Ruckus CommScope โชว์โซลูชั่นสุดเจ๋ง สำหรับ SMEs

ปฎิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจหลังจากนี้ไปจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจกลางหรือขนาดเล็กที่ต้องมีการปรับตัว ไม่แพ้กันกับธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจจะสามารถอยู่รอดได้ ก็ด้วย technology ที่เหมาะสมทันต่อความเปลี่ยนแปลง ในออฟฟิส ลักษณะการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเฉพาะ หลัง Covid 19 การนั่งทำงานในออฟฟิสจะมีข้อกำหนดที่มากขึ้น การทำงานในออฟฟิส ต้องสามารถใช้งานได้ทุกที่ สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์หลากหลาย ประเภท มีการนำเอาอุปกรณ์ของตัวเองเข้ามาใช้งานในระบบมากขึ้น (BYOD) หรือแม้กระทั่งที่นั่งก็จะไม่ fix สามารถย้ายไปนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ และ WiFi จะกลายเป็น Infrastructure ที่สำคัญที่จะทำให้ไอที สามารถบรรลุ หรือ จัดการองค์กรได้ตามที่วางแผนไว้

แต่ปัญหาของธุรกิจ SMEs ที่เจอ ปัญหาสำคัญคือเรื่องของบุคคลากร ที่หน้างาน ไอทีแต่ละคน ก็ต้องดูแลในหลายระบบ ไม่เหมือนบริษัทใหญ่ที่จะมีทีมงานจำนวนมาก ที่สามารถเข้าไปจัดการในส่วนต่างๆ ตามความชำนาญเฉพาะได้

ทาง Ruckus Commscope ขอเสนอ

ระบบบริหารจัดการ Wireless ใน 2 รูปแบบ
ที่จะทำให้การจัดการบริหารเครือข่ายเป็นได้ง่ายขึ้น ลดความวุ่นวาย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขั้นสูงสุด

Ruckus Unleashed

เป็นสถาปัตยกรรมของ Ruckus Wireless ที่ทำให้เราสามารถบริหาร จัดการ หรือ มอนิเตอร์ AP ในระบบได้โดยไม่ต้องใช้ Wireless Controller เลย (Controller-Less Architecture) โดยระบบจะเลือก Access Point แล้ว assign AP ตัวดังกล่าวเป็น Virtual controller สั่งงานผ่าน Browser หรือ Application สามารถใช้งานสูงสุด ถึง 128 APs ซึ่งทำให้การจัดการ และตรวจสอบปัญหาหากเกิดขึ้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

Ruckus Cloud Wi-Fi

เป็นแพลตฟอร์มการจัดการเครือข่าย ที่ช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมไปยังผู้ใช้ได้อย่างง่ายดาย ทีมงานไอทีสามารถจัดเตรียม จัดการ เพิ่มประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาเครือข่ายแบบมีสายและไร้สายได้อย่างง่ายดายผ่าน Cloud ของทาง Ruckus ซึ่งนอกจากการจัดการที่ง่ายแล้ว ยังสามารถบริหาร CAPEX และ OPEX ของทางบริษัทได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องจ่ายเงินก้อนเพื่อการลงทุนสำหรับ Wireless Controller อีกด้วย

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

หากท่านต้องการปรึกษาเพื่อให้ทางออพติมุสแนะนำอุปกรณ์/โซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับองค์กรของท่าน เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • CommScope Ruckus Access Points Accessories

    Access Point ที่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน

    Access Point, Access Points Accessories, CommScope Ruckus, Wireless

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ภัยทางไซเบอร์และเหตุการณฺ์ที่เจอในปี 2021

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Microsoft ได้ประกาศแบน 42 โดเมน ที่มีการฝังมัลแวร์ไว้ โดยเชื่อว่าเป็นการกระทำโดยกลุ่มแฮกเกอร์จีน ที่เรียกตัวเองว่า “APT15” โดยหากเหยื่อหลงเชื่อแล้วเข้าไปคลิ๊ก ก็จะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ hacker สามารถเข้าถึง Server หรือระบบได้ในที่สุด

พบว่า archive.org ซึ่งเป็น web portal ชื่อดัง ก็ถูก hacker วาง Script ไว้ซึ่งเกี่ยวข้อง กับมัลแวร์ที่มีชื่อว่า “AgentTesla” ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหน้า Portal ดังกล่าวจะถูกใช้เป็น Host สำหรับมัลแวร์เพื่อใช้โจมตีทางไซเบอร์ในอนาคต

Phising ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งของเหล่า Hacker ที่ถูกใช้มากในปีนี้ และดูเหมือนอุตสาหกรรมการเงิน โดยเฉพาะธนาคาร หรือสถาบันการเงินจะได้รับผลกระทบมากทีสุด ลูกค้าหลายรายของ Chase Personal Banking ถูกหลอกจากอีเมลล์ปลอม ที่มีข้อความประมาณว่า “โปรดตรวจสอบยอดจากใบแจ้งยอดบัตรเครดิตของท่านได้จาก link นี้” ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อ ก็จะกดแล้วถูกพาไปที่ Landing Page เพื่อหลอกขอรายละเอียดธนาคารต่างๆ ซึ่งข่าวนี้เป็นข่าวดังเพราะ อีเมลล์ link ปลอมนี้หลุดจากตัวกรองของตัวกรองสแปมเจ้าดังหลายอัน เช่น Microsoft Exchange Online Protection และ Microsoft Defender ของ Office 365

หรือแม้กระทั่ง Facebook ก็ยังถูกกลายเป็นช่องทางที่หากเหยื่อโดนหลอกคลิ๊กฆษณา ก็จะไปสู่ Page ทีมีมัลแวร์ฝังอยู่ เช่น CopperStealer ซึ่งมัลแวร์จะขโมยข้อมูลส่วนตัวในที่สุด

จากตัวอย่างข้างต้นพบว่า เหล่า Hacker ยังคงพัฒนาวิธีการโจมตีที่จะซับซ้อนมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เชื่อผ่าน เทคโนโลยีที่มึความซับซ้อน หรือเล่นกับจิตวิทยาที่จะทำให้เหยื่อเชื่อและหลงเข้ามาคลิ๊ก ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราชาวไอที ควรจะได้มีการระวังป้องกัน ทั้งในการให้ความรู้กับบุคลากรในองค์กร รวมถึงหมั่น Update Security Services ต่างๆ อยู่เสมอ

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Endpoint Security

    ยกระดับการป้องกันการถูกแฮกระบบ หยุดการคุกคามจากมัลแวร์ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

    Endpoint Security, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ภัยทางไซเบอร์ที่มาพร้อมกับเทศกาลแห่งความสุข และแนวทางป้องกัน ด้วย Antivirus Ransomware

เทศกาลปีใหม่ใกล้ นักช็อปก็ยิ่งเตรียมตัวช็อปออนไลน์มากขึ้น ซึ่งท่านรู้หรือไม่ว่าสถิติอาชญกรรมทางไซเบอร์ในช่วงนี้ก็มีมากขึ้นตามกัน โจรไซเบอร์ไม่ได้หยุดวันปีใหม่ แต่กลับพบอัตราการโจมตีที่ขึ้นมาขึ้นในช่วงนี้ เพราะเหยื่อขาดความระวังมากขึ้น โอกาสที่จะทำให้เหยื่อโดนหลอกจากส่วนลด 50%-60% ที่จูงใจให้คลิก ข้อมูลจากธนาคารแสดงจำนวนเงินที่ใช้ในบัตรเครดิต แต้มหมดอายุที่ต้องรีบใช้ต่างๆ   ถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาถึงความสำคัญของการป้องกันภัยทางไซเบอร์ด้วยโปรแกรม Antivirus

โปรแกรม Antivirus คืออะไร

Antivirus เป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อค้นหา ป้องกัน ตรวจจับ และลบไวรัส ก่อนที่ไวรัสจะมีโอกาสสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ของคุณ Antivirus ทำงานโดยดำเนินการตรวจจับ สแกน และกำจัดไวรัสตามพฤติกรรม อีกทั้ง Antivirus ยังสามารถป้องกันซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอื่นๆ เช่น โทรจัน เวิร์ม แอดแวร์ เป็นต้น

เราจำเป็นต้องมีโปรแกรม Antivirus หรือไม่

บอกเลยว่า “จำเป็นอย่างมาก” ตามรายงานจาก Webroot BrightCloud ปี 2021 พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว 18.8% ของเครื่อง PC ในแอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ติดไวรัสในปี 2020

Antivirus จะป้องกันภัยคุกคามโดยการรักษาความปลอดภัยไฟล์เพลง แกลเลอรี่ภาพ และเอกสารสำคัญทั้งหมดของคุณจากการถูกทำลายโดยมัลแวร์ที่เป็นอันตราย Antivirus ทำให้ผู้ใช้ได้รับการเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับ website ที่เป็นอันตราย  Antivirus ยังสแกนพวก Dark Webเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลของคุณถูกโจมตีหรือไม่ การป้องกันไวรัสที่ครอบคลุมจะให้การป้องกันด้วยรหัสผ่านสำหรับบัญชีออนไลน์ผ่านการเข้ารหัสที่มีปลอดภัยสูงอีกด้วย

Webroot เป็นโปรแกรม Antivirus ที่ทำงานผ่าน Cloud ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งาน เป็นระบบ Endpoint Protection ที่จะให้คุณสามารถ ปกป้องเครื่องของคุณได้อย่างดีเยี่ยมจากภัยคุกคามที่หลากหลาย อาทิ ไวรัส (โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รันระบบ Windows และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ เวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) เป็นระบบป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบ Cloud-based รูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของVirus) มัลแวร์ (Malware) โทรจัน (Trojan) การล่อลวง (Phishing) มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สปายแวร์ (Spyware) การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Browser-based Attacks) มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ (Cryptojacking) ด้วยการทำงานแบบ Cloud based 100%  จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

เมื่อ Webroot พบไฟล์หรือโพรเซสใหม่ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นภัยคุกคาม Agent ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์จะติดตาม และบันทึกการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ถ้าพบว่าไฟล์หรือโพรเซสดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์ Agent ก็จะกำจัดมัลแวร์ทิ้งและย้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบที่เกี่ยวข้องให้กลับไปอยู่ในสถานะก่อนที่จะติดมัลแวร์

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สนใจหรือต้องการทดสอบ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายขายของทางบริษัท 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection

Webroot ตัวช่วยปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายองค์กรของคุณ

ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัส จากประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถป้องกันไวรัสได้หลากหลายชนิด อย่างมีประสิทธิภาพ ไวรัสสปายแวร์, Keyloggers, Rootkits และภัยคุกคามออนไลน์อื่นๆ

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection

(Cloud-based AntiVirus Solution)

ระบบ Endpoint Protection ที่จะให้คุณสามารถ ปกป้องเครื่องของคุณได้อย่างดีเยี่ยมจากภัยคุกคามที่หลากหลาย อาทิ ไวรัส (โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รันระบบ Windows และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ เวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) เป็นระบบป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบ Cloud-based รูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของVirus) มัลแวร์ (Malware) โทรจัน (Trojan) การล่อลวง (Phishing) มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สปายแวร์ (Spyware) การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Browser-based Attacks) มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ (Cryptojacking) ด้วยการทำงานแบบ Cloud based 100%  จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

นอกจากนี้ เมื่อ Webroot พบไฟล์หรือโพรเซสใหม่ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นภัยคุกคาม Agent ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์จะติดตาม และบันทึกการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ถ้าพบว่าไฟล์หรือโพรเซสดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์ Agent ก็จะกำจัดมัลแวร์ทิ้งและย้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบที่เกี่ยวข้องให้กลับไปอยู่ในสถานะก่อนที่จะติดมัลแวร์

คุณสมบัติและความสามารถ (Features)

1. ติดตั้งง่ายและเร็ว
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ทรงพลัง และใช้เวลาเพียง 30 วินาทีในการติดตั้งโปรแกรม Agent ของ Webroot ลงในเครื่อง และสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีติดตั้งอยู่ในเครื่องได้อย่างราบรื่น ทำให้มีความคล่องตัวทั้งในการทดลองใช้งาน การติดตั้งใหม่ หรือแม้แต่การติดตั้งทดแทนโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวเดิม ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวใหม่จะส่งผลกระทบกับการทำงานของพนักงาน

 

2. จัดการเรื่องความปลอดภัยได้จากส่วนกลางผ่าน Management Console

จัดการความปลอดภัยให้กับคอมพิวเตอร์ และเซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องในองค์กรด้วยการควบคุมจากส่วนกลางผ่าน Management Console ที่เปิดโอกาสให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบสถานะ และควบคุมอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่มีโปรแกรม Agent ติดตั้งอยู่ ผู้ดูแลระบบยังสามารถจัดการเรื่องความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในสาขาต่างๆ ของธุรกิจได้ด้วย สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงที่แตกต่างกันให้กับผู้ดูแลระบบแต่ละคนได้

 

3. การปกป้องที่ทำงานอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ 

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection ได้ถูกออกแบบมาให้ง่ายทั้งการติดตั้ง การจัดการ และการดูแลรักษา และมีการปรับตั้งนโยบายด้านความปลอดภัยให้เลือกใช้ หรือจะกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจของเราเองก็ได้ และไม่ต้องยุ่งยากกับการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัส และการปกป้องทั้งหมดเกิดในแบบเรียลไทม์

ด้วยการทำงานบนระบบคลาวด์สมบูรณ์แบบ โดยที่ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการเรื่องการอัปเดตโปรแกรม Agent ที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขององค์กรได้โดยใช้เวลาเพียง 5 วินาที และมีการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัย รวมถึงมีการแสดงรายงานสรุปด้านความปลอดภัยให้กับผู้ดูแลระบบอย่างเหมาะสม

 

4. เทคโนโลยีในการรับมือกับภัยคุกคามที่เหนือกว่า

Webroot ใช้เทคโลยีที่เหมาะสมในการเฝ้าระวัง และรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ในขณะที่คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์นั้นๆ อยู่ในสภาวะ Offline และมีการลดระดับการตรวจจับภัยคุกคามที่ผิดพลาด (False Detections) ให้เหลือในระดับต่ำที่สุด และแทนที่จะใช้การแบ็คอัปข้อมูลสำคัญด้วยการทำสำเนาไฟล์แบบดั่งเดิม ที่เสี่ยงต่อการโจมตีของมัลแวร์ แต่ Webroot นั้นจะใช้เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ที่ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับไฟล์ข้อมูลสำคัญ หรือไฟล์ของระบบ ทำให้ไฟล์ข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ได้รับการปกป้อง นั้นสามารถเรียกคืนสู่สภาวะปลอดภัย ได้โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการเรียกคืนในแบบดั่งเดิม

 

5. โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ทำงานในเบื้องหลัง และไม่หน่วงเครื่อง

จุดเด่นของระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานบนคลาวด์คือ กระบวนการประมวลผลอันหนักหน่วงที่เกี่ยวกับการค้นพบ และตรวจจับภัยคุกคามด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ นั้นทำงานบนระบบคลาวด์สมบูรณ์แบบ ไม่ได้เกิดขึ้นในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์ของเรา นั้นหมายความว่าการสแกนเครื่องตามวงรอบการทำงาน การอัปเดตโปรแกรม Agent รวมถึงการใช้ CPU หรือหน่วยความจำ RAM ในเครื่องนั้นจะเกิดขึ้นในระดับที่ต่ำมากๆ ทำให้ไม่หน่วงเครื่อง ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ยังได้รับการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสมเมื่อจะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีภัยคุกคามแฝงอยู่

 

6. เทคโนโลยีการปกป้องที่ก้าวหน้า

ในขณะที่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสทั่วไป มักจะมีโอกาสแค่เพียงครั้งเดียวในการตรวจจับและยับยั้งการโจมตีของภัยคุกคาม แต่ Webroot มีกระบวนการทำงานในหลายขั้นตอน โดยในขั้นแรก มันจะป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเล็ดลอดเข้ามาในระบบ แต่ถ้าเล็ดลอดเข้ามาได้ Webroot ก็สามารถยับยั้งมันได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย และหากในกรณีที่ภัยคุกคามนั้นสามารถสร้างความเสียหายได้ (ซึ่งอาจจะเป็นภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน) Webroot จะทำการตรวจสอบว่ามันได้สร้างความเสียหายกับไฟล์ไหนบ้าง และจัดการซ่อมแซมความเสียหาย โดยที่ระบบจะทำความรู้จักกับภัยคุกคามตัวใหม่ เพื่อที่จะหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป

 

7. ได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำด้านการรักษาความปลอดภัยบนระบบเครือข่าย

เบื้องหลังการปกป้องระดับสูงคือฐานข้อมูลด้านความปลอดภัย ที่ทำงานร่วมกับบริการ BrightCloud ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยคุกคามที่ได้รับการยอมรับโดยบริษัทผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยบนระบบเครือข่ายเกินกว่า 85 ราย โดยที่ทาง Webroot ได้ใช้ระบบสมองกลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดแบ่งประเภทของภัยคุกคามมาตั้งแต่ปี 2007

คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ Webroot

1. มีดาต้าเซ็นเตอร์กระจายทั่วโลก เพื่อให้การปกปก้องบนระบบคลาวด์อย่างเต็มประสิทธิภาพ

2. ไม่เพียงแค่ปกป้องการโจมตีที่มีเป้าหมายชัดเจน แต่ยังปกป้องการโจมตีให้กับผู้ที่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างไม่ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย

3. ตรวจจับ และป้องก้นระบบจาก ไวรัส มัลแวร์ โทรจัน การล่อลวง มัลแวร์เรียกค่าไถ่ สปายแวร์ การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ มัลแวร์ดักจับข้อมูล รวมถึงภัยคุกคามทั้งหลายทั้งปวง

4. กาารป้องกันภัยแบบหลายระดับชั้น ซึ่งมีทั้งระบบป้องกันภัยแบบตรวจดูพฤติกรรม ทำให้สามารถตรวจจับภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก (Zero-day Threats) ภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ รวมถึงการล่อลวง และสามารถทำงานได้แบบ Offline

5. ฟีเจอร์รักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่มีอยู่ใน Webroot ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมธนาคาร ในการป้องกันการทำธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงป้องกันภัยจากการปลอมแปลงเว็บไซต์ มัลแวร์ดักจับข้อมูล (Keyloggers) มัลแวร์แคปเจอร์หน้าจอ (Screen Grabbing) มัลแวร์ขโมยข้อมูลในคลิปบอร์ด (Clipboard Grabbing) รวมถึงการแอบลักลอบใช้โปรแกรมเบราว์เซอร์โดยมัลแวร์ (Browser Hijacking)

6. ผู้ดูแลระบบสามารถสร้าง Whitelist และ Blacklist ของรายการโปรแกรมต่างๆ ที่ อนุญาต/ไม่อนุญาต ให้ใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์

7. ไฟร์วอลล์แบบผสมผสานของ Webroot ตรวจสอบข้อมูลของโปรแกรมต่างๆ ที่ถูกส่งออกไปยังระบบเครือข่าย ที่ทำงานร่วมกับไฟร์วอลล์ของ Windows เพื่อป้องกันอุปกรณ์ของพนักงาน ทั้งที่เชื่อมต่อ หรือไม่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายขององค์กร

8. มีฟีเจอร์ที่วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ของพนักงานแต่ละคน เพื่อออกแบบรูปแบบการป้องกันที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด

9. ป้องกันภัยคุกคามที่มาจากช่องทาง Offline สามารถป้องกันการรันด้วยตัวเองของโปรแกรมแฝงมัลแวร์ ที่อยู่ในแฟลชไดร์ฟ รวมถึงในแผ่น CD หรือ DVD

10. รองรับการทำงานบนอุปกรณ์ที่มีหลายระบบปฏิบัติการ เครื่องที่มีระบบเวอร์ชวลไลเซชั่น รวมถึง Terminal Server และเครื่องที่รันระบบ Citrix

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Webroot

เลือกโปรแกรม Antivirus ที่ดี จะทำให้ความปลอดภัยการใช้คอมพิวเตอร์มีมากขึ้นนะคะ

สนใจผลิตภัณฑ์ Webroot เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Webroot จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

จุดประกายโดย : Optimus Team

[Linkyfi] โรงเรียนก็ต้องเปิดเรียน แต่ Covid ยังไม่จบ เราทำอย่างไรกันดี

ยังคงมีข่าวการแพร่กระจายของเชื้อ Covid เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ในประเทศไทยเองเนื่องด้วยข้อจำกัด ทำให้ต้องค่อยๆ ผ่อนคลายมาตราการทางสาธาณสุขหลายๆ อย่างลง  ลดการ์ดตั้งรับในหลายเรื่อง เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่าง ด้านสาธารณสุข และสภาพเศรษฐกิจของผู้คนในสังคมต่อไป

เมื่อรัฐบาลประกาศให้ทยอยเริ่มเปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนแบบ onsite  ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ตลอดจน สถานที่ต่างๆ เริ่มเปิดให้คนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เราในฐานะเจ้าของพื้นที่จะมีการบริหารพื้นที่อย่างไร เพื่อที่ยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยพร้อมกับดำเนินกิจกรรมต่างๆให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

Linkyfi เป็น Marketing Cloud Platform ที่จะจัดการ WiFi ที่เรามีอยู่แล้วในพื้นที่ แปลงให้เป็นข้อมูลและรายงานในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยให้เจ้าของอาคาร สถานที่ สามารถนำข้อมูลไปใช้ทำการตลาด สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้สมกับยุค BigData ที่ข้อมูลใช้เพื่อการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง รอบด้าน และทุกที่ทุกเวลา นอกจากนั้นจากสถานการณ์ Covid ที่มีการเชื้อยังคงแพร่กระจายอยู่ทั่วไป โจทย์ที่เป็นปัญหาสำคัญคือ  เราจะสามารถทำให้ผู้เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีแผนว่าจะมีการ onsite มากขึ้น สถานที่สาธารณะ ที่มีคนเข้ามาใข้งานเกือบๆ จะเหมือนเดิม

ในพื้นที่ให้บริการ เช่น ในบริเวณโรงเรียน อาคาร ด้วยความสามารถของ Linkyfi จะสามารถระบุที่อยู่ของแต่ละคน ว่าอยู่ในบริเวณไหน ได้แบบ Realtime รวมถึงสามารถดูประวัติย้อนหลังหากพบว่าเด็กนักเรียน หรือบุคคลากรตรวจพบการติดเชื้อ covid โดยสามารถระบุย้อนหลังได้นานถึง 30 วัน อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบย้อนหลังถึงคนที่ใกล้ชิด หรืออยู่บริเวณเดียวกันผู้ป่วย เพื่อตรวจว่ามีการแพร่เชื้อหรือไม่ อย่างไรได้อีกด้วย

ในพื้นที่ใช้งานร่วมกัน เช่นโรงอาหาร สนามหญ้า ห้องประชุม ห้องเรียน เพื่อลดความแออัดของสถานที่ Linkyfi มีระบบการตรวจสอบแบบ Realtime โดยจะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้รับผิดชอบของโรงเรียน หรืออาคาร ในกรณีพื้นที่กำหนด มีคนอยู่มากกว่าที่กำหนดไว้ เพื่อลดโอกาสของการแพร่เชื้อหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น

มีระบบคำถาม ตรวจสอบคัดกรองในเบื้องต้น ผ่านการตอบข้อมูลสุขภาพต่างๆ อาทิ ผู้ที่เข้ามาใช้บริการเคยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือติดต่อกับคนป่วยมาก่อนหรือไม่ มีอาการอะไรที่เชื่อมโยงกับอาการป่วย Covid การตอบคำถามสุขภาพเบื้องต้น เพื่อใช้เป็น checklist  ก่อนอนุญาตบุคคลากรเข้ามาใช้งานในพื้นที่บริการสาธารณะ

ในกรณีของห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้า หลังจากการลงทะเบียนเพื่อขอเข้าใช้งาน WiFi แล้วเรายังสามารถทำ Marketing Campaign ร่วมกับร้านค้าในพื้นที่ได้อีกด้วย โดยระบบจะทำการส่ง Push Message หรือ SMS เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นไปยังลูกค้าของคุณ รวมถึงแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการอาคารสถานที่ของเรา

ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Linkyfi ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในยุคที่ยังคงมี Covid ระบาดอยู่ และเราจำเป็นที่ยังคงต้องบริหารพื้นที่ที่มีความเสี่ยงนี้ให้เกิดสมดุลระหว่างความปลอดภัยสาธารณะ กับการเดินหน้าต่อตามชีวิตแบบ new normal

เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติม : https://optimus.co.th/linkyfi-promotion-free-trail-demo

เอกสารที่เกี่ยวข้อง Linkyfi The Fight Against COVID  : https://bit.ly/Linkyfi-The-Fight-Against-COVID-brochure

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Linkyfi Guest WiFi Management & Marketing Platform

    เพิ่มประสิทธิภาพฮอตสปอร์ตสาธารณะ จัดการระบบ Guest WiFi Access และ WiFi Marketing

    Data Analytics, Guest WiFi Management & Marketing Platform, Linkyfi

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ประกันภัยจากไซเบอร์กับแนวทางการใช้งานร่วมกับ MFA

การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน ด้วยการใช้งานร่วมกับ MFA ได้กลายเป็นข้อกำหนดที่จำเป็นที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอทำประกันภัยทางไซเบอร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทำเนียบขาวมีการกำหนดนโยบายในการให้ใช้งาน MFA ภายใน 180 วัน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า เรื่องของความปลอดภัย รัฐหรือใครก็ตามแต่ต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือข้อมูลอ่อนไหวอื่นๆ ซึ่งอาจมีผลทำให้เหยื่อต้องสูญเสียทรัพย์หากมีการป้องกันได้ไม่ดีพอ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการประกันภัยทางไซเบอร์ เราสามารถใช้งาน MFA ในส่วนงานสำคัญเหล่านี้

  1. การเข้าถึง E-Mail : E-mail ประกอบไปด้วยข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโลกปัจจุบันที่มีการทำงาน แบบ Anywhere Office พนักงานไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิส โดยระบบจะใช้เมลล์ ในการ เปลี่ยนแปลง Password ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าใช้ บริการ IT อื่นใน ออฟฟิสต่อไป
  2. การใช้งาน VPN หรือ Remote มาที่ออฟฟิส: การ Remote หรือ VPN เป็นช่องทางที่แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ในการเข้าถึงเป็นอย่างแรกๆ เช่นเดียวกับเมลล์ ฉะนั้นการให้ความสำคัญในการป้องกัน จึงเป็นเรื่องที่จะละเลยไม่ได้
  3. การ Login เข้า Server หรือ Firewall หรือ อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีความสำคัญ: การเข้าถึงอุปกรณ์ดังกล่าว ด้วยการตั้งความปลอดภัยเพียงแค่การกำหนด Password อย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ ฉะนั้น MFA จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความปลอดภัยในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ควรระวัง

สิ่งที่ควรระวังคือ บริษัทประกันอาจปฎิเสธความคุ้มครองในกรณีที่บริษัทได้รับความเสียหายจากการโจมตีของ Hacker ด้วยเหตุผลหากมีการพิสูจน์ได้ว่า ทางบริษัทไม่ได้มีการป้องกันทางไซเบอร์ที่ดีพอ ซึ่ง MFA เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ระบบของท่านมีมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อทำให้เรามั่นใจได้ว่า จะได้รับการคุ้มครองจากบริษัทประกันเมื่อเกิดความเสียหายเกิดขึ้นกับระบบของเราหากมีการโจมตีในวันใดวันหนึ่ง

ถึงแม้ประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายในเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก แต่การที่เราเตรียมตัวป้องกัน ก็เป็นเรื่องที่ดี และการป้องกันก็จะช่วยลดความเสียหาย หากเกิดเหตุการณ์ที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Endpoint Security

    ยกระดับการป้องกันการถูกแฮกระบบ หยุดการคุกคามจากมัลแวร์ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

    Endpoint Security, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Optimus ร่วมกับ DZS จัดงานสัมมนา “How DZS FiberLAN Transforms The Traditional Enterprise Networks” 

25 พฤศจิกายน 2564 – ออพติมุสร่วมกับ DZS บริษัทผู้นำด้าน GPON / XGS-PON จัดสัมมนาออนไลน์ Partner ในหัวข้อ “How DZS FiberLAN Transforms The Traditional Enterprise Networks” “GPON” เทคโนโลยีจากโลกโทรคมนาคม วันนี้เปิดกว้างไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นให้เข้ามาใช้งานมากขึ้น ด้วยนวัตกรรมที่พิสูจน์แล้วบนเทคโนโลยี Fiber Broadband นำมาซึ่ง Bandwidth ที่ใช้งานได้มากขึ้น ปลอดภัย เสถียร ลดต้นทุน โดยเฉพาะเรื่อง Fiber Optic ที่ไม่เพียงแต่ลดจำนวนสาย Fiber ลงเท่านั้น ยังรวมถึง ค่าแรงติดตั้ง จำนวนตู้ Rack ตู้เก็บสายที่ใข้ ยังมีจำนวนการใข้งาน Switch ที่จะใช้น้อยลง อีกด้วย อีกทั้ง DZS FiberLAN ยังช่วยในเรืองของการประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ทำให้ธุรกิจ สามารถสร้างผลลัพท์จากการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เดิมเทคโนโลยี PON หรือ GPON ถูกใช้มากในฝั่ง Teclo โดยเฉพาะ ISP ที่เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ตามอาคาร หรือที่พักอาศัย ซึ่งเรารวมเรียกว่า FTTH หรือ Fiber To The Home แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี GPON ได้ถูกพัฒนาไปมากขึ้น  DZS บริษัทเทคโนโลยี Fiber boardband ได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะขยายตลาด เข้าสู่ตลาด Enterprise มากขึ้น โดยเริ่มเปิดตลาดไปยังกลุ่มลูกค้า โรงแรม โรงเรียน โรงงาน ฯลฯ ที่มีความต้องการ Bandwidth มากขึ้น เน้นระบบที่มีความปลอดภัย เสถียร ลดต้นทุน ซึ่งนอกจากเรื่องของสาย และการเดินสายแล้ว ค่าแรงติดตั้ง จำนวนตู้ Rack ตู้เก็บสายที่ใช้ รวมไปถึงจำนวน Multi Gigabit Switch ที่จะใช้ก็น้อยลง ทำให้เทคโนโลยีที่มีราคาสูงในอดีต สามารถลงทุนและจับต้องได้แล้ววันนี้

อีกทั้งด้วยนวัตกรรม GPON ของ DZS ยังช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา มีระบบ Cloud เพื่อช่วยในการมอนิเตอร์ ทำให้ธุรกิจ สามารถสร้างผลลัพท์จากการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้อีกด้วย

FiberLAN เป็นหนึ่งใน Product Line ของ DZS ด้วยแนวคิดคือการเอา Fiber มาแทนสาย LAN ที่เป็นทองแดงในแบบเดิม มีอุปกรณ์ใช้งานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย OLT และ ONT รองรับการทำงานทั้งแบบที่เป็น Voice , Data หรือแม้กระทั่งการ Streaming ในแบบรุ่นเดิมหรือเทคโนโลยีในรุ่นใหม่ก็ได้ ในส่วนของ OLT สามารถเลือกใช้ร่วมกับพอร์ต RJ-45 ได้สูงเป็นพันพอร์ต หรือใน Site งานที่ใหญ่มากสามารถรองรับได้ถึง 32,000 พอร์ตเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับ Spec ในแต่ละรุ่น การเลือกใช้ตามความเร็วก็มีความหลากหลายไม่แพ้กัน คือ GPON หรือ XGS-PON ที่ทำความเร็วได้สูงถึง 10Gbps

ทั้งนี้มีการการนำ GPON มาใช้ในงานประเภทต่างๆ มากขึ้น เช่น การทำ Smart Building ซึ่งลูกค้าจะได้ประโยชน์จาก Bandwidth ที่มากขึ้นผ่านการเชื่อมต่อระบบทั้งหมดเข้าด้วยกันทั้ง ข้อมูล ภาพ และเสียง  รวมถึงการจัดการ back up ข้อมูลทั้งหมดเพื่อตอบสนองในเรื่องของ Big Data ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Smart Building จะมีต่อยอดออกไป หรือการใช้งาน GPON ใน Smart City ที่มีการเชื่อมโยงเมืองเข้าด้วยกันเพื่อสร้างโครงข่ายในการใช้ชีวิตในอนาคต

หรือการใช้งานในโรงแรม รีสอร์ต ที่ไอทีต้องการสร้างประสบการณ์การใช้งานอินเตอร์เน็ต WiFi6 หรือ WiFi6E หรือแม้กระทั่งการใช้งาน Smart Hotel ในโรงแรม ที่ปัจจุบันมีอุปกรณ์ IOT ใช้ในโรงแรมมากขึ้น ระบบ Security ระบบ Door Lock อัจฉริยะ ระบบกล้องรักษาความปลอดภัย อุปกรณ์ในห้อง TV Digital ระบบเสียง การควบคุมบรรยากาศในห้อง ผ่านระบบไฟ ระบบม่าน ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้ Bandwidth ในการทำงานที่มากขึ้น และต้องการความเร็วที่สูงมากกว่าสายทองแดงในแบบเดิม

หรือการใช้งานในโรงเรียน โรงพยาบาล หรือหน่วยงานต่างๆ ที่มี การเชื่อมต่อระหว่างอาคาร และต้องการเชื่อมต่อตึกทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันเพื่อการทำ Centralized Management ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในอดีต แต่ด้วยเทคโนโลยี FiberLAN จาก DZS ผ่าน Cloud Managment ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นและเป็นจริงขึ้นมาได้

การเลือกใช้ FiberLAN เมื่อเปรียบเทียบกับ Copper นอกจากจะมีระยะเวลาการใช้งานที่มากกว่าแล้ว การใช้งาน Fiber Optic ยังรองรับความเร็วที่มากขึ้น และมากขึ้นไปอีกในอนาคตโดยไม่ต้องรื้อ Fiber เลย ซึ่ง Copper ก็จะมีข้อจำกัดที่มากกว่า ซึ่งในระยะยาว Copper ต้องรื้อสายใหม่หากต้องการความเร็วที่สูงขึ้น รวมถึงมีข้อจำกัดเรื่องของระยะทางสาย ซึ่งสุดท้ายการลงทุนใหม่ทั้งหมดก็เป็น Fiber อยู่ดี ฉะนั้นการเลือกใช้งาน FiberLAN ตั้งแต่วันนี้ จะทำให้ระยะยาว ได้ผลประโยชน์คุ้มค่า คุ้มเงินลงทุนที่สุด

และที่เล่ามาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน GPON Technology Webinar ที่เราพึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อโชว์ Technology ที่สำคัญ รวมถึงอุปกรณ์ ONT และ OLT รุ่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การนำไปใช้งานใน Site งานต่างๆ Showcase การใช้งานจริงในประเภทของธุรกิจที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน 

ขอขอบคุณ คุณ ปรัชญา ศรีวิเชียร | System Engineer DZS Thailand และ คุณ ไตรภพ พฤทธิพัฒกุล | Technical Engineer Optimus Thailand
ที่มาให้ความรู้กับคู่ค้าพันธมิตรในวันนี้

สำหรับท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์ GPON หรือมีข้อสงสัย อยากมีโซลูชั่นสำหรับการปรับใช้ในธุรกิจ และต้องการให้ออพติมุสแนะนำอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับองค์กรของท่าน สามารถติดต่อได้ที่แผนก Marketing ของทางบริษัท

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • DZS (GPON)

    GPON เทคโนโลยีการเชื่อมต่อบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ที่ให้ Bandwidth การใช้งานสูงกว่าเทคโน

    DZS

จุดประกายโดย : admin optimus

Ransomware โจมตีหนักหน่วง บริษัทใหญ่เล็ก มีสิทธิโดนกันหมด

ภัยทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทใหญ่ๆที่ผ่านมา จะถูกสร้างข่าวและทำให้ผู้คนแตกตื่นด้วยการเรียกร้องค่าไถ่จำนวนมากเพื่อปลดล็อกข้อมูลหลังจากที่โดน Ransomware เข้ามาโจมตี ทว่าในช่วงหลังจะพบการโจมตีเป้าหมายที่เล็กลง เป็นบริษัทขนาดกลางหรือเล็กซึ่งอาจเป็นองค์กรของคุณที่เป็นเป้าหมายก็เป็นไปได้ เพราะต้องยอมรับว่า การเรียกค่าไถ่หลังจากเหยื่อถูกเจาะด้วย Ransomware แล้ว องค์กรเล็กๆ จะถูกเรียกค่าไถ่ด้วยมูลค่าต่อครั้งที่ไม่สูงมาก เท่าที่สำรวจจะพบว่าอยู่ประมาณ 50,000 USD (หรือประมาณ 1,500,000 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่อาชญกรรมบนโลกปกติทำกับเหยื่อเช่นกัน เรายังพบอีกว่า การเรียกเงินครั้งละไม่มาก แต่มีจำนวนคนพร้อมจ่ายมากขึ้น ง่ายกว่าการเรียกเงินคราวละหลายๆ ล้านจากธนาคารเสียอีก

จะว่าไปโจรที่ใช้ Ransomware ในการเรียกค่าไถ่ ถึงแม้ว่าจะใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เทคนิคที่แยบยล แต่การทำงานหรือเลือกเป้าหมายก็ยังคงเป็นวิธีการเดิมๆอยู่ เช่นเลือกไฟล์ข้อมูลที่มีค่าที่สุดของคุณ เพราะคุณค่าของสิ่งนั้นมันมากเสียคนคุณต้องยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้สิ่งนั้นกลับมา ไม่ว่าจะเสียเงินเท่าไรก็ตาม

เป้าหมายของโจรไซเบอร์ สำหรับการโจมตีกลุ่มธุรกิจคือต้องการให้ ธุรกิจของคุณหยุดชะงัก ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งธุรกิจเราจะเดินต่อได้อย่างไร หากเครื่องของคนในออฟฟิศหยุดไม่สามารถทำงานได้ เปิดเรียกไฟล์ที่อยู่ในเครื่องมาทำงานก็ไม่ได้

ธุรกิจไม่ไช่เป้าหมายเดียวแล้วสำหรับโจรไซเบอร์ ความน่ากลัวค่อยๆคืบคลานมายังผู้ใช้งานในบ้าน ครัวเรือน อาจเป็น VDO ลูกคุณที่ถ่ายตอนเขากินข้าว เล่นกับพ่อตอนที่เขาอายุ 2 ขวบ ภาพถ่ายของเราในอดีตที่เก็บไว้ในเครื่องมานาน เพราะโจรไซเบอร์เชื่อว่า คุณยินดีจ่ายเพื่อเรียกคืนความทรงจำที่มีค่ากลับมา ไม่ว่าจะเป็นเงินเท่าไรก็ตาม

โหดร้ายกว่านั้น หากคุณไม่ยอมจ่าย เดิมโจรไซเบอร์ส่วนใหญ่ก็แค่ทำลายไฟล์ข้อมูลของคุณทิ้งหากคุณไม่จ่ายเงิน แต่ตอนนี้เขาจะเอาข้อมูลของคุณไปขายในเวปตลาดมืด เวปใต้ดิน ซึ่งพบว่าวิธีนี้เหยื่อยอมจ่ายเงินโดยดีมากขึ้น เพราะไม่ได้แค่ทำให้ข้อมูลเสียหาย แต่ยังรวมถึง การสูญเสีย password, ข้อมูลทางธุรกิจ หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ตามมาอีกด้วย

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สนใจหรือต้องการทดสอบ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายขายของทางบริษัท 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

รู้ก่อน ปรับตัวได้ก่อน Gartner Strategic Tech Trends 2022

ทุกเดือนตุลาคมของปี  Gartner บริษัทวิจัยชั้นนำระดับโลก จะได้ประกาศผลการสำรวจ เกี่ยวกับ Trend ของเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในปี 2022 Gartner ได้ออกมาให้ความเห็นถึงเทคโนโลยีหลายๆ อย่าง ทั้งที่ยังคงมีเหมือนเดิมต่อเนื่องมาจากปี 2021 บางตัวปรับเทอม ปรับความหมายให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น บางตัวเป็น Trend ใหม่เลย ซึ่งในปี 2022 จะพบ 12 Trend สำคัญ ที่เชื่อได้ว่า นับแต่นี้ จะได้ยินบ่อยครั้งมากขึ้น 

ทั้งนี้ Gartner คาดหวังผลลัพท์ที่เกิดขึ้นผ่าน trend ในปี 2022 โดยแบ่งออกเป็นสามประเด็นที่สำคัญ

Engineering Trust

เป็นการพูดถึง Trend พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ Data ซิเคียวริตี้ หรือแม้กระทั่งข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งล้วนต้องผ่านการวางแผน ออกแบบ เพื่อช่วยสร้าง Foudation ที่แข็งแรงรองรับ Trend ต่างๆ ที่ตามมา 

Sculpting Change

เมื่อเรามีพื้นฐานที่ดีแล้ว การทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ เครื่องมือใหม่ๆ จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างการเติบโต และด้วยความร่วมมือจากฝั่งไอที และความต้องการทางธุรกิจ จะเกิดผลทำใหัเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิตอลเพิ่มมากขึ้น

Accelerating Growth

โดยจาก trend ดังกล่าวจะสร้างผลลัพท์ ทำให้องค์กรมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาด สร้าง Value ให้กับธุรกิจในที่สุด

Trend ต่างๆ 12 Trend ประกอบไปด้วย

1. Data Fabric

คุณสมบัติของ data ในปัจจุบันคือ มีอยู่ทุกที่ และอยู่บนหลากหลาย platform ซึ่งบนแนวคิดของ Data Fabric ต้องการให้เกิด Intregrated Layer (fabric) โดยการมอง data เป็นเนื้อเดียวกัน เชื่อมต่อข้อมูลต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ลดเวลาในการบริหารจัดการ data เช่น การใช้งาน Data ในงาน Smart City ของประเทศฟินแลนด์ที่ข้อมูลบน Data Fabric ถูกนำเอามาใช้ในการบริหารเมืองเป็นต้น

2. Cybersecurity Mesh

โดยประเด็นที่ทาง Gartner พูดถึงจะพบว่าในอดีต Security จะมีลักษณะเป็นภายในองค์กร การดูแลภายในพื้นที่ปฎิบัติงาน คอมพิวเตอร์ปลอดภัยไหม องค์กรมีไฟร์วอร์หรือเปล่า แต่วันนี้โลกเปลียนแปลงไป โดยเฉพาะโลกหลัง covid ที่การทำงานอยู่ทุกที่  Device เองก็หลากหลายมากขึ้น ฉะนั้นการสร้างองค์กร การออกแบบซิเคียวริตี้ในองค์กรจึงต้องทำให้ทั่วถึง ครอบคลุมในทุกส่วน ไม่สามารถมองในภาพแบบเดิมได้อีกต่อไป

3. Privacy-enhancing computation

พบว่าข้อมูลที่เป็น privacy จะถูกพูดถึงมากขึ้น ซึ่งข้อมูลที่เป็น privacy data จะถูกวิเคราะห์เพื่อใช้งานมากขึ้น แต่จะยังคงรักษาความเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ โดยการจัดการผ่านเทคโนโลยีที่จะสร้างสมดุล ระหว่าง privacy data กับการประโยชน์ของข้อมูลเหล่านั้นเพื่อการใช้งาน (data usage)

4. Cloud-native platform

เป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้ Cloud เพื่อสร้าง applacation หรือ สถาปัตยกรรมต่างๆ ซึ่งในโลกที่ต้องการความเร็ว ความยืดหยุ่น การปรับการใช้งานให้คล่องตัว การใช้ Cloud เป็นสิ่งที่สำคัญและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเราสามารถเห็น use case ต่างๆมากขึ้น จากนี้ไป เช่น สถาบันทางการเงินที่มีการใช้ cloud มาทำธุรกรรมในการเปิดบัญชี หรืออนุมัติในขั้นตอนต่างๆ ได้ในเวลาที่น้อยลงกว่าเดิมเป็นอันมาก

5. Composable Application

แนวโน้มการทำ applcation ต่างๆ จะเร็วมากขึ้น ผ่านการทำเป็นส่วนๆ ตาม Module ของธุรกิจ แล้วนำมาประกอบกัน เชื่อมต่อผ่าน API ทำโดย PBCs (packaged-business capabilitites) 

6. Decision Intelligence

การตัดสินใจจะได้รับข้อมูลจากการประเมินในเบื้องต้นโดย AI หรือระบบช่วยการตัดสินใจต่างๆ ผ่าน Model ที่มีการใส่ข้อมูลลงไป โดยจะมีการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ การวิเคราะห์เพื่อให้ AI สามารถให้คำแนะนำในการตัดสินใจก่อนที่ทีมบริหารจะตัดสินใจในขั้นตอนท้ายที่สุด

7. Hyperautomation

แสดงถึงแนวโน้มในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีหลายๆ อย่าง tools หลายๆ ตัวมาทำงานร่วมกันมากยิ่งขึ้น เช่น RPA บวกกับ Machine Learning หรือ AI บางอย่าง เพื่อทำให้การทำงานคล่องตัวและเป็นไปอย่างอัตโนมัติ

8. AI Engineering

จะพบว่า AI ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเริ่มมีการพูดถึง AI Governance ที่จะถกกันถึงการสร้าง AI ให้มีความน่าเชื่อถือ มีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ปฎิบัติตามหลักธรรมภิบาลตามที่ควรจะเป็น

9. Distributed Enterprises

สะท้อนแนวคิดในเรื่องของ digital-first, virtual-frist และ remote-first เพื่อตอบสนองลักษณะการทำงานขององค์กร ของพนักงาน ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ยังพบอีกว่าองค์กรที่สามารถทำเรื่องดังกล่าวได้ จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึงกว่า 25% เมื่อเทียบกับคู่แข่งขันอื่นในตลาด

10. Total Experience

จะเป็นกลยุทธที่ธุรกิจเลือกที่จะสร้างประสบการณ์ให้กับทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นตัวพนักงาน ลูกค้า หรือ ผู้ใช้งาน ผ่าน Touchpoint ที่หลากหลาย เพื่อสร้างความมั่นใจ ความพอใจ ความประทับใจ และ Brand Layaty ต่างๆ

11. Autonomic Systems

ถ้าจะให้องค์กรเติบโตในโลกสมัยใหม่ การจัดการในรูปแบบเดิมคงไม่สามารถทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างที่พึงจะเป็น ซึ่งเป็นไปได้ไหม ที่จะมีระบบ AI เข้ามาช่วยในการเรียนรู้ระบบ ปรับใช้อัลกอริธึมต่างๆเอง เรียนรู้เอง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความเปลี่ยนแปลงได้แบบ realtime

12. Generative AI

จะพบว่า AI จะถูกเอามาทำงานสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Content บทความ ผลิตงานที่เป็น VDO ผลิตยารักษาโรค สร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น อย่างที่เราจะจินตนาการได้

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจาก Gartner ที่เชื่อมั่นได้ว่าจะทำให้เรามีความรู้ความเข้าใจในภาพของ Trend ที่จะเกิดขึ้นในปี 2022 นี้ แต่ถ้าต้องการภาพที่ชัดเจนมากขึ้น  รวมถึงแนวคิดและ Use Case ที่จะเอามาประยุกต์ใช้กับหน่วยงานหรือองค์กรของเรา 

สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ได้ที่งาน “Digital Trend 2022 for your Transformation” โดยนอกจากเนื้อหาของ trend ต่างๆ ที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ยังมีการบรรยายเพิ่มเติมในประเด็น Artificial Intelligence, Blockchain, Big Data, Cloud Computing, Internet of Things, ตลอดจนการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในวงการต่างๆเช่น Finance, Media/Communication, SME, Government, Manufacturing/Retail

รับชม Video ย้อนหลังงาน

ติดต่อสอบถามหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายการตลาดของบริษัท ตามรายละเอียดด้านล่าง 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

เรียบเรียงโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เหตุใด Windows 11 จึงมีความปลอดภัยมากกว่า Windows 10

Windows 11

Windows 11 ถือได้ว่าเป็น Windows เวอร์ชั่นที่มีความปลอดภัยสูงสุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้งานที่ user มีพฤติกรรมในการเปิด Remote มากขึ้น ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญที่เปิดให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์สามารถเข้ามาโจมตีได้จากจุดนี้ ทั้งนี้ Microsoft  ได้เพิ่มข้อกำหนดหลายอย่างของ Windows 11 ขึ้นมา เพื่อลดโอกาสในการถูกโจมตี ตั้งแต่ ในระดับฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงขั้นตอน การบูตอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่ง Function ดังกล่าว อาทิ

TPM 2.0: Chip TPM (Trusted Platform Module)

ถูกติดตั้งบน mainboard ของคอมพิวเตอร์ ทำงานกับ Windows 11 โดยตัวประมวลผลจะเข้ารหัส และเก็บคีย์การเข้ารหัสของ Windows ซึ่งยังรวมถึงการเก็บ Certificate และ SSL สำหรับใช้ในการท่อง web และ VPN ซึ่งจะสื่อสารต

VBS: Virtualization-Based Security

ที่สร้างขึ้นใน Windows 11 จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนแยกออกจากระบบปฎิบัติการ ซึ่งจะปกป้องระบบจากช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการและมัลแวร์ที่พยายามจะเข้าโจมตี

HCVI: Hypervisor-Protected Code Integrity (HCVI) เป็นคุณลักษณะของ VBS ที่ปกป้องหน่วยความจำ ซึ่ง VBS ดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่า Kernal จะได้รับการป้องกันอย่างเต็มที่

UEFI Secure Boot: Secure Boot

เป็นโปรโตคอล UEFI (ตัวต่อจาก BIOS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ควบคุมฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์) เพื่อทำให้กระบวนการบูตระบบมีความปลอดภัย ไม่อนุญาตให้โหลด driver หรือ hardware อื่นๆ ที่ไม่ปลอดภัย 

อีกทั้ง Windows Defender ใน Windows 11 ยังมีการพัฒนาในเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อป้องกัน มัลแวร์ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันภัยไซเบอร์มากขึ้น

พร้อมกันนั้น WatchGuard ยังเพิ่มโซลูชั่น Endpoint Security ออกมาเพื่อรองรับสำหรับการทำงานบน Window 11 ซึ่งจะช่วยให้เครื่องที่ใช้งานมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยโซลูชั่น WatchGuard Endpoint ได้รับการทดสอบแล้วว่า มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเครื่องที่ลง Windows 11 น้อยที่สุด

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Endpoint Security

    ยกระดับการป้องกันการถูกแฮกระบบ หยุดการคุกคามจากมัลแวร์ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

    Endpoint Security, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์