5 กลโกงออน์ไลน์ที่แฮกเกอร์ มุ่งหลอกเหยื่อหรือคนที่คุณรัก

WatchGuard MFA ทำงานผ่าน Cloud

User ที่บริษัทเรายังคงใช้ Password ที่สามารถเดาได้ เช่นชื่อเล่น ชื่อสัตว์เลี้ยง วันเกิด asdfjkl; อยู่หรือเปล่า หรือ User เรายังคงใช้ Password ที่ง่ายๆ สั้นๆ เนื่องจากมองว่าอยากให้ตัวเองจำได้ ไม่ลืม นั่นเป็นสาเหตุบางส่วนทึ่ก่อให้เกิดปัญหากับทีมไอทีอย่างพวกเรา โดย User ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่จะเป็นจุดอ่อน หรือช่องโหว่สำคัญจากผลของการเลือกถูกโจมตึด้วยภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเชื่อได้ว่าสาเหตุต่างๆ สอดคล้องกับผลการสำรวจของ Pulse ซึ่งระบุไว้เช่นกันว่า User โดยทั่วไปเน้นการใช้ Password ที่จำง่าย ไม่ลืม หรือ ทีมไอทีกว่า 49% จะได้รับการติดต่อเพื่อขอให้มีการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องการการใช้งาน Password ในทุกวัน หรือมี User เพียง 35% เท่านัันที่ยอมเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความรู้ด้านซิเคียวริตี้ ซึ่งปัญหาต่างๆยิ่งมีมากขึ้นในช่วง Covid ที่มีการระบาดในทุกพื้นที่ และ SME มีนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานจากข้างนอก แล้วรีโมทเข้ามาใช้ทรัพยากรในออฟฟิศเพื่อการทำงาน (Work From Home)

เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ทุกคนต่างก็รู้ว่าการจัดการเรื่อง Password มีความสำคัญ แต่ก็ด้วยเหตุผลหลายประการ ทำให้องค์กรต่างๆ โดยเฉพาะ SME ไม่ได้ทำอะไรต่อ ไม่ว่าจะเป็นเพราะ ความยากในการใช้งานเครื่องมือสำหรับ User หรือเจ้าหน้าที่ไอทีเองก็ตาม หรือการโน้มน้าวให้บุคคลากรในองค์กรให้ความสำคัญในการตั้ง Password ให้มีความซับซ้อนและมีความยาวที่มากพอ รวมถึงการใช้งาน Password เดียวกับการ Login เข้าใช้งานออน์ไลน์ต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน Hacker สามารถใช้เครื่องมือที่มีอยู่มากมายในการ Hack รหัสผ่าน เช่น Mimikatz โดยใช้เวลาไม่นานในการเดา Password รวมถึงการใช้งานเครื่องมืออื่นๆ เช่น เวป Phising ซึ่งก็ได้เห็นจากหน้าข่าวกันอยู่ตลอดแล้วเวลานี้

สุดท้ายข้อมูลหลุด ข้อมูลรั่ว ก็ยังคงมีขายกันใน dark web ซึ่งเราได้เห็นตามหน้าสื่อมาอยู่อย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งเมื่อข้อมูลถูกเปิดเผย ก็จะกลายเป็นช่องโหว่ให้องค์กรต้องรับมือกับภัยอื่นๆที่จะตามมา

จากสถานการณ์เหล่านี้ WatchGuard MFA (Multi-Factor Authenticartion)  จะเหมือนเป็นผู้ช่วยสำคัญให้กับหน่วยงานไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SME ที่มีทีมงานที่ทำไอทีด้วยจำนวนคนที่ไม่มากนัก ตัวงานก็ค่อนข้างหลากหลายไม่ใช่ดูแลเฉพาะเรื่อง Security ในองค์กรแต่เพียงอย่างเดียว สำหรับ WatchGuard MFA แม้ Hacker จะได้รับ Password ในการเข้าสู่ระบบ แต่การทำงานของ MFA จะช่วยเป็นปราการอีกชั้นหนึ่งก่อนการอนุญาตให้เข้าใช้งานในระบบ ซึ่ง User จะได้รับ Notification แจ้งเตือน เพื่อการยืนยันการใช้งาน และหาก User ไม่ยืนยัน Hacker ก็จะไม่สามารถเข้ามาในระบบได้เลย และเมื่อ User คนดังกล่าวพบข้อพิรุธ ก็จะสามารถจัดการหรือแจ้งปัญหาต่อทีมงานไอทีได้ทันท่วงที เพื่อการป้องกันในขั้นตอนความปลอดภัยอื่นต่อไป

WatchGuard MFA ทำงานผ่าน Cloud  ทำให้ลดความวุ่นวายในการทำงานบน Server ลดภาระอุปกรณ์ รวมถึง สามารถจ่ายเป็น Subscription Fee ได้โดยไม่ต้องลงทุนเงินก้อนใหญ่ในครั้งแรก เพื่อให้มีระบบ MFA นี้มาใช้ในองค์กร ทั้งนี้หากอยากรู้ว่า WatchGuard MFA จะสามารถช่วยให้ไอที สามารถทำงานได้ง่ายมากขึ้นเพียงใด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ทีมงานของทางบริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ WatchGuard ที่ได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพการใช้งานมาแล้วทั่วโลก ติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Multi-Factor Authentication

    โซลูชั่นการยืนยันตัวตน ในรูปแบบแอพพลิเคชั่น รองรับการใช้งานทั้งบน Apple iOS และ Android

    Multi-Factor Authentication, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เก็บตกงาน Optimus Webinar “RUCKUS Technology Trends 2022”

Optimus Webinar "RUCKUS Technology Trends 2022

ออพติมุส (Optimus) ตัวแทนจำหน่าย CommScope Ruckus อุปกรณ์เน็ตเวิร์คจากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์ Ruckus โดยเฉพาะกลุ่ม Wi-Fi ทีมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง มีสิทธิบัตรที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Ruckus ยังมีสินค้าในกลุ่ม Switching Hub ตั้งแต่ Core Network จนมาถึง Access Switch รวมไปถึงโซลูชั่นอื่นๆที่เกี่ยวข้องเช่น Controller, IoT Gateway, Cloud เพื่อตอบสนองความเป็นผู้นำด้าน Network Infrasturture อย่างแท้จริง

และในปีนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ ทางออพติมุส ร่วมกับทาง Ruckus Network ในการนำเสนอโซลูชั่น และ Roadmap ในปี 2022 โดยในปีนี้ Ruckus ได้มีการออกสินค้า AP, Switch รวมถึงการอัพเกรดฟีเจอร์ต่างๆ บน Controller, Ruckus Analytic และ Ruckus Cloud โดยพี่ๆ จะได้เห็นถึง การเตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการกับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุด

เบื้องต้น ทางวิทยากรได้พูดสรุปถึงภาพรวม กลุ่มสินค้า ที่ปัจจุบันทาง Ruckus และ Optimus จัดจำหน่ายอยู่ ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจในกลุ่มสินค้าต่างๆ คือ

Webinar Ruckus 01

บรรยายโดยคุณ ธีรพล สุขประไพพัฒน์ | System Engineer CommScope Ruckus Thailand

Software & SaaS

Ruckus Cloud
Cloudpath Key Features

1. Software & SaaS ประกอบด้วยโซลูชั่นที่สำคัญได้แก่ Ruckus Analytics และ Cloudpath โดยโซลูชั่น Ruckus Analytic เป็นการผสานเทคโนโลยี  Big Data + AI (Artificial Intelligence)  และ ML (Machine Learning) มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเน็ตเวิร์ค โดยมีการใช้ AI ในการวิเคราะห์แบบ Realtime ว่าเน็ตเวิร์คมีปัญหาอะไรอยู่บ้าง ยังสามารถคาดการณ์ว่าอาจเกิดปัญหาใดในเน็ตเวิร์คได้อีก พร้อมนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาว่ามีขั้นตอนอย่างไร เพื่อให้ ไอทีสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างสะดวกและง่ายดายมากยิ่งขึ้น ซึ่งในกลุ่มโซลูชั่นนี้ยังมี Cloudpath ที่เป็นระบบในการบริหาร Network Access ขององค์กร ทำงานกับ User หรือ Device ต่างๆ ที่เข้ามาใช้ในองค์กรจากศูนย์กลางการควบคุม นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการจัดการอุปกรณ์ BYOD อื่นๆ รวมถึง IoT ได้อีกด้วย

Control & Management

Control & Management

2. Control & Management ทั้งนี้การจัดการ Access Point ในระบบของ Ruckus ถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่สร้างให้ Ruckus ให้มีความโดดเด่น กล่าวคือในตัว AP ของ Ruckus สามารถปรับ Firmware ไปเป็นเวอร์ชั่นรุ่นต่างๆ ตามประเภทของ Controller ได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้วยแนวคิด “Pay as You Growth” ซึ่ง Ruckus มีระบบ Mangament ตั้งแต่ระบบเล็กๆ ผ่านโซลูชั่น Unleashed ควบคุมการทำงานด้วย AP ในระบบและจำลองตัวเองเป็น Controller เพื่อควบคุมการทำงานของระบบ หรือหากระบบมี Scale การทำงานที่ใหญ่ขึ้น ก็มี SmartZone ซึ่งเป็น Hardware Appliance ที่ไว้ควบคุม AP ที่อยู่ในระบบจำนวนมาก นอกจาก นี้ยังเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้งาน หากเซิฟเวอร์ของลูกค้ายังมีทรัพยากรเหลืออยู่ก็สามารถเลือกใช้รุ่นที่เป็น Virtual SmartZone โดยทำงานผ่าน VMware ก็ได้ด้วยเช่นกัน หรือในสภาพแวดล้อมที่เป็นสำนักงานมีหลายสาขา รวมถึง SMEs ที่มีทีมงานไอทีจำกัด สามารถเลือกใช้ Ruckus Cloud เป็นทางออกในการบริหารระบบได้อีกด้วย ทั้งนี้ Ruckus ยังมี Ruckus IoT controller ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT เพื่อจัดการบริหาร IoT ในระบบได้อย่างดีอีกด้วย

Switching Hub

Switching Hub

3. Switching Hub เรามี Switching Hub ให้เลือกใช้งานได้ ตั้งแต่ Switch ที่เป็น Core รองรับการทำงานสูงสุดถึง 40Gbpsไล่มาจนถึง Access Switch โดยปัจจุบันมีซีรีย์รุ่นที่สำคัญประกอบไปด้วย ICX 7150, ICX 7450 ที่ใช้เป็น Access ตามด้วย Aggreatation ได้แก่ ICX 7550, ICX7650 และ Core Switch ICX 7750 และ ICX 7850 ตามลำดับ

Access Point

Accesspoint Ruckus

4. Access Point มาพร้อมสิทธิบัตรที่ทำให้ Ruckus เป็นที่หนึ่งในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ Indoor ในกลุ่มซีรีย์ R, Outdoor กลุ่มซีรีย์ T และรุ่นพิเศษสำหรับงานโรงแรมที่เป็น WallPlate และ งาน Smart City ที่ต้องการใช้งาน LTE ซึ่งปัจจุบัน AP ของ Ruckus รองรับความเร็วตามมาตรฐาน Wi-Fi 6 (IEEE 802.11ax)

บรรยายโดยคุณ ธีรพล สุขประไพพัฒน์ | System Engineer CommScope Ruckus Thailand

ทั้งนี้ในปี 2022 Ruckus ขนทัพสินค้า โซลูชั่นใหม่ๆ รวมถึงเฟิร์มแวร์อัพเดท ที่จะช่วยให้ระบบ Network สามารถทำงานได้ดีขึ้น ตอบสนองแนวทางในการบริหารในช่วง Post Covid ที่เครือข่ายมีความซับซ้อนมากขึ้น มีความต้องการรองรับ WFH มากขึ้น รวมถึงต้องการความเร็วในการทำงานที่มากขึ้นไม่ใช่แค่ Data แต่เป็นการใช้งาน Streming และ Voice ที่มากขึ้น  โดยในงานวิทยากรได้พูดถึงประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้

  • ปัจจุบันเราอยู่ในยุค Wi-Fi ที่เป็น Generation 6 (IEEE 802.11ax) ซึ่งในปีนี้ Ruckus วางแผนในการออก AP รุ่นใหม่ รองรับการทำงานตามมาตรฐาน Wi-Fi 6E ซึ่งเป็นการนำเอาคลื่น 6GHz เข้ามาใช้งาน โดย AP รุ่น R760 และ R560 ที่ Ruckus มีการวางแผนคาดว่าจะออกมาในช่วงไตรมาสสองและไตรมาสสามของปี 2022 โดยจะเป็น Wi-Fi 6 E ที่เป็น tri-band รองรับ 2.4GHz, 5 GHz และ 6 GHz ซึ่งจะทำให้ไอทีมีความถี่ในการเลือกใช้งานมากขึ้น สามารถเอา Channel มาทำ bonding ได้เยอะขึ้น ส่งผลให้มีความเร็วในการใช้งานเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ในไทยเอง ต้องรอ กสทช อนุมัติใบอนุญาตให้ใช้คลื่น 6GHz ก่อนถึงจะสามารถใช้ได้ (ทั้งนี้กลุ่มประเทศในเอเซียที่อนุญาตให้ใช้แล้วคือ เกาหลีใต้ และ มาเลเซีย)  รวมถึง Wi-Fi 7 ที่ตอนนี้ทีม Ruckus R&D กำลังมุ่งทำการวิจัยและออกแบบผลิตภัณฑ์ และคาดว่าจะได้เห็นการเปิดตัวจาก Ruckus เป็นที่แรกๆ อย่างแน่นอน
  • Ruckus Switching Hub จะมีสินค้าใหม่ที่ออกแบบเพื่อรองรับการทำงานของพอร์ตที่เป็น Multi-Gig ในหลากหลายรุ่นมากขึ้น สามารถใช้งานร่วมกับ Wi-Fi ในมาตรฐานใหม่ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีการออก Core Swich ที่จะเพิ่มพอร์ต uplink ให้สามารถรองรับได้สูงสุดถึง 25G รวมไปถึง Switch POE ที่รองรับมาตรฐาน 802.3bt ที่จะออกมาสำหรับการใช้งาน AP หรืออุปกรณ์ปลายทางอื่นที่กินไฟมากขึ้น
  • สำหรับ Firmware ใน Smartzone และ Virtual Smartzone ก็จะมีฟีเจอร์เด่นๆ ใหม่ๆ ออกมา ซึ่งแผนงานล่าสุด ใน Firmware 6.1.1 ซึ่งจะมาราวไตรมาส 3 จะมีฟีเจอร์เด่น เช่น การทำงานร่วมกันกับ AP ในเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นเก่า และ ใหม่ได้พร้อมกัน ทั้งนี้เพื่อให้ไอทีสามารถขยายระบบ หรือเติมระบบได้อย่างไม่ต้องมีข้อกังวล รวมถึงการออกแบบ Dashboard ใหม่ที่ทำให้ไอทีมีข้อมูลในการบริหารระบบได้ดีมากขึ้น มีมิติของข้อมูลที่เพียงพอเพื่อใช้ในการตัดสินใจในการทำงาน ผ่านรูปแบบการแสดงผลที่อ่านง่ายและสวยงาม

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Roadmap ในปี 2022 นี้เท่านั้น ยังมีฟีเจอร์บน Unleashed, IoT, Ruckus Cloud, Analytic และ Ruckus Cloudpath ที่มีการพูดถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำหรับท่านที่สนใจ หรือ สนใจหรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ Webinar ครั้งนี้เพิ่มเติม 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Email[email protected]

Line : @optimusthailand

Facebook : optimusthailand

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • CommScope Ruckus Ethernet Management Switches

    RUCKUS ICX เป็นตระกูลของสวิตช์ ให้การติดตั้งและการจัดการเครือข่ายง่ายขึ้น เพิ่มความปลอดภัย

    CommScope Ruckus, Ethernet Switches, Management Switches, Wired
  • CommScope Ruckus Network Access & Policy

    ซอฟต์แวร์ Cloud-based หรือ on-premises เพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึงเครือข่าย

    CommScope Ruckus, Network Access & Policy, Wireless
  • CommScope Ruckus Controllers

    ตัวควบคุมเครือข่าย ช่วยลดขั้นตอน ความซับซ้อนการจัดการเครือข่ายทั้งแบบใช้สายและไร้สาย

    CommScope Ruckus, Controllers, Wireless
  • CommScope Ruckus Indoor Access Point

    ผลิตภัณฑ์ระบบไร้สายที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม Hospitality ในระดับโลก

    Access Point, CommScope Ruckus, Indoor, Wireless

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

DZS จบปี 2021 ด้วยฐานลูกค้าใหม่ PON กว่า 150 ราย พร้อมรับโซลูชั่นใหม่ตลอดปี 2022

DZS จบปี 2021 ด้วยฐานลูกค้าใหม่ PON กว่า 150 ราย พร้อมรับโซลูชั่นใหม่ตลอดปี 2022

DZS (NASDAQ: DZSI) ผู้นำด้านการสื่อสารด้วยการเชื่อมต่อผ่านโซลูชั่น Broadband แบบครบวงจรครอบคลุมสินค้าและซอร์ฟแวร์ที่เกี่ยวข้อง ระบุเหตุการณ์ที่สำคัญ โดยเฉพาะกลยุทธทางการตลาดที่ได้ดำเนินการมาตลอดตอนช่วงปี 2021 ระบุผลงานที่ได้ประกอบไปด้วย มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าใหม่ กว่า 150 ราย ในอเมริกา เอเซีย ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดบรอดแบนด์ ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ โซลูชั่นใหม่ที่ถือเป็นนวัตกรรมล่าสุด ครอบคลุม การเชื่อมต่อบรอดแบนด์ตามบ้าน เมือง องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานสำคัญทางราชการ

ในปี 2021 DZS ได้เพิ่มศูนย์วิจัย R&D ในประเทศแคนาดา และ อินเดีย เพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้วใน สหรัฐอเมริกา เกาหลี และ เวียดนาม โดยทั้ง 5 ศูนย์วิจัยนี้ เป็นแหล่งระดมสมองที่สำคัญในการวางยุทธศาสตร์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านบรอดแบนด์ ครอบคลุม Portfolio ใหญ่ 4 กลุ่มได้แก่

  • DZS Velocity: โซลูชั่น Multi-Gigabit Broadband สำหรับตลาด Broadband Connectivity
  • DZS Helix: กลุ่มผลิตภัณฑ์ ONT เหมาะกับตลาด ISP ที่ใช้งาน GPON หรือ XGS PON ในบ้านหรือธุรกิจ
  • DZS Chronos: กลุ่มผลิตภัณฑ์ Multi-Gigibit คุณภาพสูงสำหรับการใช้งานรองรับกลุ่ม 4G/5G ที่เป็น Mobile Operator รองรับความเร็วสูงสุด 100G
  • DZS Cloud: ระบบการบริหาร Total Broadband Solution แสดงผลรายงาน การวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ เพื่อการบริหารหรือตัดสินใจในโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เราเร่งการลงทุนผ่านการเพิ่มทุนในช่วงต้นปี 2021 ด้วยยอดเงินสูงถึงกว่า 64 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อวัตถุประสงค์ในการเข้าซื้อกิจการด้านเทคโนโลยี 2 แห่ง เร่งการเจริญเติบโตในกลุ่มสินค้า DZS Cloud ซึ่งนำมาสู่การเพิ่มการขาย สินค้า รวมถึงการต่อยอด R&D จำนวนมาก ทั้งนี้ข้อมูลจาก Omdia คาดการณ์จำนวนผู้ใช้งาน Gibabit Broadband จะเพิ่มสูงถึง 50 ล้านคน ซึ่งโตทวีคูณจากในปี 2020 ซึ่งมีผู้ใช้เพียง 24 ล้านคนเท่านั้น”

ทั้งนี้ความคาดหวังในการเติบโตเหล่านี้เกิดจากปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามาไม่ว่าจะเป็น การเติบโตของอุตสาหกรรมในฐานะที่ Gigabit Broadband จะพื้นฐานการใช้งานความเร็วสูงทตแทนความเร็วในเทคโนโยลีแบบเดิม รวมถึงการกระตุ้นการเติบโตจากภาครัฐที่ต้องการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิตอล ซึ่งทำโดยรัฐบาลแต่ละประเทศทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึงกว่าแสนล้านเหรียญสหรัฐ การเติบโตของ 5G การนำ Open RAN มาใช้งาน รวมถึง แนวทางการแข่งขันที่เกิดจากข้อกังวลของผู้ขายที่ส่งผลมาจากภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสร้างความไม่ไว้ใจในการใช้งานเพราะความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยข้อมูล และ Privacy Policy

ในปี 2022 นี้ DZS ยังคงมุ่งมั่นในการขยายงานไปในส่วนต่างๆ ทั้งจากสินค้าใหม่ โซลูชั่นใหม่ รวมถึงพันธมิตรจากคู่ค้าเพิ่มเติมทั่วโลก ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างกิจกรรมทางการตลาดต่างๆผ่านคู่ค้าและลูกค้าของทางบริษัท ทั้งนี้สำหรับในประเทศไทย ออพติมุส ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ได้เตรียมโซลูชั่นจากเทคโนโลยี PON และเกี่ยวข้องจาก DZS ครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่กลุ่ม บริษัท Telco , ISP รวมถึง FiberLAN สำหรับการใช้งาน Fiber ครอบคลุมแทนสาย LAN เหมาะสำหรับองค์กร หรือหน่วยงานที่ต้องการทำโซลูชั่น Fiber to the Room, Fiber to Building สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • DZS (GPON)

    GPON เทคโนโลยีการเชื่อมต่อบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ที่ให้ Bandwidth การใช้งานสูงกว่าเทคโน

    DZS

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เพราะอะไร WatchGuard MFA จึงเหมาะกับ SME ในการใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานด้านการจัดการ Password

WatchGuard MFA ทำงานผ่าน Cloud

User ที่บริษัทเรายังคงใช้ Password ที่สามารถเดาได้ เช่นชื่อเล่น ชื่อสัตว์เลี้ยง วันเกิด asdfjkl; อยู่หรือเปล่า หรือ User เรายังคงใช้ Password ที่ง่ายๆ สั้นๆ เนื่องจากมองว่าอยากให้ตัวเองจำได้ ไม่ลืม นั่นเป็นสาเหตุบางส่วนทึ่ก่อให้เกิดปัญหากับทีมไอทีอย่างพวกเรา โดย User ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่จะเป็นจุดอ่อน หรือช่องโหว่สำคัญจากผลของการเลือกถูกโจมตึด้วยภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเชื่อได้ว่าสาเหตุต่างๆ สอดคล้องกับผลการสำรวจของ Pulse ซึ่งระบุไว้เช่นกันว่า User โดยทั่วไปเน้นการใช้ Password ที่จำง่าย ไม่ลืม หรือ ทีมไอทีกว่า 49% จะได้รับการติดต่อเพื่อขอให้มีการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องการการใช้งาน Password ในทุกวัน หรือมี User เพียง 35% เท่านัันที่ยอมเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความรู้ด้านซิเคียวริตี้ ซึ่งปัญหาต่างๆยิ่งมีมากขึ้นในช่วง Covid ที่มีการระบาดในทุกพื้นที่ และ SME มีนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานจากข้างนอก แล้วรีโมทเข้ามาใช้ทรัพยากรในออฟฟิศเพื่อการทำงาน (Work From Home)

เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ทุกคนต่างก็รู้ว่าการจัดการเรื่อง Password มีความสำคัญ แต่ก็ด้วยเหตุผลหลายประการ ทำให้องค์กรต่างๆ โดยเฉพาะ SME ไม่ได้ทำอะไรต่อ ไม่ว่าจะเป็นเพราะ ความยากในการใช้งานเครื่องมือสำหรับ User หรือเจ้าหน้าที่ไอทีเองก็ตาม หรือการโน้มน้าวให้บุคคลากรในองค์กรให้ความสำคัญในการตั้ง Password ให้มีความซับซ้อนและมีความยาวที่มากพอ รวมถึงการใช้งาน Password เดียวกับการ Login เข้าใช้งานออน์ไลน์ต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน Hacker สามารถใช้เครื่องมือที่มีอยู่มากมายในการ Hack รหัสผ่าน เช่น Mimikatz โดยใช้เวลาไม่นานในการเดา Password รวมถึงการใช้งานเครื่องมืออื่นๆ เช่น เวป Phising ซึ่งก็ได้เห็นจากหน้าข่าวกันอยู่ตลอดแล้วเวลานี้

สุดท้ายข้อมูลหลุด ข้อมูลรั่ว ก็ยังคงมีขายกันใน dark web ซึ่งเราได้เห็นตามหน้าสื่อมาอยู่อย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งเมื่อข้อมูลถูกเปิดเผย ก็จะกลายเป็นช่องโหว่ให้องค์กรต้องรับมือกับภัยอื่นๆที่จะตามมา

จากสถานการณ์เหล่านี้ WatchGuard MFA (Multi-Factor Authenticartion)  จะเหมือนเป็นผู้ช่วยสำคัญให้กับหน่วยงานไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SME ที่มีทีมงานที่ทำไอทีด้วยจำนวนคนที่ไม่มากนัก ตัวงานก็ค่อนข้างหลากหลายไม่ใช่ดูแลเฉพาะเรื่อง Security ในองค์กรแต่เพียงอย่างเดียว สำหรับ WatchGuard MFA แม้ Hacker จะได้รับ Password ในการเข้าสู่ระบบ แต่การทำงานของ MFA จะช่วยเป็นปราการอีกชั้นหนึ่งก่อนการอนุญาตให้เข้าใช้งานในระบบ ซึ่ง User จะได้รับ Notification แจ้งเตือน เพื่อการยืนยันการใช้งาน และหาก User ไม่ยืนยัน Hacker ก็จะไม่สามารถเข้ามาในระบบได้เลย และเมื่อ User คนดังกล่าวพบข้อพิรุธ ก็จะสามารถจัดการหรือแจ้งปัญหาต่อทีมงานไอทีได้ทันท่วงที เพื่อการป้องกันในขั้นตอนความปลอดภัยอื่นต่อไป

WatchGuard MFA ทำงานผ่าน Cloud  ทำให้ลดความวุ่นวายในการทำงานบน Server ลดภาระอุปกรณ์ รวมถึง สามารถจ่ายเป็น Subscription Fee ได้โดยไม่ต้องลงทุนเงินก้อนใหญ่ในครั้งแรก เพื่อให้มีระบบ MFA นี้มาใช้ในองค์กร ทั้งนี้หากอยากรู้ว่า WatchGuard MFA จะสามารถช่วยให้ไอที สามารถทำงานได้ง่ายมากขึ้นเพียงใด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ทีมงานของทางบริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ WatchGuard ที่ได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพการใช้งานมาแล้วทั่วโลก ติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Multi-Factor Authentication

    โซลูชั่นการยืนยันตัวตน ในรูปแบบแอพพลิเคชั่น รองรับการใช้งานทั้งบน Apple iOS และ Android

    Multi-Factor Authentication, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Arista เปิดตัว NDR (Network Detection and Response) เสริมความปลอดภัยขั้นสูงสุดบนเทคโนโลยี Switching Hub

Arista Networks (NYSE:ANET) ผู้นำเทคโนโลยีเครือข่ายขับเคลื่อนด้วยระบบข้อมูลที่ทันสมัย ออก Switching Hub ซีรีย์ใหม่ 720XP ที่ไม่เป็นแค่เพียง Campus Switching Hub ทั่วไปเท่านั้นยังผนวกเทคโนโลยีความปลอดภัยบนเครือข่าย ที่จะทำการวิเคราะห์ packet ที่วิ่งในระบบ ด้วยการนำเอา NDR (Network Detection and Response) มาอยู่บน Arista EOS (Arista EOS หรือ Arista Extensible Operating System เป็น OS ที่พัฒนาขึ้นโดย Arista Networks ใช้เพื่อเป็น Operation Systems ในการจัดการระบบเน็ตเวิร์คของ Arista เอง ทั้งที่เป็นในส่วนของ Data Center และ Cloud Network – ผู้เรียบเรียง) ซึ่งจะทำให้ไอทีเห็นภาพของระบบในมุมมองที่กว้างขึ้น พร้อมทั้งเท่าทันภัยคุมคามทางไซเบอร์ที่มุ่งการโจมตีระบบ ช่วยให้ยูสเซอร์ สามารถใช้งานระบบได้ปลอดภัยมากขึ้น ลดความเสี่ยงของระบบ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สินค้าที่เป็น Network Security เพิ่มเติมจากภายนอก

NDR เทคโนโลยีความเที่ยงตรงสูงด้วย Arista AVA

เทคโนโลยี NDR ถูกขับเคลื่อนโดย AVA (Autonomous Virtual Assist) ฟังชั่นการทำงานที่เป็นสิทธิบัตรโดย Arista เป็นการทำงานด้วย AI ผ่าน 2 ส่วนประกอบสำคัญคือ AVA Sensors และ AVA Nucleus โดย AVA Sensors ทำงานได้บนหลายแพลตฟอร์ม ตั้งแต่อุปกรณ์ที่เป็น Standalone, Virtual หรือ การทำงานบน Cloud นอกจากนั้นยังสามารถทำงานได้บนอุปกรณ์ที่เป็น PoE Switching Hub ทั้งนี้การทำงานของ Sensors จะตรวจสอบ packet ในเชิงลึก และส่งต่อไปยัง AVA Nucleus ซึ่งอยู่ในรูปของ on-premise หรือ SaaS ซึ่งข้อมูลที่ได้จะทำให้

  • เห็นการทำงานของ packet ที่วิ่งในระบบ สามารถระบุ packet ที่คาดว่าจะเป็นอันตราย รวมถึงติดตาม Profiles หรือ ผู้ใช้งาน รวมไปถึง App ต่างๆ และ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในระบบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Desktop หรือ Workstation ต่างๆ ซึ่งรวมไปถึง อุปกรณ์ IoT ต่างๆ ด้วย
  • เชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ โดยอิงการวิเคราะห์จากพฤติกรรม แทนที่จะเป็นการวิเคราะห์ในแบบปกติ
  • ดูข้อมูลได้แบบ Realtime เพื่อให้ทีมไอที สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยง พร้อมมีข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจ
  • ตรวจจับข้อมูลทีมีความเสี่ยงด้วย AI ซึ่งเป็นไปอย่างอัตโนมัติ รวมถึงระบบจะวิเคราะห์จากข้อมูลผ่านการทำ Machine Learning เพื่อเป็นผู้ช่วยที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับองค์กรส่วนใหญ่เนื่องจากการปรับการใช้ฮาร์ดแวร์และการเปลี่ยนแปลง config ต่างๆ ที่จำเป็นในเครือข่ายเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ ทีมไอทีที่ดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันภัยทางไซเบอร์ ถูกบังคับให้ต้องแลกกับเวลา และ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง” Rahul Kashyap รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์และ CISO ของ Arista Networks กล่าว “ด้วยการสร้างความสามารถของ NDR ลงบนโครงสร้างเน็ตเวิร์ค Switching Hub Arista จะช่วยลดความเสี่ยงขององค์กรอีกทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและเวลาในการแก้ไข ด้วยเวลาที่สั้นลง”

แหล่งที่มาข่าว : https://www.arista.com/en/company/news/press-release/14926-pr-20220223

ทั้งนี้ ความสามารถที่อยู่บน AVA จะพร้อมใช้งานได้ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2022 โดยเปิดให้ทดลองใช้ช่วงต้นเดือน มีนาคมนี้ และ หากท่านมีความประสงค์จะทดสอบ หรือ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อตัวแทนขายของทางบริษัท หรือติดต่อมาที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก Arista Networks ติดต่อ

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Arista Outdoor Access Point

    Arista Congnitive WiFi – AP on Cloud ที่ดีที่สุด

    Access Point, Arista Mojo, Outdoor, Wireless
  • Arista Indoor Access Point

    Arista Congnitive WiFi – AP on Cloud ที่ดีที่สุด

    Access Point, Arista Mojo, Indoor, Wireless

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ออฟฟิศของคุณพร้อมใช้งาน Wi-Fi 6 แล้วหรือยัง

Are Your Agency’s Access Points Ready, Tested, and Certified for Wi-Fi 6?

โลกหลัง Covid สภาพการทำงานมีความเปลี่ยนแปลงทึ่ต่างไปจากเดิม การใช้งาน Wi-Fi ถูกพูดถึงมากขึ้น การเตรียม Wi-Fi ให้มีความเร็วที่สูงขึ้น รวมถึงรองรับจำนวนการใช้งานด้วยเครื่องและ Device ต่างๆ ที่มากขึ้น หลากหลายขึ้น มึความจำเป็นอย่างมาก อีกทั้งออฟฟิศยังมีแนวโน้มในการใช้งาน Voice และ Streming ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ฉะนั้น ประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์คจึงมีความสำคัญอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และ ถึงจุดที่ไอทีจะพิจารณาเลือกใช้งาน Wi-Fi 6 (802.11ax) เพื่อปรับปรุงระบบเครือข่ายให้การทำงานให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของ Wi-Fi 6 (802.11ax)

Wi-Fi 6 มีคุณสมบัติใหม่ๆ หลายอย่างที่เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการใช้งานระบบไร้สายภายในออฟฟิศ ซึ่งดีมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับเทคโนโลยี Wi-Fi ในรุ่นก่อนหน้านั้น เช่นคุณสมบัติ Orthogonal Frequency-Division Multiplexing Access ซึ่งจะช่วยให้ AP และ Devices ที่เชื่อมต่อกันสามารถใช้งาน bandwidth ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ใช้เวลาในการทำงานร่วมกับ Devices น้อยลง ซึ่งจะลดการใช้พลังงาน และช่วยประหยัดแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้อีกทางหนึ่ง ทำให้เราสามารถใช้งานเครื่องมือถือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ได้ยาวนานมากขึ้น

นอกจากนั้นยังพบว่า เครือข่าย 5G ซึ่งทุกวันนี้ บริษัท Telco ลงทุนไป ให้ความสำคัญกับการใช้งาน IoT (Internet of Things) รวมไปถึง Big Data และการประมวลผลด้วย AI การใช้งาน Streming 4K เทคโนโลยี VR AR (Augmented และ Virtual Reality) ก็สามารถทำงาน Offload ไปด้วยกันได้ดีกับเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi 6  ด้วย Latency ที่ต่ำ มีความเร็วที่มากขึ้น และมีอุปกรณ์หลายๆ แบบรองรับเพิ่มขึ้น

CommScope RUCKUS Wi-Fi6

CommScope Ruckus ซีรีย์ R850 และ R750 เป็นอุปกรณ์กระจายสัญญานไร้สายบนมาตราฐาน Wi-Fi 6 (802.11ax) ไดัรับการรับรอง Wi-Fi CERTIFIED 6 จาก Wi-Fi Alliance ทำให้มั่นใจว่า สามารถใช้งานร่วมกันได้เป็นอย่างดีกับอุปกรณ์ที่ได้ Wi-Fi CERTIFIED 6 ด้วยกัน อีกทั้งหากดูจากผลการทดสอบของ สื่อในหลายๆ ค่ายที่นำ Ruckus ในสองรุ่นดังกล่าวไปทดสอบ จะพบจุดเด่นเพิ่มเติมมากขึ้นในหลายจุด เช่น สามารถเพิ่มการรองรับอุปกรณ์ผู้ใช้ปลายทางเป็นสองเท่าจากจำนวนที่ต้องการเพื่อให้ผ่านการทดสอบ นอกจากนั้นผลการทดสอบของ Packet6 (Packet6 – Wireless Consulting Services หน่วยงานทดสอบอิสระเชี่ยวชาญสูงด้านเทคโนโลยี Wi-Fi – ผู้เรียบเรียง) พบว่า การทำงานเพื่อรองรับ Streming VDO, Voice และ Data อุปกรณ์ Ruckus Wireless ยังสามารถทำคะแนนได้สูงสุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นในตลาด อีกด้วย

ทั้งนี้ท่านสามารถทดสอบการใช้งานจริงบนสภาพแวดล้อมจริง ของ Access Point Wi-Fi 6 พร้อมเทคโนโลยีที่เป็นสิทธิบัตรซึ่งอยู่บน Ruckus R850 และ R750 ตัวกระจายสัญญาน Wi-Fi รุ่นใหม่ จาก Ruckus Wireless สนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • CommScope Ruckus Access Points Accessories

    Access Point ที่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน

    Access Point, Access Points Accessories, CommScope Ruckus, Wireless

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ออพติมุส นำเสนอ iMAS โซลูชั่น (Single Sign-On) SSO ล่าสุดเพื่อคน SME

ออพติมุส นำเสนอ iMAS โซลูชั่น (Single Sign-On) SSO ล่าสุดเพื่อคน SME

ออพติมุส นำเสนอ iMAS โซลูชั่น (Single Sign-On) SSO ล่าสุดเพื่อคน SME จากปัญหาที่คนออฟฟิศโดยเฉพาะ SME ทั่วๆไปเจอในการเข้าใช้งานระบบต่างๆ ในออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือการใช้อินเตอร์เน็ต รวมไปถึงการ Identified ตัวของ user เองเพื่อเข้าใช้ระบบหรือ drive ต่างๆของออฟฟิศ ทั้งที่เป็น LAN LINE หรือการใช้งาน Wi-Fi ซึ่งจะเข้าใช้แต่ละอย่าง ก็มีขั้นตอนที่มาก เยอะ ซึ่งยุ่งยากทั้งในส่วนของตัว User เองหรือทาง ไอทีที่ดูแลระบบที่จำกัดทั้งคน และเวลา งานก็เยอะ ต้องเข้ามาจัดการช่วยเหลือหากเกิดปัญหา

 

นอกจากนั้น การทำงานของออฟฟิศในยุคที่โลกทำงานในแบบ Post Covid อุปกรณ์ Devices ที่มีการเชื่อมต่อก็มีความหลากหลายมากขึ้น มีได้ตั้งแต่ notebook , PC ที่ออฟฟิสจัดหาให้ หรือในบางหน่วยงานมีการอนุญาตให้พนักงานสามารถนำมือถือและแท็บเล็ตส่วนตัวเข้ามาใช้งานในระบบ (BYOD – Bring Your Own Device) ได้เพิ่มเติมด้วย  แต่จะทำให้ระบบมีความปลอดภัย และที่สำคัญไม่เพิ่มงานให้ไอที ในทางกลับกันจะต้องช่วยลดเวลา ลดปัญหาไปได้พร้อมกันนั้น  บอกได้เลยว่า iMAS (Single Sign-On) SSO คือคำตอบ

ออพติมุส นำเสนอ iMAS โซลูชั่น (Single Sign-On) SSO เพื่อคน SME

iMAS ผลิตภัณฑ์จาก ออพติมุส เป็นเซอร์วิสที่พัฒนาขึ้นมา มาทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ Single Sign-On (SSO) ภายในออฟฟิส เชื่อมต่อการทำงานในส่วนของ Firewall กับ Network Infrastructure เข้าด้วยกัน เพื่อให้การ login เข้ามาทำงานของ User แทนที่จะต้อง authentication ในหลายๆ ขั้นตอน รวบมันไว้ในการ access เพียงแค่ครั้งเดียว เพื่อทำให้ปัญหาของไอทีที่มีอยู่หมดไป 

iMAS บริการใหม่ล่าสุดจาก OPT-Solution เพราะเรามีความเชื่อว่า ระบบที่ดี คือ ระบบที่ถูกออกแบบมาสำหรับออฟฟิศที่แต่ละที่มีความเหมาะสมในระบบที่แตกต่างกัน ระบบที่ดีจะทำให้ไอทีสามารถทำงานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับมีเวลาเหลือในการเข้าไปพัฒนา ICT ส่วนอื่นเพิ่มเติมได้อีกด้วย 

ประโยชน์ที่ได้จากการใช้งาน iMAS ในองค์กร

  • ไม่ต้องทำ Directory เอง มีเซอร์วิสให้เลือกเหมาะกับสภาพแวดล้อมองค์กร ทั้งแบบ On Premise และ On Cloud
  • แก้ปัญหาการระบุตัวตนของ User ในองค์กร
  • ไม่ต้อง Login ซ้ำซ้อน ไม่ว่าจะเป็น Login เข้าเครื่อง, Connect Wi-Fi, Authen เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ต
  • ลดงานของไอที ที่ดูแลระบบ และเพิ่มความสะดวกให้กับยูสเซอร์ในการเข้าใช้งาน
  • ดูแลและให้บริการโดยทีมนักพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญ อยู่ในธุรกิจไอทีมากกว่า 20 ปี
  • สามารถใช้งานได้ร่วมกันกับ Wireless Solution หรือ Firewall ยี่ห้อใดก็ได้

ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้หากท่านสนใจในการพัฒนาระบบของออฟฟิศให้ทำงานได้สะดวกและง่ายดายมากขึ้น รวมถึงการหาเครื่องมือในการช่วยทำให้องค์กรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทำงานผ่านการทำระบบดิจิตอลต่างๆ แล้ว สามารถสอบถามรายละเอียดหรือแสดงความต้องการเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • OPT-Solution Single Sign-On

    เชื่อว่าหลายบริษัทยังคงเป็นแบบนี้กันอยู่ จึงตัดปัญหาเรื่องการเข้าใช้งาน WIFI เป็น Pre-Share key (ตั้ง

    OPT-Solution, Security

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

3 เหตุผลที่บริษัทเล็กๆ หรือ SME อย่างเราเชื่อว่า บริษัทมีโอกาสถูกโจมตีจาก Ransomware น้อยกว่าบริษัทใหญ่ทั่วไป

จริงอยู่ที่ว่า ข่าวการโจมตีด้วย Ransomware ที่เราได้ยินตามหน้าข่าว จะเป็นบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งถ้าเป็นหน้าข่าวในต่างประเทศ ก็จะพบเช่น Kia Motors, Accenture, Acer, JBS ในประเทศไทยก็มีหน้าข่าวที่ บริษัทใหญ่ๆ โดยเรียกค่าไถ่แบบเปิดเผยบ้าง ไม่เปิดเผยบ้าง ด้วยราคาค่าไถ่ที่แสนแพง ซึ่งทำโดยโจรทางไซเบอร์ที่ล้วนแล้วแต่รู้กันว่าเป็นตัวเป้งในวงการ มีคดีทางด้าน Cyber Security หลายคดี มีการวางแผนเข้าโจมตีอย่างแยบยล มีกระบวนการในการทำงานเพื่อคุกคามเป้าหมาย ซึ่งสุดท้าย เหยื่อเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ไม่รอดจากการโจมตีทั้งสิ้น

แต่จากผลของการเก็บข้อมูลในช่วงปี 2021

มีข้อมูลที่อาจทำให้หลายคนต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) รวมไปถึง NGOs ต่างๆ กลายเป็นผู้ที่เสียหายจากกรณี Ransomware มากที่สุด ซึ่งหากเราวิเคราะห์เพิ่มเติมลงไป จะพบสาเหตุสำคัญ ดังนี้

  • เชื่อไปเองว่าแก๊งค์เรียกค่าไถ่ จะมุ่งโจมตีเฉพาะกับบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น ซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงเลย เพียงแต่จะพบว่าข่าวที่ลง ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่ บริษัทใหญ่มากกว่า เนื่องจากสามารถขายข่าวได้ดีกว่า เร้าใจได้มากกว่า ทั้งๆที่จริงๆ แล้ว บริษัทเล็กๆ หรือ SMEs ก็มีการโดนโจมตีด้วย Ransomware ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้ง ยังมีความเชื่อว่า พวกโจรเหล่านี้คงไม่โจมตีบริษัทเล็กๆ หรอก เพราะเรียกค่าไถ่ได้ไม่มาก ที่จะเป็นหลักหลายๆ ล้านดอลล่าห์ก็แทบจะเป็นไปได้เลยที่บริษัทเล็กๆ จะยอมจ่าย ซึ่งไม่คุ้มกับการวางแผน การทำงานของโจร แต่เปล่าเลย เมื่อพบข้อมูลว่าค่าไถ่โดยเฉลี่ย ในปี 2021 จะอยู่ราวเพียง 70,000 ยูเอสดอลล่าห์ (หรือราวๆ 210,000 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนที่ธุรกิจขนาดเล็กทั่วไป สามารถจ่ายได้ ดังนั้นจะบอกว่า ทุกธุรกิจ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ล้วนเป็นเป้าหมายของการโจมตีแทบทั้งสิ้น

 

  • Ransomware as a Service (RaaS) เป็นตัวเปลี่ยนเกมส์สำคัญของ Ransomware กล่าวคือในอดีตการเขียน script ต่างๆ ล้วนต้องใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญในการเขียน เพื่อเข้าโจมตี รวมถึงการทำ Encryption ต่างๆ แต่ปัจจุบ้นมีบริการ Ransomware as a Services ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับโจรที่แม้ไม่มีความรู้มาก แต่ก็สามารถซื้อบริการดังกล่าวได้ ซึ่งนั่นสามารถสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจที่โดนโจมตีได้กว้างขวางมากขึ้น ด้วยต้นทุนการทำงานที่ต่ำลง ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ในปี 2020 การโจมตีด้วย Ransomware โจรไซเบอร์ใช้รูปแบบ Ransomware as a Service (RaaS) ถึงสองในสามเลยทีเดียว

 

  • ข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณด้านความปลอดภัย เนื่องจากหลายออฟฟิส มองว่า IT เป็นหน่วยงานที่เป็น ค่าใช้จ่าย ฉะนั้นเงินที่ลงไปในงานไอทีจึงเป็นแต่รายจ่าย ซึ่งอันที่จริง เราสามารถ optimize งานไอทีหลายๆ ส่วนเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้อีกด้วย ซึ่งแนวคิดเรื่องของ digital transformation ต่างๆ ล้วนปรับเพื่อให้องค์กรใช้ไอทีในการพัฒนาองค์กรในทุกส่วนได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้อย่าพึ่งตื่นตระหนก

หากธุรกิจของท่านมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการ remote office ที่มาจากการทำ Work From Home (WFH) ของพนักงาน หรือความไม่รู้ว่า จะมีแนวทางในการป้องกัน ในเรื่องของ มัลแวร์และ Ransomware ได้อย่างไร รวมไปถึงการขาดการวางแผนที่อาจยังไม่ดีพอ ออพติมุส เราอยู่ในธุรกิจ Cyber Security มากว่า 20 ปี  เรามีทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษา รวมถึงข้อเสนอต่างๆ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีผ่านช่องทาง ต่างๆ ด้านล่าง โดยทีมงาน ออพติมุส ร่วมกับ Webroot และ สินค้าด้านความปลอดภัยอื่นๆ พร้อมที่จะเข้าไปให้คำปรึกษา รวมถึงวิธีการในการจัดการปัญหาต่างๆ สนใจติดต่อ

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

CommScope Ruckus ประกาศแจ้ง Emergency End of Sale สำหรับ Switching Hub

จากเหตุการณ์วิกฤต Supply Chain ที่เกิดขึ้น กระทบต่ออุตสาหกรรมไอซีทีโดยรวมทั่วทั้งโลก ทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตสินค้าไอทีหลายๆอย่างเกิดการขาดแคลน ซึ่ง CommScope ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน  ซึ่งส่งผลให้ทาง CommScope ต้องประกาศแจ้ง EOS ในผลิตภัณฑ์ Switching Hub บางรุ่น ได้แก่ RUCKUS ICX7250, ICX7150-C08PT, ICX7150-C08P และ ICX7150-24F โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2022 เป็นต้นไป 

CommScope ได้มีการจัดเตรียมสินค้าในรุ่นใหม่ที่ใช้ทดแทน Switching Hub

ทั้งนี้ทาง CommScope ได้มีการจัดเตรียมสินค้าในรุ่นใหม่ที่ใช้ทดแทน Switching Hub ในรุ่นที่มีการประกาศ EOS  ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถดูรายละเอียดได้จาก Link แนบ และทั้งนี้หากท่านมีข้อสงสัย หรือความประสงค์ที่จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • CommScope Ruckus Ethernet Management Switches

    RUCKUS ICX เป็นตระกูลของสวิตช์ ให้การติดตั้งและการจัดการเครือข่ายง่ายขึ้น เพิ่มความปลอดภัย

    CommScope Ruckus, Ethernet Switches, Management Switches, Wired

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Tactio injector PoE+ และ PoE++ มาตราฐานใหม่ เพื่อการรองรับกำลังไฟและความเร็วที่เพิ่มขึ้น

เทคโนโลยี PoE ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น 802.3af หรือ 802.3at ถูกหยิบมาใช้อย่างแพร่หลาย มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งปัจจุบัน AP หรือ IP Camera บางรุ่นต้องการกำลังไฟในการทำงานที่มากขึ้น ทำให้ PoE ในมาตรฐานเก่าใช้งานไม่ได้ ครั้นจะเลือกใช้ Switching Hub ที่รองรับมาตรฐานไฟที่เยอะขึ้น ก็มีราคาที่แพง ฉะนั้น PoE Injectors ในรุ่นที่สนับสนุน PoE+ หรือ PoE++ จึงเป็นคำตอบที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดในเวลานี้

Tactio ผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์คคุณภาพสูง ประกอบไปด้วยอุปกรณ์เน็ตเวิร์คหลายรุ่น อาทิ Industrial Switch สวิตซ์เกรดอุตสาหกรรม ที่ต้องการความสมบุกสมบันเป็นพิเศษ มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ความคงทนเกินการรับประกัน และล่าสุดกับกับ PoE Injector ในมาตราฐาน PoE+ และ PoE++ อุปกรณ์ตัวกลางจ่ายไฟในเน็ตเวิร์ค เพื่อการติดตั้งอุปกรณ์ปลายทาง เช่น Access Point, กล้อง CCTV ที่อยู่บนฝ้า เพดานหรือที่สูง ติดตั้งได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น กินไฟจากสาย LAN ลดค่าใช้จ่ายและความวุ่นวายในการติดตั้งปลั๊กไฟ หรือเดินสายไฟ ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการใช้ PoE ร่วมกันกับ Industrial PC, Digital Signage อื่นๆ ที่กินไฟมากกว่า POE ในมาตรฐานแบบเดิม

เกร็ดการเลือกใช้งาน PoE ในปัจจุบัน

หากเราจะเลือกใช้ PoE มีสิ่งที่ต้องพิจารณาประกอบไปด้วย 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1. Power ที่ใช้งาน ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์ AP หรือ IP Camera มีความต้องการใช้กำลังไฟที่แตกต่างกัน โดยมี Power ให้เลือกใช้ ตามมาตรฐานดังนี้ 

    • IEEE 802.3af (POE) ที่ใช้กำลังไฟ 15W
    • IEEE 802.3at (POE+) ที่ใช้กำลังไฟ 30W
    • IEEE 802.3bt (POE++) ที่ใช้กำลังไฟ 60W-90W 
            a. Type3/Class5 45Watt, Class6 60W
            b. Type4/Class7 72Watt, Class8 90W

2. ความเร็วที่ต้องการใช้งาน (Ethernet Network Speed) เชื่อว่าเราคงคุ้นเคยกับพอร์ตที่เป็น Multi-Giga กันบ้างแล้ว โดยเฉพาะกับ Wireless AP ที่เป็น Wi-Fi 6 ขึ้นไป ทั้งนี้หากพิจารณาจะพบว่า ปัจจุบันมีความเร็วที่ใช้กันอยู่ดังนี้

    • 10/100 Mbps
    • Gigabit
    • Multi-Giga 1G/2.5G/5G
    • 10 Gigabit (5-speed 100M/1G/2.5G/5G/10G)

โดยเราจะนำเอาปัจจัยทั้งสองส่วนมาใช้เป็นประเด็นในการเลือกใช้ PoE ที่เหมาะสม โดยสามารถพิจารณาได้จากตารางด้านล่าง ซึ่งประกอบไปด้วย แกนที่เป็นกำลังไฟ และ แกนที่บอกถึงครามเร็วที่ใช้งานในระบบ

tactio injector PoE

โดย Injector จาก Tactio มีรุ่นที่เปิดตัวมาใหม่ในไตรมาสหนึ่งของปีนี้ รวม 3 รุ่นประกอบไปด้วย

  • INEO-01PJG10 เป็น Injector ที่เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูงสุดถึง 10Gbps สนับสนุนกำลังไฟที่ 30W หรือตามมาตรฐาน 802.3at
  • INEO-01PJG5 เป็น Injector ตอบสนองความเร็วที่ 5Gbps ด้วยกำลังไฟตามมาตรฐาน 802.3at (POE+) และ 802.3af (POE) หรือรองรับกำลังไฟที่ 30W และ 15W ตามลำดับ 
  • INEO-01PJG-BT90 เป็น Injector มาตรฐาน 802.3bt รองรับกำลังไฟสูงถึง 90W รวมถึงรองรับกำลังไฟในรูปแบบ Backward Compatible ที่ 60W,30W และ 15W สนับสนุนการทำงานบนพอร์ตความเร็ว 1Gbps

ทั้งนี้ทางบริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัดยังเป็นตัวแทนจำหน่าย อุปกรณ์เน็ตเวิร์คอื่นๆ จาก tactio ด้วย หากสนใจหรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์ค tactio เพิ่มเติมสามารถติดต่อมาได้ที่แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

คลิกดูรายการสินค้าเพิ่มเติม
 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Tactio PoE Injector

    PoE Injector หรืออุปกรณ์สำหรับแปลงไฟ แบบ AC ให้เป็น DC โดยทำให้สามารถจ่ายกระแสไฟไปบนสาย LAN ได้

    PoE Injector, Power Over Ethernet (PoE), Tactio, Wired
  • Tactio PoE Extender

    PoE Extender คือ อุปกรณ์เพื่อเพิ่มระยะสาย LAN พร้อมไฟ PoE รองรับมาตรฐาน IEEE 802.3af

    PoE Extender, Power Over Ethernet (PoE), Tactio, Wired
  • Tactio Ethernet Smart Switches

    Ethernet Switches Module คือ อุปกรณ์ตัวรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต ให้มีความเร็วและมีความเสถียรยิ่งขึ้น

    Ethernet Switches, Smart Switches, Tactio, Wired

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์