ความเสี่ยงจากมัลแวร์ที่พบในช่วงปีที่ผ่านมา

จากการเก็บข้อมูลผ่าน Firewall box ของ WatchGuard ที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก พบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์หลายเรื่อง ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา จะพบว่า

  • พบว่ามีการโจมตีจาก Ransomware มากขึ้นถึงกว่า 105% และมีแนวโน้มการถูกโจมตีมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังพบการโจมตีในรูปแบบ  Ransomware-as-a-Service (RaaS) เช่นจาก REvil และ GandCrab ซึ่งให้บริการกับ Hacker ที่มีทักษะทางด้านไอที่ไม่มากนัก
  • มัลแวร์ที่มีลักษณะเป็น Zero day คิดเป็น 67% ของมัลแวร์ที่ตรวจพบ ซึ่งถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ มัลแวร์ที่พบจะไม่มีความซับซ้อนในการทำงานมากนัก แต่ก็ส่งผลถึงความกังวลในจำนวนที่มากขึ้น
  • ช่องโหว่ใน Microsoft Windows และ Microsoft Office ในเวอร์ชั่นเก่า หรือในเวอร์ชั่นที่ไม่ได้มีการอัพเดท patch ยังคงเป็นจุดที่ Hacker ใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อการเข้ามาโจมตีระบบ

การโจมตีผ่าน script ต่างๆ ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสามารถทำผ่านเครืองมือที่มีใช้กันอย่างแพร่หลาย อาทิ PowerSploit, PowerWare และ Cobalt Strike ซึ่งถึงแม้ว่า Hacker จะไม่มีความรู้ด้านเทคนิคมากนัก ก็สามารถเข้าไปเขียนได้

จากเหตุการณ์ต่างที่เกิดขึ้น เรามีมุมมองเบื้องต้นที่จะลดความเสี่ยงจากมัลแวร์ ต่างๆ เหล่านี้ได้แก่

  • หมั่นอัพเดทซอร์ฟแวร์ รวมถึง patch ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถโจมตีได้
  • ควรมี EPDR (Endpoint Protection, Detection and Response) เพิ่มเติมเข้าไปในระบบ นอกเหนือจาก Endpoint Protection เพื่อตรวจจับมัลแวร์บางประเภทที่มีความซับซ้อนในการทำงานมากกว่าในรูปแบบเดิม
  • ควบคุมและตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงและการดูแลระบบสม่ำเสมอและเคร่งครัด 

ทั้งนี้ออพติมุส มีทีมที่ให้คำปรึกษาในเรื่องของ Cyber Security ครอบคลุมและเป็นระบบ ผ่านบุคคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องการออกแบบ การ implement รวมถึงการประเมินระบบที่ใช้อยู่ปัจจุบัน สนใจ ติดต่อ

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Endpoint Security

    ยกระดับการป้องกันการถูกแฮกระบบ หยุดการคุกคามจากมัลแวร์ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

    Endpoint Security, Security, WatchGuard
  • WatchGuard Multi-Factor Authentication

    โซลูชั่นการยืนยันตัวตน ในรูปแบบแอพพลิเคชั่น รองรับการใช้งานทั้งบน Apple iOS และ Android

    Multi-Factor Authentication, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

คาดการณ์ตลาด Home Networks ปี 2022 โดย Commscope Ruckus

เราพบความเปลี่ยนแปลงของการเชื่อมต่อดิจิตัลในบ้านอย่างมากตัังแต่ Covid เกิดขึ้นมาเมื่อสองปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้ชีวิต ที่พึ่งการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม ลูกๆของเราเรียนทางออนไลน์ เมื่อเราต้องพบหมอช่องทางออนไลน์ก็ถูกใช้งานมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการทำงาน การประชุมผ่านทางออนไลน์จากที่บ้าน หรือ Work From Home ก็ดูจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว 

เรายังพบอีกว่า

  • หลายครอบครัวมีการอัพสปีดอินเตอร์เน็ตในบ้านให้มีความเร็วมากขึ้น เนื่องจากมีความจำเป็นในการใช้งานหรือการเรียนมากขึ้น ซึ๋งล้วนสนับสนุนการใช้งานออนไลน์ ต่างๆ แทบทั้งสิ้น
  • เราพบว่าการใช้งาน Wi-Fi ที่ดีในทุกมุม ทุกชั้นของบ้านเป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวเรียกร้องและต้องการมากๆ
  • เราพบว่าในหลายๆ ครอบครัว อุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อ Wi-FI มีมากถึง 18-20 Devices  ทั้งนี้ยังรวมถึงการใช้งานอุปกรณ์ที่เป็น Smart Home ต่างๆ ด้วย
  • Streaming ที่เกิดจากการดู VDO หรือเล่นเกมส์ออนไลน์คิดเป็น 90% ของ Bandwidth การสตรีมมิ่งที่ใช้กันในปัจจุบัน
  • ความเป็นส่วนตัวและความตระหนักถึงปลอดภัยของเครือข่ายในบ้าน เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงและให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

จากตัวอย่างข้างต้น เราคาดการณ์ว่าในปี 2022 นี้จะมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับสิ่งที่เราได้เรียนรู้ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา สรุปเป็นประเด็นต่างๆได้ดังนี้

  • Wi-Fi จะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ใน 3 กลุ่ม คือ Wi-Fi 6, Wi-Fi 6E และ Wi-Fi 7
    • ในปี 2022 อุปกรณ์ Wi-Fi ในบ้าน จะรองรับการใช้งาน Wi-Fi 6 มากขึ้น (ปัจจุบันอุปกรณ์ที่รองรับการทำงาน Wi-Fi 6 ในบ้านมีอยู่ประมาณ 10% ของอูปกรณ์ Wi-Fi ทั้งหมดและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ)
    • ในพื้นที่สาธารณะ เช่นห้างสรรพสินค้า คาดว่า Wi-Fi รุ่นเก่าจะถูกทดแทนด้วย Wi-Fi 6 ครอบคลุมพื้นที่สูงถึงกว่า 75% 
    • การเกิดขึ้นของ Wi-Fi 6E ที่ใช้ย่านความถี่ 6GHz จะมีการพูดถึงมากขึ้น รวมถึงในหลายประเทศคาดว่าจะมีการอนุญาตให้ใช้งานร่วมกับเครือข่าย 5G เพื่อรองรับความต้องการความเร็วในการเชื่อมต่อที่มากขึ้น
    • Wi-Fi 7 คาดว่าจะเริ่มมีต้นแบบผลิตภัณฑ์ออกมาราวปี 2023 แต่จะพบการทดลอง ทดสอบใน LAB จากนี้เป็นต้นไป
  • เทคโนโลยี PON โดยเฉพาะที่เป็น XGS-PON จะถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวางมากขึ้นทั้งจาก Operator และ ในองค์กร Enterprise มากขึ้น
    • เทคโนโลยี XGX-PON จะเป็น Backbone สำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีความเร็วระดับ 10Gbps และถูกใช้แพร่หลายมากขึ้น รองรับการทำงาน DOCSIS 4.0 ซึ่งจะเห็นการทดสอบตลอดในปี 2022 และคาดว่าจะออกผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานจริงในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2023
  • จะเกิดการใช้งาน อุปกรณ์ IoT ในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และมีการเชื่อมต่อ เชื่อมโยงกันกับทุกๆ อุปกรณ์ในบ้าน
    • ในปี 2022 จะเป็นปีเปิดตัว Matter เทคโนโลยีด้าน Chipset ที่จะนำเสนอสถาปัตยกรรมด้าน IoT เพื่อการใช้งานร่วมกัน ใน IoT ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพดีมากขึ้น
  • ผู้ให้บริการจะให้ความสำคัญกับ Streaming มากขึ้น ทั้งคุณภาพและความเร็ว
    • บริการสตรีมมิ่งเป็นแหล่งความบันเทิงที่หลากหลาย เราพบว่ามีความต้องการสตรีมมิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากผู้ให้บริการเพื่อให้บริการกับผู้บริโภคที่เน้นการสตรีมเป็นอันดับแรก และแน่นอนเราจะพบว่าจะยิ่งมีมากขึ้นกว่าเดิมอีกในปีนี้

เรารู้สึกว่าแนวโน้มเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วในวงกว้างซึ่งผลกระทบใน 2022 และต่อๆ ไปจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ฉะนั้นคุณเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนี้หรือยัง อ่านเพิ่มเติมจากบทความต้นฉบับได้ที่ : https://www.commscope.com/blog/2022/our-2022-predictions-for-home-networks/

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • CommScope Ruckus Ethernet Management Switches

    RUCKUS ICX เป็นตระกูลของสวิตช์ ให้การติดตั้งและการจัดการเครือข่ายง่ายขึ้น เพิ่มความปลอดภัย

    CommScope Ruckus, Ethernet Switches, Management Switches, Wired
  • CommScope Ruckus Access Points Accessories

    Access Point ที่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน

    Access Point, Access Points Accessories, CommScope Ruckus, Wireless

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

จาก Panda Security สู่ WatchGuard Endpoint สมบูรณ์แบบ

มีนาคม ปี 2020  WatchGaurd เข้าซื้อกิจการ Panda Security บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของ Endpoint Solution และเมื่อผนึกรวมกันกับ WatchGuard ผู้นำทางด้านซิเคียวริตี้ โซลูชั่นด้านความปลอดภัยซึ่งประกอบไปด้วย Network Firewall, Wi-Fi รวมไปถึงโซลูชัน MFA (WatchGuard Authpoint) ทำให้ การป้องกันภัยทางไซเบอร์เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมปิดทุกจุดความเสี่ยงได้อย่างดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้มีข้อสงสัยจากผู้ใช้ Panda Security เดิม ว่าหากต้องการอัพเกรดรุ่นเป็น WatchGuard Endpoint แล้วจะเทียบเคียงได้กับรุ่นใด และเพื่อให้เข้าใจแนวทางการอัพเกรดซีรีย์ต่างๆ ทางทีมงานจึงได้จัดทำข้อสรุปดังนี้

1.Panda Endpoint Protection และ Panda Endpoint Protection Plus จะถูกปรับเป็น WatchGuard EPP (Endpoint Protection Platform) ผลิตภัณฑ์ WatchGuard EPP เป็นมากกว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสในรูปแบบดั้งเดิมที่เป็น Signature base โดย WatchGuard Endpoint สามารถ หยุดมัลแวร์ แรนซัมแวร์ และภัยคุกคามที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ไม่รู้จักได้ และยิ่งไปกว่านั้น WatchGuard EPP ยังสามารถจัดการผ่านคอนโซลบนคลาวด์ที่ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ไม่รบกวนประสิทธิภาพของพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่ใช้

2.Panda Adaptive Defense อัพเกรดฟีเจอร์มาเป็น WatchGuard EDR (Endpoint Detection and Response) ซึ่งแม้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็น Antivirus หรือ Endpoint ทั่วไปจะมีความสำคัญสำหรับการสแกนเพื่อค้นหาภัยคุกคาม ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็มีข้อจำกัดหากไม่มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสามารถในการจัดการการโจมตีขั้นสูงอื่น เช่น APTs, exploits หรือการจัดการที่เป็น fileless ฉะนั้นการเพิ่ม WatchGuard EDR เสริมเข้าไปกับ Antivirus หรือ Endpoint ปลายทางเดิม จะช่วยเติมเต็มช่องว่างสำหรับการรักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทางที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

3.Panda Adaptive Defense 360 ปรับเป็น WatchGaurd EPDR (Endpoint Protection, Detection and Response) WatchGuard EPDR นำความสามารถ Endpoint Protection (EPP) และ Endpoint Detection and Response (EDR) มารวมกันเป็นผลิตภัณฑ์เดียว โดยรวมข้อเด่นของสองผลิตภัณฑ์เข้าไว้ร่วมกัน  เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด ปลอดภัยจากภัยคุกคามที่มีความซับซ้อน และมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน

ลูกค้าสามารถเลือกใช้ WatchGuard Endpoint Solution ที่เหมาะกับองค์กรได้แล้ววันนี้
และ พิเศษทดลองใช้ฟรี 30 วัน

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Endpoint Security

    ยกระดับการป้องกันการถูกแฮกระบบ หยุดการคุกคามจากมัลแวร์ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

    Endpoint Security, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เก็บตกงาน Optimus Webinar “เจาะลึก Webroot Endpoint Security พร้อมเทคโนโลยี AI ที่ฉลาดที่สุดแล้ววันนี้”

องค์กรของเรามีการป้องกันภัยทางไซเบอร์ได้ดีเพียงพอหรือยัง คำถามนี้น่าจะอยู่ในใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผ่ายไอทีที่มีส่วนรับผิดชอบกับระบบความปลอดภัยขององค์กร ทั้งนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจในปี 2021 ที่ผ่านมา พบว่า

  • ในปีที่ผ่านมา มีมัลแวร์เกิดขึ้นใหม่มากกว่า 170 ล้านตัว หรือตกเฉลี่ยเกิดขึ้นใหม่ถึงวันละ 400,000-500,000 ตัวเลยทีเดียว
  • 71% ขององค์กรที่โดนโจมตี มีพนักงานน้อยกว่า 100 คน นั่นแสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน เหยื่อของการโดนโจมตี ไม่ได้มีแต่เฉพาะบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น
  • Malware มีรูปแบบการโจมตีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โจมตีอย่างต่อเนื่อง หวังผลสำเร็จ ผ่าน APT, Adware, Ransomware เป็นต้น

นอกจากมัลแวร์ใหม่ๆ ที่เราตรวจพบ เรายังตรวจเจอภัยไซเบอร์อื่นๆเพิ่มเติม อีก เช่น Phising Sites ที่ถูกทำเลียนแบบ Website จริงของธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อหลอกให้เราใส่ข้อมูลส่วนตัวลงไป ในฝั่งไฟล์ OffLine ก็พบการสร้างไฟล์เพื่อฝังมัลแวร์ไว้มากกว่า ล้านไฟล์ต่อวัน

 

Webroot เป็น Advance NextGen Antivirus มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทำงานเป็น cloud base และมีการป้องกันในแบบ Multi-Threat vector Protection ทั้งนี้มีผู้ใช้งาน Webroot มากกว่า 50 ล้าน Users อีกทั้ง Webroot ยังเป็น NextGen Antivus ที่ทำ OEM ให้กับบริษัทไอทีชั้นนำอีกกว่า 90 บริษัท โดยถือได้ว่าครองอันดับหนึ่งในตลาด OEM เลยทีเดียว 

 

ทั้งนี้หากอธิบายถึงความเป็น Cloud base ที่ Webroot เป็น เปรียบเทียบกับ Signature base ซึ่งใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยเป็นเทคโนโลยีในรูปแบบเดิม การ update database จะมาเก็บไว้ที่ agent ที่เป็นเครื่องปลายทาง ซึ่งจะพบว่ามีปัญหาเรื่องการกินพื้นที่ Harddisk  รวมถึงกิน resource ของเครื่องมาก นอกจากนี้ที่สำคัญ การป้องกันของ Signature base จะเป็นการป้องกันในแบบที่เป็น Single Vector Attacks ซึ่งปัจจุบัน การโจมตีได้เปลี่ยนรูปแบบไปมากแล้ว อาทิการโจมตีของมัลแวร์ในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า  Polymorphic Malware โดยจะเป็นการโจมตีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น มีการเปลียนแปลงการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลบการตรวจจับ เช่นเปลียนชื่อ ย้ายที่อยู่ สร้างไฟล์ใหม่ และทำจนกว่าจะสำเร็จ

ทั้งนี้จากข้อมูลยังพบอีกว่า

  1. การโจมตีในปัจจุบันถึงกว่า 90% จะเป็นการโจมตีในรูปแบบ Multi Vector ซึ๋ง Antivirus ในแบบเดิมไม่สามารถป้องกันหรือจัดการได้ 
  2. 94% ของมัลแวร์ที่เกิดขึ้น เป็น Unique Malware หรือเป็น มัลแวร์ที่ยังไม่มีใครรู้จักมาก่อนฉะนั้นการทำงานที่เป็น Signature ฺbase Antivirus จะไม่สามารถจัดการได้

Advance NextGen Antivirus ของ Webroot เป็นการทำงานที่อาศัยข้อมูลที่เป็น Big Data + AI เข้ามาเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ ชุดข้อมูล เมื่อมีการใช้งานไฟล์ต่างๆ ในระบบ การทำงานของ Webroot จะทำการ scan ไฟล์ด้วยการดึง Files Hash ออกมา (เป็นเลขชุดที่บอกรายละเอียดของไฟล์) โดยข้อมูลชุดนี้ ก็จะถูกส่งไปที่ Cloud ซึ่งมีฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยทางไซเบอร์ที่อยู่บน Cloud ซึ่งจะเป็นการเทียบกับฐานข้อมูล Internet Sensor Network + Global Threat Database+ Security Partner (WEBROOT OEM Partner) + WEBROOT Customer ซึ่งทั้งนี้ไม่ได้ดูแค่มัลแวร์นั้นว่ามีหรือไม่ใน database เท่านั้น  แต่จะดูไปถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่ มัลแวร์ต้องสงสัยแสดงออกมา เทียบเคียงเพื่อดูความเป็นไปได้ว่า Behavior นี้มีโอกาสเป็นภัยกับระบบมากน้อยเพียงไร ผ่าน AI และ Machine Learning ซึ่งผลที่ได้ จะทำให้มั่นใจว่า ระบบที่ถูกป้องกัน โดย Webroot จะมีความปลอดภัย สามารถป้องกันการโจมตีได้มากกว่า

