Extreme Platform ONE รวมทุกมิติการจัดการเครือข่ายไว้ในที่เดียว

Extreme Platform ONE

คือแพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเครือข่าย ความปลอดภัย และระบบ AI ล่าสุด ที่มาพร้อมกับประสบการณ์ที่ง่ายต้องการใช้งาน แต่มีประสิทธิภาพสูงในการดูแลทุกอย่างภายในระบบ

ความพิเศษของ Extreme Platform ONE

อยู่ที่ความสามารถในการทำงานแบบ Real-time ที่ช่วยให้ NetOps (ทีมเน็ตเวิร์ค), SecOps (ทีมความปลอดภัย) และทีมธุรกิจสามารถปฎิบัติงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ผ่านอินเทอร์เฟซเดียวที่ควบคุมได้ทั้งระบบ Wireless, Wired, SD-WAN และ Security

AI Expert: ผู้ช่วยอัจฉริยะที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

จุดเด่นที่น่าสนใจคือระบบ AI Expert ที่ฝังตัวอยู่ในแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาทั่วไป แต่ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่เริ่มเรียนรู้ วางแผน ส่งมอบ และแก้ไขปัญหา

การวิเคราะห์และคาดการณ์เชิงป้องกัน

  • ระบบสามารถตรวจจับรูปแบบการทำงานที่ผิดปกติ และแจ้งเตือนก่อนเกิดปัญหา เช่น การตรวจพบ bandwidth ที่ถูกใช้งานมากผิดปกติในบางช่วงเวลา
  • วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้และอุปกรณ์เพื่อปรับแต่งประสิทธิภาพเครือข่ายอัตโนมัติ เช่น การจัดสรร bandwidth ให้เหมาะสมกับแต่ละแผนก

การแก้ปัญหาอัตโนมัติ

  • ลดเวลาในการแก้ไขปัญหาจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอัตโนมัติ
  • กรณีที่พบปัญหา Wi-Fi ในบางพื้นที่ AI จะวิเคราะห์และปรับแต่งค่า Access Point โดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ความปลอดภัยระดับสูงสุดแบบ Zero Trust

การควบคุมการเข้าถึงแบบละเอียด

  • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาทและหน้าที่ได้อย่างละเอียด เช่น ฝ่ายการเงินเข้าถึงได้เฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับการเงินเท่านั้น
  • ระบบตรวจสอบตัวตนแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตอนล็อกอินครั้งแรก แต่ตรวจสอบตลอดการใช้งาน

การป้องกันภัยคุกคามแบบเรียลไทม์

  • ตรวจจับและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติ โดยใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • กรณีพบการพยายามเข้าถึงจากต่างประเทศในเวลาไม่ปกติ ระบบจะบล็อกและแจ้งเตือนทันที

การจัดการไลเซนส์ที่เรียบง่าย

ระบบไลเซนส์ของ Extreme Platform ONE ถูกออกแบบให้ง่ายต่อการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงต่ออายุ ครอบคลุมทั้งการจัดการเครือข่าย ความปลอดภัย AI และบริการเสริมต่างๆ

การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย

  • ระบบแสดงการใช้งานและค่าใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ ช่วยให้วางแผนงบประมาณได้แม่นยำ
  • AI วิเคราะห์และแนะนำแพ็คเกจไลเซนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

การจัดการทรัพยากร

  • มองเห็นการใช้งานทรัพยากรทั้งหมดในที่เดียว ทั้งอุปกรณ์ ไลเซนส์ และการสนับสนุน
  • วิเคราะห์การใช้งานและให้คำแนะนำในการปรับปรุงประสิทธิภาพ
  • แจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อใกล้หมดอายุ พร้อมตัวเลือกการต่ออายุที่เหมาะสม

Extreme Platform ONE จึงเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มจัดการเครือข่าย แต่เป็นโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุม สร้างนวัตกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยการผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับความเรียบง่ายในการใช้งาน ทำให้การบริหารจัดการเครือข่ายและความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สนใจหรือต้องการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาด

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ระบบวิเคราะห์การทำงานของเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

นี่คือสิ่งที่คุณกำลังประสบอยู่ใช่หรือไม่??

  • คุณลงทุนอย่างมหาศาลในเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่คุณกลับพบว่า
  • เครื่องจักรทำงานไม่เต็มศักยภาพ การบำรุงรักษาล่าช้า ส่งผลให้เครื่องจักรเสียหายรุนแรง
  • มีการใช้พลังงานเกินจำเป็นโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อปรับปรุงการทำงานของเครื่องจักร
  • ผลลัพธ์? การหยุดชะงักในการผลิต ต้นทุนการซ่อมแซมที่เพิ่มขึ้น และกำไรที่หายไป!

    ผลลัพธ์? การหยุดชะงักในการผลิต ต้นทุนการซ่อมแซมที่เพิ่มขึ้น และกำไรที่หายไป!

ทำอย่างไรดี??

BeaRiOt Machine Optimization Solution ช่วยให้เครื่องจักรของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตรวจวัดสถานะการทำงานของเครื่องจักร เช่น การสั่นสะเทือน, อุณหภูมิ, ความเร็วรอบ รวมทั้ง

– การแจ้งเตือนปัญหา (Anomaly Detection) แจ้งเตือนทันทีเมื่อพบการทำงานผิดปกติ 

– การวางแผนบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ช่วยให้คุณซ่อมบำรุงก่อนที่ปัญหาจะเกิด 

– การปรับปรุงการใช้พลังงาน (Energy Optimization) ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น

ทำไมจึงควรเลือกใช้??

  • ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ด้วยการตรวจสอบเชิงป้องกัน 

  • เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เครื่องจักรทำงานเต็มศักยภาพ

  • ลดการใช้พลังงาน ประหยัดต้นทุนในระยะยาว

  • ข้อมูลเชิงลึก มีข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจปรับปรุงกระบวนการ

ใช้อย่างไร??

ติดตั้งเซ็นเซอร์ IIoT ตามปัจจัยที่ส่งผลต่อความผิดปกติ เช่น อุณหภูมิ การสั่นสะเทือน ความเร็วรอบ ในโรงงาน เชื่อมต่อ BeaRiOt Edge เพื่อรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์และแสดงผลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อนำมาวิเคราะห์และแปลงเป็นสถานะ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถ Action กระบวนการต่างๆตามลำดับความสำคัญเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุด พร้อมแปรผันผลลัพธ์เป็นรายงาน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง 

  • เซ็นเซอร์ตรวจวัดค่าต่างๆ เช่น Vibration Sensor, Smoke Detector, Sound Level Sensor, pH Sensor
  • BeaRiOt Edge Computing รวมค่าสถานะ Dashboard และระบบแจ้งเตือน
  • อุปกรณ์ระบบเน็ตเวิร์คแบบ Wired (Network Switch)
  • อุปกรณ์ Firewall, Router, Gateway
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ และ Web Browser

เมื่อคำทำนายเป็นจริงเร็วกว่าที่คิด สู่การเตรียมพร้อมรับมือภัยไซเบอร์ข้ออื่นๆที่กำลังตามมา

เพิ่งผ่านพ้นเดือนมกราคมมาไม่ทันไร การปฏิบัติการกวาดล้างมิจฉาชีพที่ทุกคนกำลังพูดถึงตามหน้าข่าวก็เกิดขึ้น ทำให้นึกไปถึงงานสัมมนา WatchGuard Cybersecurity Prediction 2025 ที่พึ่งจัดขึ้น และหัวข้อที่ว่าก็เป็นหนึ่งในหัวข้อที่มีการพูดถึงกันในวันนั้น

“เรื่องของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในการกวาดล้างมิจฉาชีพ”

ซึ่งดูเหมือนว่าคำทำนายนี้จะเกิดขึ้นจริงเร็วกว่าที่คิด เมื่อเราได้เห็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของการรวมพลังครั้งใหญ่ระหว่างหน่วยงานระดับชาติ ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน กสทช. สำนักงาน ปปง. ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การที่หน่วยงานราชการ จับมือกันข้ามหน่วยงานพร้อมจับมือไปกับเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังยกระดับความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างจริงจัง และสอดคล้องกับทิศทางการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ในระดับโลก

ทั้งนี้นอกจากเรื่องการบูรณาการระหว่างหน่วยงานแล้ว ในงานสัมมนา WatchGuard Cybersecurity Prediction 2025 ยังมีการพูดถึงประเด็นสำคัญด้านความปลอดภัยไซเบอร์อีกหลายหัวข้อที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ในการโจมตี แนวโน้มของ Ransomware ที่ซับซ้อนขึ้น การพัฒนาของ Deep Fake รวมถึงการปรับตัวขององค์กรเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ

คำเตือนอื่นๆ ที่พูดถึงในงาน webinar ครั้งนี้

มีการใช้ AI จากกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่นำมาพัฒนา Attack Kill Chain รูปแบบใหม่ๆ รวมถึงการแชร์ Prompt ที่ซับซ้อนสำหรับการ Hack ระบบใน Darkweb อย่าง DAN Jailbreak (Do Anything Now Jailbreak ซึ่งเป็นเทคนิคที่แฮกเกอร์ใช้ในการพยายามหลอกล่อหรือ “แฮ็ก” AI Chatbot ให้ละเมิดกฎความปลอดภัยและจริยธรรมที่ผู้สร้างตั้งไว้) ที่กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังพบว่าแฮกเกอร์เริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ มุ่งเป้าไปที่เป้าหมายมูลค่าสูงมากขึ้น (High-Value Target) ทั้งองค์กรที่มีชื่อเสียง ไปจนถึงการโจมตีแบบ Mass Target เช่นอุปกรณ์ IoT ที่มีการใช้จำนวนมาก หรือ IP Camera ราคาประหยัดที่มีการติดตั้งอย่างแพร่หลาย ทำให้ความเสียหายหากเกิดขึ้นพร้อมกันจะมีมูลค่าสูงมาก ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี Deep Fake ก็ถูกนำมาใช้ในการหลอกลวงมากขึ้น ด้วยความซับซ้อนที่แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ

ความกดดันจากการตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการละเลยด้านความปลอดภัยภายในองค์กร อาจนำไปสู่อัตราการลาออกที่สูงขึ้น และการขาดแคลนผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ซึ่งจะยิ่งทำให้ช่องว่างด้านทักษะความปลอดภัยไซเบอร์กว้างขึ้น การขาดแคลนบุคลากรอาจทำให้เกิดความเสี่ยงการตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จนกระทั่งเกิดการรั่วไหลของข้อมูลดังเช่นที่ได้เห็นตามหน้าข่าวตลอดปีที่ผ่านมา

ในแง่ของการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ ปี 2024 ถือเป็นปีแห่งความร่วมมือระดับโลกในการปราบปรามองค์กรก่อการร้ายและแฮกเกอร์ โดยมีการจับกุมแล้วกว่า 30 ปฏิบัติการ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2025 โดยเฉพาะปฏิบัติการ Cronos ที่มุ่งจัดการกับ LOCKBIT Operation กลุ่ม Ransomware ที่ถือเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่อันตรายที่สุดในโลก

ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา มีความร่วมมือที่น่าสนใจ อย่างเช่น The No More Ransom Project ที่ให้บริการเครื่องมือถอดรหัส (Decryptors) สำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ Ransomware ขณะที่องค์กรต่างๆ เริ่มนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน Security Operations Center (SOC) ผ่าน AI Engine หลากหลายรูปแบบ

ผู้เชี่ยวชาญยังคาดการณ์ว่า Ransomware จะมีความซับซ้อนมากขึ้นในปี 2025 ส่งผลให้การป้องกันต้องพัฒนาตามไปด้วย โดยจะเห็นการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ Single Product ไปสู่การใช้ Security Platform แบบครบวงจร เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น

เท่านั้นยังไม่หมด เนื้อหาอีกกว่า 1.45 ชั่วโมง ที่อยู่ใน Webinar จะพาพี่ๆ เข้าใจสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในปี 2025 หากพี่ๆ สนใจรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมจากงานสัมมนา WatchGuard Cybersecurity Prediction 2025 สามารถติดตามได้ที่ช่อง YouTube Official ของบริษัท Optimus และหากพี่ๆ มีข้อสงสัย หรืออยากได้ข้อมูลใดเพิ่มเติมติดต่อพวกเรานะครับ

ความสำเร็จในการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ขึ้นอยู่กับความสามารถขององค์กรในการปรับตัวให้ทันกับภัยคุกคามที่วิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดในการปกป้องระบบและข้อมูลสำคัญ การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัยในโลกดิจิทัลของวันพรุ่งนี้นั่นเอง ติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดของบริษัท

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

แหล่งที่มาข่าว : https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1128906

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ปฏิวัติโรงงานแบบไม่ปวดใจ เริ่มต้น Industry 4.0 ได้ด้วยงบที่คุณคาดไม่ถึง

หลายคนมักเข้าใจว่าการก้าวเข้าสู่ Industry 4.0 ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ต้องปรับเปลี่ยนระบบครั้งใหญ่ หรือต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก แต่ความเป็นจริงแล้ว การเริ่มต้นสู่ Smart Factory สามารถทำได้ด้วยงบประมาณที่ควบคุมได้ และไม่สูงอย่างที่คิด เพียงแค่มีการวางแผนอย่างชาญฉลาดและเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม

การเริ่มต้นที่ชาญฉลาดคือการมองหาจุดที่สร้างผลกระทบสูงสุดก่อน BeaRiOt เข้าใจความท้าทายนี้ดี จึงออกแบบระบบให้สามารถเริ่มต้นได้ทีละส่วน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนทั้งระบบในครั้งเดียว เริ่มจากการติดตั้งเซนเซอร์ที่เครื่องจักรสำคัญเพียงไม่กี่เครื่อง เพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานอย่างอุณหภูมิ การสั่นสะเทือน หรือกำลังการผลิต ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกประมวลผลด้วย AI และ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์สถานะของเครื่องจักรแบบเรียลไทม์

ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะของ BeaRiOt

ทำงานผ่านแอปพลิเคชันที่คุ้นเคยอย่าง Line หรืออีเมล ช่วยให้ทีมซ่อมบำรุงสามารถรับมือกับปัญหาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะลุกลามเป็นความเสียหายที่รุนแรง นอกจากนี้ แดชบอร์ดที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ยังช่วยให้ผู้บริหารและทีมงานสามารถติดตามประสิทธิภาพการผลิตได้จากทุกที่ ลดความจำเป็นในการเดินตรวจสอบหน้างานบ่อยๆ

ผลตอบแทนจากการลงทุนกับ BeaRiOt

เห็นได้ชัดเจนและวัดผลได้ ทั้งการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงฉุกเฉินได้ถึง 30-50% การยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรได้ 20-40% รวมถึงการลดการสูญเสียจากการผลิตที่ต้องหยุดชะงักโดยไม่ได้วางแผน และการประหยัดค่าแรงงานจากการลดความจำเป็นในการตรวจสอบด้วยคน

เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยคุณค่อยๆ ขยายระบบไปยังส่วนอื่นๆ ของโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามวัตถุดิบแบบอัตโนมัติที่ช่วยป้องกันการขาดสต็อก การติดตั้งระบบ Energy Monitoring ที่ช่วยวิเคราะห์และลดการใช้พลังงาน หรือการขยายระบบ Predictive Maintenance ให้ครอบคลุมเครื่องจักรทั้งหมดในสายการผลิต

นอกเหนือจากผลตอบแทนทางการเงิน มี IRR ที่ดีแล้ว การลงทุนกับ BeaRiOt ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานผ่านข้อมูลที่แม่นยำ การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และการยกระดับภาพลักษณ์องค์กรในด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน

ความโดดเด่นของ BeaRiOt

ในด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนได้รับการยืนยันในระดับนานาชาติ เมื่อล่าสุดได้รับรางวัล ESG Award จากงาน ASOCIO Digital Summit 2024 ณ กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำด้านเทคโนโลยีจาก 24 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รางวัลนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมไทยที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล งาน ASOCIO Awards จัดขึ้นโดยสมาพันธ์เอเชียแปซิฟิกเพื่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ มีเป้าหมายในการส่งเสริมองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในด้านการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างนวัตกรรม ซึ่งตรงกับหัวใจสำคัญของ BeaRiOt ที่มุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยของ BeaRiOt ยังขยายไปสู่การสร้างบุคลากรรุ่นใหม่

ผ่านการเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีไอโอทีภาคอุตสาหกรรม ที่คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ใช้ BeaRiOt Edge ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาต่อยอดโดยทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงให้แก่นักศึกษาและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ในประเทศไทย

เพราะการก้าวสู่ Industry 4.0 ไม่จำเป็นต้องรอให้มีงบประมาณมหาศาลถึงเริ่มได้ เพียงแค่เริ่มต้นอย่างชาญฉลาด เลือกจุดที่สร้างผลกระทบสูง และค่อยๆ ขยายระบบตามการเติบโตของธุรกิจ BeaRiOt พร้อมเป็นพันธมิตรในการเดินทางสู่ Smart Factory ของคุณ ด้วยโซลูชันที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ และทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาตลอดการใช้งาน ถึงเวลาแล้วที่จะปฏิวัติโรงงานของคุณสู่ยุคดิจิทัลด้วย BeaRiOt 

+สนใจ+ ลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้งาน BeaRiOt ฟรี!

ฟรี! เพียง 10 บริษัทแรกเท่านั้น

พร้อมของแถมสุดพิเศษ

ดีไซน์ Dashboard ฟรีมูลค่า 5,000.-

ปรึกษาฟรีมูลค่า 20,000.-

มาปฏิวัติโรงงานสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนสุดคุ้มค่า

ติดต่อทีมงานออพติมุส เพื่อนัดหมายและขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการนำ BeaRiOt มาปรับใช้กับโรงงานของคุณ พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆมากมายติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดของบริษัท

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ขอขอบคุณ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ที่ไว้วางใจซื้อสินค้าและบริการ WatchGuard AuthPoint MFA

ขอขอบคุณ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ที่ไว้วางใจซื้อสินค้าและบริการ WatchGuard AuthPoint MFA โดยผ่าน Delaer บริษัท โซลูชั่นโซน จำกัด

ข้อมูลเกี่ยวกับ WatchGuard AuthPoint

WatchGuard Multi-factor Authentication เป็นการเพิ่มวิธีการยืนยันตัวตนอีกวิธีหนึ่งเข้าไปนอกเหนือจากการใช้ Password เช่น การสแกนบัตรหรือลายนิ้วมือ แต่วิธีที่นิยมที่สุดสำหรับการพิสูจน์ตัวตนออนไลน์คือการใช้ Hardware Tokens หรือ Key Fobs ในการสร้าง One-time Password (OTP) ซึ่งเป็นรหัสผ่านแบบใช้แล้วทิ้งอีกชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งวิธีนี้ยังคงเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การใช้ Hardware Tokens หรือ Key Fobs เหล่านี้จำเป็นต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ในราคาสูงและเสี่ยงต่อการสูญหาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาและธุรกิจหยุดชะงักตามมา

พิสูจน์ตัวตนง่ายๆ ผ่านทางสมาร์ตโฟน ด้วยแอปพลิเคชัน AuthPoint

WatchGuard ได้ออกแบบและพัฒนาโซลูชัน Multi-factor Authentication ชื่อว่า AuthPoint โดยเปลี่ยนอุปกรณ์พกพาให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับใช้พิสูจน์ตัวตนแทน เพื่อลดภาระของผู้ใช้ในการหาซื้อและดูแลรักษา Hardware Tokens โซลูชันดังกล่าวมาในรูปของแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานทั้งบน Apple iOS และ Android บริหารจัดการได้จากศูนย์กลางผ่านระบบ Cloud ส่งผลให้สามารถติดตั้งระบบพิสูจน์ตัวตนบนอุปกรณ์ของพนักงานได้ทั่วโลก รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์บนเครือข่าย บริการออนไลน์ และ Cloud Applications หลากหลาย ที่สำคัญคือราคาย่อมเยาว์เนื่องจากไม่ต้องลงทุนซื้อ Hardware Tokens หรือเซิร์ฟเวอร์สำหรับบริหารจัดการเพิ่มเติม

ทำไมต้อง WatchGuard AuthPoint

  • ใช้งานง่าย WatchGuard AuthPoint เป็นโซลูชัน MFA แบบคลาวด์ที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ใดๆ ผู้ใช้เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมือถือ AuthPoint และลงทะเบียนบัญชีเท่านั้น ก็สามารถใช้งาน WatchGuard Authpoint พร้อมได้รับความปลอดภัยขั้นสูงสุดได้ทันที
  • ให้การปกป้องที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดย WatchGuard AuthPoint ใช้การตรวจสอบสิทธิ์ตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปเพื่อพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้ ซึ่งอาจรวมถึงพาสเวิร์ด พาสเวิร์ดแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) การตรวจสอบสิทธิ์ด้วยลายนิ้วมือ หรือการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยใบหน้า เป็นต้น
  • สามารถรองรับอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ ได้มากและหลากหลาย โดย WatchGuard  AuthPoint รองรับอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ มากมาย ได้แก่ Windows, macOS, iOS และ Android แอปพลิเคชันคลาวด์ยอดนิยม เช่น Microsoft Office 365, Salesforce และ Google Workspace รวมถึงซอฟต์แวร์ที่เป็น 3rd party ต่างๆ เป็นจำนวนมาก

และหากท่านต้องการทดสอบการใช้งาน ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทย สอบถามรายละเอียดและข้อมูลในการติดต่อได้ที่แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

จุดประกายข่าวสารโดย : Optimus admin

สินค้าที่เกี่ยวข้อง