
เทรนด์เทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2025 โดย Gartner
เมื่อวันหยุดปีใหม่ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่าน เทรนด์เทคโนโลยีที่ Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก ได้ทำขึ้นเพื่อพยากรณ์ว่าจะมีเทคโนโลยีใดบ้างที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในแต่ละปี ซึ่งในปี 2025 ก็มีหลายเทรนด์ที่น่าสนใจครับ มาดูกันว่าโลกเทคโนโลยีปีนี้จะพัฒนาไปในทิศทางใดบ้าง
Agentic AI :
ก้าวใหม่ของ AI ที่คิดเอง ทำงานเองได้ Agentic AI คือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากมนุษย์ เปรียบเหมือนมีสมองของตัวเอง สามารถประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และดำเนินการแก้ไขปัญหาได้โดยอัตโนมัติ ถ้าพี่ๆ เคยดูหนัง Ex Machina หรือ Her คงพอจินตนาการออกว่า AI ในอนาคตจะฉลาดขึ้นแค่ไหน ตัวอย่างการใช้งานที่เห็นได้ชัด เช่น รถยนต์ไร้คนขับที่สามารถตัดสินใจเลี่ยงรถจอดเสียข้างหน้าได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือหุ่นยนต์ในโรงงานที่สามารถปรับแผนการผลิตได้เองเมื่อพบปัญหา
AI Governance Platforms:
พูดถึงการควบคุม AI ให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง AI Governance Platforms คือแพลตฟอร์มที่ใช้กำกับดูแลการทำงานของ AI ให้เป็นไปตามกฎระเบียบและจริยธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา การทดสอบ ไปจนถึงการนำไปใช้งานจริง เสมือนเป็น “ข้อกำหนด” สำหรับ AI ที่ช่วยให้มั่นใจว่า AI จะไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่มีอคติ และไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคม
Disinformation Security:
เปรียบเหมือนเกราะป้องกัน Fake News ในยุคดิจิทัล Disinformation Security เป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ในการตรวจจับ วิเคราะห์ และป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม รวมถึงการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล และการติดตามการแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือนบนโลกออนไลน์
Post-Quantum Cryptography (PQC):
การเข้ารหัสที่แม้แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัมก็เจาะไม่ได้ PQC คือระบบการเข้ารหัสรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อต้านทานการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งมีพลังการประมวลผลมหาศาล สามารถถอดรหัสระบบการเข้ารหัสแบบดั้งเดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว PQC จึงเป็นความหวังใหม่ในการปกป้องข้อมูลสำคัญในยุคควอนตัม
Ambient Invisible Intelligence:
AI แฝงตัวเบื้องหลังที่สุดแสนจะฉลาด Ambient Invisible Intelligence คือเทคโนโลยี AI ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในชีวิตประจำวัน โดยที่ผู้ใช้แทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของ AI แต่ได้รับประโยชน์จากความสะดวกสบายที่ AI มอบให้ เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะที่เรียนรู้พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย พร้อมปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เช่นอุณหภูมิ ความชื้นเมื่อเดินเข้ามาในบ้าน หรือระบบเลือกเพลงที่รู้ว่าพี่ๆกำลังต้องการฟังเพลงแบบไหนในแต่ละช่วงเวลา
Energy-efficient Computing:
การประมวลผลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Energy-efficient Computing คือแนวคิดในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การออกแบบฮาร์ดแวร์ที่ประหยัดพลังงาน การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำงานได้เร็วและกินทรัพยากรน้อย ไปจนถึงการจัดการระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ
Hybrid Computing:
ผสานพลังการประมวลผลแบบไฮบริด Hybrid Computing ร่วมกันระหว่างการประมวลผลบนคลาวด์ (Cloud Computing) และการประมวลผลในองค์กร (On-premises) ทำให้องค์กรสามารถเลือกใช้ข้อดีของทั้งสองรูปแบบ เช่น ความยืดหยุ่นและการประหยัดต้นทุนจากคลาวด์ พร้อมกับความปลอดภัยและการควบคุมข้อมูลจากระบบภายในองค์กร
Spatial Computing:
การประมวลผลแบบเสมือนจริง Spatial Computing เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับข้อมูลดิจิทัลในรูปแบบสามมิติ ผ่านเทคโนโลยี VR (Virtual Reality), AR (Augmented Reality) และ Mixed Reality โดยผู้ใช้สามารถจับต้อง หมุน และปรับแต่งวัตถุเสมือนได้เหมือนวัตถุจริง
Neurological Enhancement:
เทคโนโลยีเสริมศักยภาพสมอง Neurological Enhancement คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองมนุษย์ ทั้งในด้านความจำ การเรียนรู้ และการประมวลผลข้อมูล รวมถึงการรักษาโรคทางระบบประสาท เช่น การใช้อุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถกระตุ้นการทำงานของสมอง หรือการฝังชิพเพื่อเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์โดยตรง
Sustainable Technology:
เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน Sustainable Technology ที่ออกแบบและพัฒนาโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดทิ้ง เช่น พลังงานหมุนเวียน อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ
พบว่าเทรนด์เทคโนโลยีทั้ง 10 ประการนี้ไม่ได้แยกจากกันเป็นส่วนๆ แต่ต่างเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน เช่น การพัฒนา Agentic AI จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของ AI Governance และต้องคำนึงถึงการประหยัดพลังงานตามแนวคิด Energy-efficient Computing องค์กรที่ต้องการประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลจึงต้องมองภาพรวมและวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน ทั้งการลงทุนในเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้
ทั้งนี้หากพี่ๆ อยากได้มุมมองเพิ่มเติม ออพติมุส และ สถาบัน IMC ได้จัดงาน Webinar #128 – Technology Trends 2025 ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ, สถาบันไอเอ็มซี และ คุณมิก สัจไพบูลย์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด มาพูดถึง Trend 2025 พร้อมตัวอย่างประกอบที่น่าสนใจโดยสามารถดูย้อนหลังได้จากวิดิโอด้านล่างนี้
แหล่งข่าวอ้างอิง : https://www.facebook.com/imcinstitute/videos/4029590720698560

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์