WEBROOT Threat Intelligence Platform

WEBROOT ยังมี Console ที่เรียกว่า “GSM” ไว้คอยควบคุม มอนิเตอร์ รวมถึงจัดการต่างๆ ผ่าน Dashboard ที่เป็นระบบ Cloud เช่นกัน เพื่อทำให้การบริหารความปลอดภัยเป็นไปได้อย่างสะดวกและง่ายดายมากขึ้น  

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สนใจหรือต้องการทดสอบ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายขายของทางบริษัท 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

WatchGuard กับอีกความสำเร็จในปี 2021 ที่ผ่านมา

WatchGuard Achieves the Highest Recognitions

G2 และ TrustRadius สองค่ายยักษ์ใหญ่ที่ได้รับความเชื่อถือในการให้ความคิดเห็นรวมถึงรีวิวสินค้าด้านเทคโนโลยี ที่มีชื่อเสียงได้ประกาศผลรางวัลล่าสุด และเป็นอีกครั้งที่ WatchGuard โซลูชั่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้รับโอกาสในการได้รับคะแนนสูงสุด รวมถึงรางวัลอื่นๆ อีก 7 รางวัลจาก TrustRadius และ 11 รางวัลจาก G2

ทั้งนี้รางวัลจากทั้งสองค่ายที่ได้ มีเกณฑ์พิจารณาการให้รางวัลจาก คุณสมบัติด้านผลิตภัณฑ์ ราคาที่สมเหตุสมผล โดยประเภทของรางวัลที่ได้จาก TrustRadious มาจากกลุ่ม EndPoint Security, Authentication System และ Firewall Software ประเภทรางวัลที่ได้จาก G2 มาจาก Multi-Factor Authentication, Antivirus Software และ Firewall Software

โดยการประเมินและข้อวิจารณ์ที่เราได้รับผ่านโปรแกรมนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้นโดยพิจารณาจากบทวิจารณ์ที่เป็นกลาง นอกจากนี้ยังช่วยให้เราใช้ประโยชน์จากเสียงตอบรับของลูกค้าของเราผ่านช่องทางการขายและการตลาดของเรา และใช้ความคิดเห็นของพวกเขาเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Multi-Factor Authentication

    โซลูชั่นการยืนยันตัวตน ในรูปแบบแอพพลิเคชั่น รองรับการใช้งานทั้งบน Apple iOS และ Android

    Multi-Factor Authentication, Security, WatchGuard
  • WatchGuard Firewall Appliances

    Next-generation Firewall ที่ถูกออกแบบมาครบถ้วนด้วยฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยในอุปกรณ์เดียว

    Firewall Appliances, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

[WatchGaurd] ความเสี่ยงของ Log4J2

จากข่าวที่เกิดการตรวจพบช่องโหว่ภายใต้ Code CVE-2021-44228 หรือที่เรียกกันว่า “Log4Sheell” หรือ “LogJam” ซึ่งหากท่านเป็นลูกค้าผู้ใช้งาน WatchGuard ไม่ว่าจะเป็น Firebox, WatchGuard System Manager, Dimension, WatchGuard EPDR หรือแม้กระทั่ง Panda AD360 ท่านจะไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใด จะพบเฉพาะ WatchGaurd Cloud Component เพียงบางตัวเท่านั้น และทั้งนี้ทาง WatchGaurd ได้เข้าไปทำการอัพเดทการป้องกันเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ทาง WatchGuard ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นเพิ่มเติม นอกจากนี้ทาง WatchGuard ยังได้ออก IPS Signature ให้กับกลุ่มลูกค้าของทาง WatchGuard เพื่อใช้ป้องกันการจู่โจมให้กับผู้ใช้งาน WatchGuard ไว้แล้วด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ช่องโหว่ภายใต้ Code CVE-2021-44228 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “Log4Shell” หรือ “LogJam” ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เปิดให้สามารถ Run Code ได้จากระยะไกล หรือ Remote Code Execution โดยผู้ร้ายจะใช้ช่องโหว่นี้ในการควบคุม Log หรือพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง จนสามารถควบคุมระบบ และสามารถเรียกแอปพลิเคชั่นจาก host ภายนอกที่เป็นอันตรายจนทำให้ระบบเกิดความเสียหายได้

หากคุณเป็นลูกค้า WatchGuard Firebox, WatchGuard System Manager, Dimension, WatchGuard EPDR และ Panda AD360 จะไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนประกอบ WatchGuard Cloud หลายตัวรวมถึง Threat Detection and Response และ AuthPoint กำลังเรียกใช้ log4j2 เวอร์ชันที่มีช่องโหว่ แต่ใช้เวอร์ชันของ JVM ที่ไม่เสี่ยงต่อเวกเตอร์การโจมตี LDAP ทั่วไปและไม่สำคัญ นอกจากนี้ เราได้อัปเดตส่วนประกอบเหล่านี้ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เรากำลังดำเนินการตรวจสอบภายในอย่างต่อเนื่องเพื่อหาผลกระทบเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้เรายังได้เผยแพร่ลายเซ็น IPS เพื่อตรวจจับการโจมตีที่กำหนดเป้าหมายช่องโหว่นี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของปัญหานี้ในแต่ละผลิตภัณฑ์ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://techsearch.watchguard.com/KB?type=Security%20Issues&SFDCID=kA16S000000SNnuSAG&lang=en_US

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Multi-Factor Authentication

    โซลูชั่นการยืนยันตัวตน ในรูปแบบแอพพลิเคชั่น รองรับการใช้งานทั้งบน Apple iOS และ Android

    Multi-Factor Authentication, Security, WatchGuard
  • WatchGuard Firewall Appliances

    Next-generation Firewall ที่ถูกออกแบบมาครบถ้วนด้วยฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยในอุปกรณ์เดียว

    Firewall Appliances, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ให้ WatchGaurd Authpoint เป็นอีกหนึ่งโซลูชั่น MFA แบบใหม่เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด

มีการคาดหมายกันว่า ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ MFA Solution จะมีมูลค่าตลาดสูงถึงราว สองหมื่นหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2027 ทั้งนี้เกิดจากองค์กร ผู้ใช้งานต่างตระหนักถึงการเสริมความปลอดภัยให้กับระบบ ป้องการโจมตีทางไซเบอร์ การโจรกรรมข้อมูลและการละเมิดต่างๆ ซึ่ง WatchGuard AuthPoint เป็นโซลูชั่น MFA ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนของสินค้า MFA ในรูปแบบเดิมๆ จัดการง่าย ผ่าน Cloud ทำให้การดูแลความปลอดภัยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา

เพราะอะไร ลูกค้าจำนวนมากจึงเลือกใช้ WatchGuard AuthPoint

      1. ติดตั้งง่ายดูแลง่าย 

โดยการเปิดใช้งาน AuthPoint MFA สิ่งที่คุณต้องทำเพียงทำตามลำดับขั้นตอนที่แนะนำใน WatchGuard Cloud ขณะติดตั้ง พร้อมกำหนดตั้งค่าผู้ใช้ ซึ่งรวมไปถึงจะลดเวลาฝึกอบรมด้านไอทีเพื่อการดูแลระบบไปด้วย

      2. Cloud-based Solution

AuthPoint ได้รับการออกแบบให้เป็นโซลูชัน MFA ที่ใช้งานง่าย มีการจัดการแบบรวมศูนย์ทุกอย่างสามารถจัดการได้อย่างสมบูรณ์บน WatchGuard Cloud โดยผู้ที่ดูแลระบบสามารถดูรายงานและการแจ้งเตือน AuthPoint กำหนดการตั้งค่าต่างๆ หรือในกรณีที่ให้บริการผ่าน Managed Service (MSP) ผู้ให้บริการก็สามารถจัดการโทเค็นทั้งหมดได้จากที่เดียว

       3. ราคาเป็นธรรม

ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงกับ AuthPoint ลูกค้าสามารถเข้าถึงคุณสมบัติทั้งหมด รวมถึงการป้องกันต่างๆ ผ่าน MFA ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการตรวจสอบสิทธิ์มือถือ เว็บพอร์ทัล การเข้าสู่ระบบของพนักงาน VPN และอื่นๆ โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าค่ากาแฟหนึ่งแก้วต่อวันเสียอีก

      4.สามารถใช้งานได้ทั้งบน Windows และ MAC OS

AuthPoint สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งบน Windows หรือ macOS และหากไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ก็จะยังสามารถใช้งานบน OTP ได้ หรือสามารถสร้างใหม่ได้โดยใช้ QR Code Reader ก็ได้ด้วยเช่นกัน

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Multi-Factor Authentication

    โซลูชั่นการยืนยันตัวตน ในรูปแบบแอพพลิเคชั่น รองรับการใช้งานทั้งบน Apple iOS และ Android

    Multi-Factor Authentication, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

WatchGuard Appliance Sizing Tools เครื่องมือเพื่อการเลือกรุ่น WatchGaurd ได้อย่างง่ายดาย

จะพบว่าการเลือก Firewall Box ในรุ่นที่เหมาะสมสำหรับหลายคนคงเป็นเรื่องที่ยาก และทำเอาสับสนพอสมควร ทั้งในกรณีที่เลือกใช้เองในบริษัท รวมถึงการเลือกเพื่อนำเสนอราคาให้กับลูกค้าต่ออีกที ทั้งนี้ WatchGaurd ผู้นำเทคโนโลยีด้าน Security Solution ซึ่งประกอบไปด้วย Network Firewall, Endpoint Security รวมไปถึงโซลูชัน MFA (WatchGuard Authpoint) ได้เห็นถึงปัญหา จึงได้ทำ Web Application แบบง่าย เพื่อเป็น checklist รวมถึงเป็น Guideline เบื้องต้น ที่จะทำให้ท่านสามารถเลือก Firewall box ได้อย่างเหมาะสม

โดยขั้นตอนเริ่มต้นที่ใส่จำนวน User ลงไปในฟอร์ม เพียงเท่านี้ ระบบก็จะเลือกรุ่นที่เหมาะสมให้ แต่ทั้งนี้หากมีความต้องการพิเศษใดๆ เพิ่มเติม สามารถระบุเพิ่มเติมได้ใน Droplist ต่างๆ เช่น อยากกำหนดลึกไปถึงจำนวน Throughput Mbps ที่ต้องการ หรือการเลือกพอร์ต SFP ที่ไปเชื่อมกับระบบเดิมในแบบต่างๆ ทั้ง 1Gbps หรือ 10Gbgs หรือแม้กระทั่งการใช้งาน VPN ที่สามารถระบุจำนวนที่ต้องการในส่วนของ Office VPN หรือ Moblie VPN ก็มีให้เลือกตามสภาพแวดล้อมของระบบที่เรากำลังดูแลอยู่

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถที่จะเลือก Firebox รุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราหรือลูกค้าของเราได้ทันที

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Endpoint Security

    ยกระดับการป้องกันการถูกแฮกระบบ หยุดการคุกคามจากมัลแวร์ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

    Endpoint Security, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เปิด 5 จุดเด่น เทคโนโลยี GPON เพื่อตอบสนองโลกอนาคต

DZS ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมต่อ fiber boardband ได้ประกาศความร่วมมือกับ Freedom Fiber เพื่อนำเสนอโซลูชั่นให้กับทางกลุ่มโทรคมนาคมขนาดใหญ่ TalkTalk Group  (TalkTalk Group เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่จากประเทศอังกฤษ มีการให้บริการครอบคลุมในธุรกิจเคเบิ้ลทีวี โทรคมนาคม บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และ เครือข่ายมือถือ — ผู้เรียบเรียง) ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานเดิมมากกว่า 4 ล้านคนทั่วประเทศ โดยมีแผนการขยาย เพิ่มฐานลูกค้าใหม่อีก 130,000 ราย โดยจะเริ่มปูพรมจากลูกค้าในเขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ (เขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามของประเทศอังกฤษ รองจากทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ และ ลอนดอน — ผู้เรียบเรียง) 

“ผู้ใช้งานโดยเฉพาะเขตที่พักอาศัย ล้วนแล้วแต่ต้องการแบนด์วิธอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น และด้วย เทคโนโลยี PON จะทำให้โซลูชั่นของ TalkTalk ที่วางแผนไว้ สามารถเกิดขึ้นจริงได้” Charlie Vogt , Prisident และ CEO ของทาง DZS กล่าวเพิ่มเติม “ด้วยเทคโนโลยีของ DZS บวกกับประสบการณ์ของทาง Freedom Fibre จะทำให้ผู้ใช้งาน TalkTalk ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากขึ้น รวมถึง การบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายการลงทุนต่างๆ ของทาง TalkTalk ก็จะทำให้ช่วยลดต้นทุน รวมถึงสามารถสร้างเซอร์วิสใหม่ขึ้นมาให้กับฐานลูกค้าของ TalkTalk เองเพิ่มเติมได้อีกด้วย ซึ่งก็จะถือได้ว่าเป็นโซลูชั่นที่ winwin กับทุกๆ ฝ่าย”

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ทาง DZS เลือกใช้สำหรับโซลูชั่นของทาง TalkTalk นี้ประกอบไปด้วย

  • DZS Velocity เป็น Boardband Access Solution ที่เน้นการจัดการและบริหารเครือข่ายที่ง่าย รองรับการขยายงาน FTTx ในรูปแบบต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะ DZS Velocity 14 ที่ถูกใช้ในงานนี้ เป็นรุ่นใหญ่ ประสิทธิภาพสูง ติดตั้งได้ในสภาพแวดล้อมภายในอาคารได้โดยตรงไม่ต้องอยู่ในห้อง Server ถูกออกแบบเพื่อการบริหารเครือข่าย xPON เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต
  • DZS Helix เป็นโซลูชั่น ONTs ที่รองรับการทำงาน IP Voice, data และ Video โดยรุ่นที่ถูกนำมาใช้งานนี้คือ X-Series 5302 ซึ่งมีความเสถียรในการทำงาน รอบรับการใช้งาน bandwidth ที่่สูงบนสายไฟเบอร์ ง่ายต่อการดูแลรักษา

“ในนามของ Freedom Fibre พวกเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain โดยเฉพาะโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจากสถานการณ์ Covid 19 และด้วยความร่วมมือจากทาง DZS ผู้นำเทคโนโลยีด้าน GPON และ XGS-PON เรามีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ในขณะเดียวกัน ก็ลดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนให้กับโอเปอเรเตอร์ไปพร้อมๆ กัน”

Darren Woods CFO ของทาง Freedom Fiber กล่าวสรุป

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • DZS (GPON)

    GPON เทคโนโลยีการเชื่อมต่อบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ที่ให้ Bandwidth การใช้งานสูงกว่าเทคโน

    DZS

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

CommScope Ruckus MSRP Price Adjustment

จากปัญหาไวรัส Covid  ได้ก่อให้เกิดปัญหา Chipset ขาดตลาด รวมไปถึง โรงงานหลายแห่งได้หยุดดำเนินการเป็นการชั่วคราวตามคำสั่งของรัฐบาลของหลายประเทศ ส่งผลให้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เน็ตเวิร์ค Switching Hub ไม่สามารถผลิดได้ ส่งผลต่อ Supply Chain ทั่วโลก ซึ่งทาง CommScope Ruckus พยายามยามอย่างเต็มที่ในการทำให้ทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่จะพบว่าหลายๆ เวนเดอร์ โดยเฉพาะ Enterprise Network ประสบปัญหาอย่างเดียวกัน จึงมีผลทำให้ต้องมีการปรับราคาสินค้าหลายตัว ซึ่งตัวแทนจำหน่ายพันธมิตรทุกท่านคงได้รับจดหมายแจ้งรายละเอียดพร้อม FAQ รวมถึงประกาศใน Partner Portal ไปแล้วนั้น โดยจะมีผลตามประกาศตั้งแต่วันที่ 2 มค 2022 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ รายละเอียดของการปรับราคา รวมถึง FAQ ต่างๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ CommScope Ruckus Portal ตาม Link ที่ได้แนบมา หรือ ลิงค์ด้านล่างนี้

https://partners.ruckuswireless.com/msrp-price-adjustment-partner

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • CommScope Ruckus Ethernet Management Switches

    RUCKUS ICX เป็นตระกูลของสวิตช์ ให้การติดตั้งและการจัดการเครือข่ายง่ายขึ้น เพิ่มความปลอดภัย

    CommScope Ruckus, Ethernet Switches, Management Switches, Wired
  • CommScope Ruckus Access Points Accessories

    Access Point ที่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน

    Access Point, Access Points Accessories, CommScope Ruckus, Wireless

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์