Skip to content

Product categories

จาก ‘ตัวเลขธรรมดา’ สู่ ‘ข้อมูลทรงพลัง’ พลังการใช้งาน BeaRiOt ที่พลิกเกมธุรกิจ

จาก 'ตัวเลขธรรมดา' สู่ 'ข้อมูลทรงพลัง' พลังการใช้งาน BeaRiOt ที่พลิกเกมธุรกิจ

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างรวดเร็ว โลกของอุตสาหกรรมกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ Industry 4.0 ทว่า เบื้องหลังความตื่นเต้นของคำว่า AI, IoT หรือ Big Data ยังมี “กับดัก” บางอย่างที่โรงงานหลายแห่งในไทยกำลังเผชิญ นั่นคือ การที่เรามี “Data” หรือ “ข้อมูลดิบ” มากมาย แต่กลับขาด “Information” หรือ “ข้อมูลที่มีความหมาย” ที่จะนำไปใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างแท้จริง

วันนี้ผมอยากชวนทุกท่านมาไขความลับว่าทำไมการเปลี่ยนผ่านจาก Data ไปสู่ Information จึงเป็นหัวใจสำคัญของการก้าวกระโดดสู่โรงงานยุค 4.0 และ BeaRiOt จะเข้ามาเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพอันมหาศาลนี้ได้อย่างไร

จาก Data สู่ Information ประโยชน์ใช้งานที่ดีขึ้น

หลายครั้งที่เรามักจะใช้คำว่า Data และ Information สลับกันไปมา แต่แท้จริงแล้วสองคำนี้มีความหมายและคุณค่าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ที่เราวัดอุณหภูมิในโรงงานได้ค่า “25 องศา” นี่คือ “Data” หรือ “ข้อมูลดิบ”เพียงแค่ตัวเลข 25 องศาเซลเซียส ไม่ได้บอกอะไรเรามากนัก ไม่ได้มีความหมายเชิงลึก ไม่ได้ตอบคำถามว่า “แล้วไงต่อ?” เหมือนกับการที่เราเห็นตัวอักษรเขียว ๆ วิ่งลงมาบนหน้าจอในภาพยนตร์ The Matrix ผู้ที่มองไม่เข้าใจ ก็จะเห็นแค่ตัวอักษรเหล่านั้นวิ่งไปมา แต่ผู้ที่เข้าใจ จะมองเห็นเป็นภาพของ รหัสลับที่แสดงถึงโลกจำลองเสมือนจริงที่สร้างขึ้นโดยเหล่าเครื่องจักรเพื่อควบคุมมนุษย์ นั่นเอง 🙂

แต่ถ้าเราเพิ่มบริบทให้กับตัวเลขนี้ เช่น “อุณหภูมิ 25 องศาในเครื่องจักรที่ปกติจะต้องทำงานที่ 30-35 องศา หมายความว่าเครื่องจักรนี้กำลังปิดอยู่ ไม่ได้ทำงาน” หรือ “อุณหภูมิ 25 องศา เป็นอุณหภูมิห้อง ซึ่งบ่งชี้ว่าเครื่องจักรยังไม่ถูกเปิดใช้งาน” – ณ จุดนี้เอง ที่ Data ได้ถูกยกระดับกลายเป็น “Information” กลายเป็นข้อมูลที่มีความหมาย ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ สามารถตั้งสมมติฐาน และนำไปสู่การตัดสินใจได้

หัวใจสำคัญคือ Information ช่วยให้เรา "รับรู้" และ "เข้าใจ" สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

'กับดัก 2.0' ของโรงงานไทย เมื่อขาด Connectivity ข้อมูลก็ไร้ความหมาย

จากข้อมูลวิจัยพบว่า โรงงานส่วนใหญ่ในประเทศไทยกว่า 61% หรือประมาณ 42,000 โรงงาน ยังคงอยู่ในยุค Industry 2.0 ซึ่งเป็นยุคของการผลิตแบบ Mass Production ที่ยังพึ่งพาแรงงานคนเป็นจำนวนมากในสายพานการผลิต มีเพียง 1,400 กว่าโรงงานเท่านั้นที่ก้าวสู่ Industry 4.0 ได้อย่างแท้จริง

คำถามคือ “อะไรคือกับดัก” ที่ทำให้โรงงานเหล่านี้ไม่สามารถก้าวกระโดดจาก 2.0 ไป 3.0 (Automation) หรือ 4.0 (Industrial IoT) ได้? คำตอบหนึ่งที่ชัดเจนคือ “ปัญหาด้าน Connectivity” หรือการขาดการเชื่อมโยงข้อมูลจาก Sensor และเครื่องจักรต่าง ๆ ให้มาอยู่ในรูปแบบ Real-Time ที่คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้ หากไม่มี Data พื้นฐานเหล่านี้ เราก็ไม่สามารถพัฒนาโรงงานไปในทิศทางใดได้เลย ไม่ว่าจะเลือกเส้นทาง Automation หรือ Information เพื่อ Industry 4.0 และมักเกิดจากความไม่แน่ใจว่าการเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้มีวิธีการที่เหมาะสม ง่าย หรือคุ้มค่ากับเราหรือไม่

BeaRiOt: แพลตฟอร์มผู้เปลี่ยน Data สู่ Information และปลดล็อกศักยภาพ

นี่คือจุดที่ BeaRiOt เข้ามามีบทบาทสำคัญ BeaRiOt คือแพลตฟอร์ม Industrial IoT ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาช่องว่างด้าน Connectivity และทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการ “ปรุงแต่ง” ตัวเลขไร้ชีวิต ให้กลายเป็น “ข้อมูลทรงพลัง” ที่พลิกเกมธุรกิจได้จริง

BeaRiOt ทำงานผ่าน 4 ขั้นตอนพื้นฐาน

  1. Connectivity (การเชื่อมโยง): เชื่อมโยง Data จาก Sensor และเครื่องจักรต่าง ๆ ผ่านโปรโตคอลมาตรฐาน เช่น Modbus RTU, TCP หรือ API เข้าสู่ระบบ ซึ่งครอบคลุมแม้กระทั่ง Sensor แบบเก่าที่อาจต้องใช้ Converter ช่วยแปลงสัญญาณ
  2. Collection (การรวบรวม): รวบรวมและจัดเก็บ Data เหล่านั้นไว้ในที่เดียว
  3. Analysis (การวิเคราะห์): นำ Data มาทำการวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อเปลี่ยนให้เป็น Information ที่เราต้องการ
  4. Visualization (การแสดงผล): แสดงผลลัพธ์ผ่าน Dashboard ที่เข้าใจง่าย

สิ่งสำคัญที่ BeaRiOt มอบให้คือการเปลี่ยน Data ทั้งหมดให้กลายเป็น Data Integration ทำให้เครื่องจักรแต่ละตัวไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน แต่เราสามารถดึง Data ทั้งหมดมารวมกันอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว และเปลี่ยน Data นั้นให้เป็น Information เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และบริหารจัดการระบบผลิตทั้งหมด

BeaRiOt ในการปฏิบัติ: เมื่อ Information สร้าง Impact จริง

BeaRiOt ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้งานได้ด้งนี้

  • ลดเวลาในการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต: ในโรงงานผลิตทอง/เงินรูปพรรณ BeaRiOt ได้เข้าไปติดตั้ง Sensor วัดอุณหภูมิและ Power meter กับเตาหลอม 29 ตัว สิ่งที่พบคือ:

     

    • จากเดิมที่ช่างต้องใช้เวลาเกือบ 2 อาทิตย์ในการหาสาเหตุของปัญหา Defect ตอนนี้ BeaRiOt สามารถแสดงผลด้วยสี (แดง-มีปัญหา, เหลือง-เสี่ยง, เขียว-ปกติ) ทำให้ ลดเวลาในการหาปัญหาจาก 2 อาทิตย์เหลือ 0 และเอาเวลาทั้งหมดไปใช้ในการแก้ไขปัญหาได้ทันที
    • โรงงานสามารถจัดอันดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของแต่ละเตา ทำให้เลือกใช้เตาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดก่อน ลดการใช้พลังงานได้ 25% ทันที ในเดือน 9 และ 10 โดยไม่จำเป็นต้องใช้ AI หรือเทคโนโลยีซับซ้อนใด ๆ
    • สามารถคำนวณ ค่า Carbon footprint และ ค่าใช้จ่าย (Expense) จากการใช้พลังงานได้แบบ Real-Time ซึ่งสำคัญต่อการรายงาน ESG และการแข่งขันในตลาดส่งออก
  • แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยความยืดหยุ่น: ในกรณีของไซโลอาหารสัตว์ โรงงานต้องการรับค่าน้ำหนัก แต่ Radar Sensor ส่งค่าเป็นปริมาตร BeaRiOt สามารถเข้ามาเป็นตัวกลาง แปลงค่าจากปริมาตรเป็นน้ำหนัก ได้แบบ Real-Time ด้วยการใส่ค่า Density และตัวคูณ ทำให้โครงการที่ล่าช้ากลับมาเดินหน้าต่อได้

     

เสริมศักยภาพบุคลากร (Upskill Labor): BeaRiOt ไม่ได้มุ่งเน้นการลดจำนวนคน แต่เป็นการ เพิ่มประสิทธิภาพของคน พนักงานฝ่าย Operation หรือช่างซ่อมบำรุงจะกลายเป็นเหมือน “หมอเวร” ที่มี “เครื่องมือ” ในการตรวจวัดและประเมิน “สุขภาพ” ของเครื่องจักร จากเดิมที่ไม่มีเครื่องมือในการวินิจฉัย วันนี้พวกเขามีกราฟและ Dashboard ที่ช่วยให้วินิจฉัยปัญหาได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น การมี Data จริงช่วยให้ทีมงานสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ จาก Data ที่ไม่ถูกบันทึก ทำให้ Talent ในองค์กรไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ การมี BeaRiOt จึงเป็นการช่วยให้บุคลากรสามารถ “ยกระดับตนเองให้เป็นผู้สร้างคุณค่าในยุค Industry 4.0”

BeaRiOt ตอบโจทย์ ESG และการตัดสินใจที่แม่นยำ

การเปลี่ยน Data เป็น Information ด้วย BeaRiOt ยังเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย ESG (Environment, Social, Governance) ได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น

  • Environment (สิ่งแวดล้อม): BeaRiOt ช่วยวัดค่าพลังงาน, Carbon footprint, มลพิษ ทำให้สามารถลด Defect, ลด Over Production, ลดของเสีย และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Social (สังคม): แพลตฟอร์มนี้ช่วยพัฒนาและ Up-skill บุคลากรให้สามารถใช้ Data ในการทำงานได้ดีขึ้น ทำให้พนักงานมีคุณค่าและมีความสุขกับองค์กร
  • Governance (ธรรมาภิบาล): BeaRiOt สร้าง Data-driven Decision Making ด้วย Data ที่ดึงมาจาก Sensor โดยตรง ซึ่งมีความน่าเชื่อถือสูง ไม่สามารถแก้ไขหรือ “ปรุงแต่ง” โดยบุคคลได้ ทำให้การวิเคราะห์และตัดสินใจของผู้บริหารเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง แม่นยำ และ Real-Time จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลา 1-2 อาทิตย์ในการรวบรวม Data และตัดสินใจบนข้อมูลที่ล้าสมัย

ความยืดหยุ่นและการเริ่มต้นที่คุ้มค่า

BeaRiOt เข้าใจดีว่าการลงทุนเพื่อ Industry 4.0 ไม่จำเป็นต้องเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ในวันเดียว แพลตฟอร์มของเรามีความยืดหยุ่นสูง สามารถเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ หรือปัญหาที่สำคัญที่สุดก่อน เช่น การมอนิเตอร์พลังงาน, การลดของเสีย หรือการติดตาม Process ที่มีปัญหา ด้วย Dashboard ที่สามารถ Customise ได้ตามความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละระดับ (Operation, Manager, C-Level)

นอกจากนี้ BeaRiOt ยังเสนอทางเลือกในการติดตั้งแบบ On-Premise (Edge computing) ซึ่ง Data ทั้งหมดจะถูกเก็บและประมวลผลอยู่ภายในโรงงาน โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตออกสู่ Cloud เลยก็ได้ ซึ่งตอบโจทย์ความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลในหลายโรงงาน ทำให้การเริ่มต้นเป็นไปอย่างสบายใจ และหากมั่นใจในประโยชน์แล้ว ค่อยขยายสู่ระบบ Cloud เพื่อการวิเคราะห์ที่ซับซ้อนขึ้น

การลงทุนใน Industrial IoT อย่าง BeaRiOt จึงถูกกว่าการลงทุนในระบบ Automation (SCADA) อย่างมหาศาล เพราะ Sensor สำหรับการเก็บ Data อย่างเดียวมีราคาถูกกว่า Sensor สำหรับ Control ถึง 4-5 เท่า และสามารถเริ่มต้นได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องลงทุนพร้อมกันทั้งระบบ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่ม ROI ที่ชัดเจน

ก้าวข้าม 'กับดัก' ด้วย BeaRiOt

การเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 4.0 ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลโพ้นอีกต่อไป แต่มันคือสิ่งจำเป็นที่กำลังเกิดขึ้น ณ วันนี้ BeaRiOt ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นคู่คิดที่จะช่วยให้โรงงานของคุณสามารถก้าวข้าม “กับดัก Data ไร้ชีวิต” สู่โลกของ “Information ทรงพลัง” ได้อย่างมั่นใจ ด้วยการเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นความหมาย เปลี่ยน Data ให้เป็น Information และเปลี่ยน Information ให้เป็นอำนาจในการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ขับเคลื่อนประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างความยั่งยืน และยกระดับบุคลากรขององค์กรให้พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในยุคดิจิทัล

ให้ BeaRiOt เป็นตาที่มองเห็น หัวสมองที่ประมวลผล และผู้ช่วยที่ทำให้โรงงานของคุณเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งครับ สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการปรึกษาแนวทางการนำ BeaRiOt ไปประยุกต์ใช้ในองค์กรของท่าน สามารถติดต่อ Optimus Thailandได้แล้ววันนี้!

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BeaRiOt

Q: ทำไมโรงงานไทยส่วนใหญ่จึงยังติดอยู่กับโลก Industry 2.0?

A: โรงงานไทยกว่า 61% หรือประมาณ 42,000 แห่งยังติดอยู่ใน Industry 2.0 เพราะขาดการเชื่อมโยงข้อมูลจากเซนเซอร์และเครื่องจักรแบบ Real-Time สาเหตุหลักคือปัญหา Connectivity ที่ทำให้ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลมาประมวลผลได้ ส่งผลให้มี “ข้อมูลดิบ” มากมายแต่ขาด “ข้อมูลที่มีความหมาย” ที่จะนำไปใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง ซึ่งจะลงทุนระบบก็มีค่าใช้จ่ายลงทุนสูงมาก หากไม่แก้ไขปัญหาเหล่านี้ โรงงานจะไม่สามารถพัฒนาไปสู่ Automation หรือ Industry 4.0 ได้เลย

Q: BeaRiOt คืออะไร และช่วยโรงงานให้กลายเป็นโรงงาน 4.0 ได้อย่างไร?

A: BeaRiOt คือแพลตฟอร์ม Industrial IoT ที่เปลี่ยนข้อมูลดิบจากเซนเซอร์และเครื่องจักรให้เป็นข้อมูลที่มีความหมาย ช่วยโรงงานเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน วิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-Time และแสดงผลผ่าน Dashboard ที่เข้าใจง่าย ผลลัพธ์คือลดเวลาแก้ปัญหาจาก หลายๆ สัปดาห์เป็น 0 วัน ประหยัดพลังงานได้มากกว่า และช่วยพัฒนาศักยภาพพนักงานให้ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับโรงงานที่ต้องการก้าวสู่ Industry 4.0 อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ติดต่อทีมงานออพติมุส ตัวแทนจำหน่าย BeaRiOt วันนี้ เพื่อรับการประเมินฟรี พร้อมให้คำปรึกษาแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับงบประมาณของโรงงานคุณ

+สนใจ+ ลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้งาน BeaRiOt ฟรี!

ฟรี! เพียง 10 บริษัทแรกเท่านั้น

พร้อมของแถมสุดพิเศษ

ดีไซน์ Dashboard ฟรีมูลค่า 5,000.-

ปรึกษาฟรีมูลค่า 20,000.-

มาปฏิวัติโรงงานสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนสุดคุ้มค่า

ติดต่อทีมงานออพติมุส เพื่อนัดหมายและขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการนำ BeaRiOt มาปรับใช้กับโรงงานของคุณ พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆมากมายติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดของบริษัท

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

SHARE TO:

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง