Skip to content

WatchGuard Cloud เป็นยุคของการบริหารจัดการที่ง่ายลงสำหรับ MSPs

ความซับซ้อนคือศัตรูตัวฉกาจของด้านการรักษาความปลอดภัย และหลายๆ ธุรกิจค้นพบว่าการรักษาความปลอดภัยนั้น ใช้จำนวนที่ไม่ได้สัดส่วนของเวลาที่ทีม IT ต้องหมดไป การให้บริการจากผู้ให้บริการ (Managed service providers) นั้นจะเข้าเพิ่มเต็มเติมในส่วนที่หายไปโดยการเข้ามาดูเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ ในขณะที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถที่จะโฟกัสกับการเปลี่ยนแปลงดำเนินงานได้ถึงเป้าหมาย MSPs เป็นการที่เปลี่ยนถ่ายจากการให้บริการของ IT support กลายมาเป็นการส่งข้อมูลการบริหารจัดการด้าน cybersecurity และความเสี่ยงที่สามารถเป็นประโยชน์แทน แต่มันจะไม่เลยถ้าปราศจากการแข่งขัน การค้นหาระบบหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ และง่ายต่อทีมที่ดูแลอุปกรณ์โดยใช้เวลาน้อยที่สุด และสามารถรับประกันความสำเร็จ

การเปิดตัวของ WatchGuard Firebox Policy Management บน WatchGuard Cloud

WatchGuard Cloud ประกอบไปด้วย การบริหารจัดการโครงข่ายรักษาความปลอดภัย, การป้องกันการเข้าถึงโปรแกรมด้วยรหัสหลายชั้น (multi-factor authentication), ความฉลาดในการตรวจจับ threat ที่ง่ายในการเรียนรู้บนคลาวด์แพลทฟอร์ม เป้าหมายของ WatchGuard Cloud คือการสร้างให้มีความแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ การออกแบบด้านความปลอดภัยเพื่อสนับสนุนในทางของ MSPs ที่เข้ามาทำในส่วนของธุรกิจ และการยกระดับในเรื่องการบริหารจักการของ WatchGuard Firebox ไปอีกขั้นหนึ่ง

การออกแบบเพื่อการจัดการที่มีประสิทธิภาพ, การกำหนดนโยบาย และการเข้าถึงระบบจากข้างนอกด้วยความรวดเร็วของการทำ VPN บน WatchGuard Cloud การสร้างนโยบายในรูปแบบของ template เพื่อให้ง่ายในการติดตั้งแบบซ้ำๆ อีกทั้งการทำนโยบายสามารถทำแบบ offline และตั้งเวลาเพื่อทำการติดตั้งเมื่อถึงเวลาที่ใช่ ดังนั้นคุณสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแก้ไขนโยบายก่อนที่จะมีการติดตั้งจริงเพื่อเป็นการประหยัดเวลาเมื่ออยู่ที่ไซด์ของลูกค้า

10 อย่างที่คุณต้องหลงรัก WatchGuard

  1. เพิ่มประสิทธิภายและการยอมรับ หมายความว่าคุณสามารถที่จะทำให้ Firebox ของคุณใช้งานได้ในเวลาไม่กี่นาที
  2. Policy templates นั้นสามารถที่จะติดตั้งได้ทีละหลายอุปกรณ์ (Firebox) และข้ามระดับได้
  3. ปรับปรุงการติดตั้งและการตั้งค่าต่างๆ ของนโยบายความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  4. การตั้งค่าในขณะที่ offline และความสามารถในการติดตั้งตามตารางเวลาที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ
  5. Policy Map และ Policy Usage Reports สามารถนำไปใช้งานเพื่อการตรวจสอบแบบอัตโนมัติ เพื่อค้นหา Policy ที่มีข้อบกพร่องและช่วยให้ทีมงานประหยัดเวลาในการหาปัญหา
  6. Role-based access control หรือการอนุญาตการเข้าถึงของตัว Firebox เพื่อกำหนดบุคคลที่สามารถเข้ามาจัดการได้เท่านั้น
  7. ลดความกังวลและให้รางวัลกับ policy management เพื่อที่จะปรหยัดเวลาวันต่อวันในการจัดการ
  8. ง่ายต่อการกำหนดโครงข่ายเพื่อสำหรับระบบ VoIP หรืออุปกรณ์ IoT อื่นๆ กับ intent-based หรือการเข้าถึงแบบเจาะจงอุปกรณ์
  9. การกำหนดให้ traffic ในรูปแบบต่างๆ มีความมั่นคงขึ้น เมื่อ firewall rules มีจำนวนที่ลดน้อยลงสำหรับการบริหารจัดการ
  10. การอัพเกรด firmware ที่มีขั้นตอนที่ง่ายดาย และยังสามารถตั้งเวลาที่เหมาะสมเพื่อทำการอัพเกรดได้ด้วย โดยใช้วิธีการ Content Delivery Network (CDN)

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ ไตรภพ พฤทธิพัฒนกุล