7 ประเด็นสำคัญ ฉุกแนวคิดทำไมต้องใช้ LMS (Learning Mangement Systems) ในโรงเรียน

LMS (Learning Managment Systems)

ระบบ LMS (Learning Managment Systems) เปิดโอกาสให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและ ผู้บริหารของโรงเรียน เข้าถึงระบบการศีกษาได้แบบครบวงจร โดยเป็นระบบการจัดการเรียนรู้เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถสร้างและจัดการหลักสูตรออนไลน์ด้วยความเชี่ยวชาญของครูผู้สอนได้บนเว็บไซต์ LMS ของโรงเรียนเอง อีกทั้งโรงเรียนยังสามารถสร้างชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์เพิ่มเติมได้ผ่านระบบการสื่อสารระหว่างกันที่อยู่ภายใน Platform เพื่อใช้แจ้งข่าว ทำนัดหมาย หรือปรึกษาหารือกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนได้อีกด้วย

ทั้งนี้หลายคนคงมีข้อสงสัยว่า ทำไมจึงต้องมี LMS ใช้ในโรงเรียน ระบบเดิมที่เคยมีอยู่ เคยทำอยู่ก็ไม่ได้วุ่นวายอะไร ทั้งนี้เรามี แนวคิดเพื่อตอบคำถามโรงเรียนหรือสถานศึกษาเกี่ยวกับคำถามนี้ และเชื่อว่า จะทำให้หลายโรงเรียนเริ่มคิดและตระหนักได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำ LMS ในโรงเรียนของเรา เพื่อรองรับ Smart Education ในอนาคต

Smart Education ในอนาคต

  1. LMS จะสร้างความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยเราสามารถใช้งาน LMS ได้จากทุกที่และใช้อุปกรณ์ device ไหนก็ได้ในการเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น หากครูต้องสอนในชั้นเรียนหรือแก้ไขข้อมูลต่างๆ พวกเขาสามารถเชื่อมโยงเข้ากับนักเรียนทุกคนในห้องเรียนเสมือนจริงได้อย่างดี รวมถึงสามารถเข้าถึงเนื้อหาหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ ได้ทุกที่ ในระหว่างวันหยุดพักร้อนหรืออยู่ในช่วงการเดินทางก็ย่อมได้

  2. การใช้ LMS จะทำให้ระบบการทำงานในโรงเรียนเป็นเรื่องง่าย โดย LMS เป็นระบบที่สามารถใช้งานได้ง่าย มีการรวบรวมหลักสูตรของโรงเรียน คู่มือหัวข้อ และการฝึกอบรมทั้งหมดอยู่ใน platform เดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่การศึกษาสามารถเริ่มใช้งานและเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการเนื้อหาต่างๆได้ด้วยตัวเอง เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี

  3. ลดการอบรมหรือเรียนรู้ระบบ เด็กและครูสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีคำแนะนำใดๆ เลย LMS นั้นง่ายต่อการเรียนรู้วิธีใช้ แม้ครู นักเรียนหรือผู้ปกครองจะไม่เคยใช้มาก่อน หรือไม่มีความรู้ด้านไอทีมากนักก็ตาม

     

  4. สร้างประสิทธิผลสูงสุด ครูและนักเรียนสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากกระบวนการเรียนรู้ออนไลน์ด้วย LMS เนื่องจากความเรียบง่ายและประสิทธิภาพที่มีให้ในการดำเนินการทั้งหมด นอกจากนี้ ตัวเลือกยังสามารถปรับเปลี่ยนในแบบที่โรงเรียนต้องการได้อย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย

     

  5. มีระบบการลงทะเบียน การบริหารห้องเรียนรวมไปถึงห้องเรียนเสมือนจริง โดย LMS รองรับการลงทะเบียนห้องเรียนทั้งแบบดั้งเดิมและห้องเรียนเสมือน เพียงเลือกกิจกรรม มอบหมายผู้สอน แค่เพียงเท่านี้ นักเรียนก็สามารถเลือกลงทะเบียนได้อย่างง่ายดาย สามารถกำหนดหลักสูตรที่หลากหลายให้กับอาจารย์ผู้สอนที่แตกต่างกัน

     

  6. การลงระบบ LMS จะช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยแพลตฟอร์มจะเข้าไปมอนิเตอร์การเรียนการสอน เวลา และระบบงบประมาณ โดยโรงเรียนสามารถเพิ่มชั้นเรียนเป็นสองเท่าโดยใช้จำนวนครูเท่าเดิม และสามารถดูซ้ำเพื่อใช้ประโยชน์จากหลักสูตรออนไลน์

     

  7. LMS สร้างให้เกิดการสื่อสารภายในได้อย่างยอดเยี่ยม โดยระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ผ่านช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้าง เชื่อมต่อ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ให้ผู้ใช้แพลตฟอร์มทั้งหมดสามารถทำงานร่วมกันได้
classtune

Classtune เป็นบริษัท Startup ด้านการศึกษาจากบังคลาเทศ โดยทำระบบ LMS (Learning Managment Systems) ผ่าน Platform ที่อยู่บน Cloud 100% ตอบสนองกลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นโรงเรียนหรือสถานศึกษา รองรับการทำงาน Application บนมือถือ แท็ปเล็ต ใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android รวมไปจนถึง Computer, Notebook ระบบ MacOs และ Windows

Classtune เป็นระบบ LMS (Learning Managment Systems) ที่มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ

  • โรงเรียน
  • โรงเรียนกวดวิชา
  • โรงเรียนนานาชาติ
  • ชั้นเรียนเด็กพิเศษ
  • ชั้นเรียนเสริมต่างๆ ดนตรี กีฬา

ทั้งนี้หากท่านเป็นบุคคลากรทางการศึกษา หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถทดสอบการใช้งานฟรี พร้อมการให้คำปรึกษาที่จำเป็น ตอบสนองการเรียนการสอนในยุคใหม่ ผ่านทีมงานที่ปรึกษาการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ โดยแจ้งความจำนง มาได้ที่

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Email : marketing@optimus.co.th

ID Line : optimusthailand

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Classtune School Management

    Classtune เป็นเสมือนสมุดบันทึกออนไลน์ที่คอยบันทึกกิจวัตรประจำวันภายในโรงเรียนของนักเรียน

    Classtune, Collaborative

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์