มีอะไรใหม่ใน Ruckus SmartZone 6.1.2

Ruckus SmartZone 6.1.2 ได้มีการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ๆ ดังนี้

  • SmartZone 6.1.2 เป็น version แก้บัคจาก 6.1.1 และจะเปลี่ยน status ของ firmware จาก LT เป็น GD
  • เป็น version ที่ stable ขึ้นและ recommend version 

การแก้ไข ดังนี้ 

  • รหัสผ่านที่เข้าสู่ระบบของ Access Point ที่มีเครื่องหมายคำพูด (double quote – “) จะไม่สามารถทำงานได้
  • จะมีการรีบูต Access Point หาก Wi-Fi target core watchdog timeout
  • Access Points 802.11ac Wave 2 จะทำการรีบูตหากมีการตั้งค่า target assert
  • จะมี error แสดงขึ้นมาที่หน้า display หากมีการเปลี่ยนแปลงของ status ap
  • ไม่สามารถตั้งชื่อ firewall profile ได้หากเกิน 32 ตัวอักษร
  • AP ไม่สามารถใช้ AirPlay และ Screen Mirror จาก wireless ไปยัง wired interface ได้เมื่อ rflow (Research Flow) ถูกเปิดใช้งาน
  • MESH บน WAP3 ตอนนี้รองรับ PMF (Protected Management Frames)
  • แก้ไขปัญหา performance ของ IPv6 บน AP
  • แก้ไขปัญหา Kernel panic ที่เกิดจาก DNS (Domain Name System) ที่ไม่ปกติ
  • แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ target assert และ kernel panic บน R650
  • แก้ไขอินเตอร์เฟซ Ethernet ของ Access Point H510 ไม่ตอบสนอง
  • แก้ไขอุปกรณ์ iOS ที่ไม่สามารถเข้าถึงหน้า Guest Self Registration ได้

หากลูกค้าสนใจ Upgrade Firmware หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ OPT-Care  แผนก Support  : act.optimus.co.th
โทร : 02-247-9898 Ext. 81

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

Tel :  02-2479898 ต่อ 87 

มีอะไรมาใหม่ใน GFI Exinda NetworkOrchestrator Version 7.5.4

มีการอัปเดตฐานข้อมูลแอปพลิเคชันด้วย Signatures มาใหม่ 68 แอปพลิเคชั่นดังนี้

แอปพลิเคชันใหม่และโปรโตคอล ต่างๆ : 

  • OkCupid
  • Kafka
  • Tapclap
  • Pirate Treasures
  • Prismic
  • Tencent Music
  • Httpool
  • CacheFly
  • Alibaba Group Services
  • QANDA
  • Vercel
  • Streamotion
  • DraftKings Services
  • DraftKings Casino
  • DraftKings Sportsbook
  • Wix
  • FanDuel Services
  • FanDuel Casino
  • FanDuel Sportsbook
  • Cryptic Studios
  • Neverwinter
  • Resso Music
  • Xumo
  • Realm Royale
  • Vikingard
  • Badlanders
  • Infinite Lagrange
  • ViewLift
  • TVNZ
  • Wynk Music
  • Gearbox Publishing
  • Viju
  • Viasat Ru
  • LilithGames
  • Rise of Kingdoms
  • DECA Games
  • Gods and Glory
  • Podcast Addict
  • EVE Echoes
  • Lazy Audio
  • Amediateka
  • Mixi
  • Mixi Services
  • Lord of the Rings War
  • Google Translate
  • NTT Services
  • Radiko
  • CyberAgent Services
  • Ameba
  • RedHotPie
  • Clicktouch Games
  • Adtech Studio
  • MediaLab AI Services
  • Mitene
  • Transperth
  • Hinge
  • SuperAwesome
  • Yandex Translate
  • Cashi
  • T120
  • Hi-Rez Services
  • Booking Holdings Services
  • Banco Azteca
  • GStatic
  • DiDi Food
  • DiDi Rider
  • Facebook Messenger
  • Coppel
  • unclassified

การแก้ไขปัญหาบนเวอร์ชัน 7.5.4

เซสขันที่ไม่ได้ใช้แล้ว ต้องทำการรีบูทเท่านั้นถึงจะแก้ไขได้

การเตรียมความพร้อมและอัปเกรดเป็นเฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุด

  • เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเครือข่าย ให้เลือกเวลาการอัปเกรดเมื่อทราฟฟิกหรือผู้ใช้งานเครือข่ายเหลือน้อย

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ใช้งานได้ปกติก่อนที่จะอัปเกรด

  • จำเป็นต้องมีการต่อสมาชิกของซอร์ฟแวร์(Software Subscription) ในการอัปเกรด สามารถเข้าไปดูวันหมดอายุได้ดั่งนี้ Configuration > System > Maintenance > Firmware Update

  • ทำการดาวน์โหลดการตั้งค่าที่ใช้งานปัจจุบันไว้เผื่อมีเหตุขัดข้องและนำไปใช้ในการกู้คืนการตั้งค่าได้ วิธีตามลิงก์นี้ https://manuals.gfi.com/en/exinda/help/content/exos/install-upgrade/maintenance/configuration_backup.htm

  • Exinda มีสองพาร์ติชัน หนึ่งในพาร์ติชันเหล่านี้จัดเก็บและเรียกใช้เวอร์ชันที่กำลังทำงานอยู่ในปัจจุบันซึ่งหมายความว่าในขณะที่รักษาเวอร์ชันที่ใช้งานอยู่และไม่มีการหยุดบริการหรือการดำเนินการใดๆ คุณสามารถติดตั้งเวอร์ชันใหม่บนพาร์ติชันอื่นที่ไม่ได้ใช้ นอกจากนี้ยังทำให้การดาวน์เกรดเวอร์ชันเป็นเรื่องง่าย

  • หากคุณใช้งาน Exinda Virtual Appliance ให้ตรวจสอบว่าเครื่องที่รันบน hypervisor เป็นไปตามข้อกำหนดของระบบและฮาร์ดแวร์ของเวอร์ชันที่ใหม่กว่าโดยเช็คได้ที่ https://manuals.gfi.com/en/exinda/help/content/exos/all-products/intro_product_family.html#VA_sysreq

  • เมื่อจะทำการอัปเกรดเวอร์ชันต้องทำการเช็คพื้นที่ว่างที่จะใช้ในการอัปเกรดและเวอร์ชันและทำการปรับขนาดที่เก็บข้อมูลดังลิงก์นี้ https://manuals.gfi.com/en/exinda/help/content/exos/storage/disk-storage-resizing.htm

  • สามารถจัดการ Exinda Appliances จากส่วนกลางโดยใช้ Exinda Management Center (EMC) คุณสามารถอัปเกรดเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ทั้งหมดจาก EMC ได้พร้อมกัน

ขั้นตอนการอัปเกรด

  1. การอัปเกรดบนเว็บเบราว์เซอร์ Exinda Web UI (https://Exinda_IP_address).

  2. ป้อน User และ Password

  3. คลิก Login

  4. ไปที่ Configuration > System > Maintenance > Firmware Update.

  5. คลิก Check for Latest Update เพื่อตรวจสอบว่ามีเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ใหม่หรือไม่ และมีอีกวิธีคือ หากคุณทราบ URL ของ Image file แล้ว ให้เลือก ติดตั้งจาก URL และป้อน URL โดยปกติแล้ว URL จะถูกเผยแพร่ใน Release Notes จากนั้นทำการดาวน์โหลดไฟล์นั้นและทำการ Install from local file ได้

  6. สามารถเลือกกำหนดวันเวลาในการอัปเกรดเวอร์ชันได้

  7. หากต้องการรีสตาร์ทอุปกรณ์หลังจากการติดตั้งตามกำหนดเวลา ให้ทำเครื่องหมายที่ Reboot After Installation ตามค่าเริ่มต้น อุปกรณ์ Exinda จะไม่รีบูตหลังจากติดตั้งตามกำหนดเวลา

  8. ก่อนติดตั้งหรือกำหนดเวลาการอัปเดตใหม่ คุณต้องยอมรับข้อตกลงสิทธิ์การใช้งานสำหรับผู้ใช้ปลายทาง (EULA)

  9. คลิก Install กระบวนการนี้อาจใช้เวลาสักครู่จึงจะเสร็จสมบูรณ์

  10. รีบูทเครื่องเมื่อการติดตั้งเสร็จสิ้น วิธีการรีบูทดังนี้ https://manuals.gfi.com/en/exinda/help/content/exos/install-upgrade/maintenance/sys_maint_reboot.html

Note : หากการเชื่อมต่อเครือข่ายล้มเหลวขณะเรียกไฟล์ล่าสุดสำหรับการอัปเกรด คุณต้องเริ่มการดาวน์โหลดใหม่ด้วยตนเอง เมื่อเริ่มการดาวน์โหลดใหม่ ข้อมูลที่ดาวน์โหลดไว้ก่อนหน้านี้จะยังคงอยู่ และจะดาวน์โหลดเฉพาะข้อมูลที่เหลืออยู่เท่านั้น

หากลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ OPT-Care  แผนก Support  : act.optimus.co.th
โทร : 02-247-9898 Ext. 81

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

Tel :  02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณนพรัตน์ สุขขี | Technical Engineer Optimus Thailand

มีอะไรใหม่ใน WatchGuard Fireware 12.9.2

ฟังก์ชันที่มีเพิ่มเข้ามาสำหรับ Fireware 12.9.2 มีดังนี้

● Support for New Firebox T25/T45/T85 Models — โดย firewall รุ่นล่าสุดที่เพิ่มเข้ามานี้จะมี processors ที่เร็วขึ้นและมี memory มากขึ้นกว่าเดิมและสำหรับ wireless models จะมี feature dual Wi-Fi 6 802.11ax radios. 

● Mobile VPN with IKEv2 DNS Suffix — สามารถใช้ domain name ในการตั้งค่า DNS เมื่อมีการ config Mobile VPN กับ IKEv2 

● IPv6 Address and Link-local Default Gateway — สามารถใช้งาน IPv6 บน interface ได้แล้วเมื่อคุณมี link-local ที่เป็น default gateway 

การแก้ไขปัญหาจะแบ่งเป็น 4 เรื่องหลักๆดังนี้

General

● การ load รายการ Blocked Sites จะถูกต้องก็ต่อเมื่อมีการ block sites เป็นจำนวนมาก [FBX-24474]

● secondary IP จะ showบน Front Panel ของ FSM ใน Firebox Cloud devices. [FBX-23949]

● มีการตั้งค่า Content-Security-Policy และ X-Frame-Options headers สำหรับส่วนต่างๆของ WatchGuard Server Center [FBX-21409]

● มีการตั้งค่า HttpOnly และ Secure Set-Cookie headers สำหรับส่วนต่างๆของ WatchGuard Server Center [FBX-21410]

● มีการแก้ไข wgagent process crash. [FBX-24084]

● มีการแก้ไข drclient process crash. [FBX-24428]

● มีการแก้ไขระบบของ WatchMode log message. [FBX-24454]

Proxies, Policies, and Services

● การเชื่อมต่อ Proxy จะไม่หมดเวลาเมื่อ APT Blocker มีการส่งไฟล์เดียวกันหลายๆรายการ [FBX-23831]

● Emails จะถูกส่งผ่าน SMTP Proxy เมื่อมีการ Allow BDAT/CHUNKING และตั้งค่า Gateway AntiVirus [FBX-23932]

● เมื่อทำการลบ policy จะมีการแจ้งเตือนว่า removed.แล้ว [FBX-24592]

● เมื่อ user ทำการ refresh หน้า page Explicit proxy policy จะไม่ timeout หรือรอนาน [FBX-24658]

Networking

● IPv6 Address and Link-local Default Gateway — สามารถใช้งาน IPv6 บน interface ได้แล้วเมื่อคุณมี link-local ที่เป็น default gateway [FBX-24431]

● แก้ปัญหา multicast routing ด้วย FireClusters. [FBX-24561]

● สามารถเพิ่ม static ARP ด้วย Command Line ได้แล้วครับ [FBX-24569]

● Firebox จะไม่ระบุ traffic ของการรับส่งข้อมูลที่สร้างจาก external interface ว่าเป็นการโจมตีแบบ spoofing [FBX-24523]

● M690 Eth10/11 interfaces จะยังทำงานได้อยู่หลังจาก reboot หรือ upgrade. Note that the ทั้งนี้ Firebox อาจต้องการการอัปเดตไฟล์เพิ่มเติมขึ้นอยู่กับการแก้ไขฮาร์ดแวร์. [FBX-24622]

VPN

● สามารถใช้ domain name ในการตั้งค่า DNS ได้เมื่อมีการ config Mobile VPN กับ IKEv2. [FBX-23806]

● สามารถ configure third-party certificates สำหรับ Mobile VPN กับ IKEv2 ในหน้า Command Line ได้แล้ว [FBX-24013]

● การรับขส่งข้อมูลของ VPN traffic จะไม่หยุดทำงานบน VIF interfaces และ PPPoE external interfaces เมื่อ PPPoE หยุดทำงาน [FBX-24339]

● การรับขส่งข้อมูลของ Mobile VPN SSL จะไม่ล้มเหลวสถ้ายังเชื่อมต่อกับ secondary IP บน PPPoE external interface อยู่ [FBX-24460]

● รุ่นนี้จะแก้ปัญหาการบังคับใช้ Host Sensor สำหรับกลุ่ม Mobile VPN SSL and Mobile VPN IKEv2. [FBX-21799]

● BOVPN configuration page load times are now improved in Fireware Web UI. [FBX-24397]

ที่มาข่าาว : https://www.watchguard.com/wgrd-blog/fireware-1292

หากลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ OPT-Care  แผนก Support  : act.optimus.co.th
โทร : 02-247-9898 Ext. 81

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

Tel :  02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วิศรุต มีทะโจน | Technical Engineer Optimus Thailand

มีอะไรใหม่ใน RUCKUS Unleashed 200.14

Ruckus Unleashed 200.14 ได้มีการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ๆ ดังนี้

รองรับการตั้งค่า OFDM,BBS-minrate และ Mgmt tx Rate บน UI ได้แล้วครับ ซึ่งถ้าเป็นเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้จะต้องทำโดย CLI ครับ

Guest WLAN portal รองรับการใช้งานมากกว่า 1 ภาษาแล้วครับ จากเดิมได้แค่เพียงภาษาอังกฤษ

รองรับจำนวน WLAN และ AP Groups ได้มากขึ้น สำหรับ การใช้งาน mode Dedicated Master ที่เป็นการให้ R750/R850 ทำหน้าที่เป็น Controller และสามารถทำให้ใช้งาน AP บน L3 ได้แล้วครับ จากเดิมที่ Unleashed จะใช้ได้แค่บน L2 เท่านั้น

รองรับการจัดการ RUCKUS ICX Rodan version 10 แล้ว

เพิ่มเครื่องมือวิเคราะห์หน่วยความจำ

รายงาน Debug ของ CPU, Memory สำหรับ Ruckus Unleashed Multi-Site Manager (UMM)

ปรับปรุงประสิทธิ์การใช้งาน WiFi

ปรังปรุงภาษาบน UI

สนับสนุน smart-roam

การแก้ไข ดังนี้ 

ปัญหา Guest uesr redirect ไป หน้า administrator login เมื่อใช้งานแบบ tagged VLAN [ER-12001]

ไม่สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตหลังจากยืนยันตัวตน บน Unleashed R550 [ER-12111]

ไม่สามารถสร้าง Layer 3 ACL โดย multicast address as destination [ER-12091]

ปัญหา AP ทุกรุ่น บน Unleashed 200.13 มีปัญหา reboot เอง [ER-12312]

หากลูกค้าสนใจ Upgrade Firmware หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ OPT-Care  แผนก Support  : act.optimus.co.th
โทร : 02-247-9898 Ext. 81

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

Tel :  02-2479898 ต่อ 87 

Commscope ได้รับการแนะนำจากนิตยสาร CRN ให้เป็นผู้ให้บริการชั้นนำเกี่ยวกับ Cloud สำหรับ Partner ในปี 2020 !!!

Ruckus cloud any questions

 

CommScope Ruckus Cloud ได้รับการยอมรับจาก CRN เป็นแบรด์ภายใต้ของ The Channel Company ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญระบบ Cloud ในปี 2020 สำหรับ The CRN Cloud Partner Program Guide สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจสำหรับผู้ให้บริการโซลูชั่น Cloud ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้สามารถค้นหาซัพพลายเออร์ที่มีเทคโนโลยีระดับแนวหน้าในการให้บริการ

เช่นเดียวกับ Blaine Raddon, CEO  The Channel Company กล่าวไว้ว่า ด้วยระบบคลาวน์ในปัจจุบันมีจำนวนมาก ผู้ให้บริการโซลูชั่นอาจพบว่าเป็นการยากที่จะเลือกผู้ขายที่จะสามารถเติมเต็มกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ตรงกับความต้องการของตนเอง ด้วย The CRN Cloud Partner Program Guide จะช่วยในการระบุความพิเศษของแต่ล่ะ Vendor ในการให้บริการ Cloud ด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย ทั้งยังมีการอบรบให้แก่ทีม และมีสิทธิพิเศษเพื่อเพิ่มความสามารถทางการเงินให้แก่พันธมิตร ช่วยให้สามารถเริ่มระบบ Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Bart Giordano เขียนอธิบายไว้ใน Blog สามารถดูได้ที่นี่

CommScope RUCKUS Cloud เป็นแพลตฟอร์มการจัดการเครือข่ายที่ใช้ AI ในการให้บริการ ช่วยให้ IT สามารถจัดการเครือข่ายแบบรวมได้อย่างง่ายดายแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้นและมอบประสบการณ์การใช้งานที่มีคุณภาพให้แก้ผู้ใช้  สำหรับ CommScope เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าโซลูชั่นที่ยอดเยี่ยมนั้นได้รับการส่งมอบโดยพันธมิตรที่ยอดเยี่ยม พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น คือเราไม่ได้เป็นเพียงแค่พันธมิตรกับพันธมิตรเท่านั้น แต่เราเป็นบริษัทคู่ค้ารายแรกที่ได้รับเกียรติให้ทำงานร่วมกับองค์กร ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและทุ่มเทเป็นอย่างมาก เมื่อเราพูดว่าความสำเร็จนั่นหมายถึงพันธมิตรของพวกเราสำเร็จจริงๆ สำหรับตัวแทนจำหน่ายที่ได้เข้าร่วม PartnerPRO ซึ่งได้รับอนุญาติจาก CommScope จะได้รับการอบรมเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกและสามารถนำโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพสูงของเราไปใช้ในการนำเสนอต่อๆไป

 

คุณสามารถเข้าร่วม PartnerPRO โดยการลงทะเบียนที่นี่

ที่มาข่าว : Click!!!

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

MU-MIMO ทำงานอย่างไร?

R710 เป็น 802.11ac wave 2 AP ที่เปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว และออพติมุสก็ได้จัดงานสัมมนาแนะนำสินค้าไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื้อหาสำคัญในงานก็คือ ช่วงที่มีการอธิบายหลักการทำงานของ MU-MIMO ซึ่ง MU-MIMO เป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและยากแก่การทำความเข้าใจ

แต่ในงานสัมมนานี้ ได้มีการสรุปมา MU-MIMO จาก White paper หลาย ๆ ชิ้น นำมาอธิบายและเรียบเรียงใหม่ ใช้ Slide ของ Ruckus เป็นภาพประกอบ ทำให้เข้าใจได้ง่าบขึ้นไปอีก

ใครที่เคยสงสัยเรื่อง MU-MIMO และไม่อยากเสียเวลาอ่านหลาย ๆ ชั่วโมง ลองอ่านบทย่อจากที่นี่

11ac wave1 ก็คือ wifi chip ที่ออกมาในตลาดรุ่นแรก รองรับส่วนหนึ่งของมาตรฐาน 802.11ac เช่น
ทำงานบน 5GHz เท่านั้น (11ac ไม่ทำงานบน 2.4GHz)
ทำ Channel bonding กว้างถึง 80MHz (11n สูงสุดที่ 40MHz)
มี Modulation 256-QAM (11n สูงสุดที่ 64-QAM)
มีการใช้เสาเพิ่มขึ้นเพื่อทำ Transmit beam forming (หรือบางทีเรียกตาม Protocol process ว่า Beam steering) ซึ่งใน 11n นั้น Beam forming เป็นเพียง Optional feature แต่ใน 11ac กำหนดให้ Beamforming เป็นส่วนหนึ่งของ 11ac

Wifi chip 11ac wave2 มีอะไรที่เพิ่มขึ้นมา
– รองรับถึง 160MHz (แต่ R710 ของ Ruckus ยังไม่รองรับ 160MHz)
– มี 4 spatial stream หมายความว่า ในแต่ละครั้งที่ AP ใช้ความถี่ ก็สามารถส่งปริมาณข้อมูลออกไปได้มากขึ้น
– รองรับ Multi-User MIMO หรือ MU-MIMO ก็คือการใช้แต่ละ Stream เพื่อส่งข้อมูลไปให้ client แต่ละเครื่องพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน

MIMO - Spatial Multiplexing

Spatial stream แปลตรงตัวคือ Stream ที่อยู่กันคนละ space ซึ่งแต่ละ space ก็คือ OFDM subcarrier ของ channel

Spatial stream ทำให้เพิ่ม Throughput โดยการใข้ MIMO เพื่อทำ Spatial stream ในการส่งข้อมูลออกไปหลาย ๆ element ให้เสาแต่ละ element ส่งข้อมูลแต่ละชุด ตามภาพเป็นการจำลองการทำงานของ Spatial stream

การแสดง Spatial stream specification ของอุปกรณ์ wifi จะเขียนเป็น Tx x Rx : SS หมายความว่า จำนวน element ของ antenna สำหรับส่ง และรับ และจำนวน stream ที่ทำได้

ในภาพคือการที่ AP จะใช้ 3 stream เพื่อส่งข้อมูลไปให้กับ Client ที่รองรับ 3 stream ในขณะที่อีก 1 stream ที่เหลือบน AP จะนำมาใช้ทำเป็น Beamforming ให้กับ antenna element ตัวใดตัวหนึ่งก็ได้

Mobile Clients - More Radio Waste

ในความเป็นจริงแล้ว AP คุณภาพสูงในสถานที่ Public มักจะต้องทำงานกับ Mobile device ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น 1 stream ก็เลยกลายเป็นว่า AP แบบ 4 stream กลับจะต้องมารับส่งแค่ 1 stream เท่านั้นเมื่อทำงานกับ Mobile device ทางเลือกในอดีตหากต้องการจะใช้ antenna element หรือ MIMO ให้คุ้มค่า Beamforming อาจจะเป็นตัวเลือกเข้ามาช่วยเพิ่ม SNR และทำให้ PHY data rate ที่ตัว client สูงขึ้น

แต่ PHY rate ที่สูงขึ้นภายใน stream เดียว (ไม่ดีไปกว่า 433Mbps) ก็ยังเทียบไม่ได้กับการ “ได้ใช้ทุก stream” พร้อมกัน (เทียบกับ 1.3Gbps ที่ 3 stream) คำตอบของการ “ได้ใช้ทุก stream” เมื่อ AP ต้องทำงานร่วมกับ single stream client ก็คือ MU-MIMO

MU-MIMO - Mobile Optimized

แนวคิดของ MU-MIMO คือการส่งข้อมูลของ Client แต่ละเครื่องออกไปพร้อมกัน โดยใช้ stream แต่ละ stream

MU-MIMO

แต่ในความเป็นจริงแล้ว Client แต่ละเครื่องก็ได้รับ data stream ทุก ๆ stream ดังนั้น Beam forming จึงเข้ามาทำงานร่วมกัน โดย Wifi chip บน AP จะทำงานร่วมกับ client เพื่อหาดูว่า จะเลือก signal phase angle อย่างไรเพื่อให้ Constructive interference หรือ in-phase signaling (ด้านที่คลื่นกระทบกันแล้ว dB สูงขึ้น) ชี้ตรงไปยังทิศทางของ Client นั้น ๆ

ในขณะเดียวกัน ก็พยายามทำให้ Beam forming นั้นมีรูปแบบที่ Destructive interference หรือ out-of-phase signaling (ด้านที่คลื่นกระทบกันแล้ว dB ลดลง) ชี้ไปยัง client อื่น ๆ ตามภาพ วิธีการนี้เราเรียกว่าเป็นการทำให้เกิด Null signaling นั่นเอง

สรุปก็คือการทำให้ dB ของ stream ที่จะส่งไปหา client เครื่องนั้น ๆ สูงที่สุดเมื่อเทียบกับ dB ของ stream ที่จะส่งไปให้กับ client อื่น


เมื่อ dB ของ stream ที่ส่งไปหา client นั้น ๆ สูงกว่า dB ของ stream อื่น ๆ (ซึ่งถือว่าเป็น Noise ของ Client เป้าหมาย) ก็หมายความว่า SNR (Signal per Noise Ratio) ของ Client นั้น ๆ สูงขึ้น ก็จะทำให้โอกาสที่ Client นั้นสามารถใช้ Data rate ที่สูงขึ้นก็เป็นไปได้

Opportunity for Differentiation

ปัญหาคือ การจะทำให้ Beam forming มีรูปร่างที่ Narrow (ไม่เป็น Forming pattern ที่อ้วน ๆ แต่มี dB ที่มีรูปร่างเป็นปลายแหลม) จะต้องใช้เสาหลาย element มาประกอบกัน ซึ่งการมีเสาหลายต้น มักจะหมายถึง
– AP มีขนาดใหญ่ขึ้น
– CPU มี Processing มากขึ้นอย่างมหาศาล เพราะเสาแต่ละ element ก็หมายถึงการคำนวณ phase บนเสานั้นอย่างทวีคูณบน Matrix number calculation
cost ของ AP ก็จะแพงขึ้น

เมื่อ TxBF ไม่สามารถสร้าง Signal level สำหรับแต่ละ stream ให้แตกต่างจาก signal ของ stream อื่น ๆ (Noise) ย่อมหมายความว่า client ของ stream นั้น ๆ ก็มี SNR ที่ต่ำ คือ Signal อาจจะสูงกว่า noise เพียงแค่ 3dB เท่านั้น SNR ที่ต่ำลง ก็คือ data modulation rate ที่ต่ำด้วยเช่นกัน โดยสรุปคือ TxBF ไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ MU-MIMO ได้ดีเท่าไหร่นัก

ในขณะที่ BeamFlex ซึ่งเป็นเสาทิศทางอยู่แล้ว เมื่อมาทำงานร่วมกับ Beam forming ก็ยิ่งทำให้เกิดความแตกต่างของ dB มากขึ้นในแต่ละ stream และเกิด Null signaling ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ผลคือ client ใน stream นั้น ๆ จะได้รับ signal สูงขึ้นเมื่อเทียบกับ Noise เมื่อ SNR สูงขึ้น data rate ของ cleint ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ TxBF ที่ได้ผล ยังต้องการ Explicit feedback จาก client เพื่อประเมิน Beam steering ที่ดีที่สุด หาก client ไม่มี Explicit response ผลคือ TxBF ก็จะด้อยประสิทธิภาพลงไปอีก

ในขณะที่ BeamFlex มีกลไกที่จะหา Best path โดยไม่อาศัย Explicit feedback จาก client แต่ BeamFlex module ใน AP จะประเมินหา Best pattern ด้วยตัวเองจาก Legacy feed back ที่มีอยู่แล้วใน 802.11 control frame ไม่ต้องพึ่งพากลไกพิเศษฝั่ง client เลย TxBF ของ Ruckus ที่ทำงานร่วมกับ BeamFlex จึงทำงานได้มีประสิทธิภาพแม้กับ client ทั่ว ๆ ไป

จากภาพ จะเห็นว่า MU-MIMO จะทำงานได้ดีขึ้น เมื่อ Client มีตำแหน่งที่อยู่รอบตัว Client ไม่กระจุกตัวเป็นกลุ่ม AP ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง Client จะทำ MU-MIMO ได้ดี

4 ทางเลือกที่สามารถทำให้ MSPs ปรับตัวให้เข้ากับการวางแผนของ Cyber Security Go-To-Market

จากการที่เรามีการทำงานจากที่บ้านหรือ work-from-home ในช่วง COVID-19 ทุกวันนี้ ได้สร้างโอกาสทีมีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของ Cyber Security services ไปกับธุรกิจที่ยังเป็นของคุณ เนื่องด้วย Cyber Attacks มีเพิ่มความถี่มากขึ้นทุกวัน จึงเป็นผลทำให้เจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารทั้งหลายตระหนักถึงการป้องกันที่มากกว่าเดิม เมือเปรียบเทียบกับอดีต

MSPs (Manage Service Providers) จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปรับตัวเข้าหาในแต่ละสภาวะแวดล้อมของธุรกิจปัจจุบัน คราวนี้เรามาดูว่า 4 ทางเลือกที่จะทำให้ MSPs สามารถทำงานร่วมกับ Cyber Security ในรูปแบบของ GTM ที่จะเข้ามาตอบสนองความต้องการในตลาดปัจจุบันนี้

1. สร้าง offering ที่หลากหลายแนวทางที่สอดคล้องกับระดับความสามารถของลูกค้าแต่ละราย

รูปแบบของ Cyber Security GTM ใช่ว่าจะสามารถทำงานได้กับทุกๆ ธุรกิจ แต่ละลูกค้ามีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง บางที่มีการทำงานแบบระยะไกล (remote) มากกว่าลูกค้าที่อื่น บางที่มีข้อมูลที่ sensitive มากกว่าลูกค้าคนอื่นๆ และบางที่อาจมีปัญหาในเรื่องของเงินตราถ้าต้องประสพปัญหาที่เกี่ยวกับการร่วงละเมิดข้อมูล ดังนั้น เราต้องเข้าใจความสามารถของลูกค้าในสถานะปัจจุบันแต่ละรายว่าเราจะปกป้องต่อต้าน ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองที่เพียงพอหรือไม่เกี่ยวกับ Cyber Threats และต่อมาโฟกัสให้ความสำคัญในมุมมองของ Cyber Security กับพวกเขา

 

2. ใช้ประโยชน์จาก Multi-Layered Security

ธุรกิจในปัจจุบันมีความต้องการ cybersecurity ที่สามารถป้องกันการโจมตีจาก cybercriminal ได้ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีของ Ransomware, phishing, และ business email compromise (BEC) วิธีเหล่านี้ต้องการการเข้าถึงในแต่ละชั้น และในแต่ละชั้นก็มีความแตกต่างกันไป

• Perimeter – ส่วนนี้จะเป็นส่วนขอบๆ ของโครงข่ายของลูกค้า ที่ซึ่งมีความเป็นไปได้ของการโจมตีของ malicious data อาจมีทางเข้าและออก ซึ่ง Endpoints, การเชื่อมต่อในระบบโครงข่าย, ร่วมไปถึง email และ website อาจต้องการการป้องกันที่เพิ่มมากขึ้น เพราะจะตกเป็นเป้าหมาย

• User – พนักงาน เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่มีความเกี่ยวเนื่องกับ malicious content โดยตรง พวกเขาไม่ก็ตกเป็นเหยื่อโดยไมรู้ตัว

• Endpoint – ทุกๆ อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในระบบโครงข่างของธุรกิจจะต้องมีการป้องกันเช่นเดียวกัน

• Identity – การระบุตัวตนโดยใช้ credential ก็เป็นอีกทางจะช่วยให้ลูกค้าปลอดภัยมากขึ้น

• Privilege – การแบ่งระดับการเข้าถึงในแต่ละแหล่งข้อมูล ก็เป็นการลดภัยคุกคาม เพราะมีการกำหนดขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ

• Applications – ต้องมีการตรวจจับการใช้งานทั้งขาเข้าและออก เพราะที่นี่เป็นแหล่งร่วมข้อมูลที่สำคัญๆ

• Data – ต้องสามารถระบุตัวของผู้ใช้ได้ในส่วนนี้ เพราะเราสามารถรู้ได้ว่าผู้ใช้งานได้นำข้อมูลอะไรไปบ้างในแต่ละครั้ง

 

3. การหาโครงสร้างราคาที่ใช่

เรื่องของราคาสามารถดึงดูดความสนใจถ้าราคาสมเหตุสมผล หรือโดนปล่อยไปถ้าราคานั้นแพงเวอร์จนเกินไป ดังนั้น ต้องหาที่ราคาที่ทั้ง MSPs และลูกค้าสามารถยอมรับได้

Cyber Security Service นั้นจะไม่เหมือนกับ service โดยทั่วไป จะแพงหรือไม่แพงก็ขึ้นอยู่ครับความต้องการความปลอดภัยของลูกค้า ถ้าต้องการความปลอดภัยที่มากพอควรก็จะตามมาด้วยเรื่องของราคาที่แพงตามและแน่นอนมันมีผลกระทบกับทุนของลูกค้าเช่นกัน ดังนั้น เราจะหาราคาที่ถูกต้องตามความของลูกค้าได้อย่างไร

It needs to be easy to understand – เหมือนกับ service อื่นๆ ราคาต้องตรงไปตรงมา

It should demonstrate value – ลูกค้าต้องเห็นว่า service ที่ให้บริการนั้นคุ้มกับค่าเงินที่ลงทุนไป ไม่ว่าจะเป็นรายงานหรือเหตุการณ์ต่างที่เกิดขึ้นกับลูกค้า

It needs to focus on protection – เพราะว่าคุณจะไม่มีความสามารถที่จะเดาได้ว่าจะถูกโจมตีบ่อยแค่ไหน มันจึงสำคัญมากที่จะรักษาคุณภาพในการดูแลลูกค้าเพื่อป้องกันการโจมตีในทุกๆครั้ง

Consider all your costs – ราคาเป็นปัจจัยในลงทุน ในการหาราคาต้องคำนึงถึงข้อจำกัดต่างๆ ที่ลูกค้าควรได้รับ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

 

4. คิดก่อนที่จะเข้าหาลูกค้าด้วยทัศนคติอย่างไร

สมมุติว่าคุณกำลังที่จะหาลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าปัจจุบันกับการใช้ offering แบบที่เรากำหนดไว้ มันสำคัญที่จะคิดประมาณว่าเราจะเข้าหาลูกค้าด้วยทัศนคติอย่างไร โดยที่ 90% นั้นคือเปอร์เซ็นที่ลูกค้าจะหนีเราถ้าเรารับสายแบบไม่เต็มใจ ทุกวันนี้คนทีจะซื้อกำลังหาบุคคลที่สามารดูแลให้ธุรกิจของลูกค้าปลอดภัยแทน Social media ก็กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือ รวมถึงการตัดสินใจของลูกค้าในการลงทุนด้วยเช่นกัน

ข้อสรุปที่เป็นความท้าทายในโลกของ Cyber Seurity service นั้นเพื่อให้ตรงตามความคาดหวังจากลูกค้า ใช่สื่อ Social media เพื่อเป็นการเปิดตลาดบวกการทำ content ที่ดึงดูด การค้นหาเอกลักษณ์ของลูกค้าที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าในเรื่องของความปลอดภัยจาก cybercriminals และสุดท้ายต้องหาราคาที่เหมาะสมกับลูกค้า ไม่เอาเปรียบจนเกินไปและสมเหตุสมผลเพราะเราอาจจะเป็นคนที่ไม่ได้ถูกเลือก

ที่มาข่าว : Click!!!

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

WiFi ดีเลย์เกิดขึ้นเพราะค่า Latency จริงดิ !!

WIFI ดีเลย์เกิดขึ้นเพราะค่า LATENCY จริงดิ

 

หลายคนมีความต้องการใช้งาน WiFi ไม่ว่าจะใช้งานที่ไหนจะรุ้สึกแฮปปี้ถ้าคลื่นสัญญาณเร็วแรง และสิ่งที่หลายคนไม่ชอบเอาซะเลย คือเน็ตอืด

ปัญหา WiFi ดีเลย์คืออะไร ?

WiFi ดีเลย์หรือเน็ตอืด คือ ช่วงเวลาที่ WiFi ส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ไปยังจุดหมายปลายทาง บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบกับปัญหานี้ เพราะการส่งข้อมูลมันใช้เวลาและต้องมีการแชร์สัญญาณหรือ AP กับเครื่องอื่นด้วย

เน็ตอืดแค่ไหนถึงเรียกว่าแย่ ?

มันก็แล้วแต่สถานการณ์นะครับ… ถ้าเป็นในลักษณะคุยผ่านแชทข้อความ มีการส่งข้อมูลติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ถ้าความเร็วเน็ตช้าไป สัญญาณการส่งถ่ายก็จะไม่ดีตามไปด้วย รุนแรงหน่อยสัญญาณอาจจะขาดหายไปเลย ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะว่าการคุยกันต้องใช้แบนด์วิดท์ (ปริมาณรับส่งข้อมูล) แต่มันเป็นเพราะต้องส่งทันทีแบบ Real-Time หรือในขณะที่ดูวิดีโอ มีช่วงที่สัญญาณดีเลย์ได้บ้าง จะเป็นช่วงที่ภาพกระตุก ซึ่งไม่กี่วินาทีก็ดูได้เหมือนเดิม รวมไปถึง ใช้สัญญาณเน็ตเพื่อเปิดอ่านอีเมลล์ นี่แทบไม่ได้รับผลกระทบจากเน็ตอืดเลย…คุณแทบไม่ทันได้สังเกตุเลยว่าเวลาที่ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ iOS ของ Mac อัพเดทตัวเองด้วยเวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม เรามีวิธีที่คุณสามารถลดหรือช่วยให้เน็ตอืดน้อยลงได้

ปัจจัยเน็ตอืดที่พบบ่อย คือ การรบกวนคลื่นความถี่วิทยุ ปัญหาเหล่านี้เกิดจากค่า Latency ที่สูงเกินไป ซึ่งมีผลทำให้ WiFi ดีเลย์นั่นเอง ดังนั้นวิธีการที่ช่วยปัญหานี้ได้

1. ลดจำนวน AP ที่อยู่ใน Channal เดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดการตีกันของสัญญาณ ซึ่งจะช่วยได้เยอะเลย พยายามเลือกสัญญาณที่แรงที่สุดให้อุปกรณ์ของคุณ จะได้ส่งข้อมูลได้อย่างแม่นยำรวดเร็ว
2. เพิ่ม AP ให้เหมาะสมกับ Area เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสัญญาณรบกวน ก็ช่วยได้เช่นกัน แต่ต้องไม่ทำให้สัญญาณรบกวนตีกันหนักขึ้นนะครับ
3. เลือกใช้ AP ที่ลงระบบ QoS คุณภาพสูง ก็สามารถแก้ปัญหาได้ AP จะเลือกการส่งข้อมูลที่ความเร็วเน็ตก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยการส่งข้อมูลอื่นๆ การอัพเดทระบบปฏิบัติการ iOS ของ Mac จะใช้เวลานานขึ้น ในขณะที่ Netflix เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ

นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีอื่นๆ อีกมากมายที่แก้ปัญหาเน็ตอืดได้ แต่เราขอแนะนำวิธีข้างต้นนี้ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ อาจจะดูวุ่นวาย แต่สามารถทำเพื่อให้ WiFi ของเราเร็วขึ้นได้แน่นอนครับ

