เก็บตกงาน Optimus Webinar การบริหารจัดการเครือข่ายองค์กรในยุค Covid 19 แบบไร้สัมผัสด้วย Arista Networks

photo 8

จากงาน Webinar เมื่อวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ทางทีมการตลาด ได้เห็นว่ามีหลายประเด็นที่น่าเอามาแชร์ขยายเพิ่มเติม โดยในงาน ได้รับเกียรติจากทีมงานของ Arista และ OPTIMUS มาเล่าให้ฟังถึง Trend ของเน็ตเวิร์คที่กำลังจะเกิดขึ้น และแนวทางของ Arista Networks ที่จะถูกนำมาเพื่อแก้ไข โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์การแพร่ระบาด ของ Covid 19 ที่จะทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

จากเหตุการณ์ Covid 19 พบว่า พฤติกรรมของคนทำงานในทุกๆ ส่วนเปลี่ยนแปลงไป บางบริษัทจะไม่ยอมให้คนนอกเข้าไปที่หน้าไซต์งาน รวมถึง SI ที่บางทีต้องเข้าไปทำงานที่หน้างาน ก็จะพบว่ามีออกกฎระเบียบก่อนที่จะอนุญาตให้ใครเข้ามาในพื้นที่ เช่น บางที่ต้องมีผลตรวจสุขภาพมาแสดง หรือต้องมีประวัติการฉีดวัคซีน หรือบางทีต้องระบุถึงการเดินทางภายใน 14 วันก่อนวันเข้าหน้างาน

ในส่วนขององค์กรลูกค้าก็เริ่มมีการคุยกันว่า ให้ WFH มากขึ้น หลายที่พนักงานลาออกก็ไม่รับคนใหม่เข้ามา มีแนวโน้มลดจำนวนพนักงานลง การทำงานที่ตอนนี้ต่างคนต่างทำงานที่บ้าน จึงต้องเน้นเครื่องมือเพื่อสร้าง Collaborative มากขึ้น หลากหลายขึ้น การใช้งาน Cyber WorkSpace ต่างๆ เช่น google workspace, Office 365 การใช้งาน VDO ต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีการใช้มากขึ้นในองค์กร ข้อมูลหลายอย่างถูกเก็บไว้บน cloud และมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา

photo 7

Network Infrastructure เองก็ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอย่างมาก แผนงานเดิมการวางเน็ตเวิร์คอาจไม่ได้ถูกออกแบบให้ตรงกับการใช้งานที่เปลียนแปลงมากขึ้นอย่างฉับพลันในปัจจุบัน เช่นตัวอย่างการใช้งาน VDO ซึ่งแต่เดิมการวาง Switching Hub ก็ไม่ได้เน้นอะไรมากนัก แต่เห็นผลได้ชัดเมื่อมีการใช้งาน VDO มากขึ้น ปรากฎว่า Latency ที่ต่างกันของ Switch ที่แตกต่างกัน ก็ให้การแสดงผลที่ต่างกันเช่นกัน รวมถึงหลังจากนี้การเข้าไปทำงานในออฟฟิสต่อไป ที่หลายๆ บริษัทจะต้องมีความยืดหยุ่นในเรื่องของที่นั่งทำงานมากขึ้น ด้วยปัญหาที่ต้องมีที่ระยะห่างของพนักงานทีมีต่อกัน ฉะนั้น เดิม สาย LAN ที่ Fix จุดวางตามคอมพิวเตอร์ ระบบโทรศัพท์ที่ยึดติดตามโต๊ะ ก็จะเปลียนแปลงไป สามารถใช้งาน WiFi เพื่อทำงานที่ไหนก็ได้ มีระบบโทรศัพท์ที่ยืดหยุ่นไม่ fix กับที่นั่งอีกต่อไป

เมื่อองค์กรมีการปรับตัว บวกกับ เจ้าหน้าที่ไอทีมีแนวโน้มที่จะมีงานเพิ่มขึ้น แต่จำนวนคนอาจไม่มากขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้นการที่ทำให้ระบบเน็ตเวิร์ค มีความฉลาดมากขึ้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงระบบ dashboard จะดีแค่ไหนหากเราสามารถทำมันให้อยู่ในหน้าจอเดียว ไม่ต้องแยกดูหลายๆอัน  (Single dashboard) การออกแบบระบบก็ควรคำนึงถึงการจัดการที่ต้องลดความวุ่นวาย และด้วย สถาปัตยกรรมของ Arista ทำให้การออกแบบระบบ การวางเน็ตเวิร์คใน tier ต่างๆ ลดความซ้ำซ้อน และสามารถขยายไปได้เรื่อยๆ ตามการเติบโตขององค์กร (pay as you grow) นอกจากนั้น การจัดการทั้งหลายผ่าน Cloud ก็จะยิ่งเพิ่มความยืดหยุ่น อีกทั้งการใช้งาน Cloud จะทำให้การทำงาน AI + ML ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการทำงานบน Cloud ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ ทั้งนี้ Arista Networks ให้ความสำคัญในประเด็นนี้ตลอดมา เพราะข้อมูลที่มากขึ้นทำให้ระบบ AI+ ML ฉลาดขึ้น และเมื่อระบบฉลาดขึ้น ก็จะช่วยให้การทำงานของผู้ดูแลระบบสามารถทำงานได้ดีมากขึ้นไปอีก ส่งผลดีต่อธุรกิจในที่สุด

ในงาน webinar ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจที่จะต่อจิ๊กซอร์ทางธุรกิจ ผ่านระบบเน็ตเวิร์คที่เป็น Cloud มาพร้อมความสามารถของ AI และ ML ที่จะแสดงถึงปัญหาที่คาดว่าจะเกิด รวมถึงการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ในระบบ บนอุปกรณ์ทั้งที่เป็น Switch และ AP ทั้งนี้หากมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายขายหรือฝ่ายการตลาดของทางบริษัทฯ แล้วพบกันอีกครั้งในงาน webinar ครั้งต่อๆไป โดยจะเป็นเรื่องใด จะได้มีการสื่อสารทางช่องทางของบริษัทต่อไป

1630266699768

บรรยายโดย : คุณ ไญยวิทย์ กังใจ | System Engineer of Arista Networks

Live Demo โดย Optimus Team

เกี่ยวกับ ARISTA

ARISTA ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2004 โดยทางบริษัทให้ความสำคัญกับ Cloud Networking ในธุรกิจมาโดยตลอด และเพื่อให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจที่มากขึ้น จึงได้เริ่มต้นขยายตลาดเพิ่มเติมผ่านการเข้าซื้อกิจการในบริษัทเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความสอดคล้องกับนโยบายของทางบริษัท  สำหรับ ARISTA เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครือข่ายคลาวด์องค์ความรู้สำหรับศูนย์ข้อมูลที่สำคัญ และแพลตฟอร์มที่ได้รับรางวัลของ ARISTA ยังมอบความคล่องตัวในการวิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติและความปลอดภัยผ่าน CloudVision® และ Arista EOS® ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายขั้นสูง มาตรฐานในระดับโลก 

หัวใจหลักของแพลตฟอร์ม ARISTA คือ Extensible Operating System (EOS ™) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายใหม่ล่าสุดที่มีความสอดคล้องกับแพลตฟอร์มและฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย ซึ่งช่วยในการอัพเกรดการให้บริการและความสามารถในการขยายแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ Arista ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำสูงสุดในหมวด The Forrester Wave ™: Open, Programmable Switches For A Businesswide SDN, Q3 2020 อีกด้วย

เกี่ยวกับ Optimus (Thailand)

Optimus (Thailand) ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 เราเป็นบริษัทผู้นำเข้าอุปกรณ์ Network และ ผลิตภัณฑ์ Security แบรนด์ยักษ์ใหญ่ ที่มีนวัตกรรมต่างๆ จากทุกมุมโลก  รวมไปถึงการเป็นผู้ให้บริการด้านออกแบบพัฒนาโซลูชั่น ต่างๆ (Solution Designer) โดยจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายของทางบริษัทซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศในไทยและประเทศในกลุ่ม SEA  ไปยังองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มโทรคมนาคม หน่วยงานรัฐ เอกชนกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ  

ออพติมุส มุ่งมั่นที่จะเคียงข้าง และให้คำปรึกษา รวมถึงให้คำแนะนำการวางระบบเน็ตเวิร์ค ซิเคียวริตี้ รวมถึงโซลูชั่นที่เหมาะสม เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยให้ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของออพติมุสที่มีความรู้ความเข้าใจในแต่ละธุรกิจ และการใช้งาน โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด คุ้มค่ากับการลงทุน ตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคผู้ใช้งาน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อ 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Email[email protected]

Line : @optimusthailand

Facebook : optimusthailand

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

WIPS ที่มี กับ WIPS ที่ดี นั้นแตกต่างกันอย่างไร?

Access Point ที่สามารถใช้งาน WIPS (Wireless Intrusion Prevention System) หรือที่เรามักจะคุ้นหูในภาษาราชการว่า ระบบรักษาความปลอดภัยทางอากาศ ซึ่งปัจจุบัน AP บนท้องตลาดมักจะยัดฟีเจอร์นี้เข้ามาเป็นหนึ่งในจุดขายกันมากขึ้น อย่างไรก็ดี WISP นั้นหากมีการคัดกรองภัยคุกคามหรือมีความแม่นยำที่ไม่ดีพอ ก็อาจส่งผลร้ายต่อเครือข่ายที่เราดูแลระบบอยู่ก็เป็นได้ วันนี้ผมจะมาแนะนำทุกท่าน ให้ทราบถึงข้อแตกต่างระหว่าง WIPS ที่มี กับ WIPS ที่ดี นั้นมีข้อแตกต่าง และจะส่งผลดีร้ายอย่างไรกับเรากันบ้างครับ

หากจะพูดถึงระบบปัองกันภัยคุกคาม อย่างแรกที่เราจะตระหนักเพื่อรักษาระบบให้ปลอดภัย

เราก็ต้องทราบตัวผู้ร้ายก่อนใช่มั้ยครับ ว่าใครคือเป้าหมายที่จะต้องเฝ้าระวัง จะได้จัดการได้เวลามีพฤติกรรมที่มุ่งร้ายอันนี้คือหน้าที่หลัก ที่ WIPS ควรจะทำได้ แต่ประเด็นที่ผมจะพูดถึงคือความแม่นยำครับ ความแม่นยำที่จะระบุว่า Access Point หรือ Client ที่ตรวจพบ แบบไหน คือศัตรู(Threat) แบบไหนคือมิตร ซึ่งหากว่าเรามองกลับไปถึง WIPS ที่มี บนท้องตลาด เรามักจะพบระบบตรวจจับที่เละเทะไปหมด เจอ AP ตัวไหนๆ ก็รายงานเป็น Threat ไปซะหมด แล้วจะ protect อะไรได้ ในเมื่อทุก AP ที่มองเห็น กลายเป็นศัตรู กลายเป็นระบบกลืนยาบ้า เกิดประสาทหลอน เห็นทุกอย่างน่ากลัวไปหมด ก็เลยป้องกันอะไรไม่ได้จริง ๆ

ดังนั้น WIPS ที่ดี จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีประสิทธิภาพในการตรวจจับ ต้องสามารถระบุได้ว่า AP หรือ Client ไหนคือ Threat จริงๆ เพื่อที่จะเจาะจงจัดการเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

มาถึงตอนนี้ผมขอขายของจริงจังกันเลยนะครับ!!
Arista Cognitive WiFi มาพร้อมกับระบบ WIPS ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Best in Class กับสิทธิบัตรระบบตรวจจับภัยคุกคามที่มีชื่อว่า Marker Packet ที่จะมีการตรวจสอบ AP และ Client อย่างละเอียด โดยการส่ง Packet ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อส่งไปหลอกล่อให้ Rogue  นั้นตอบสนอง แล้วจึงวัดผลจากพฤติกรรมว่ามุ่งร้ายหรือไม่ ก่อนที่จะระบุว่าอุปกรณ์ใดคือภัยคุกคามบนเครือข่ายอย่างแท้จริง

จะเห็นได้ว่า WIPS ที่ดี กับ WIPS ที่มี นั้น มีความแตกต่างจาก WIPS ที่ตั้งใจตรวจจับเฉพาะพฤติกรรมที่มุ่งร้าย อย่างสิ้นเชิงนะครับ ยิ่งหากเป็นภัยคุกคามใหม่ๆ ที่ต้องอาศัยการตรวจสอบโดยพฤติกรรมแล้ว การที่จะตรวจสอบจาก MAC address table, broadcast packet, Wifi frame แบบเก่าๆ อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย และไม่สามารถทำการป้องกันได้จริง ซึ่งหากป้องกันไม่ได้จริง ก็หมายความว่าเครือข่ายของท่านนั้นยังตกอยู่ในอันตรายครับ

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ : https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

หากท่านต้องการปรึกษาเพื่อให้ทางออพติมุสแนะนำอุปกรณ์/โซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับองค์กรของท่าน เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ โสภณ ก้อนกั้น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Arista Cognitive Cloud Networking

Arista Networks สนับสนุนหลักการ Cloud ด้วยการออกแบบเครือข่ายที่ให้บริการคลาวด์ส่วนตัว คลาวด์สาธารณะ คลาวด์แบบไฮบริด เพื่อเป็นผู้นำระบบในด้าน Cloud ซึ่งรวมถึงการใช้ API แบบเปิดคุณสมบัติในระบบ Cloud และเตรียมรูปแบบการบริการ ควบคู่ไปกับแนวทางการปรับใช้เครือข่ายในรูปแบบผสานระบบของลูกค้าเข้าด้วยกัน

Arista’s Universal Cloud Network (UCN) ได้นำเสนอหลักการทั่วไปของระบบคลาวด์และสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายในการใช้งาน ในขณะที่ Places-In-the-Network (PINs) เป็นมาตรฐานและกำลังจะทำให้ Places-In-the-Cloud (PICs) กลายเป็นมาตรฐานเช่นกัน

Featured Video: Software Driven Network Provisioning

คุณลักษณะ 5 ประการของ Software Driven Cloud Networking ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำให้การใช้งานระบบคลาวด์ประสบความสำเร็จ และการลด TCO นั้นมีอยู่ใน Portfolio ทั้งหมดของเรา คุณลักษณะเหล่านี้รวบรวมคุณลักษณะหลักทั้งหมดที่ลูกค้าของเราต้องการเพื่อ ส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ด้วยซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

  • สถาปัตยกรรมที่มีอยู่ – สถาปัตยกรรมที่เป็นโครงสร้างหลักที่มีให้เลือกใช้งานและมีประสิทธิภาพสูง
  • Agile Work-X – ความคล่องตัวในการรองรับเวิร์กโหลดเวิร์กโฟลว์หรือสตรีมงาน
  • ระบบอัตโนมัติ – ตั้งแต่ความสามารถในการตั้งโปรแกรมสำหรับระบบอัตโนมัติ Do-It-Yourself ไปจนถึงระบบอัตโนมัติเวิร์กโฟลว์ DevOps ไปจนถึงระบบคลาวด์อัตโนมัติด้วย CloudVision
  • การวิเคราะห์ – ลดต้นทุนการดำเนินงานและเวลาในการแก้ปัญหาด้วยการสตรีมสถานะแบบเรียลไทม์ของ NetDB ตลอดจนแอป CloudVision Analytics Engine และ Telemetry
  • Cloud API – แพลตฟอร์มที่ตั้งโปรแกรมได้ช่วยให้ใช้งานและจัดเตรียมได้อย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติด้วย SDK / API แบบเปิดและสอดคล้องกันบนระบบปฏิบัติการเดียว

โซลูชัน “Arista Software Driven Cloud Networking” สร้างรากฐานซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดในระดับเดียวกันเพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดของเครือข่ายให้กับทั้ง Data Center และผู้ให้บริการ ช่วยให้สามารถผสานรวมอย่างราบรื่นในโครงสร้างพื้นฐานไอทีช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการและการจัดเตรียมเพิ่มความเร็วในการให้บริการลดต้นทุนและสร้างโอกาสในการนำเสนอปริมาณงานใหม่ ๆ ได้อย่างคล่องตัว

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ : https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คุณภาพของ WiFi ที่ดีเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เราจะจัดการปัญหา WiFi ที่มองไม่เห็นได้อย่างไร

Arista Client Heath จะเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลระบบให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเก็บสถิติปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนที่ Client เริ่มเชื่อมต่อเข้ามายังระบบ ไปจนถึงขั้นตอนที่ Client เปลี่ยนไปเชื่อมต่อ AP ตัวอื่นๆบนเครือข่ายของท่าน โดยจะเก็บข้อมูลการใช้งานจากประสบการณ์จริง เพื่อให้ทราบถึงคุณภาพที่ดีที่สุดในการใช้งาน WiFi อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา


จากหลายสถานที่ ที่มีการให้บริการ WiFi ส่วนใหญ่ผู้ลงทุนมักเล็งเห็นความสำคัญและคาดหวังให้พนักงาน ลูกค้าหรือแขกนั้นได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน WiFi เพื่อให้คุ้มกับเงินที่ลงทุนลงไป ในหลายกรณีผู้ดูแลระบบมักจะไม่ทราบ หรือไม่สามารถระบุปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน เปรียบเสมือนโรคร้ายที่ไม่สามารถวินิจฉัยอาการ และหากไม่ได้รับวัคซีนอย่างทันท่วงทีอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต หรือส่งผลต่อคุณภาพการใช้งาน WiFi ที่ควรเต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น
ด้วย 4 Feature หลักที่ใช้ตรวจสอบการเชื่อมต่อ จาก Access Point กับ Client ในการวิเคราะห์แบบ 1:1 จะช่วยทำให้ท่านได้รับข้อมูลของปัญหาได้อย่างตรงจุด รวมไปถึงมีระบบ AI เข้ามาช่วยแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบอีกด้วย

4 Feature หลักที่จะนำมาตรวจสอบสุขภาพเครือข่ายของท่าน

Low RSSI เป็นการตรวจสอบคุณภาพระยะการรับส่งข้อมูล ระหว่าง AP และ Client โดยผู้ดูแลระบบ สามารถนำข้อมูลในส่วนนี้ไปใช้พิจารณา โดยการอ้างอิงจากการตรวจสอบระยะของสัญญาณว่าครอบคลุมพื้นที่ที่ท่านให้บริการอยู่หรือไม่ จากการใช้งานจริงด้วย ซึ่งผลลัพธ์จะแตกต่างจากการทำ Heat Map โดยสิ้นเชิง

Low Data Rate เป็นการตรวจสอบคุณภาพความเร็วในการรับส่งข้อมูล ระหว่าง AP และ Client โดยผู้ดูแลระบบสามารถนำข้อมูลในส่วนนี้ไปใช้เพื่ออ้างอิง ปริมาณของการรับส่งข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่า Bandwidths มีความเพียงพอต่อ Client หรือไม่ หากไม่เพียงพอ ก็สามารถนำผลรวมข้อมูลการปริโภค Bandwidth มาประกอบเพื่อพิจารณาในการเพิ่ม Bandwidths ต่อไปได้อย่างแม่นยำ

High Retry เป็นการตรวจสอบคุณภาพการเชื่อมต่อ ในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดของการรับส่ง Packet ซ้ำๆ จากปัญหาการเชื่อมต่อต่างๆ หรือเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ทางอากาศ  โดยผู้ดูแลระบบสามารถนำข้อมูล ไปใช้ในการวิเคราะห์บริหารจัดการ Channel ลดปัญหาการจราจรทางเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่ม Airtime และการใช้งาน Bandwidth ได้อย่างสูงสุด

Sticky Clients เป็นการตรวจสอบความผิดปกติจากการ Roaming หรือกรณีที่ Client ยังติดอยู่กับ AP ตัวใดตัวหนึ่ง โดยปัญหานี้มักจะตรวจสอบได้ยาก และเกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้ผู้ดูระบบนั้นเสียเวลาในการตรวจสอบปัญหาดังกล่าวอย่างมหาศาล
ด้วยฟีเจอร์นี้ ผู้แลระบบจะสามารถทราบได้ถึงข้อผิดพลาด หากเกิดการ Sticky Client ระบบจะโชว์สถานะ ผ่านทางหน้า Dashboard ของ Arista ซึ่งจะทำให้ลดเวลาในการตรวจสอบหาสาเหตุได้เป็นอย่างมาก

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ : https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

หากท่านต้องการปรึกษาเพื่อให้ทางออพติมุสแนะนำอุปกรณ์/โซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับองค์กรของท่าน เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ โสภณ ก้อนกั้น

เครื่องผู้บริหารออกเน็ตไม่ได้ ไลน์ผลิตออฟไลน์หรือไม่ อยากตรวจสอบง่ายๆ ผ่าน Cloud

Arista Cognitive WiFi Access Point ที่มาพร้อมกับ Feature การจัดการเครือข่าย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการตรวจสอบเครือข่ายของท่านซึ่งถือได้ว่าเป็นงาน Routine ที่ต้องการความแม่นยำ และใช้เวลาในการจัดการอย่างมหาศาลในแต่ละวัน ด้วยฟังชั่นการทดสอบที่สามารถกำหนดเวลา ระบุการตรวจสอบเป็นรายซอฟแวร์ และราย Client ได้ เตรียมพร้อมเครือข่ายของท่านให้ทำงานได้อยู่เสมอด้วย Arista กันเถอะครับ

ปัญหายอดฮิตที่ซีเรียสสุดๆ ของผู้ดูแลระบบ

นอกจะต้องรักษาเสถียรภาพของเครือข่ายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ยากไปกว่านั้นก็คือ เราจะทราบได้อย่างไรว่าเครือข่ายของเรา มันยังดีอยู่ ห้องผู้บริหารยังสามารถใช้งานอินเตอร์ได้หรือไม่ ไลน์การผลิตเครื่องจักรต่างๆยังทำงานและออนไลน์ดีอยู่เปล่า ครั้นจะตรวจสอบก็แสนลำบาก เพราะหากมีหลายไซต์ก็ต้องเดินทางหลายที่ หรือแม้จะตรวจสอบพร้อมกันหลายๆจุด ก็ต้องมีทีมงานหลายคนในการตรวจสอบ

Arista Connectivity Test Feature ที่จะช่วยเข้ามาตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายของท่าน ซึ่งนอกจากระบบปฏิบัติการ Cloud Vision ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมาพร้อมกับ 3rd Radio Scanner ที่สามารถจำลองตัวเองเป็น Client มีความแม่นยำในการตรวจสอบสูง ที่สำคัญไม่เสีย Service ในการทำหน้าที่เป็น Access Point อีกด้วย

ในด้านการทดสอบนั้น Arista สามารถกำหนด ซอฟแวร์ แอปพลิเคชั่น ต่างๆที่ครอบคลุมการทำงานในรูปแบบ Online ของยูสเซอร์ ในการทดสอบพูดง่ายๆว่าอะไรที่ออกเน็ตได้ แต่ไม่ชัวร์ว่าจะลื่นหรือเปล่า ให้ Arista ทดสอบหน้างานจริงก่อนได้เลยครับ พิเศษไปกว่านั้นเรายังสามารถกำหนดเวลาเพื่อทดสอบแบบอัตโนมัติ สร้างกรุ๊ป สร้างรูปแบบในกรณีที่ต้องทดสอบหลายๆครั้ง และยังสามารถเก็บผลการทดสอบทุกครั้ง เพื่อใช้สำหรับทำรายงานได้อีกด้วย

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ : https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

 

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

 

Arista Networks จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

Optimus เปิดตัว ARISTA CloudVision-WiFi ตัวช่วยไอทีที่สามารถแก้ไขการใช้งาน WiFi พร้อม AI อัจฉริยะป้องกันก่อนเกิดปัญหา

Seminar_ Arista159

คุณ มิก สัจไพบูลย์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทออพติมุส

25 พฤศจิกายน 2563 – Optimus (Thailand) ได้เปิดตัว ARISTA Cognitive-WiFi ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ CloudVision ที่จะตอบโจทย์การจัดการเครือข่าย การแก้ไขและวิเคราะห์ปัญหา ให้ง่ายขึ้นผ่าน Dashboard ในที่เดียว โดยงานนี้ได้ทีมงานจาก ARISTA ประเทศไทย ได้มาให้ความรู้ถึง Key Feature เด่นที่เป็นจิตวิญญาณของ ARISTA ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์ปัญหา การใช้ 3rd Radio มาเพิ่มประสิทธิภาพการสแกนตรวจจับ ค้นหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปหาวิธีป้องกันได้อย่างตรงจุด โดยการใช้ Cloud ในการจัดการ ซึ่งจะทำให้ปัญหาต่างๆ ถูกคลี่คลายง่ายๆได้จากทุกที่บนโลก

สำหรับ ARISTA Cognitive-WiFi นั้นนอกจากจุดเด่นด้านการจัดการ Network แล้ว ยังสามารถ Troubleshoot Connectivity ต่างๆ โดยการจำลอง 3rd Radio มาเป็น Client ในการทดสอบแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะทำให้ไม่รบกวนการทำงานในโหมด Access Point และไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ไซต์งานหรือแม้แต่ต้องเตรียมเครื่องมือหรือซอร์ฟแวร์ใดๆเพิ่มเติมเลย

ในส่วนของระบบปฏิบัติการ ARISTA CloudVision นั้นเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของเครือ ARISTA โดยจะมาทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในการจัดการระบบทุกอย่างของ Data Center, Campus Switches และ WiFi บน Dashboard CloudVision เพียงที่เดียว ซึ่งจะลดปัญหาความซับซ้อน จากการจัดการอุปกรณ์หลายประเภท หลายผู้ดูแล และหลายสถานที่

คุณ รัฐสิริ ไข่แก้ว | Country Manager Thailand of Arista Neworks 

สำหรับตัว ARISTA CloudVision-WiFi มีจุดเด่นคือ

Scalability ไม่เพียงแต่การรองรับ Access Point จำนวนมหาศาลได้เท่านั้น ARISTA ยังสามารถ เชื่อมต่อและรองรับ Branch ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายในการดูแล Wireless Controller ในอนาคตอีกด้วย  

  1. Zero-touch Installation จะง่ายแค่ไหนหากคุณเพียงแค่เปิดกล่องมา เสียบสาย LAN ออกอินเทอร์เน็ตได้ก็สามารถใช้งาน AP ได้ทันที เนื่องจาก ARISTA มีระบบการลงทะเบียนอัตโนมัติ สำหรับลูกค้าเก่า การเพิ่ม AP ในองค์กรจึงกลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น
  2. Client journey เพิ่มความใส่ใจดูแล Client ตั้งแต่ขั้นตอน Association, Connection ไปจนถึงขณะใช้งาน Application กับ Feature ต่างๆที่จะช่วย Monitor สุขภาพของการใช้งาน WiFi พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
  3. Root Cause Analysis (RCA) AI ที่จะช่วยวิเคราะห์และแจ้งวิธีการแก้ไขปัญหาบนหน้า Dashboard โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้อง On-Site หรือค้นหาข้อมูลจาก Log ซึ่งนับวันมีแต่จะโตขึ้นผ่านการใช้งาน WIFI ในระบบที่มากขึ้น ข้อมูลที่วิ่งไปมาก็ยิ่งมากขึ้นทวีคูณที่จะกินเวลามหาศาลในการสืบหาว่าอะไรคือต้นเหตุของปัญหานั้นๆ

จากจุดที่ผู้คนส่วนใหญ่มักมีความกังวลในการใช้ Cloud เพราะมักยึดติดกับการใช้ Hardware Controller เช่น อยากได้ High Availability แต่ต้องซื้อ Controller 2 ตัวหรือมากกว่านั้น  และต้องเข้าไปจัดการ Config ให้เข้ากันได้ภายในระบบ ก็สามารถทำได้ง่ายมากขึ้นด้วย HA ที่ได้มาตรฐานจาก ARISTA CloudVision-WiFi เราจะมีการใช้ High Availability บน Cloud Provider (AWS, Google Cloud Platform) ให้ทันที ที่ระบบขึ้น ซึ่งระบบมีความปลอดภัยที่สูงในระดับโลกพร้อมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Provider และทีมงานวิศวกรจาก ARISTA ที่อยู่ใน data center ที่จะช่วย monitor ลดความเสี่ยงในกรณีที่เกิดปัญหาจากทำงานร่วมกับจากหลาย Provider อีกด้วย

 

สำหรับตัว Location-based Administration ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราอยากได้ AP หลายเวอร์ชั่น เราอาจจะต้องมีตัว Controller อยู่ที่สำนักงานใหญ่ แล้วไปซื้อ Controller ตัวเล็กไปวางตามสาขาต่าง ๆ แต่ในมุมของ ARISTA CloudVision-WiFi เราจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ เราแค่ลาก AP เข้ามาใส่ใน Folder ตามสถานที่ที่เรากำหนด เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

ในเรื่องของ Single pane of Management สามารถจัดการส่วนต่าง ๆ ได้เลยที่หน้า Dashboard CloudVision ในที่เดียว สำหรับ AI และ Machine learning นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ข้อมูลทุกอย่างจะถูกส่งเข้ามาที่ตัว ARISTA CloudVision-WiFi จากนั้นมันจะทำการวิเคราะห์และแสดงผลออกมาให้ทันที

 

สุดท้ายในเรื่องของความปลอดภัยบนระบบ Wi-Fi ทาง ARISTA มีสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีความปลอดภัยบน WiFi ได้แก่ Wireless Intrusion Prevention System (WIPS) ซึ่งทำให้เรามีความปลอดภัยที่สุดในตลาด เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นในตลาด

เกี่ยวกับ ARISTA

ARISTA ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2004 โดยทางบริษัทให้ความสำคัญกับ Cloud Networking ในธุรกิจมาโดยตลอด และเพื่อให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจที่มากขึ้น จึงได้เริ่มต้นขยายตลาดเพิ่มเติมผ่านการเข้าซื้อกิจการในบริษัทเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความสอดคล้องกับนโยบายของทางบริษัท  สำหรับ ARISTA เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครือข่ายคลาวด์องค์ความรู้สำหรับศูนย์ข้อมูลที่สำคัญ และแพลตฟอร์มที่ได้รับรางวัลของ ARISTA ยังมอบความคล่องตัวในการวิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติและความปลอดภัยผ่าน CloudVision® และ Arista EOS® ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายขั้นสูง มาตรฐานในระดับโลก 

หัวใจหลักของแพลตฟอร์ม ARISTA คือ Extensible Operating System (EOS ™) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายใหม่ล่าสุดที่มีความสอดคล้องกับแพลตฟอร์มและฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย ซึ่งช่วยในการอัพเกรดการให้บริการและความสามารถในการขยายแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ Arista ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำสูงสุดในหมวด The Forrester Wave ™: Open, Programmable Switches For A Businesswide SDN, Q3 2020 อีกด้วย

เกี่ยวกับ Optimus (Thailand)

Optimus (Thailand) ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 เราเป็นบริษัทผู้นำเข้าอุปกรณ์ Network และ ผลิตภัณฑ์ Security แบรนด์ยักษ์ใหญ่ ที่มีนวัตกรรมต่างๆ จากทุกมุมโลก  รวมไปถึงการเป็นผู้ให้บริการด้านออกแบบพัฒนาโซลูชั่น ต่างๆ (Solution Designer) โดยจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายของทางบริษัทซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศในไทยและประเทศในกลุ่ม SEA  ไปยังองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มโทรคมนาคม หน่วยงานรัฐ เอกชนกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ  

ออพติมุส มุ่งมั่นที่จะเคียงข้าง และให้คำปรึกษา รวมถึงให้คำแนะนำการวางระบบเน็ตเวิร์ค ซิเคียวริตี้ รวมถึงโซลูชั่นที่เหมาะสม เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยให้ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของออพติมุสที่มีความรู้ความเข้าใจในแต่ละธุรกิจ และการใช้งาน โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด คุ้มค่ากับการลงทุน ตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคผู้ใช้งาน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจผลิตภัณฑ์  เพียงกรอกข้อมูลด้านข้างนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Email[email protected]

Line : @optimusthailand

Facebook : optimusthailand

อยากเช็คประสิทธิภาพ VDO Conference โดยไม่ต้องนั่งเทียน

 

Arista Cognitive WiFi Access Point ที่จะมอบ Feature การเปรียบเทียบประสบการณ์ของผู้ใช้ กับ Application ต่างๆรวมไปถึงซอฟแวร์ประชุมทางไกลยอดฮิตอย่าง VDO Conference ที่จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบทราบถึงประสิทธิภาพ ปัญหาการเชื่อมต่อ ช่วงเวลาที่เกิดปัญหา เพื่อนำมาประเมินและปรับเปลี่ยนซอฟแวร์ต่างๆเหล่านี้ให้เหมาะกับองค์กรของท่าน

 

อย่างที่เราทราบกันดีนะครับ กว่าพวกเราชาวไอทีจะจัดซื้ออะไรแต่ละที เราก็ต้องทำการเปรียบเทียบ การใช้งาน Hardware, Software นั้นๆก่อน บางท่านอาจจะทำการค้นหาจากเว็บไซต์เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆ รวมไปถึงรีวิวของผู้ใช้ท่านอื่น เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการจัดซื้อ ชัวร์หน่อยก็ทำการโหลดตัวทดลองใช้(Trial) มาทดสอบก่อน  ซึ่งขั้นตอนอาจจะต้องให้ยูสเซอร์ที่ทำการทดลองประเมินความพึ่งพอใจ ในการใช้งาน ซึ่งอย่างว่าละครับ  มาตรฐานความดีและร้ายแต่ละคนอาจจะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป แม้จะทดสอบในพื้นฐานและมาตรฐานเดียวกัน จนอาจทำให้เกิดข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อนได้ ยิ่งซอฟแวร์จำพวก VDO Conference อันนี้ยิ่งหนักเลยครับ เพราะซอฟแวร์จำพวกนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่ก็มีความอ่อนไหวสูง การประเมินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์จึงจำเป็นต้องรอบคอบอย่างยิ่งในการจัดซื้อให้เหมาะกับองค์กร

Arista Cognitive WiFi มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Cloud Vision ที่นอกจากจะมอบประสบการณ์การจัดการที่สะดวกเบ็ดเสร็จจากจุดเดียว(Smart Organize)แล้ว ยังมาพร้อมกับ Feature ที่มีชื่อว่า “Application Experience” หรือ QoE ที่จะช่วยบันทึกการใช้งาน Application ต่างๆของยูสเซอร์ รวมไปถึง VDO Conference ซึ่งจะบันทึกข้อมูลในระดับแพคเกจ โดยจะจัดลำดับซอฟแวร์ จากประสิทธิภาพการใช้งาน และเปรียบเทียบให้ผู้ดูแลระบบได้ทราบอย่างอัตโนมัติ  เพื่อนำไปใช้ประเมินสำหรับการจัดซื้อ และนำไปวิเคราะห์ภาพรวมของการใช้งาน Application หรือ Software ต่างๆ จากประสบการณ์ผู้ใช้โดยตรงจากสถิติ ไร้การนั่งเทียนสุ่มเดาแบบเดิมๆ ให้ Arista ช่วยจัดการให้คุณสิครับ

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ : https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

 

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

 

Arista Networks จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

Arista | Awake AI-Driven Security

องค์ประกอบ 3 อย่าง เรื่องทัศนคติของศูนย์กลางระบบรักษาความปลอดภัย (The Security Operation Center Visibility Triad – SOC) ซึ่งเป็นครอบคลุมในระบบโครงข่ายประกอบไปด้วย การสื่อสาร (communication), อุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint), และ เหตุการณ์ต่างๆ (events) มันจะมีองค์ประกอบเรื่องของความปลอดภัย ด้งนี้

NDR

[Network Detection & Response]

เป็นการใช้ความสามารถของ ML – Machine Learning เทคโนโลยีในการเขามาควบคุมเพื่อที่จะระบุตัวผู้บุกรุก ซึ่งระบุและจำแนกลักษณะของการโจมตี ทั้งแบบตั้งใจ

SIEM/UEBA

[Security information and event management / User and entity behavior analytics]

เป็นการนำเอารายงาน หรือเหตุการณ์ที่อุปกรณ์หลากหลายที่ปลายทางได้แจ้งกลับมาที่ศูนย์ควบคุม เพื่อที่นำมาประมวลผล มากไปกว่านี้ยังสามารถนำพฤติกรรมของผู้ใช้งานมาทำการวิเคราะห์ไม่ว่าการใช้งานของ Servers & Application

EDR

[Endpoint Detection & Response]

เป็นการนำ Endpoint Agent ไปฝังที่อุปกรณ์ปลายทาง และเมื่อมีความผิดปกติจากการทำงานของ CPU, Memory, และจากการเปิด Application จะมีการรายงานและแจ้งเตือนกลับมาที่ศูนย์กลางการควบคุม

Awake

The Awake AI-Driven Security Platform​

Awake Security คือการพัฒนาหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและตอบกลับโซลูชั่น ที่สามารถส่งคำตอบ ไม่ใช่การแจ้งเตือน โดยการนำความสามารถของ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ รวมกับความสามารถพิเศษของมนุษย์ Awake ทำงานอัตโนมัติในการออกล่าผู้โจมตีไม่ว่าจะมาจากปัจจัยภายในหรือภายนอก ขณะที่เป็นการเตรียมองค์ประกอบ 3 อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เข้ามาช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็น Campus network, data center, Internet of Things (IoT) / operational technology (OT) และ cloud networks

Awake AI-drive Security Platform เป็นระบบที่จะมาวิเคราะห์ในเชิงลึก ไม่ว่าจะมีเป็นล้านล้านโครงข่าย จนไปถึงระบบที่ไม่ระบุตัวตน อุปกรณ์ทุกชิ้น ผู้ใช้งานและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั่วทั้งระบบโครงข่าย Awake สามารถทำงานในระบบที่ซับซ้อนได้ ไม่ว่าจะมาจากคาดคะเนจากพฤติกรรมโดยการใช้ Machine Learning และการตรวจจับสิ่งแปลกปลอกโดยการเชื่อต่อกับจุดต่างๆ เวลา โปรโตคอล และขั้นตอนการโจมตี

The Awake AI-driven Security Platform มีความแม่นยำมากกว่า 2 เท่า และสามารถลดความเสี่ยงได้เกือบ 1500% เมื่อนำไปเปรียบเที่ยบกับคู่แข่ง

ที่มาข่าว : Click!!!

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

ยุคของ Microsoft and Arista Cloud

ในขณะที่เราฉลองครบรอบ 5 ปีของ การเสนอขายหุ้นของ Arista ในสัปดาห์นี้ที่ NYSE เราก็ได้คำนึงถึงเป้าหมายที่สำคัญ ของ Arista ที่เปรียบเหมือนของขวัญให้กับลูกค้าที่เลือกเราและอยู่เคียงข้างเรา ลูกค้ารายสำคัญรายหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในทศวรรษนี้คือ Microsoft  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการ ค้นหาชื่อใหม่สำหรับ บริษัท ตั้งแต่ปี 2008 ชื่อที่เป็นอันดับต้นๆที่จะนำมาใช้คือ Azure แต่ชื่อนั้นถูกนำมาใช้เป็นชื่อโดเมนของ Microsoft ก่อนและได้เราได้ค้นพบชื่อใหม่ของระบบคลาวด์ Azure และ Arista จึงได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่มีประสิทธิภาพที่เหมือนกัน

 

ความท้าทายของสถานะที่เป็นอยู่

Microsoft ต้องการพื้นที่ ของระบบเครือข่ายมากขึ้น เพราะใช้ไม่พอกับความหนาแน่น เนื่องจากสิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไปและเกิดการคอขวด Microsoft เริ่มพิจารณาเกี่ยวกับประสิทธิภาพ / จนถึงขนาดซิลิคอน และซอฟต์แวร์ที่สามารถขยายได้สำหรับบนเครือข่ายคลาวด์ คือการปรับขนาดสถาปัตยกรรมโดยทำลายขอบเขตดั้งเดิมของเครือข่าย Layer-2 ทำให้เห็นได้ชัดว่าวิธีเดียวที่จะทำให้ Azure เป็นเครือข่ายไฮเปอร์สเกลคือการใช้ Layer-3 ในระดับคลาวด์ โปรโตคอลแบบดั้งเดิม คงไม่เหมาะสำหรับการอัปลิงค์ เพราะสามารถใช้งานไปทั่วทั้งพื้นที่ในระดับอินเทอร์เน็ต ใช้เป็นทั้ง IGP (Interior Gateway Protocol)

 และ EGP(Exterior Gateway Protocol)

 

ซิลิกอนผู้ค้าชั้นนำจาก Broadcom กับวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ออกแบบระบบของ Arista ได้สร้าง การส่งข้อมูล ที่เปลี่ยนโฉมของระบบคลาวด์ที่พัฒนาไปตลอดกาลจาก 10G เป็น 40G เป็น 100G และตอนนี้ 400G ซึ่งเป็น Ethernet รุ่นล่าสุดที่ได้ขนาดการรับการส่งตามขนาดในแพลตฟอร์มเดียวกันการส่งข้อมูล ไม่เพียงจะอยู่ที่ Layer-2 เท่านั้น แต่ยังอยู่ในการปรับขนาดของ Layer-3 วิศวกรของทั้ง Arista และ Microsoft ทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสถาปัตยกรรมการกำหนด network addressing และการกำหนดเส้นทางเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถของระบบในวิธีที่ดีที่สุด ภายในปี 2014 Microsoft และ Arista ขับเคลื่อนเครือข่ายการจัดเก็บข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในระบบ

 

SWANS ที่ฉลาด

คลาวด์ได้รับประโยชน์อย่างมากจาก Requirement ของลูกค้า คือการกำหนดเส้นทางอินเทอร์เน็ตเต็มรูปแบบสำหรับทั้งขนาดและความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ใช้ Traffic ผ่านได้อย่างปลอดภัยผ่านเครือข่ายศูนย์ข้อมูลทั่วโลก เครือข่าย“ Software WAN” หรือ SWAN นำ SDN (Software Defined Networking) จากทฤษฎีทางวิชาการไปสู่การประยุกต์ใช้งานจริง จากนั้น SWAN ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Arista EOS เพื่อสร้าง WAN ที่เรียบง่ายซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเชื่อมต่อระหว่าง 100G, 200G

Note: SDN คือสถาปัตยกรรมของเครือข่าย ที่ดึงการจัดการเครือข่ายทั้งหมดมารวมอยู่ที่ซอฟต์แวร์ โดยจะสามารถจัดการตั้งค่าอุปกรณ์ในจุดเดียว

 

การส่งข้อมูลด้วย 100G

ในปี 2016 การส่งข้อมูลของ Single-Chip 100G นำเทคโนโลยีที่ช่วยให้ Azure สามารถสร้าง องค์ประกอบขนาดใหญ่จากระยะไกลได้ Network ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Server และ Storage เพียงอย่างเดียว แต่สามารถขยายขอบเขต และความสามารถของ data encryption ตามขนาดการส่งอีกด้วย ลูกค้าของ Azure สามารถสบายใจได้เพราะ Traffic ทั้งหมดจะถูกเข้ารหัสจึงยากต่อการ Hack

 

นิยามใหม่ของ Enterprise Edge

ยุคถัดไปของคอมพิวเตอร์กำลังเริ่มต้นขึ้น โดยการขยายตัวของอินเทอร์เน็ต การสร้างคลาวด์ที่เราได้อธิบายไว้ข้างต้นและการเปิดใช้งาน AI / ML การเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT เป็นพันล้าน การขยายการเข้าถึงเครือข่ายบรอดแบนด์ด้วย 5G รวมถึงการขยายองค์กร  ด้วย Hybrid Cloud

 

Hybrid Cloud อาจเป็นสถาปัตยกรรมระบบคลาวด์ที่ซับซ้อนและใช้เครือข่ายมากที่สุดโดยต้องใช้ฟังก์ชันใหม่เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้และผู้ปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายที่สุด

Hybrid Cloud สำหรับองค์กรในยุคสมัยใหม่ธุรกิจจะไม่ปิดกั้น นอกจากนี้ผู้นำด้านไอทีและธุรกิจ สามารถตัดสินใจได้ง่าย สำหรับธุรกิจนั้น ๆ ว่าแอปพลิเคชันใดทำงานที่ใด ในระบบ Cloud และจะมีบทบาทมาก ในอนาคต

Note: Hybrid Cloud เป็นการผสมผสานระหว่างระบบ Private Cloud และ Public Cloud ที่ถูกนำมาใช้ร่วมกัน เพื่ออุดข้อเสียของ Cloud ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการได้มากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บริษัทอาจใช้ (Public Cloud) และแอพพลิเคชั่นสำหรับกระบวนการบางอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์บัญชีเงินเดือน (Payroll Software) แต่เลือกที่จะใช้ระบบคลาวด์ส่วนตัว (Private Cloud) เพื่อจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจ

 

ความเป็นไปในอนาคต

Arista และ Microsoft กำลังทำงานร่วมกันเพื่อเปิดใช้งาน Hybrid Cloud สำหรับองค์กร เปิดใช้งานในข้อกำหนดในทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากที่สุด การเริ่มต้นสู่สภาพแวดล้อม Hybrid Cloud เริ่มต้นด้วย Cloud Area Networking ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกและมีความยืดหยุ่นซึ่งสนับสนุน การเชื่อมต่อระหว่างกันของทรัพย์สินขององค์กรไม่ว่าจะอยู่ในระบบคลาวด์สาธารณะหรือ ข้อมูลที่อยู่ในองค์กรที่เป็น Private

 

การเดินทางของเราไม่ได้จบลงด้วยการเชื่อมต่อหรือสิ้นสุดเพียงเท่านี้ แต่เริ่มต้นด้วยการส่งมอบซอฟต์แวร์ระบบเครือข่ายแบบยืดหยุ่น เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมกันสร้างนิยามใหม่ขององค์กรใหม่สำหรับศตวรรษที่ 2020 ยินดีต้อนรับสู่โลกใหม่ของเครือข่ายกับ ซอฟต์แวร์ที่อยู่บนคลาวด์

ที่มาข่าว : Click!!!

Related Product

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

Arista Cognitive WiFi – AP on Cloud ที่ดีที่สุด

 

Arista Networks ผู้นำด้านระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ขับเคลื่อนด้วยคลาวด์อัจฉริยะ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และเน็ตเวิร์คแคมปัส ที่มีประสิทธิภาพสูงมีความน่าเชื่อถือด้วยสถาปัตยกรรมเครือข่ายคลาวด์ รองรับความเร็วตั้งแต่ 10G, 25G, 40G, 50, 100G และ 400G บนระบบปฏิบัติการ Arista EOS(Extensible Operating System)ที่เป็นหัวใจหลักและได้รับการยอมรับจากวงการดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ทั่วโลก

 

ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด จะขอนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Arista ที่จะเข้ามาเติมเต็มระบบเครือข่ายของท่านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นซึ่งจุดเด่นจะมีดังต่อไปนี้ครับ

 

คลาวด์อัจฉริยะบน Access Point นอกจากจุดเด่นในการบริหารจัดการ AP บนคลาวด์จากทุกที่ทั่วโลกแล้ว Arista ยังมีระบบคลาวด์อัจฉริยะที่จะช่วยให้เครือข่ายของท่านสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ด้วยระบบ Automated Root Cause Analysis ที่จะช่วยตรวจหาสาเหตุว่า Clients ใดกำลังประสบปัญหาหรือประสิทธิการทำงานต่ำลง เพื่อช่วยให้ท่านพบปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นกับเครือข่ายของท่าน พร้อมกับแนะนำวิธีและขั้นตอนการแก้ไขปัญหา เสมือนมีกูรูด้าน WiFi ที่จะช่วยในการจัดการดูแลเครือข่ายของท่านอย่างมืออาชีพ  

 

Full Feature Enterprise AP Arista อัดแน่นไปด้วย Feature ในระดับ Enterprise AP มากมาย ที่จะช่วยให้ท่านเพิ่มประสบการณ์ด้าน WiFi ใหม่ๆ โดยจะสัมผัสได้ตั้งแต่ผู้ดูแลระบบจนไปถึงผู้ใช้งาน โดยมีเครื่องมือหลังบ้านที่จะช่วยให้ท่านได้ตรวจสอบหาข้อผิดพลาดต่างๆ ของผู้ใช้ ตั้งแต่การเชื่อมต่อ การระบุตัวตนผู้เข้าใช้ การแจก IP Address จนไปถึงการใช้แอปพลิเคชั่นบนหน้าจอผู้ใช้

 

ผู้ดูแลระบบ สามารถทราบได้ถึงการปัญหาและการเชื่อมต่อ WiFi ของผู้ใช้ได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบภายใน Dash Board เพียงหน้าเดียว สามารถ Drilldown เพื่อตรวจสอบปัญหาได้โดยระเอียด อีกทั้งยังมีระบบ Automatic Packet Capture ที่จะช่วยลดความยุ่งยากในการแก้ปัญหา โดยการสร้างข้อมูลเชิงกราฟของ Package ต่างๆ ในระบบเมื่อพบปัญหาแบบอัตโนมัติ

 

จำลองการใช้งานด้วย Third Radio 

Arista มาพร้อมกับ Third Radio ที่นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพ และเสถียรภาพการทำงานให้กับ WiFi ของท่านแล้ว ยังมีระบบ Network Assurance ที่จะช่วยทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย โดยจำลองจากเสาสัญญาณที่สาม เพื่อใช้ในการทดสอบ เปรียบเสมือนการมี Client ที่คอยทดสอบระบบและทดสอบการใช้งานแอปพลิชั่นต่างๆ เพื่อรองรับความพร้อมของเครือข่ายของคุณ ลดข้อผิดพลาด เพิ่มความมั่นใจ ความหน้าเชื่อถือในธุรกิจของท่าน ให้ทุกวันเป็นวันที่ดีที่สุดบนเครือข่ายของคุณ

Best-in-Class Security อีกจุดเด่นที่สำคัญของ AristaWiFi คือระบบความปลอดภัยบน AP(WIPS) ที่สามารถป้องกันภัยคุกคามบน WiFi ได้อย่างครบถ้วน สามารถตรวจจับภัยคุกคามต่างๆ ทั้ง Rogue AP, Rogue Client, Neighbor AP, Ad-Hoc Network, Evil Twin, Misconfigured AP และ Concurrent Threats พร้อม Dash Board ที่จะแสดงผลหากมีภัยคุกคามต่างๆบนเครือข่ายไร้สายของท่าน ที่ใช้งานง่าย แสดงรายละเอียดชัดเจน เมื่อมีภัยคุกคาม การันตีด้วยรางวัล  “Marketscope for Wireless LAN Intrusion Prevention Systems จาก Gartner”

นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Arista เท่านั้นนะครับ เพราะยังมี Feature ที่น่าสนใจต่างๆอีกมากมาย ที่จะช่วยให้เครือข่ายของท่านสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บนความปลอดภัยสูงสุด และที่สำคัญจัดการง่ายๆ ได้ทั่วโลกผ่านคลาวด์อัจฉริยะ

คิดถึง WiFi ที่เป็นมิตร โปรดจงคิดถึง Arista Cognitive WiFi

เกี่ยวกับ Arista Networks

อริสต้าก่อตั้งขึ้นเพื่อนำเสนอ “โซลูชั่นเครือข่ายคลาวด์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Cloud Networking Solutions)” สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และระบบการประมวลผลขนาดใหญ่ โดยคลาวด์สวิตช์ที่ได้รับรางวัลของอริสต้ายกระดับการปรับขนาดความยืดหยุ่น ความแข็งแกร่ง และประสิทธิภาพด้านราคา โดยมีพอร์ตเครือข่ายคลาวด์ (Cloud Networking Ports) ที่ติดตั้งไปแล้วทั่วโลกกว่าหนึ่งล้านพอร์ต ส่วนสำคัญในแพลตฟอร์มของอริสต้าคือ EOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ก้าวล้ำมากที่สุดในโลก

Website : http://www.aristanetworks.com

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

  02-2479898 ต่อ 87 

 

Arista Networks จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด