อีกด้วย
  • CommScope Ruckus AP มาพร้อมกับมาตรฐาน Wifi ที่เป็นมาตรฐานล่าสุดของ IEEE นั่นก็คือ IEEE 802.11ax หรือ Wifi6 ระดับ Multigigabit สามารถรับส่งข้อมูลแบบทั้ง SU และ MU MIMO บนย่านความถี่ 5 GHz และ 2.4 GHz รองรับจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้งานจำนวนเยอะ ขึ้นอยู่กับรุ่น ซึ่งมีหลายรุ่นให้เลือกใช้งานสำหรับ AP Indoor ความสามารถในการใช้งาน รุ่นที่เป็น Indoor คือ สามารถใช้งานในพื้นที่ของอาคารและมีการกระจายสัญญาณอย่างทั่วถึง CommScope Ruckus AP ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม คลื่นในการรับส่งข้อมูลมีการทำงานที่เสถียร รวดเร็วและแรงที่สุด รองรับระบบ Security ที่เป็น WPA 2 และ WPA 3 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย

คุณสมบัติของ AP Indoor ดังนี้

  • รองรับการทำงานแบบ Dual-band, Dual-concurrent ซึ่งมีการสนับสนุนด้วยกันหลายหลายแบบ มีทั้งน้อยที่สุดตั้งแต่ 2 spatial stream (2×2:2) จนถึงมากที่สุดที่ 8 spatial steam (8×8:8)
  • 802.11ax สามารถทำ data rate ได้สูงสุดที่ 2974 Mbps
  • รองรับจำนวนอุปกรณ์ได้สูงสุดที่ 1024 อุปกรณ์พร้อมๆกัน
  • ในรุ่นของ 802.11ax จะมาพร้อมกับพอร์ท 2.5 GbE Ethernet เพื่อให้สามารถรองรับจำนวน data rate ได้สูงสุดที่ 2974 Mbps
  • เทคโนโลยีของ BeamFlex+™ สิทธิบัตรที่คนทั่วโลกต้องยอมรับในความสามารถของการหักเห เปลี่ยนทิศทางเพื่อให้คุณภาพของ Wi-Fi ที่มีสมรรถนะในการใช้งานที่สูงขึ้น
  • เทคโนโลยีของ ChannelFly™ สิทธิบัตรที่โดดเด่นในเรื่องของการจัดการช่องสัญญาณ โดยการนำ Machine learning (ML) เข้ามามีส่วนรวมในการตัดสินใจหรือปรับเปลี่ยนช่องสัญญาณเมื่อมีความหนาแน่นเกิดขึ้นในแต่ละช่องสัญญาณ
  • CommScope Ruckus APs สามารถทำงานร่วมกันกับอุปกรณ์ควบคุม APs ได้หลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น การทำงานร่วมกับ Cloud Controller, On-premised (physical/virtaul appliances) หรือแม้แต่ทำงานโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม
  • รองรับการทำงานของ Mesh Networking ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินสายโดยการใช้ความสามารถของ Wi-Fi ในการ รับ-ส่ง ข้อมูลระหว่าง AP แต่ละตัว
  • รองรับการทำงานร่วมกับ Location Based Service (LBS) ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลของอุปกรณ์ และผู้ใช้งาน เพื่อนำมาต่อยอดในเรื่องของการตลาดและมีรุ่นให้เลือกใช้งาน ดังต่อไปนี้
  • CommScope Ruckus APs รองรับการทำงานด้านความปลอดภัยแบ WPA3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เข้ามาช่วยป้องกันการโจมตีจากบุคคลที่ไม่หวังดี

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://optimus.co.th/product/ruckus-indoor-access-point

หากต้องการใบเสนอราคา หรือสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อ ออพติมุสตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Ruckus ในเมืองไทย สอบถามรายละเอียดและข้อมูลในการติดต่อได้ที่แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

จุดประกายข่าวสารโดย : Optimus admin

เบื้องลึกความสำเร็จ จาก NFL สู่ NHL ยกระดับสนามแข่งสู่ Smart Arena ด้วย Extreme Networks

ความสำเร็จของ Extreme Networks ในการเป็นพันธมิตรกับ NFL หรือ National Football League

ซึ่งเป็นลีกกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกกว่า 132 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอด 12 ฤดูกาลที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการรองรับผู้ชมหลักแสนคนต่อนัด โดยเฉพาะในการแข่งขัน Super Bowl ที่มีผู้ชมทั่วโลกกว่า 115 ล้านคน ระบบ Wi-Fi ของ Extreme Networks สามารถรองรับการใช้งานข้อมูลมหาศาลได้อย่างไร้รอยต่อ ตัวอย่างความสำเร็จล่าสุดคือการอัพเกรดระบบที่ NRG Stadium บ้านของทีม Houston Texans ซึ่งมีความจุกว่า 72,000 ที่นั่ง ด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi 6E ที่รองรับการใช้งานย่านความถี่ 6 GHz ทำให้แฟนๆ สามารถสตรีมวิดีโอ HD แชร์โมเมนต์บนโซเชียลมีเดีย และใช้แอพพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างราบรื่น แม้ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นที่สุด

นอกจากนี้ ระบบ Analytics ของ Extreme Networks ยังช่วยให้ NFL สามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของแฟนกีฬา เช่น เส้นทางการเดินในสนาม จุดที่มีการใช้งานโซเชียลมีเดียสูงสุด หรือช่วงเวลาที่มีการซื้อสินค้าและอาหารมากที่สุด ทำให้สามารถปรับปรุงการให้บริการและสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นในทุกๆ เกม ความสำเร็จนี้ทำให้ Extreme Networks ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ให้บริการ Wi-Fi Solutions และ Analytics อย่างเป็นทางการของ NFL มาอย่างต่อเนื่อง

ด้วยประสบการณ์อันแข็งแกร่งในการรองรับมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง NFL ได้ขยายความร่วมมือครั้งสำคัญไปสู่ NHL ลีกฮอกกี้น้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในโลก  เพื่อนำประสบการณ์อันยอดเยี่ยมนี้มาสู่วงการฮอกกี้น้ำแข็ง

NHL หรือ National Hockey League

ถือเป็นลีกฮอกกี้น้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 100 ปี มูลค่าธุรกิจรวมกว่า 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และแฟนกีฬากว่า 70 ล้านคนทั่วอเมริกาเหนือ NHL ไม่ได้เป็นแค่ลีกกีฬา แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งมีทีมดังระดับตำนานอย่าง Montreal Canadiens, Toronto Maple Leafs และ New York Rangers ที่มีประวัติการแข่งขันมายาวนานและมีแฟนคลับที่รักและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่ละฤดูกาลมีการถ่ายทอดสดไปกว่า 160 ประเทศทั่วโลก สร้างรายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดกว่า 625 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยเฉพาะรายการ Stanley Cup Playoffs ที่ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันชิงถ้วยรางวัลที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดในวงการกีฬาโลก

ความสำเร็จของ Extreme Networks

 ในฐานะ Official Wi-Fi Solutions และ Wi-Fi Analytics Provider ของ NFL ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการกีฬา ล่าสุด ทีม Houston Texans ทีมอเมริกันฟุตบอลอาชีพในสหรัฐอเมริกาได้อัพเกรดเป็น Wi-Fi 6E access points ทั่วทั้ง NRG Park เพื่อรองรับประสบการณ์แบบ immersive ที่กำลังจะมาถึง

ด้วยประสบการณ์อันแข็งแกร่งนี้ NHL จึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับ Extreme Networks โดยเริ่มต้นกับ 4 ทีมชั้นนำ ได้แก่ Anaheim Ducks, Calgary Flames, Columbus Blue Jackets และ Nashville Predators ซึ่งแต่ละทีมได้นำโซลูชันที่แตกต่างกันมาประยุกต์ใช้ตามความต้องการเฉพาะ

OCVIBE & Honda Center บ้านของ Anaheim Ducks กำลังพัฒนาโครงการ Entertainment District แห่งใหม่ที่จะเปิดในปี 2026 โดยใช้เครือข่าย Wi-Fi จาก Extreme Networks เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการใช้งานทั้งตั๋วดิจิทัล การสตรีมข้อมูลแบบเรียลไทม์ และการชำระเงินแบบไร้เงินสด

ขณะที่ Scotiabank Saddledome ของ Calgary Flames เลือกใช้ Universal Hardware ที่รองรับทั้งการจัดการแบบ On-premises และ Cloud ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้ตามความต้องการในอนาคต โดยไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่

ส่วน Columbus Blue Jackets และ Nashville Predators ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการติดตั้ง Wi-Fi 6 GHz พร้อมระบบ ExtremeCloud Business Insights for Venues ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของแฟนๆ เพื่อพัฒนาบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น

จากประสบการณ์ใน NFL เราได้เห็นว่าเครือข่ายไร้สายที่แข็งแกร่งช่วยให้แฟนๆ สามารถแชร์โมเมนต์สำคัญ เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเพลิดเพลินกับคอนเทนต์ดิจิทัลได้ทั่วทั้งสนาม ขณะที่ทีมงานสนามสามารถใช้ Wi-Fi Analytics เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานและสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

ปัจจุบัน Extreme Networks ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ NFL และ NHL เท่านั้น แต่ยังเป็นพาร์ทเนอร์ให้กับลีกและทีมกีฬาชั้นนำทั่วโลก เช่น MLB, NASCAR, Manchester United, Liverpool FC และ Borussia Dortmund สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของโซลูชันที่ตอบโจทย์วงการกีฬายุคดิจิทัล

การขยายความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับประสบการณ์ของแฟนฮอกกี้เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการปฏิวัติวงการกีฬาสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและความเข้าใจในพฤติกรรมของแฟนกีฬา Extreme Networks กำลังช่วยให้ลีกและทีมต่างๆ สามารถสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย พร้อมรองรับนวัตกรรมแห่งอนาคตที่กำลังจะมาถึง

ความสำเร็จจาก NFL สู่ NHL นี้ เป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีที่ใช่ สามารถยกระดับประสบการณ์กีฬาให้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นได้อย่างไร และ Extreme Networks กำลังเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ในวงการกีฬาระดับโลก

 

สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ผ่านเรื่องราวอื่นๆ เพิ่มเติมจาก Extreme Networks รวมถึงต้องการให้พวกเราเข้าไปนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมกับองค์กรหรือธุรกิจของคุณ ติดต่อทีมงานออพติมุสตัวแทนจำหน่าย Extreme Networks ติดต่อฝ่ายการตลาดของบริษัท

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Ruckus Networks เปิดตัว AI สุดล้ำ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม Hospitality

ในฐานะผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีเครือข่ายสำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมมาอย่างยาวนาน Ruckus Networks ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกครั้งที่งาน HITEC 2024 ซึ่งจัดโดย Hospitality Financial and Technology Professionals (HFTP) ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัยที่ผสานพลังของ AI เข้ากับระบบบริการโรงแรม นำเสนอสองโซลูชันที่จะเปลี่ยนโฉมการบริการในอุตสาหกรรมโรงแรมไปอย่างสิ้นเชิง

Virtual Concierge ที่ทำงานบน Ruckus Hospitality Gateway และ Melissa – Virtual Network Assistant ที่ทำงานบน Ruckus One คือคำตอบของการยกระดับธุรกิจโรงแรมสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ โดย Virtual Concierge จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะคอยดูแลแขกตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะที่ Melissa (Virtual Network Assistant) จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายที่ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นเรื่องง่าย นวัตกรรมทั้งสองนี้ไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับแขกผู้เข้าพัก พร้อมเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างชาญฉลาด

Virtual Concierge ผู้ช่วยอัจฉริยะที่พร้อมดูแลแขกตลอด 24 ชั่วโมง

Ruckus ได้พัฒนา Virtual Concierge บน Ruckus Hospitality Gateway ซึ่งเป็น AI ระบบแรกของอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับประสบการณ์ของแขกให้พิเศษยิ่งขึ้น ระบบนี้สามารถตอบคำถามและให้ข้อมูลแก่แขกได้ทันทีทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริการต่างๆ ของโรงแรม แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร หรือการเดินทางในพื้นที่ โดยเชื่อมต่อกับระบบจัดการโรงแรมแบบเรียลไทม์ ทำให้ข้อมูลที่แขกได้รับเป็นปัจจุบันที่สุด

นอกจากการยกระดับบริการแล้ว Virtual Concierge ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับโรงแรม ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลการสนทนากับแขก ทำให้ทราบว่าความสนใจของแขกที่เข้ามาพักรวมถึงต้องการบริการอื่นใดเพิ่มเติม ช่วยให้โรงแรมสามารถปรับปรุงบริการและทำการตลาดได้ตรงจุดมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยประหยัดต้นทุนด้วยการลดภาระงานซ้ำๆ ของพนักงาน และแก้ไขปัญหาพื้นฐานต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ

จุดเด่นที่สำคัญอีกประการคือ

ข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บไว้ในระบบของโรงแรมเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของแขก ทำให้การบริการเป็นไปอย่างไว้วางใจได้และมีประสิทธิภาพสูงสุด

Melissa - Virtual Network Assistant ผู้ช่วยดูแลระบบเครือข่ายที่เข้าใจง่าย

Ruckus ได้พัฒนา Melissa ผู้ช่วย AI ที่ทำให้การดูแลระบบเครือข่ายเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับทุกคน ด้วยการสื่อสารผ่านภาษาธรรมชาติ เหมือนคุยกับเพื่อนร่วมงาน การใช้งาน Melissa นั้นง่ายมาก เพียงแค่พิมพ์คำถามในภาษาพูดปกติ เช่น “client SeaView มีการใช้งาน WLAN เป็นอย่างไรบ้าง” หรือ “โซน Lobby มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้างวันนี้” Melissa ก็จะเข้าใจและตอบกลับมาทันที

เพื่อให้การค้นหาข้อมูลแม่นยำยิ่งขึ้น เราสามารถใช้คำสำคัญหรือ Keyword นำหน้าชื่อสถานที่หรืออุปกรณ์ เช่น client, zone, system ซึ่งไม่จำเป็นต้องพิมพ์ชื่อเต็ม เพราะ Melissa ฉลาดพอที่จะเข้าใจแม้เราพิมพ์ชื่อเพียงบางส่วน และยังสามารถระบุช่วงเวลาได้แบบอย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็น วันนี้,เมื่อวาน, อาทิตย์ที่แล้ว หรือระบุเวลาแบบเฉพาะเจาะจง เช่น 3pm ซึ่ง Melissa ก็เข้าใจได้ทันที

Melissa สามารถแสดงผลการวิเคราะห์เครือข่ายในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทำให้ทีม IT สามารถจัดการระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้คำสั่งที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานะ Wi-Fi ในแต่ละพื้นที่ ติดตามการใช้งานเครือข่าย หรือการแจ้งเตือนปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Melissa พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

โซลูชันครบวงจรสำหรับโรงแรมยุคใหม่

เพื่อให้การบริการครบวงจรยิ่งขึ้น Ruckus ได้พัฒนาระบบและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกมากมาย โดยมี Ruckus One Hospitality Edition เป็นระบบหลักในการควบคุมเครือข่ายและวิเคราะห์ธุรกิจแบบครบวงจร พร้อมด้วย Wi-Fi 7 รุ่นใหม่อย่าง R770 และ R670 Access Point ที่ใช้ AI ช่วยในการจัดการ และ Ruckus IoT Suite ที่ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อยกระดับการบริการ

ระบบทั้งหมดยังสามารถปรับแต่งการให้บริการตามระดับของแขกได้โดยอัตโนมัติ เช่น การมอบ Premium Wi-Fi ให้กับแขก VIP และยังช่วยควบคุมมาตรฐานแบรนด์ผ่าน Ruckus One ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งเครือโรงแรม ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง : https://www.hitec.org/about-hitec

ด้วยนวัตกรรมทั้งหมดนี้ Ruckus Networks กำลังพลิกโฉมธุรกิจโรงแรมด้วยการนำ AI มาใช้อย่างชาญฉลาด ทั้งในส่วนงานบริการและงานหลังบ้าน ส่งผลให้แขกได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเจ้าของโรงแรมได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า นับเป็นก้าวสำคัญของการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจโรงแรมอย่างเป็นรูปธรรม สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่าย Ruckus Networks ในประเทศไทย

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Email :  [email protected]

Line : optimusthailand

แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ด้วยตู้จ่ายยาอัตโนมัติ ด้วย AI+IoT ที่ช่วยแบ่งเบาภาระพี่ๆพยาบาลและพี่ๆเภสัชกร

หากคุณเคยแอบสังเกตการทำงานในโรงพยาบาล คงจะเห็นภาพพี่ๆพยาบาลวิ่งวุ่นระหว่างห้องยากับวอร์ดผู้ป่วย หรือการที่พี่ๆเภสัชกรต้องทำงานแข่งกับเวลาในการจัดและตรวจสอบยา โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน ที่ทุกวินาทีคือความเป็นความตาย ในขณะเดียวกัน ความรวดเร็วต้องมาพร้อมกับความแม่นยำ เพราะความผิดพลาดในการจ่ายยาแม้เพียงครั้งเดียว อาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตผู้ป่วยได้

ปฏิวัติระบบจ่ายยาด้วย AI + IoT จาก HAPYmed

การผสานเทคโนโลยี AI และ IoT เข้าด้วยกันในระบบ HAPYmed ADM (Automatic Dispensing Machine) จะสร้างมิติใหม่ให้กับการจ่ายยาในโรงพยาบาล ด้วยระบบอัจฉริยะที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความเร็ว แต่ยังเพิ่มความแม่นยำในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเก็บไปจนถึงการจ่ายยา

ความชาญฉลาดของระบบ AI ใน HAPYmed ADM แสดงให้เห็นผ่านการจัดการกับปัญหาสำคัญอย่างยา LASA (Look-Alike Sound-Alike) ที่มักสร้างความสับสนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ระบบจะแสดงสัญญาณเตือนด้วยไฟกระพริบสีเหลืองทันทีที่มีการเบิกยาประเภทนี้ พร้อมกับระบบสแกน QR Code ที่ช่วยยืนยันความถูกต้องก่อนการจ่ายยา หรือยา High Alert Drug ที่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ ระบบจะแสดงไฟเตือนสีแดงและต้องผ่านการยืนยันจากผู้มีสิทธิ์ถึงสองขั้นตอน

ระบบจัดการหลังบ้าน สมองกลเบื้องหลังที่คอยควบคุมทุกการทำงาน

หัวใจสำคัญของ HAPYmed อยู่ที่ระบบจัดการหลังบ้านอัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลจากทุกจุดในโรงพยาบาลมาแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย แดชบอร์ดแสดงสถานะการทำงานแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เภสัชกรและผู้ดูแลระบบสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของยาได้อย่างใกล้ชิด ระบบยังวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ยาเพื่อช่วยในการบริหารสต็อก พร้อมแจ้งเตือนเมื่อยาใกล้หมดหรือใกล้หมดอายุ

การจัดการผู้ใช้งานระบบได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและปลอดภัย ด้วยระบบกำหนดสิทธิ์หลายระดับที่สามารถติดตามประวัติการใช้งานได้อย่างละเอียด ข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาประมวลผลเป็นรายงานที่ครอบคลุมทั้งการเบิกจ่ายประจำวัน สถิติการใช้ยาฉุกเฉิน และประสิทธิภาพการทำงานของระบบ

ในด้านของ IoT เทคโนโลยี XENTEMP ที่ได้รับมาตรฐาน ISO 17025 ได้ยกระดับการควบคุมสภาพแวดล้อมการจัดเก็บยาไปอีกขั้น ระบบตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นแบบเรียลไทม์ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนทันทีผ่านไลน์และ SMS หากพบความผิดปกติ การบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องยังช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกเมื่อ สร้างความมั่นใจว่ายาทุกเม็ดได้รับการเก็บรักษาในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตลอดเวลา

ด้วย HAPYmed โรงพยาบาลจะช่วยแบ่งเบาภาระพี่ๆพยาบาลและพี่ๆเภสัชกร ได้โดย

โรงพยาบาล ที่ต้องรับมือกับผู้ป่วยแพ้ยาอย่างรุนแรงในช่วงเวลาเร่งด่วน ด้วยระบบแจ้งเตือนและการตรวจสอบประวัติการแพ้ยาอัตโนมัติของ HAPYmed ทำให้พยาบาลสามารถหลีกเลี่ยงการจ่ายยาที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ซ้ำได้ทันท่วงที จากเดิมที่ต้องใช้เวลาตรวจสอบนานถึง 15-20 นาที เหลือเพียงไม่กี่วินาที

หอผู้ป่วยวิกฤติ ที่มักต้องจ่ายยา High Alert Drug บ่อยครั้ง ในอดีตอาจเคยเกิดเหตุการณ์จ่ายยาผิดขนาดเนื่องจากความเร่งรีบ แต่หลังจากติดตั้ง HAPYmed พร้อมระบบไฟเตือนสีแดงและการยืนยันสองชั้น ทำให้อัตราความผิดพลาดในการจ่ายยาลดลงเหลือศูนย์ในระยะเวลา 6 เดือน สร้างความมั่นใจให้ทั้งทีมแพทย์และญาติผู้ป่วย

แผนกกุมารเวชกรรม ที่มักพบปัญหายาน้ำสำหรับเด็กหมดอายุบ่อยครั้ง เนื่องจากการหมุนเวียนสต็อกไม่มีประสิทธิภาพ แต่ด้วยระบบ FIFO อัตโนมัติและการแจ้งเตือนยาใกล้หมดอายุของ HAPYmed ช่วยลดมูลค่าความสูญเสียจากยาหมดอายุได้กว่า 85% ในปีแรกที่ใช้งาน ส่งผลให้โรงพยาบาลประหยัดงบประมาณได้อย่างมีนัยสำคัญ

อนาคตของระบบจ่ายยาอัจฉริยะ

เทคโนโลยี AI และ IoT ใน HAPYmed ADM ไม่ได้เพียงแก้ปัญหาในปัจจุบัน แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับอนาคตของระบบสาธารณสูข การพัฒนา Predictive Analytics จะช่วยคาดการณ์ความต้องการใช้ยาล่วงหน้า การเชื่อมต่อกับระบบ Telemedicine จะทำให้การจ่ายยาระยะไกลเป็นไปได้อย่างปลอดภัย และการวิเคราะห์ Big Data จะนำไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพการรักษาที่ดียิ่งขึ้น

การผสานเทคโนโลยี AI และ IoT เข้ากับระบบจ่ายยาอัตโนมัติของ HAPYmed จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดความผิดพลาดในการจ่ายยา แต่ยังยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยทั้งระบบ นี่คือก้าวสำคัญของวงการแพทย์ไทยที่กำลังก้าวสู่ยุค Digital Healthcare อย่างเต็มรูปแบบ สนใจหรือต้องการติดต่อดูงาน ติดต่อทีมขายบริษัท ออพติมุส

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์