มีปัญหา อย่า Reboot Access Point

มีปัญหา อย่า Reboot Access Point

Ruckus AP เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เฟิร์มแวร์ที่ทำงานอยู่ใน AP ถูกออกแบบให้ทำงานเหมือนกับ OS บน Desktop platform ที่มี Software module แยกหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน มีการบริการจัดการ CPU, Memory, และ Interface อย่างเป็นระบบ รวมถึงมีระบบการจัดเก็บ Log ในระหว่างการทำงานของ AP อย่างละเอียด ซึ่ง Log นี้เป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างมาก ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา

สิ่งที่ควรทราบ คือ…
1. Log นี้ก็ถูกเก็บอยู่ใน Memory ที่มีขนาดจำกัด ดังนั้น ควรเก็บ Log ที่ช่วงเวลาที่เกิดปัญหา หรือทิ้งช่วงไม่นาน

2. มีข้อมูลหลายส่วนใน Log ที่จะถูกลบหรือ Reset เมื่อมีการ Reboot AP ดังนั้น การ Reboot จะทำให้ข้อมูล Log ที่มีค่าแก่การวิเคราะห์ ถูกลบทิ้งไปทั้งหมด เมื่อเกิดปัญหา ถ้าสามารถเข้าถึง WebUI ของ AP ได้ ควรรีบเก็บ Log ออกมาก่อน

ขั้นตอนการเก็บ Log ทำตามนี้ครับ

1. ให้เก็บ SystemInfo ของ AP ตัวที่ใกล้กับที่เกิดเหตุ หรือตัวที่มั่นใจว่า ผู้ใช้ต่อใช้งานอยู่ โดยเก็บ SystemInfo ในเวลาที่ใกล้กับเวลาที่พบปัญหา เพื่อที่ Log จะยังคงอยู่ให้สามารถวิเคราะห์ได้ ยิ่งเก็บ Log ได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

โดยเข้าไปที่หน้า WebUI ของ AP และดูที่เมนู Maintenance -> SupportInfo ที่ด้านขวามือกดที่คำว่า “Save to Local Computer” และเริ่ม Download text file

2. ให้แจ้ง MAC address ของเครื่อง Client ที่มีปัญหา ถ้า Client ที่พบปัญหานั้นมาเป็นหมู่คณะ ก็ขอแค่ 1-2 MAC address ก็เพียงพอแล้ว

3. ให้แจ้งวันที่และเวลาที่พบปัญหา เพื่อที่ทางเราจะค้นหาและอ้างอิง Log ได้ถูกต้อง การเดาเวลาจาก Log จะทำให้การวิเคราะห์คาดเคลื่อน และแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุด

4. แจ้งอาการที่พบ ตามคำถามด้านล่างนี้

– Wifi connection icon ที่หน้าจอของ Client ขึ้นกากบาทสีแดงหรือไม่?

– Wifi connection icon ที่หน้าจอของ Client แสดงระดับสัญญาณกี่ %

– Wifi client สามารถเห็นชื่อของ Wifi service ได้หรือไม่?

– Wifi client สามารถรับ IP จาก DHCP server ได้หรือไม่?

– ไม่ว่า Wifi client จะได้รับ IP จาก DHCP server หรือต้อง Fix IP เข้าไปเอง เมื่อมี IP แล้ว สามารถ ping Default gateway ได้หรือไม่?

– Wifi client สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือเปิดหน้า Authentication (Login) ได้หรือไม่?

– Wifi client สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือเปิดหน้า Authentication (Login) ได้หรือไม่?

     ตามข้างต้น 4 ข้อ ก็จะช่วยให้การวิเคราะห์และแก้ปัญหา

   สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และตรงจุด

โปรแกรมซัพพอร์ต Ruckus WatchDog Support

โปรแกรมสำหรับซัพพอร์ต เป็นการนำเสนอการรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อตอบสนองความต้องการด้านข้อมูล ความรู้ และบริการพร้อมกับผลิตภัณฑ์ของ Ruckus Wireless แต่ละรุ่น

ตารางแสดงการเปรียบเทียบSupport แบบเก่ากับ Watch Dog ล่าสุด (model เก่า ซีรีย์ 9xx ส่วน model ใหม่จะซีรีย์ 8xx)

สินค้ากลุ่ม AP Indoor และ Controller ทุกรุ่นรับประตลอดอายุการใช้งาน

สินค้ากลุ่ม AP Outdoor ประกัน 1 ปี

และเพื่อให้การนำเสนอ Ruckus พร้อมการให้บริการหลังการขายสามารถตอบสนองการใช้งานมากขึ้น ทาง Ruckus ได้ปรับปรุงวิธีการขาย MA ในรูปแบบใหม่ ดังต่อไปนี้

การซื้อ Ruckus ในปีแรก (สามารถเลือกซื้อ MA ได้ตั้งแต่ 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี)

1. กรณีลูกค้าซื้อ Controller + AP

   a. Controller ซื้อ MA ซีรีย์ 802 สิ่งที่ลูกค้าจะได้นอกเหนือจากการซัพพอร์ตหลังการขาย จากทีมงาน Ruckus และ ออพติมุส (ประเทศไทย) คือ หาก Controller เสีย และได้รับการยืนยันจากทาง Ruckus จะมี Controller ส่งไปให้ทดแทนภายในวันทำการถัดไป (8 * 5 * NBD) Advance Hardware Replacement และหากทาง Ruckus มีการ Update Feature ใหม่ (โดยเฉลี่ย 4 ครั้งต่อปี) ท่านจะได้รับสิทธิในการ Upgrade Feature ตลอดอายุสัญญาของ MA

   b. Controller ซื้อ MA ซีรีย์ 802 และ AP ซื้อ MA ซีรีย์ 803 เพิ่มเติมตามจำนวน APในระบบ จะยิ่งทำให้ระบบของท่านแข็งแรงด้วยบริการ Advance Hardware Replacement สำหรับ AP เพิ่มนอกเหนือจาก Controller ที่ซื้อเดิมโดยหาก AP ตัวที่ท่านซื้อ MA เพิ่มหากเสีย เสีย และได้รับการยืนจากทาง Ruckus จะมี Controller ส่งไปให้ทดแทนภายในวันทำการถัดไป (8 * 5 * NBD)

 

2. กรณีลูกค้าซื้อเฉพาะ AP เมื่อไม่มี Controller ใช้งานร่วมด้วย

   a. AP ซื้อซีรีย์ 807 จะเป็นกรณีที่ท่านไม่มี Controller มาก่อน และในการซื้อครั้งใหม่ยังไม่ซื้อ Controller โดยสิ่งที่ท่านจะได้นอกเหนือจากการซัพพอร์ตหลังการขายจากทีมงาน Ruckus และ ออพติมุส (ประเทศไทย) คือ บริการ Advance Hardware Replacement บนตัว AP โดยหาก AP ตัวที่ท่านซื้อ MA เพิ่มหากเสีย เสีย และได้รับการยืนจากทาง Ruckus จะมี AP ส่งไปให้ทดแทนภายในวันทำการถัดไป (8 * 5 * NBD)

 

การซื้อ Ruckus กรณี Renew MA ปีต่อไป (สามารถเลือกต่อ MA ได้ตั้งแต่ 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี)

1. กรณีลูกค้าซื้อ Controller + AP

   a. Controller ซื้อ MA เป็น 822 ลูกค้าจะได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้วข้างต้นเพียงเปลี่ยนรุ่นที่นำเสนอจาก 802 เป็น 822 เท่านั้นเอง

   b. Controller ซื้อ MA เป็น 822 และ AP ซื้อ MA เป็น 823 ลูกค้าจะได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้วข้างต้นเพียงเปลี่ยนรุ่นที่นำเสนอจาก 802 เป็น 822 และ จาก 803 เป็น 823 เท่านั้นเอง

 

2. กรณีลูกค้าซื้อเฉพาะ AP

   a. AP ซื้อ MA เป็น 827 ลูกค้าจะได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้วข้างต้นเพียงเปลี่ยนรุ่นที่นำเสนอจาก 807 เป็น 827 เท่านั้นเอง

 

วิธีการนำเสนอ Redundant Solution สำหรับลูกค้า Dealer/Partner

 

และพิเศษเมื่อลูกค้าต้องการ Redundant Solution ทาง Ruckus ได้เพิ่ม SKUs เพื่อให้การมี Redundant ในระบบถูกลงกว่าเดิม โดยท่านจะซื้อเพียง Box Controller เพิ่มตามรุ่น Controller หลัก (ZD1100, 3000, 5000) บวกเพิ่มด้วยซีรีย์ 803-xxxx-xTDY โดยเลือกได้ว่าจะเป็น 1, 3, 5 ปี เท่านั้น เพียงแค่นี้ระบบของท่านก็จะมี Redundant เพื่อการใช้งานได้ทันที

ทั้งนี้หากท่านยังมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายขายที่ดูแลท่านอยู่ในปัจจุบัน

Line@

@optimusthailand

Line@

@optimusthailand

การแปลง Ruckus Unleashed AP เป็น Standalone AP (ด้วย command line หรือ CLI)

สามารถเปลี่ยน firmware  AP จาก Unleashed เป็น firmware 100.x สำหรับโหมด Standalone (หรือใช้งานร่วมกับ Controller ZD / SZ ได้)

วิธีการทำ

1. สามารถดาวน์โหลด firmware AP แบบ Standalone ที่เป็น image 100.x จากเว็ปไซต์สนับสนุนเพื่อติดตั้งแทน Unleashed (เก็บไว้ใน PC / Notebook ที่คุณใช้เพื่อเปลี่ยน firmware AP)

2. เปิดใช้งาน Unleashed AP กดปุ่ม Hard Reset ค้างไว้เป็นเวลา 8 วินาที หรือนานกว่านั้น แล้วปล่อยมือ

3. เปิดการใช้งาน PC / Notebook Fix ip ให้อยู่ในวง Network เดียวกับ ip default ของตัว Access Point เช่น ip default คือ 192.168.0.1 เราก็ Fix ip PC / Notebook เป็น 192.168.0.2 เป็นต้น แล้วลอง ping ว่าเจอ ip default ของตัว Access Point ไหม

4. ถ้า Ping เจอ ให้เปิดโปรแกรม Putty เลือก SSH ใส่ ip 192.168.0.1 ที่เป็น ip default เพื่อทำการ SSH ไปที่ตัวของ AP

5. โดยเข้าสู่ระบบด้วย User & Password default

                 User name = super, Password = sp-admin

Would you like to start the Setup Wizard? [yes/no]: ลือก “no”

6. จากนั้นให้เปิดโปรแกรม TFTP64 เลือก Firmware Image ที่ต้องการจะ Upgrade แล้วกด Copy แล้วเปิดโปรแกรม TFTP64 ทิ้งไว้

7. กลับไปที่โปรแกรม Putty ใช้ command (ไม่ต้องใส่ “….”) ดังนี้

Welcome to Ruckus Unleashed Network Command Line Interface
ruckus> “enable”

ruckus# “ap-mode”
Yon have all rights in this mode.
ruckus (ap-mode) # “fw set control (ชื่อไฟล์ Image)”

OK
ruckus (ap-mode) # “fw set proto tftp”
OK
ruckus (ap-mode) # “fw set host (IP ของเครื่อง PC/notebook)”
OK

ruckus (ap-mode) # “fw update”

ตัวอย่าง

8. เมื่อ Upgrade Firmware เสร็จแล้ว ให้ทำการ reboot AP ก่อน จึงจะสามารถ Upgrade อีกรอบได้ ทั้งจาก Upgrade ทั้ง 2 รอบแล้ว ให้ใช้ command “fw show all” เพื่อเช็คว่า Firmware ที่อัพไปถูกต้องทั้ง 2 Image

9. ไปที่หน้า Bowser แล้วพิมพ์ ip default 192.168.0.1 จะเจอหน้าดังนี้ ให้กด Advanced แล้วกด Proceed to 192.168.0.1 (unsafe)

10. จะเห็นหน้า Login เพื่อเข้าใช้งาน โดยเข้าสู่ระบบด้วย User & Password default 

                 User name = super, Password = sp-admin

หมายเหตุ :

  • วิธีการ Upgrade Firmware  นี้ เป็นการ Upgrade Firmware  โดยวิธีการใด?

     ตอบ เป็นการ Upgrade แบบ AP ต่อตรงเข้ากับ PC หรือ Notebook

  • ทำไมต้องอัพ Upgrade Firmware 2 รอบ?

     ตอบ เนื่องจาก AP ของ Ruckus มีที่จัดเก็บ Image 2 อัน เวลา Image ใดเสีย จะไปถึง Image อีกอันมา เพื่อให้สามารถใช้งานต่อได้

การแปลง Ruckus Unleashed AP เป็น Standalone AP (ด้วยหน้าเว็บ UI)

สามารถเปลี่ยน firmware AP จาก Unleashed เป็น firmware 100.x สำหรับโหมด Standalone (หรือใช้งานร่วมกับ Controller ZD / SZ ได้)

วิธีการทำ

1. สามารถดาวน์โหลด firmware AP แบบ Standalone ที่เป็น image 100.x จากเว็ปไซต์สนับสนุนเพื่อติดตั้งแทน Unleashed (เก็บไว้ใน PC / Notebook ที่คุณใช้เพื่อเปลี่ยน firmware AP)

2. เปิดใช้งาน Unleashed AP กดปุ่ม Hard Reset ค้างไว้เป็นเวลา 8 วินาที หรือนานกว่านั้น แล้วปล่อยมือ

3. เปิดการใช้งาน PC / Noteboox Fix ip ให้อยู่ในวง Network เดียวกับ ip default ของตัว Access Point เช่น ip default คือ 192.168.0.1 เราก็ Fix ip PC / Notebook เป็น 192.168.0.2 เป็นต้น แล้วลอง ping ว่าเจอ ip default ของตัว Access Point ไหม

4. ถ้า Ping เจอ ให้ไปที่หน้า Bowser แล้วพิมพ์ ip default 192.168.0.1 จะเจอหน้าดังนี้ ให้กด Advanced แล้วกด Proceed to 192.168.0.1 (unsafe)

5. จะเห็นหน้าเริ่มต้นของ Unleashed จะเห็น คลิกที่ “Local Upgrade” และเราจะเห็นตัวเลือกอัปเกรดเพื่ออัปโหลดเฟิร์มแวร์ กด Next

6. เลือก firmware 100.x ZoneFlex สำหรับรุ่นของ Access Point นั้นและทำการ Upgrade ต่อไป

7. เมื่อ AP Upgrade Firmware Image ของ ZoneFlex 100.x เสร็จแล้ว จะสามารถเข้าถึงได้ ผ่านทางที่ 192.168.0.1 ที่อยู่ IP พร้อมข้อมูลการเข้าสู่ระบบ

                 User name = super, Password = sp-admin

หมายเหตุ :

  • วิธีการ Upgrade Firmware  นี้ เป็นการ Upgrade Firmware  โดยวิธีการใด?

     ตอบ เป็นการ Upgrade แบบ AP ต่อตรงเข้ากับ PC หรือ Notebook

การแปลง Ruckus Standalone AP เป็น Unleashed AP (ด้วย command line หรือ CLI)

สามารถเปลี่ยน  firmware  AP จาก firmware 100.x เป็น Unleashed 200.x

วิธีการทำ

1. สามารถดาวน์โหลด firmware AP แบบ Standalone ที่เป็น image 200.x จากเว็ปไซต์สนับสนุนเพื่อติดตั้งแทน Standalone(เก็บไว้ใน PC / Notebook ที่คุณใช้เพื่อเปลี่ยน firmware AP)

2. เปิดใช้งาน Standalone AP กดปุ่ม Hard Reset ค้างไว้เป็นเวลา 8 วินาที หรือนานกว่านั้น แล้วปล่อยมือ

3. เปิดการใช้งาน PC / Notebook Fix ip ให้อยู่ในวง Network เดียวกับ ip default ของตัว Access Point เช่น ip default คือ 192.168.0.1 เราก็ Fix ip PC / แล็ปท็อป เป็น 192.168.0.2 เป็นต้น แล้วลอง ping ว่าเจอ ip default ของตัว Access Point ไหม

4. ถ้า Ping เจอ ให้เปิด โปรแกรม Putty เลือก SSH ใส่ ip 192.168.0.1 ที่เป็น IP default เพื่อทำการ SSH ไปที่ตัวของ AP

5. เข้าสู่ระบบด้วย User name และ Password default

                 User name = super, Password = sp-admin

6. จากนั้นให้เปิด โปรแกรม TFTP64 ลือก Firmware Image ที่ต้องการจะ Upgrade แล้วกด Copy แล้วเปิดโปรแกรม TFTP64 ทิ้งไว้

7. กลับไปที่ โปรแกรม Putty ใช้ command ดังนี้

            fw set control (ชื่อไฟล์ Image )
            fw set proto tftp
            fw set host (IP ของเครื่อง PC/ notebook )
            fw update

ตัวอย่าง

8. เมื่อ Upgrade Firmware เสร็จแล้ว ให้ทำการ reboot AP ก่อน จึงจะสามารถ Upgrade อีกรอบได้ ทั้งจาก Upgrade ทั้ง 2 รอบแล้ว ให้ใช้ command “fw show all” เพื่อเช็คว่า Firmware ที่อัพไปถูกต้องทั้ง 2 Image

9. ไปที่หน้า Bowser แล้วพิมพ์ IP default 192.168.0.1 จะเจอหน้าดังนี้ ให้กด Advanced แล้วกด Proceed to 192.168.0.1 (unsafe)

10. จะเห็นหน้าเริ่มต้นของ Unleashed

หมายเหตุ :

  • วิธีการ Upgrade Firmware  นี้ เป็นการ Upgrade Firmware  โดยวิธีการใด?

     ตอบ เป็นการ Upgrade แบบ AP ต่อตรงเข้ากับ PC หรือ Notebook

  • ทำไมต้องอัพ Upgrade Firmware 2 รอบ?

     ตอบ เนื่องจาก AP ของ Ruckus มีที่จัดเก็บ Image 2 อัน เวลา Image ใดเสีย จะไปถึง Image อีกอันมา เพื่อให้สามารถใช้งานต่อได้

การแปลง Ruckus Standalone AP เป็น Unleashed AP (ด้วยหน้าเว็บ UI)

สามารถเปลี่ยน  firmware  AP จาก firmware 100.x เป็น Unleashed 200.x

วิธีการทำ

1. สามารถดาวน์โหลด firmware AP แบบ Unleashed ที่เป็น image 200.x จากเว็ปไซต์สนับสนุนเพื่อติดตั้งแทน ZF Standalone (เก็บไว้ใน PC / Notebook ที่คุณใช้เพื่อเปลี่ยน firmware AP)

2. เปิดใช้งาน AP กดปุ่ม Hard Reset ค้างไว้เป็นเวลา 8 วินาที หรือนานกว่านั้น แล้วปล่อยมือ

3. เปิดการใช้งาน PC / Notebook Fix ip ให้อยู่ในวง Network เดียวกับ ip default ของตัว Access Point เช่น ip default คือ 192.168.0.1 เราก็ Fix ip PC / notebook เป็น 192.168.0.2 เป็นต้น แล้วลอง ping ว่าเจอ ip default ของตัว Access Point ไหม

4. ถ้า Ping เจอ ให้ไปที่หน้า Bowser แล้วพิมพ์ IP default 192.168.0.1 จะเจอหน้าดังนี้ ให้กด Advanced แล้วกด Proceed to 192.168.0.1 (unsafe)

5. จะเห็นหน้า Login เพื่อเข้าใช้งาน โดยเข้าสู่ระบบด้วย User name และ Password default

              User name = super, Password = sp-admin

6. ไปที่แถบเมนู Upgrade ด้านข้าง ให้เลือกเป็น Upgrade Local” และเลือก Firmware Unleashed สำหรับรุ่นของ Access Point จากนั้นทำการ Upgrade ต่อไป

7. เมื่อ AP Upgrade Firmware Image ของ Unleashed เสร็จแล้ว จะสามารถเข้าถึงได้ ผ่านทาง Bowser ด้วย ip 192.168.0.1 5. จะเห็นหน้าเริ่มต้นของ Unleashed

หมายเหตุ :

  • วิธีการ Upgrade Firmware  นี้ เป็นการ Upgrade Firmware  โดยวิธีการใด?

     ตอบ เป็นการ Upgrade แบบ AP ต่อตรงเข้ากับ PC หรือ Notebook

เทคโนโลยี Beamformers (บีมฟอร์มเมอร์) ส่วนสำคัญในการก้าวเข้าสู่ 5G !!

Beamformers…Your 5G Transformers

ทาง Dr.Mohamed Nadder Hamdy ผู้อำนวนการฝั่ง Mobile Network Engineering ของทาง CommScope ได้อัพเดทข้อมูลงใน Blog ความว่า “ ผมได้ตั้งชื่อเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการทำงานที่มีประสิทธิภาพ 5G ที่ยอดเยี่ยม ผมไม่ลังเลที่จะเลือก บีมฟอร์เมอร์ ซึ่งเป็นชื่อที่สอดคล้องกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก ซึ่งทีม Transformer เหล่านี้สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่หุ่นยนต์คล้ายมุนษย์ไปจนถึงยานพาหนะบนท้องถนนทั่วไป ในลักษณะเดียวกันกับเสาอากาศแบบ บีมฟอร์มมิ่ง 5G ใหม่จากทางเรา ซึ่งมีความพิเศษที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแผ่รังสีแบบไดนามิก ด้วยเหตุนี้เราจึงเรียกพวกมันว่า บีมฟอร์มเมอร์ เป็นฮีโร่ตัวใหม่ของเรากำลังต่อสู้กับคลื่นรบกวนเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ”

Beamformers มีลักษณะการทำงานหลายรูปแบบและมีความสามารถที่แตกต่างกัน โดยแต่ล่ะแบบจะคำนวณให้ทำงานได้ดีที่สุดกับสถาพแวดล้อมนั้นๆ และบีมฟอร์มเมอร์มีความสามารถที่แตกต่างจากการทำงานทั่วๆด้วยการปรับแต่งเฟสที่เป็นองค์ประกอบการแผ่รังสีของเสาอากาศจะมีการสร้างรูปแบบการส่งข้อมูลและรูปแบบการขัดขวางจำนวนหนึ่งขึ้นมาด้วย จึงส่งผลให้ลำแสงที่ได้สามารถส่งไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Beamformers สามารถแยกออกเป็น 3 รูปแบบหลัก
– การทำงานด้วยโครงสร้างอาร์เรย์ที่สามารถทำงานแบบ Passive และ Active
– การส่งลำแสงแบบ Digital ด้วย Analog และ Hybrid
– เพิ่มอุปกรณ์รับส่งสัญญาณวิทยุ ตั้งแต่รุ่น 8T8R ขึ้นไป

โดยทั่วไปแล้วบีมฟอร์มเมอร์แบบ Passive จะสร้างขึ้นบนเสาอากาศแบบ Passive Beamforming ที่เชื่อมต่อกับวิทยุรับ/ส่ง สัญญาณภายนอก 8 ตัวและเชื่อมต่อด้วยสายโคแอกเชียล จะช่วยให้ Beamforming นี้มีความสามารถในการส่งคลื่นสัญญาณด้วยแกนแนวนอนแบบ 2D ไปยัง Client ได้มีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้พัฒนาโซลูชั่นนี้มีความเห็นว่าเทคโนโลยีนี้ใช้กำลังไฟที่น้อย สามารถใช้งานได้จริงและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณได้ดีในหลายๆสถานะการณ์ ขณะที่ทางผูผลิตคำนวนแล้วว่าบีมฟอร์มเมอร์แบบใหม่จะช่วยลดต้นทุนในการผลิตและลดนำหนักของอุปกรณ์ จากที่ต้องติดตั้งเสาอากาศแบบภายนอกและสายจัมเปอร์ที่มีจำนวนมากขึ้น ลองปรับมาติดตั้งภายในจะช่วยลดต้นทุนและน้ำหนักแต่ยังรักษาประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี จึงกลายเป็นเหตุผลที่ทางผู้ผลิตพัฒนาบีมฟอร์มเมอร์แบบ Active และติดตั้งเสาสัญญาณฝังอยู่ภายในอุปกรณ์ด้วยจำนวน 32 หรือ 64 ตัว ซึ่งการมีบีมฟอร์มเมอร์ในตัวอุปกรณ์นี้ สามารถส่งคลื่นสัญญาณแบบแนวนอนและแนวตั้งด้วยเทคนิค 3D ได้ดีที่สุด เปรียบเทียบได้กับ Optimus Prime ที่เป็นเครื่องจักรราคาแพงและทนทานต่อการโจมตีที่หนักหน่วงและยังเป็นฮีโร่ที่มีลำแสงที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ..

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการออกแบบและสร้างบีมฟอร์เมอร์ของเรา สามารถดาวน์โหลดเอกสารล่าสุดได้ที่ “Beamformers Explained (Part1)”

ที่มาข่าว : Click!!!

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

Spatial stream คืออะไร ทำไมยิ่งเยอะ ยิ่งดี และ ยิ่งแพง

ตอนนี้ AP ที่มีขายในตลาด ก็ล้วนแต่เป็น 11n Dualband กันหมดแล้ว และฐานของตลาดก็จะขยับขึ้นไปเป็น 11ac wave1 ในไม่ช้า ในขณะที่หลายคนยังไม่รู้เวลาว่า สเปคของ AP ที่เขียนว่า 3×4:3 แปลว่าอะไร

บางคนอาจจะบอกว่า ก็ 3Tx คูณ 4Rx กับอีก 3 Spatial stream นั่นไง แต่ส่วนใหญ่ก็ตอบไม่ได้อยู่ดีว่า แล้ว Tx กับ Rx สัมพันธ์กันอย่างไร และ Spatial stream ช่วยอะไร…

เอาสั้น ๆ ง่าย ๆ คนทำเทคนิคเข้าใจ คนขายก็เอาไปอธิบายลูกค้าได้ ไม่ต้องลึกมาก

Tx
Tx แปลว่า จำนวนของ Transmit Radio Chain ยิ่งมีมาก ยิ่งดี แต่ละ Transmit Radio chain (วงจรวิทยุเพื่อส่งสัญญาณ) จะต้องใช้เสา 1 ต้น

RX
Rx ก็เหมือนขาส่ง แต่เป็นวงจรขารับสัญญาณ (Receive radio chain) ใช้เสา 1 ต้นในแต่ละ Receive Radio chain เหมือนกัน

Tx และ Rx จะผลัดกันใช้เสาได้ เพราะ Tx และ Rx ผลัดกันทำงาน ตอน Tx ใช้เสา Rx ก็อยู่เฉย ๆ

ดังนั้น ถ้าเราเห็น AP มีเสาแทงออกมา 4 ต้น ก็อาจจะเป็นได้ว่าเป็นแบบ 4×3 หรือ 3×4 หรือ 4×4 อย่างน้อยต้องมีเลข 4 ห้อยอยู่ตัวนึง ไม่งั้นสเปคที่เขียนก็จะขัดแย้งกับฮาร์ดแวร์ที่เห็น

Spatial stream
Spatial stream แปลว่า จำนวนชุดของข้อมูลที่ส่งออกไปพร้อมกันในอากาศ AP ที่เก่ง (และมักจะแพง) จะส่งได้หลายชุดพร้อมกัน ยิ่งส่งได้หลายชุด ก็ยิ่งดี (และยิ่งแพง) ข้อแต่ละชุดเรียกว่า แต่ละ stream

ย้ำนะครับ “ส่ง” ไม่ใช่ “รับ” ดังนั้น AP ตัวหนึ่งที่ทำ Spatial stream ได้มากกว่าอีกตัวหนึ่ง ก็แปลว่ามีสเปคในการส่งข้อมูลที่ดีกว่าเท่านั้น ส่วนจะรับได้ดีกว่ากันหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับเลข Spatial Stream (SS)

1 Spatial stream จะต้องใช้ Tx อย่างน้อย 1 เลข เช่น 3×3:3 แบบนี้เป็นไปได้ ดังนั้น ถ้าเราเห็น AP มีเสาแทงออกมา 3 ต้น เราก็จะบอกด้วยตาได้ว่า AP ตัวนี้ มี Spatial stream ไม่เกินกว่า 3 stream แน่นอน (ถ้าสเปคเขียนมากกว่า 3 stream ก็แสดงว่า ขี้โม้)

ถ้าจะทำให้ Spatial stream ทำงานได้ดีขึ้น คือมี dB ในการส่งสูงขึ้น ก็จะใช้เทคนิค TxBF (Transmit Beamforming เข้ามาช่วยในการทำ Spatial Stream ย่อว่า SS) ดังนั้น แทนที่จะใช้ 1Tx เพื่อทำ 1SS ก็จะกลายเป็น 2Tx ต่อ 1SS แบบนี้ก็เป็นไปได้ (ไม่แน่ใจว่าจะมี Wifi chip ใช้ถึง 3Tx ในการทำ 1SS หรือเปล่า)

ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า 4×3:3 ก็เป็นไปได้ หรือ 3×3:2แบบนี้ก็เป็นไปได้ ไม่ผิด ซึ่งพอเห็นเลขแบบนี้ (Tx มากกว่า SS) ก็รู้ได้เลยว่า AP ตัวนั้น น่าจะทำ Transmit Beamforming ได้ (ย้ำอีกครั้งนะครับ “Transmit” Beamforming ดังนั้น จะเพิ่ม dB แค่ขาส่งออกจาก AP เท่านั้น)

Transmit Beamforming บางทีก็เขียนสั้น ๆ ว่า TxBF (BF ไม่ใช่ Boy Friend หรือ Best Friend นะครับ)

ข้อที่น่าคิดอีกข้อคือ ถ้าเขาเขียนว่า 3×2:3 ก็แปลว่า AP ตัวนั้นทำงานที่ 3 Spatial stream จะไม่มีการทำ TxBF เพราะการทำ TxBF จะต้องใช้ Tx มากกว่า 1 แต่ถ้า AP นั้นจะส่งข้อมูลให้กับ Client ที่รองรับแค่ 2 Spatial Stream ก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะมีการทำ TxBF ที่ AP เพราะมี Tx เหลือ คือ 1Tx สำหรับ Stream ที่ 1 และอีก 2Tx เอามาทำ TxBF กันสำหรับ Stream ที่ 2 ขึ้นอยู่กับสเปคของ AP (Wifi chip ที่ใช้ใน AP) นั้นว่า มีความสามารถในการทำ TxBF หรือไม่

สำหรับ R710 ที่ยกตัวอย่างมาในภาพ 4×4:4 ก็แสดงว่า AP ตัวนี้รองรับ 4 stream โดยเมื่อใช้งานที่ 4 stream ก็จะไม่มีการทำ Transmit Beamforming (เพราะไม่มี Tx เหลือ) และถ้า AP นี้ทำงานกับ Client ที่น้อยกว่า 4 stream ก็จะมีการทำ TxBF เพื่อช่วยเพิ่ม dB ให้กับ stream นั้น ๆ

และถึงแม้ว่า R710 จะทำงานที่ 4 stream และไม่มี TxBF แต่ R710 ก็ยังมี BeamFlex ที่ช่วย dB ให้กับแต่ละ stream อยู่ดี Ruckus AP ทุกรุ่นจึงเหนือกว่า AP อื่น ๆ ในตลาด ที่สามารถสร้างทิศทางได้ โดยใช้ Tx เพียงแค่ 1 ก็สร้างทิศทางเป็น Beam ได้แล้ว

AP ที่ดี จึงจะต้องมี Tx เยอะ ๆ และ Rx เยอะ ๆ และ SS เยอะ ๆ และเลข SS จะไม่มีทางมากกว่าเลข Tx

TxBF ใน 11n และ 11ac

ถามว่า – ตอบว่า
11n AP ทำ TxBF ได้ทุกตัวหรือไม่ ตอบว่า “ไม่แน่” ดูที่สเปคของ AP ตัวนั้น ๆ
11ac AP ทำ TxBF ได้ทุกตัวหรือไม่ ตอบว่า “ใช่” เพราะ TxBF เป็นข้อกำหนดของ 11ac

ถ้า Tx เยอะกว่า SS แปลว่า AP จะเอา Tx ที่เหลือมาทำ TxBF ใช่หรือไม่?

ไม่แน่ครับ การใช้ Tx หลาย chain มาส่งข้อมูลชุดเดียวกัน มีอยู่หลายวิธี หลัก ๆ เลยคือ จะเน้น “ช้าแต่ชัวร์” หรือจะเอา “แรงและเร็ว” แล้วแต่คนเขียนเฟิร์มแวร์จะให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน ซึ่งจะเลือกแบบไหน ก็ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก แล้วแต่แนวคิดของแบรนด์นั้น ๆ ไม่มีใครชนะใคร ไม่มีใครแพ้ใคร แล้วแต่เราจะเอาอะไรมาเครื่องชี้วัด

แต่จะเอา 2 อย่างพร้อมกัน มันไม่ได้นะครับ

ถ้าเอาช้า แต่ชัวร์ ข้อมูลชิ้นเดียวกัน จะถูกส่งด้วย Tx ทุก ๆ Chain (แต่ละ Tx Chain จะนำข้อมูลชุดนั้นส่งออกไปด้วยตัวเองในคนละเวลากับ Tx chain อื่น ๆ โดยแต่ละ Tx Chain ก็จะใช้ Subcarrier ของ OFDM Radio แตกต่างกัน) เพิ่มโอกาสให้ผู้รับได้ข้อมูลจากหลาย (Sub carrier) Space และ Time ที่แตกต่างกัน เรียกว่า ทำ Space Time Block Code (STBC)

ถ้าจะเอา “เร็ว-แรง” ก็จะเอาหลาย Tx นั้นมาทำงานประกอบกัน ปรับ Vector ของ phase ของคลื่นนิดหน่อย เมื่อเอาคลื่นของแต่ละ Tx chain มาชนกันก็จะกลายเป็น TxBF คือรวมกันเป็นคลื่น Tx chain เดียวที่มี dB สูงขึ้น (In phased หรือ Constructive interference) นั่นเอง เมื่อ dB สูงขึ้น client ก็จะสามารถรับด้วย data rate ที่สูงขึ้นได้ แต่ก็จะมีข้อมูลนั้นแค่ชุดเดียวถูกส่งออกไปในอากาศ ความเร็ว-แรงนี้ จึงแลกมาด้วยความชัวร์ที่ด้อยกว่าแบบ STBC

แล้ว Rx เยอะ ๆ มีไว้ทำไม

แต่ละ Rx chain ต่างคนต่างก็รับข้อมูลเข้ามาครับ และ AP ก็จะเอาข้อมูลที่ได้จากแต่ละ Rx chain มาประกอบกัน (Combine) เรียกว่า Maximal Ratio Combining เป็นหลักการ MIMO ทั่วไป

แต่เดิมก่อนจะมี MIMO เราใช้ Rx ชุดเดียวรับข้อมูล (ตั้งแต่สมัย 11g นู่น) หากรับพลาดก็พลาดเลย เป็นหลักการแบบ Diversity antenna

ต่อเรา เราใช้ Rx หลายชุด (MI หรือ Multiple Input) รับข้อมูล บาง Rx chain อาจจะรับข้อมูลแล้วพลาดข้อมูลส่วนหัว บาง Rx chain อาจจะรับข้อมูลแล้วไปพลาดข้อมูลส่วนหาง ถ้าเอาข้อมูลจาก 2 Rx chain นี้มาประกอบกัน (Combine) แกะหัว แปะหาง ในที่สุดก็จะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์มาใช้งาน ทำให้การรับข้อมูลเก่งขึ้น มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น

Rx เลขยิ่งเยอะ ก็ยิ่งดี คือเพิ่มโอกาสในการรับข้อมูล

ในทางปฏิบัติ MRC ก็ทำงานได้ไม่สมบูรณ์ เพราะ Mobile Client มีการบิดแกนของเสา (Polarity) ไปมา ตือบางทีก็ตั้งหน้าจอขึ้น บางทีก็ใช้หน้าจอเป็นแนวนอน สัญญาณที่ส่งออกมาจาก Client จึงมาได้ทั้งแกนตั้งและแกนนอน (Vertical polarization และ Horizontal polarization)

หากเป็น AP อื่น ถ้าเสาของเขาเป็นแกนตั้ง สัญญาณเข้ามาเป็นแกนนอน ต่อให้มีกี่ Rx ก็รับสัญญาณได้ไม่ดี หรือรับได้ก็ได้ dB ที่ต่ำกว่า เมื่อ dB ต่ำก็จะหมายถึง data rate (Mbps) ขารับที่ต่ำตามลงไปด้วย นั่นก็เพราะแกนเสากับแกนสัญญาณไม่ตรงกัน

แต่สำหรับ Ruckus AP ที่มีเสา 2 แกน ไม่ว่าสัญญาณจะเข้ามาแกนตั้งหรือแกนนอน เราก็มีเสารอรับเอาไว้ได้ทั้ง 2 แกน ขารับของ Ruckus จึงมักจะรับสัญญาณได้ดีกว่า AP อื่น ๆ ถึง 4dB ซึ่งอาจจะหมายถึง data rate (Mbps) ที่แตกต่างกันถึงเท่าตัว !!!

ดังนั้น AP อื่น ๆ ในตลาดจะมี Rx ที่ทำได้แค่ MRC (Maximal Ratio Combining) แต่ของ Ruckus AP จะเหนือกว่าด้วย PD-MRC (Polarization Diversity – MRC) เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Ruckus เท่านั้น

Tx คูณ Rx : SS ไม่มากเกินกว่าจะจดจำ ไม่ลำบากเกินกว่าจะทำความเข้าใจ

Wifi ของเขา ยิง Wifi ของเราร่วง…จริงเหรอ ?

ยังไม่ต้องไปไกลถึงเทคโนโลยี ลองมาดูตัวอย่างต่อไปนี้ก่อนครับ….

– Apple ถอดหลายโปรแกรมออกจาก App store เมื่อเห็นว่า โปรแกรมนั้น ๆ อาจถูกใช้ในทางที่ผิด

– เตาไมโครเวฟ สามารถต้มหลายอย่างให้สุกได้ แต่ทำไมไม่มีคนถอดเอาหัวยิงความถี่ของเตาไมโครเวฟ มาทำอาวุธ ยิงคนให้ไส้แตกจากระยะไกล ?

– มีดเซรามิค คมกริบ คมพอ ๆ กับมีดผ่าตัด แต่ผู้ผลิตก็ตั้งใจที่จะสอดไส้โลหะเข้าไปในตัวมีด เพื่อให้มีดถูกตรวจจับได้จากเครื่องตรวจโลหะ ป้องกันผู้ก่อการร้ายไม่ให้พกมีดขึ้นเครื่องบินได้

– ถ้าใครใช้ GPS ติดรถยนต์ จะต้องพบกับคำเตือนว่า อย่า Operate หน้าจอในระหว่างขับรถ เพราะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ

– Game console ทุกค่าย มีคำเตือนเสมอว่า การเล่มเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แนะนำให้มีการหยุดเล่นเกมและพักผ่อนบ้าง

– สายการบิน พยายามเตือนผู้โดยสารที่บินไกล ๆ ให้ลุกเดินยืดเส้นยืดสายระหว่างการบิน เพื่อป้องกันสภาวะลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือด และอาจทำให้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจวาย (Economy class syndrome)

ในทางกฎหมาย ในทางจรรยา ผู้ผลิตสินค้าทุกราย พยายามจะ “ป้องกันไม่ให้สินค้าของตน เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ลูกค้า และความสงบสันติของสังคม” แล้วเราคิดว่า ผู้ผลิต Access Point หรือ Wifi Client adaptor จะทำตัวเป็นผู้ก่อการร้าย ผลิตสินค้าที่สามารถนำไปใช้ก่อกวนคนอื่นได้ จริงหรือ ?

จริงอยู่…ที่มีแฮกเกอร์มากมาย เขียนโปรแกรมไวรัสเพื่อทำลายล้าง จนถึงวันนี้ ก็มีMalware เกิดใหม่ทุกวินาที

จริงอยู่…ที่มีโปรแกรมเอาไว้ก่อกวนเสถียรภาพของ Network เช่น NetCut

และ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีคนเขียนเฟิร์มแวร์ หรือดัดแปลงเฟิร์มแวร์ให้ Access Point สามารถจะมีพฤติกรรมก่อกวนการทำงานของ Wifi อื่น ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่สินค้าจากการผลิตของ Brand Vendor แต่จะออกไปทางโปรแกรมเมอร์ใช้วิชามาร ดัดแปลงสินค้ากันเองซะมากกว่า

เราสามารถจะมั่นใจได้ว่า ผู้ผลิต Wifi อันเป็นที่ยอมรับในระดับโลก (Brand vendor) เขาจะไม่มีทางสร้างเฟิร์มแวร์ให้กับ Access Point ของตน สามารถทำอันตรายหรือก่อกวน Wifi ของคนอื่น เป็นไปไม่ได้ !!!

ใน ทางกลับกัน เรากลับมั่นใจได้ว่า หากมีคนแจ้งว่า เขาสามารถใช้ AP ยี่ห้อนั้น ๆ เพื่อยิง AP ของคนอื่นให้เป็นง่อยจนทำงานไม่ได้ เชื่อว่า Vendor ของ AP ยี่ห้อนั้นคงจะรีบแก้ไขเฟิร์มแวร์ของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าของตนถูกใช้ในแนวทางที่ก่อกวนผู้อื่น

จากความจริงข้างต้น ก็ฟันธงได้เลยว่า AP ที่ดีนั้น นอกจากจะใช้รบกวนคนอื่นไม่ได้แล้ว Vendor ยังจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย คำพูดที่ว่า…

“Wifi ของเขา ยิง Wifi ของเราร่วง” จึงไม่เป็นความจริง

แต่…

Access Point สามารถป้องกันระบบของตัวเองได้ ในกรณีที่ตรวจพบว่า มี AP อื่น ๆ มาตั้งชื่อ SSID ตรงกับชื่อที่เราตั้งเอาไว้ หรือมาปลอมใช้ MAC address แบบนี้ AP-จริง ของเรา ก็สามารถจะส่งคำสั่งไปให้กับ Wifi-Client ที่กำลังติดต่อกับ AP-ปลอม ให้ Disconnect ตัวเองออกจาก AP-ปลอมได้ ถือว่าเป็นการป้องกันการหลอกลวง Client

นอกจากนี้ Access Point ก็สามารถป้องกันตัวเองได้อีก ในกรณีที่ตรวจพบว่า AP-แปลกปลอม นั้นอยู่ร่วมในระบบ LAN เดียวกันกับ AP-จริง แบบนี้ AP-จริง ก็สามารถจะส่งคำสั่งไปให้กับ Wifi-Client ที่กำลังติดต่อกับ AP-แปลกปลอม ให้ Disconnect ตัวเองออกจาก AP-แปลกปลอม ได้เช่นกัน

ซึ่งเป็นการป้องกันตัว เป็นมาตรการที่เรียกว่า Wireless Intrusion Protection System หรือ WIPS ใช้ป้องกันตัวเองตามเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของระบบ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเริ่มทำงานเมื่อตรวจพบ “ความไม่ปลอดภัยหรือการบุกรุกระบบ” เท่านั้น และก็ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่เราจะสามารถนำไปใช้เล็ง Wifi ของคนอื่นแล้วก็ยิงร่วง

สังคมที่เรามีชีวิตอยู่กันทุกวันนี้ เราแสวงหาการอยู่ร่วมกัน การเคารพในสิทธิ์และขอบเขตของผู้อื่น ไม่รุกล้ำ ไม่ก้าวล่วง ไม่ก่อกวน ไม่ทำลาย นั่นคือจรรยาของมนุษย์ที่เจริญแล้ว พฤติกรรมอันธพาลมักจะถูกต่อต้านและกำจัดออกโดยแรงกดดันจากสังคมที่เจริญ สินค้า Wifi เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งาน ไม่ใช่อาวุธ จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีฟีเจอร์ที่ใช้ห้ำหั่นกัน ทำลายล้างกัน หรือใช้ยิงหรือก่อกวนอีกฝ่ายให้ร่วง

Wifi ยิงกันให้ร่วง จึงไม่ใช่ความจริง!!

HOW TO Deploy UNLEASHED in 5 Minute

1. ต่อ Access Point หรือ AP เข้ากับ Router หรือ Switch ในระบบ และใช้โปรแกรม Scan IP จากเครื่องคอมฟิวเตอร์หา IP ของ AP ที่ได้รับ

2. หลังจากรู้ IP แล้ว ก็เปิดเว็ปบราวเซอร์ แล้วพิมพ์ IP ลงในนั้นจะปรากฎตามรูปด้านล่าง ให้กด Next

3. ใส่ข้อมูลลองในช่อง Name และเลือก Country Code หากต้องการใช้ค่านี้ก็สามารถใช้ได้ และกด Next

4. สามารถเลือกได้ว่าจะฟิก IP หรือรับ DHCP เมื่อเสร็จแล้วให้กด Next

5. ให้เราตั้งชื่อ Wifi ที่ช่อง Name (ESSID) และสามารถเลือกได้ว่าจะตั้งรหัสหรือไม่ หากไม่ต้องการให้กด No หลังจากนั้นกด Next

6. หน้านี้ให้เราใส่ข้อมูล username / password สำหรับเป็น admin ในการเข้าไปจัดการกับ Unleashed

7. หน้านี้ให้เรายืนยันการตั้งค่า หากตรวจสอบแล้วให้กด Finish และกด Yes หลังจากนั้น AP จะทำการ Deploy ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที

8. ถึงหน้านี้แสดงว่าเราทำการ Deploy เสร็จแล้ว ให้กด Finish

9. หลังจากนั้นทำการค้นหา Wifi ที่เราสร้างไว้ ในโทรศัพท์ของเราและทำการเชื่อมต่อ

10. หลังจากกด Finish ตามข้อ 8 จะปรากฎหน้า Login Unleashed ขึ้นมาให้เราใส่ username/password ที่เราตั้งไว้

11. เข้าสู่หน้า Dashboard ของ Unleashed จะเห็นสเตตัสเครื่องเราที่เกาะอยู่ที่หน้า Client เป็นอันเสร็จเรียบร้อยวิธีง่ายๆในการใช้งาน Unleashed ภายในไม่ถึง 5 นาที

วิวัฒนาการของ WiFi 6

ในซีรีส์นี้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของมาตรฐาน IEEE 802.11 และมาตราฐานของ: Wi-Fi 6 (802.11ax) รวมถึงภาพรวมระดับสูงของ Wi-Fi 6 ที่มีหลากหลายและมีความละเอียดยิ่งขึ้นของ OFDMA, OFDM กับ OFDMA, OFDMA เทียบกับ MU-MIMO, สัญญาณของ OFDM 1024-QAM, และมีการสำรวจของมาตราฐาน IEEE และ WFA พร้อมการใช้งานกับ Wi-Fi 6

 

ช่องสัญญาน 2.4GHz & 5 GHz กับ Wi-Fi 6

ก่อนที่จะเข้าเรื่อง Wi-Fi 6 มีการสำรวจในช่วงระยะเวลาสั้นๆของ 802.11 ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาโดยกลุ่มวิศวกรอุตสาหกรรมที่ทำงานและปรับเปลี่ยเพื่อพัฒนามาตราฐาน  802.11 มาโดยตลอดนับตั้งแต่ต้นปี 1990 ได้รับการตีพิมพ์ในปี 1997 และ 20 ปีต่อมา Wi-Fi 6 (802.11ax) กำลังเป็นที่ยอมรับและในเวลาเดียวกันก็ได้การผลิตภัณฑ์ Wi-Fi 6 และมาตราฐาน 802.11 ที่รองรับเพียง 2.4 GHz และแม้ว่าจะรองรับย่านความถี่ 5 GHz ใน Wi-Fi 4 ในมาตราฐาน (802.11n)แล้วก็ตามแต่ในภายหลัง อาจจะไปใช้ Wi-Fi 5 (802.11ac) ที่รองรับเฉพาะย่านความถี่ 5 GHz และมีการกระตุ้นผลักดันให้ผู้คนก้าวไปสู่และใช้งานคลื่นความถี่ ​​5GHz เพราะมันเป็นความถี่ที่ดีกว่า 2.4 GHz

อย่างไรก็ตามมาตราฐาน Wi-Fi 6 (802.11ax)ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทั้ง 2.4 GHz และ 5 GHz นี่คือสาเหตุหลักมาจากการแพร่กระจายของอุปกรณ์ 2.4 GHz IoT ( internet of things) และจะมีกำหนดจะเปิดคลื่นความถี่ 6 GHz ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตสำหรับ Wi-Fi 6 (802.11ax) มาตรฐาน IEEE 802.11 เริ่มต้นด้วย 20 MHz และได้ขยายเป็น 40 MHz สำหรับ Wi-Fi 4 (802.11n) และมีการขยายสูงถึง 160 MHz สำหรับ Wi-Fi 5 (802.11ac) และ (802.11ax) ที่รองรับคลื่นความถี่ 160 MHz

ในมาตราฐาน  802.11 PHY ที่เคยรองรับเพียง 2 Mbps และได้มีการพัฒนาเป็น 10 Gbps ต่อวินาทีสำหรับมาตราฐาน Wi-Fi 6 (802.11ax) และสิ่งที่สำคัญจริงๆคือการหาช่องทางมาตรฐานที่ใช้ประโยชน์ได้ดีนี้คือการเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพของสเปกตรัม ตัวอย่างเช่นมาตรฐาน 802.11 Wi-Fi แรกผลักดัน 0.1 bps / Hz ในทางตรงกันข้ามความคมชัด Wi-Fi 6 เพิ่มความเร็ว 62.5 bps / Hz.

 

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ Click ! 

 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

CommScope เปิดคอร์สเรียนฟรี เรื่อง WiFi Networking และ Ruckus

CommScope ใจดีเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี สำหรับผู้สนใจทั้งคู่ค้าพันธมิตรหรือลูกค้าที่ใช้งานทั่วไป ได้เรียนรู้เนื้อหาด้าน WiFi Networking และอุปกรณ์ยี่ห้อ Ruckus 
เรียนเชิญทุกท่านเข้าไปเรียนรู้เทคโนโลยีของ Ruckus กันได้เลยนะคะ
 
 
ขั้นตอนง่ายๆ เพียงลงทะเบียนที่หน้า Ruckus Training Portal ผ่านทาง Support Login ดังนี้
 
1. กรอกฟอร์มลงทะเบียนที่หน้า https://support.ruckuswireless.com/registration
 
2. ในการสร้างบัญชีไม่จำเป็นต้องมี Support Contract
 
3. สำหรับพาร์ทเนอร์กรุณาไปใช้บัญชี RWBIGDOG เพื่อเข้าถึงช่องทางโดยเฉพาะ
 
4. พอสร้างบัญชีเสร็จแล้วสามารถเข้าชมหน้า https://bit.ly/CommScopeTraining_RuckusWiFiNetworking
 
 

 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

CommScope ได้ประกาศออก Ruckus Analytics

CommScope ได้ประกาศออก Ruckus Analytics บริการใหม่บนคลาวด์ เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการแก้ปัญหาและดูแลการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
ไอเดียคือบริการบนคลาวด์สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลตัวหนึ่ง เพื่ออุปกรณ์ของ Ruckus ทั้งนี้รองรับได้กับโซลูชันแบบ On-premise, Private และ Public Cloud โดยไม่ต้องมีตัว Collector ติดตั้งเพิ่ม
 
ยกระดับความสามารถด้วย AI ดังนี้
 
1) Incident Analytics ช่วยให้ทีม IT สามารถตอบสนองปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
 
2) มองเห็นภาพรวมการเชื่อมต่อของ Client ให้ทราบถึงจุดที่เกิดปัญหา
 
3) Network Health Monitoring ทำให้ทีมงานสามารถตอบโจทย์เรื่อง SLA
 
4) Dashboard จะช่วยให้ดูภาพรวมของการทำงานทุกไซต์ได้
 
5) สามารถสร้าง Dashboard ได้ง่ายๆ ด้วยการลากวาง และ สร้างรายงานการใช้งานย้อนหลังได้สูงสุด 1 ปี
RUCKUS Analytics Trial : Click!
 
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Ruckus Analytics : Click!
 
ขอบคุณที่มาข่าวจาก TechTalkThai : Click!

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

 

Ransomware เริ่มรุก บุกกลุ่มประกันภัยแล้ว!

ยังคงเกาะติดกับข่าวการโจมตีของ Ransomware อย่างต่อเนื่อง เพราะว่าช่วงนี้ข่าวการโดนโจมตีชุกชุมจริง ๆ อย่างล่าสุด ก็มีข่าวจาก Xchanging บริษัทภายในเครือ DXC Technology ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการการจัดการ หรือ Managed service provider (MSP) ได้ออกมาประกาศว่าพบการโจมตีจากไวรัสเรียกค่าไถ่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการโจมตีครั้งนี้กระทบกับลูกค้าของทาง Xchanging หลาย ๆ ที่ แต่ไม่มีการเปิดเผยจำนวน ซึ่งกลุ่มลูกค้าของ Xchanging  ก็มีตั้งแต่ กลุ่มธุรกิจประกันภัย กลุ่มการเงิน กลุ่มการศึกษา กลุ่มสุขภาพ กลุ่มโรงงาน และอื่น ๆ อีกด้วย 
(ที่มาข่าว : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/ransomware-attack-on-insurance-msp-xchanging-affects-clients/ )

จากข่าวนี้ ยังไม่มีรายงานว่า กลุ่มลูกค้าธุรกิจประกันภัยมีความเสียหายอย่างไรบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ข้อมูลของลูกค้าที่ทำประกันภัยมีไม่น้อยเลย ก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า จะมีผลกระทบอะไรอย่างไรบ้าง หรือ สามารถแก้ไขได้อย่างไร

เห็นหลาย ๆ ข่าว ที่ออกมาประกาศเกี่ยวกับการโจมตีช่วงนี้ ต้องบอกเลยว่า “น่ากลัว” เพราะดูเหมือนตอนนี้ผู้ร้ายใช้ทุกวิถีทางในการโจมตีจริง ๆ ยิ่งถ้าหากเราไม่มีระบบหรือการป้องกันอะไรไว้เลยล่ะก็ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอย่างมาก อย่างที่เคยพูดถึงเอาไว้ในบทความก่อน ๆ ว่า คุณเองอาจจะคิดว่าตนเองนั้นไม่มีข้อมูลอะไรที่มันสำคัญให้แฮ็คหรอก ถึงแฮ็คข้อมูลเหล่านั้นไปก็ทำประโยชน์อะไรไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว คุณอาจจะเป็นบันไดนำพาผู้ร้ายข้ามแดนไปส่งถึงประตูของบุคคลสำคัญคนอื่นในองค์กรก็เป็นได้ ซึ่งมีหลายกรณีที่เคยเกิดขึ้นในทำนองนี้มาแล้ว เจ็บมากันเยอะ เชื่อสิ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้มีโปรแกรมป้องกันไวรัส มัลแวร์ ต่าง ๆ ที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่มากมายในตลาดไอที ซึ่งทุกท่านสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการหรือตามความเหมาะสม แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกอะไร ก็อยากให้ทุกท่านได้ลองหาเปรียบเทียบ Spec ราคา และความสามารถของโปรแกรมนั้น ๆ ด้วย และถ้าหากเจอที่ถูกใจ ถูก Spec และเหมาะสมกับท่านแล้ว ก็อย่าลืมวิธี Basic สำหรับปกป้องตัวท่านเองจากมัลแวร์หรือภัยคุกคามต่าง ๆ ด้วยการ มีสติ การ Click ไฟล์แนบใดใด ด้วยนะคะ

ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงาน ออพติมุสค่ะ

คลิกดูสินค้าที่เกี่ยวข้อง 
 

สนใจผลิตภัณฑ์ Webroot เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

 

Webroot จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

Tactio Industrial Switch ประโยชน์เกินคาดคิด ใช้งานสวิตซ์ให้ถูกจุด

Tactio

สวิตซ์เกรดอุตสาหกรรม Products Line ใหม่ของ Optimus ที่จะเข้ามาเสริมทัพให้กับ Network Infrastructure ที่ต้องการความสมบุกสมบันเป็นพิเศษ มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ความคงทนเกินการรับประกัน  การใช้งานที่ง่ายแสนง่าย ด้วยแนวคิดการออกแบบที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน ที่เน้นความสามารถในการเชื่อมต่อสื่อสารกันอย่างไหลลื่น (Keeping in Touch) สามารถใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่งาน Network, Surveillance, IIoT, M2M, Mobility เป็นต้น  

Tactio มาพร้อมกับ Model ที่หลากหลาย เพื่อรองรับการใช้งานในวัตถุประสงค์ต่างๆ  ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นดังนี้

1. ทนต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย สามารถทำงานในพื้นที่ที่มีสภาวะความเย็นสูงสุดถึง -40 °C และความร้อนสูงสุดถึง 75 °C เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งที่ไม่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้

2. มีระบบการจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์ปลายทาง (PoE) ที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ 4 W. จนไปถึง 60 W.

3. อุปกรณ์มีความแข็งแรงคงทนด้วยอลูมิเนียมอัลลอยด์เคส ป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่ไม่เล็กไปกว่า 5 มม. ตามมาตรฐาน IP30

4. มีระบบรองรับความเสี่ยงจากการจ่ายไฟ ด้วย Redundant Power Input ที่สามารถรองรับกระแสไฟ DC 48~57 V ได้แบบคู่

5. สามารถติดตั้งในตู้ที่เป็นประเภทใช้ภายนอก มาพร้อมกับรางยึดจับแบบ DIN Rail ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะหรือดัดแปลงอุปกรณ์เพิ่ม

6. สะดวกมากขึ้นด้วย ระบบการบริหารจัดการแบบ Full Management ผ่าน Web Browser, CLI, Telnet ที่จะทำให้การตั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆของท่านสามารถทำงานได้อย่างราบลื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น

7. เต็มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดตามมาตรฐาน ERPSv2 สำหรับการออกแบบเครือข่ายในรูปแบบ Ring ที่จะช่วยทำให้ระยะเวลาในการกู้คืนการทำงานเมื่ออุปกรณ์เกิดปัญหา เร็วขึ้นทำให้การรับส่งข้อมูลไม่มีสะดุด

Tactio ยังมาพร้อมกับสวิตซ์ที่ใช้งานภายในอาคารต่างๆ อีกมากมายหลากหลายรุ่น รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆที่จะเข้ามาเติมเต็มระบบ Network Infrastructure ของท่านให้สมบูรณ์แบบ ในราคาที่เหมาะสม และคุณภาพที่ดีเยี่ยมแบบครบวงจร เพื่อให้ท่านสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและเต็มพลังที่สุด

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ โสภณ ก้อนกั้น

รู้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายของ Ransomware เติบโตเป็น 2 เท่าแล้ว!!!

 

มีรายงานฉบับใหม่พบว่าต้นทุนจากการกู้ไฟล์คืนเมื่อโดน Ransomware โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 44,576,000 บาท) และ หนึ่งในสี่ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อยอมที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อกู้ไฟล์คืน

จากการสำรวจใหม่ จากรายงาน State of Ransomware 2020 ของ Sophos พบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการจัดการกับผลกระทบของการโจมตีดังกล่าวรวมถึงการหยุดทำงานของธุรกิจคำสั่งซื้อที่หายไป มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและอื่น ๆ แต่ไม่รวมค่าไถ่ สูงถึง 730,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 23,243,200บาท)  ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยนี้เพิ่มขึ้นราว 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ และเมื่อคิดคำนวณแล้ว ยอดนั้นโตขึ้นเกือบสองเท่าเมื่อคำนวณจากยอดและจำนวนองค์กรที่ยอมจ่ายค่าไถ่ ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน เพราะอะไรน่ะเหรอ?

ก็เพราะว่า คุณยอมจ่าย เพียงเพื่อหวังจะได้การกู้ไฟล์คืน ทำให้เหล่า Hacker คึกคะนอง 
 
เรียกร้องจำนวนเงินที่สูงขึ้นอยู่เรื่อย เพราะรู้ว่า คุณไม่มีการป้องกันและไม่มีการสำรองข้อมูลไว้ และหนทางเดียวที่จะได้ข้อมูลนั้นคืน ก็คือการจ่ายเงิน

 

จากการสำรวจด้านบน สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

● ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านพบว่าองค์กรมากกว่าครึ่ง (คิดเป็น 51 เปอร์เซ็นต์) เคยประสบปัญหาจากการโดน Ransomware โจมตีอย่างมีเป้าหมาย (เหมือนหวยล็อก) โดยข้อมูลถูกเข้ารหัส เกือบสามในสี่ (73 เปอร์เซ็นต์) ของการโจมตี  และคิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ ขององค์กรที่ได้รับผลกระทบจาก Ransomware และยอมรับการจ่ายค่าไถ่เพื่อกู้คืนไฟล์

● ผู้จัดการด้านงานไอที หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถกู้คืนข้อมูลจากการสำรองข้อมูลโดยไม่ต้องจ่ายค่าไถ่  คิดเป็น 56 เปอร์เซ็นต์  แต่ก็ยังมีบ้างที่เป็นส่วนน้อย (1%) ที่การยอมจ่ายค่าไถ่ไม่ได้นำไปสู่การกู้คืนข้อมูลที่แท้จริง (พูดง่ายๆ จ่ายฟรีนั่นแหละ) และกรณีนี้ ใน 12 เดือนที่ผ่านมา ยังพบว่า มีอัตราการเสียเงินฟรี เพิ่มขึ้นเป็น 5% เลยทีเดียว สำหรับองค์กรภาครัฐ

● มี 13 % ที่เป็นองค์กรภาครัฐที่ยอมตอบแบบสำรวจว่าไม่เคยยอมจ่ายเงินค่าไถ่เพื่อกู้คืนไฟล์ข้อมูลที่เข้ารหัสของพวกเขาเมื่อเทียบ

ซึ่งน่าแปลกที่ภาครัฐได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจาก Ransomware จากการสำรวจในเรื่องนี้ พบว่าพวกเขาได้รับผลกระทบจากการโจมตีครั้งใหญ่ ครั้งแรกในปีที่แล้ว ซึ่งหน่วยงานที่โดนโจมตีคือ ภาคธุรกิจสำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อน รวมถึง สถานบันเทิงในภาคเอกชนก็ได้รับผลกระทบ จาก Ransomware ซึ่งจากข้อมูลนี้ อาจทำให้พวกเขาปรับตัวครั้งใหญ่ และอาจทำให้มีการใช้มาตรการป้องกันที่ดีขึ้นก็เป็นได้

Corey Nachreiner, CTO ของ WatchGuard Technologies กล่าวกับผู้สื่อข่าวของ SC Media UK ว่า หากองค์กรไม่ได้ทำการสำรองข้อมูลอย่างเหมาะสม ก็มีเพียงไม่กี่สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้

 

“คุณสามารถลองสร้างสิ่งที่หายไปจากศูนย์ (0) ค้นหาพื้นที่อื่น ๆ ที่คุณอาจเก็บสำเนาซึ่งอาจจะมีอยู่ในบริษัทฯ ของคุณ ที่บางครั้งก็มีการถอดรหัสหรือเปิดเผยตัวถอดรหัสของ Ransomware เอาไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการรับประกันว่า อาจจะเกิดขึ้นหรือสามาถกู้คืนกลับมาได้ แต่คุณก็ควรจะทำการสำรองข้อมูลนั้นไว้ นอกจากนั้นหากคุณสูญเสียข้อมูลจริง ๆ คุณอาจไม่ได้รับข้อมูลกลับคืน เว้นแต่ว่าคุณจะจ่ายเงิน (แม้ว่าจะไม่ได้รับประกันเสมอไป) ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการเตรียมการสำหรับ Ransomware ก่อนเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง” เขากล่าว

และเขาเสริมอีกว่าการป้องกันเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับ Ransomware  “ การแบ่งส่วนเครือข่าย, นโยบายการจัดการแพทช์ที่มีประสิทธิภาพ, เทคโนโลยี IDS และ IPS ที่เชื่อถือได้ และรวมถึง การฝึกอบรมการให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล อยู่เป็นระยะ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการสำรองข้อมูลแบบออฟไลน์ที่ปลอดภัยเป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นเพียงไม่กี่วิธี ที่สามารถใช้เพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคตโดยที่เราไม่ต้องสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล”

นอกจากนี้ Safi Raza ผู้อำนวยการความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Fusion Risk Management บอกกับผู้สื่อข่าวของ SC Media UK ว่า การมีสำเนาสำรองหลายชุดเป็นแนวปฏิบัติที่ดี

“ตอนนี้ที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์หลายแห่งมีการสำรองข้อมูลตามเวลาจริงพร้อมสำเนาที่กระจายอยู่ทั่วดาต้าเซ็นเตอร์  การใช้ระบบการพิสูจน์ตัวตน (MFA)ที่ไม่เหมือนใครและมีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาความปลอดภัยในการสำรองข้อมูล อีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้ที่เก็บข้อมูลออฟไลน์”

จากข้อมูลและบทสัมภาษณ์เหล่านี้ ยิ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การโดนโจมตีไม่ว่าจะด้วย Ransomware หรือไวรัสตัวไหน ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี แถมอาจจะสร้างความเสียหายและการสูญเงินแบบมหาศาลให้กับเราและองค์กรอีกด้วย ดังนั้น การมีระบบการป้องกันที่ดี และรวมถึงการสำรองข้อมูลก็เป็นสิ่งสำคัญที่ ณ ตอนนี้ ขาดไม่ได้เสียแล้ว

ที่มาข่าว : Click!!!

คลิกดูสินค้าที่เกี่ยวข้อง 
 

สนใจผลิตภัณฑ์ WatchGuard เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

WatchGuard จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด