67% ของผู้ใช้ AI กำลังเสี่ยงกับภัยที่มองไม่เห็น เมื่อนวัตกรรมต้องมาพร้อมความปลอดภัย

ยุคเทคโนโลยี Generative AI

กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนอาจคุ้นเคยกับเครื่องมือยอดนิยมอย่าง ChatGPT, Grok, Claude หรือ Gemini ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ เราจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร

จากผลสำรวจผู้บริโภคชาวอเมริกันกว่า 1,000 คน สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยมีผู้ที่ใช้งาน AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งถึง 40% และใช้งานทุกวันอีก 19% นอกจากการใช้งานเพื่อสร้าง content แล้ว เครื่องมือสร้างภาพอย่าง Midjourney หรือ DALL-E ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ความอยากรู้อยากเห็นเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ผู้คนเริ่มทดลองใช้ AI โดยมีสัดส่วนถึง 40% ในขณะที่อีก 26% ใช้เพื่อหาไอเดีย และ 24% ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ที่น่าสนใจคือ เมื่อวิเคราะห์การใช้งานตามช่วงอายุ พบว่า

  • กลุ่มคนอายุ 20-30 ปี มีเพียง 22% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้ AI
  • กลุ่มอายุ 41-50 ปี มีถึง 41% ที่ยังไม่เคยลองใช้เทคโนโลยีนี้ 

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้งานในอนาคตกลับน่าติดตาม เมื่อกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะใช้งานเพิ่มขึ้นในปีหน้า และ 63% มองว่าจะใช้งานมากขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า

ในขณะที่การใช้งาน AI เติบโตอย่างก้าวกระโดด ความกังวลด้านความปลอดภัยก็เพิ่มขึ้น

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าควรมีกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดมากขึ้น และสองในสามกังวลเรื่องการนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางที่ผิด สิ่งที่น่าแปลกใจคือ แม้หลายคนจะใช้เครื่องมือป้องกันความปลอดภัยส่วนตัว เช่น VPN, Password Manager และ Antivirus แต่การป้องกันข้อมูลในที่ทำงานกลับยังน้อยมาก มีเพียง 27% เท่านั้นที่ใช้เครื่องมือและตั้งค่าความปลอดภัยเพื่อปกป้องข้อมูลหน่วยงานหรือองค์กร

สำหรับผู้ปกครอง การใช้งาน AI ของลูกหลานเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดย 77% ของผู้ปกครองแสดงความกังวลเรื่องการใช้งาน AI ของลูก โดยเฉพาะด้านความเป็นส่วนตัว และเกือบครึ่งมีความกังวลในระดับสูง ที่น่าสนใจคือมีผู้ปกครองเกือบ 30% ที่ไม่แน่ใจว่าลูกใช้งาน AI หรือไม่ และในกลุ่มที่รู้ว่าลูกใช้ AI ก็มีถึง 28% ที่ไม่ทราบวัตถุประสงค์การใช้งาน จากข้อมูลพบว่าเด็กส่วนใหญ่ใช้ AI เพื่อการศึกษาและค้นคว้า รวมถึงการทำสื่อต่างๆ เช่น ภาพหรือวิดีโอ

การป้องกันข้อมูลส่วนตัวเป็นประเด็นที่ผู้ใช้งานกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เลือกใช้พาสเวิร์ดที่รัดกุม เปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) และหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ใช้งานอีก 16% ที่ยอมรับว่าไม่ทราบวิธีการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางดิจิทัล

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Webroot มองว่าการใช้งาน AI จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ใช้งานต้องตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือ ด้วยประสบการณ์ในการพัฒนาระบบป้องกันภัยคุกคามมาอย่างยาวนาน Webroot ได้พัฒนาโซลูชัน Endpoint Protection ที่ทำงานบน Cloud 100% พร้อมระบบ AI ที่คอยวิเคราะห์และจำแนกภัยคุกคามตั้งแต่ปี 2007

ด้วยความเข้าใจถึงความท้าทายด้านความปลอดภัยในยุค AI Webroot นำเสนอเทคโนโลยีการป้องกันที่ครอบคลุมทั้งภัยคุกคามแบบดั้งเดิมและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมัลแวร์ โทรจัน แรนซัมแวร์ สปายแวร์ การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ และมัลแวร์ขุดบิตคอยน์ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ

  • การทำงานแบบ Cloud-based ที่ไม่กระทบประสิทธิภาพของเครื่อง ติดตั้งง่ายภายใน 3 นาที
  • ระบบจัดการส่วนกลางที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบควบคุมความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การป้องกันแบบหลายชั้นที่รวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรม ช่วยจับภัยคุกคามใหม่ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน
  • ความสามารถในการย้อนกลับการเปลี่ยนแปลงของระบบ หากพบว่าไฟล์หรือโปรแกรมเป็นภัยคุกคาม
  • การรองรับการทำงานแบบ Offline และการป้องกันภัยคุกคามจากอุปกรณ์ภายนอก

ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานและการใช้ชีวิต การเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ Webroot พร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้องค์กรและบุคคลทั่วไปใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยและการสนับสนุนที่ครอบคลุม เพื่อให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเทคโนโลยี AI ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สนใจทดลองใช้ Webroot ฟรี 30 วันติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Email  [email protected]

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection

Webroot ตัวช่วยปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายองค์กรของคุณ

ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัส จากประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถป้องกันไวรัสได้หลากหลายชนิด อย่างมีประสิทธิภาพ ไวรัสสปายแวร์, Keyloggers, Rootkits และภัยคุกคามออนไลน์อื่นๆ

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection

(Cloud-based AntiVirus Solution)

ระบบ Endpoint Protection ที่จะให้คุณสามารถ ปกป้องเครื่องของคุณได้อย่างดีเยี่ยมจากภัยคุกคามที่หลากหลาย อาทิ ไวรัส (โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รันระบบ Windows และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ เวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) เป็นระบบป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบ Cloud-based รูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของVirus) มัลแวร์ (Malware) โทรจัน (Trojan) การล่อลวง (Phishing) มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สปายแวร์ (Spyware) การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Browser-based Attacks) มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ (Cryptojacking) ด้วยการทำงานแบบ Cloud based 100%  จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

นอกจากนี้ เมื่อ Webroot พบไฟล์หรือโพรเซสใหม่ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นภัยคุกคาม Agent ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์จะติดตาม และบันทึกการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ถ้าพบว่าไฟล์หรือโพรเซสดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์ Agent ก็จะกำจัดมัลแวร์ทิ้งและย้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบที่เกี่ยวข้องให้กลับไปอยู่ในสถานะก่อนที่จะติดมัลแวร์

คุณสมบัติและความสามารถ (Features)

1. ติดตั้งง่ายและเร็ว
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ทรงพลัง และใช้เวลาเพียง 30 วินาทีในการติดตั้งโปรแกรม Agent ของ Webroot ลงในเครื่อง และสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีติดตั้งอยู่ในเครื่องได้อย่างราบรื่น ทำให้มีความคล่องตัวทั้งในการทดลองใช้งาน การติดตั้งใหม่ หรือแม้แต่การติดตั้งทดแทนโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวเดิม ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวใหม่จะส่งผลกระทบกับการทำงานของพนักงาน

 

2. จัดการเรื่องความปลอดภัยได้จากส่วนกลางผ่าน Management Console

จัดการความปลอดภัยให้กับคอมพิวเตอร์ และเซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องในองค์กรด้วยการควบคุมจากส่วนกลางผ่าน Management Console ที่เปิดโอกาสให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบสถานะ และควบคุมอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่มีโปรแกรม Agent ติดตั้งอยู่ ผู้ดูแลระบบยังสามารถจัดการเรื่องความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในสาขาต่างๆ ของธุรกิจได้ด้วย สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงที่แตกต่างกันให้กับผู้ดูแลระบบแต่ละคนได้

 

3. การปกป้องที่ทำงานอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ 

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection ได้ถูกออกแบบมาให้ง่ายทั้งการติดตั้ง การจัดการ และการดูแลรักษา และมีการปรับตั้งนโยบายด้านความปลอดภัยให้เลือกใช้ หรือจะกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจของเราเองก็ได้ และไม่ต้องยุ่งยากกับการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัส และการปกป้องทั้งหมดเกิดในแบบเรียลไทม์

ด้วยการทำงานบนระบบคลาวด์สมบูรณ์แบบ โดยที่ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการเรื่องการอัปเดตโปรแกรม Agent ที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขององค์กรได้โดยใช้เวลาเพียง 5 วินาที และมีการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัย รวมถึงมีการแสดงรายงานสรุปด้านความปลอดภัยให้กับผู้ดูแลระบบอย่างเหมาะสม

 

4. เทคโนโลยีในการรับมือกับภัยคุกคามที่เหนือกว่า

Webroot ใช้เทคโลยีที่เหมาะสมในการเฝ้าระวัง และรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ในขณะที่คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์นั้นๆ อยู่ในสภาวะ Offline และมีการลดระดับการตรวจจับภัยคุกคามที่ผิดพลาด (False Detections) ให้เหลือในระดับต่ำที่สุด และแทนที่จะใช้การแบ็คอัปข้อมูลสำคัญด้วยการทำสำเนาไฟล์แบบดั่งเดิม ที่เสี่ยงต่อการโจมตีของมัลแวร์ แต่ Webroot นั้นจะใช้เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ที่ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับไฟล์ข้อมูลสำคัญ หรือไฟล์ของระบบ ทำให้ไฟล์ข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ได้รับการปกป้อง นั้นสามารถเรียกคืนสู่สภาวะปลอดภัย ได้โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการเรียกคืนในแบบดั่งเดิม

 

5. โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ทำงานในเบื้องหลัง และไม่หน่วงเครื่อง

จุดเด่นของระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานบนคลาวด์คือ กระบวนการประมวลผลอันหนักหน่วงที่เกี่ยวกับการค้นพบ และตรวจจับภัยคุกคามด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ นั้นทำงานบนระบบคลาวด์สมบูรณ์แบบ ไม่ได้เกิดขึ้นในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์ของเรา นั้นหมายความว่าการสแกนเครื่องตามวงรอบการทำงาน การอัปเดตโปรแกรม Agent รวมถึงการใช้ CPU หรือหน่วยความจำ RAM ในเครื่องนั้นจะเกิดขึ้นในระดับที่ต่ำมากๆ ทำให้ไม่หน่วงเครื่อง ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ยังได้รับการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสมเมื่อจะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีภัยคุกคามแฝงอยู่

 

6. เทคโนโลยีการปกป้องที่ก้าวหน้า

ในขณะที่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสทั่วไป มักจะมีโอกาสแค่เพียงครั้งเดียวในการตรวจจับและยับยั้งการโจมตีของภัยคุกคาม แต่ Webroot มีกระบวนการทำงานในหลายขั้นตอน โดยในขั้นแรก มันจะป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเล็ดลอดเข้ามาในระบบ แต่ถ้าเล็ดลอดเข้ามาได้ Webroot ก็สามารถยับยั้งมันได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย และหากในกรณีที่ภัยคุกคามนั้นสามารถสร้างความเสียหายได้ (ซึ่งอาจจะเป็นภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน) Webroot จะทำการตรวจสอบว่ามันได้สร้างความเสียหายกับไฟล์ไหนบ้าง และจัดการซ่อมแซมความเสียหาย โดยที่ระบบจะทำความรู้จักกับภัยคุกคามตัวใหม่ เพื่อที่จะหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป

 

7. ได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำด้านการรักษาความปลอดภัยบนระบบเครือข่าย

เบื้องหลังการปกป้องระดับสูงคือฐานข้อมูลด้านความปลอดภัย ที่ทำงานร่วมกับบริการ BrightCloud ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยคุกคามที่ได้รับการยอมรับโดยบริษัทผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยบนระบบเครือข่ายเกินกว่า 85 ราย โดยที่ทาง Webroot ได้ใช้ระบบสมองกลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดแบ่งประเภทของภัยคุกคามมาตั้งแต่ปี 2007

WEBROOT_PC02

คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ Webroot

1. มีดาต้าเซ็นเตอร์กระจายทั่วโลก เพื่อให้การปกป้องบนระบบคลาวด์อย่างเต็มประสิทธิภาพ

2. ไม่เพียงแค่ปกป้องการโจมตีที่มีเป้าหมายชัดเจน แต่ยังปกป้องการโจมตีให้กับผู้ที่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างไม่ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย

3. ตรวจจับ และป้องก้นระบบจาก ไวรัส มัลแวร์ โทรจัน การล่อลวง มัลแวร์เรียกค่าไถ่ สปายแวร์ การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ มัลแวร์ดักจับข้อมูล รวมถึงภัยคุกคามทั้งหลายทั้งปวง

4. กาารป้องกันภัยแบบหลายระดับชั้น ซึ่งมีทั้งระบบป้องกันภัยแบบตรวจดูพฤติกรรม ทำให้สามารถตรวจจับภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก (Zero-day Threats) ภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ รวมถึงการล่อลวง และสามารถทำงานได้แบบ Offline

5. ฟีเจอร์รักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่มีอยู่ใน Webroot ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมธนาคาร ในการป้องกันการทำธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงป้องกันภัยจากการปลอมแปลงเว็บไซต์ มัลแวร์ดักจับข้อมูล (Keyloggers) มัลแวร์แคปเจอร์หน้าจอ (Screen Grabbing) มัลแวร์ขโมยข้อมูลในคลิปบอร์ด (Clipboard Grabbing) รวมถึงการแอบลักลอบใช้โปรแกรมเบราว์เซอร์โดยมัลแวร์ (Browser Hijacking)

6. ผู้ดูแลระบบสามารถสร้าง Whitelist และ Blacklist ของรายการโปรแกรมต่างๆ ที่ อนุญาต/ไม่อนุญาต ให้ใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์

7. ไฟร์วอลล์แบบผสมผสานของ Webroot ตรวจสอบข้อมูลของโปรแกรมต่างๆ ที่ถูกส่งออกไปยังระบบเครือข่าย ที่ทำงานร่วมกับไฟร์วอลล์ของ Windows เพื่อป้องกันอุปกรณ์ของพนักงาน ทั้งที่เชื่อมต่อ หรือไม่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายขององค์กร

8. มีฟีเจอร์ที่วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ของพนักงานแต่ละคน เพื่อออกแบบรูปแบบการป้องกันที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด

9. ป้องกันภัยคุกคามที่มาจากช่องทาง Offline สามารถป้องกันการรันด้วยตัวเองของโปรแกรมแฝงมัลแวร์ ที่อยู่ในแฟลชไดร์ฟ รวมถึงในแผ่น CD หรือ DVD

10. รองรับการทำงานบนอุปกรณ์ที่มีหลายระบบปฏิบัติการ เครื่องที่มีระบบเวอร์ชวลไลเซชั่น รวมถึง Terminal Server และเครื่องที่รันระบบ Citrix

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Webroot

เลือกโปรแกรม Antivirus ที่ดี จะทำให้ความปลอดภัยการใช้คอมพิวเตอร์มีมากขึ้นนะคะ

สนใจผลิตภัณฑ์ Webroot เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Webroot จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : Optimus Team

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสประสิทธิภาพสูง ปกป้องการโจมตีจากโลกไซเบอร์ได้อย่างยิ่งยวด ทำงานเต็มประสิทธิภาพแต่ไม่หน่วงเครื่อง

มา Check list กันหน่อย มีข้อไหนที่ใช่เลยกับคุณบ้าง?

1. เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โน๊ตบุ๊ค ที่ใช้งาน เป็นเครื่องที่ผ่านการใช้งานมาสักพักใหญ่ๆ และยังไม่มีทีท่าว่าจะอัพเกรดเครื่อง

2. มีข้อมูลอยู่ในเครื่องจำนวนมาก                                                                       (เรียกว่าพื้นที่ว่างให้วางไฟล์ใหม่ๆ เหลือน้อยแล้ว)

3. เครื่องที่ใช้งานยังมีโปรแกรมหนักๆ ที่ต้องใช้เป็นประจำ และเมื่อเวลาเปิดใช้งานก็ต้องใช้ Ram สำหรับ Run program ไม่น้อย จนแทบเปิดโปรแกรมอื่นซ้อนไม่ได้เลย

4. ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต ใช้งานรับ-ส่งอีเมล์ และมักมี spam แฝงมาในบัญชีของคุณอยู่บ่อยครั้ง

5. ยังใช้ แฟลชไดร์ เป็นทางเลือกสำหรับ การแชร์ไฟล์ หรือ ก๊อปปี้ข้อมูล จากเครื่องหนึ่ง ไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง

6. เครื่องมีโปรแกรม Anti-Virus อยู่แล้ว และเมื่อถึงเวลา Update เครื่องมักจะมีอาการค้าง ทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเปิดโปรแกรมอื่นไปด้วยแทบไม่ได้เลย

หากตรงกับคุณมากกว่า 2 ข้อ นั่นหมายความว่า คุณจำเป็นที่จะต้องมี โปรแกรม Anti-Virus ดีๆ ติดเครื่องที่คุณใช้งานได้แล้ว  เพราะจากลักษณะดังกล่าว คือ คุณมีความเสี่ยงที่จะโดนโจมตีจากผู้ไม่หวังดีอย่างสูง แต่ ด้วยข้อจำกัดเรื่อง Resource ของเครื่องที่คุณใช้งานอาจทำให้โปรแกรม Anti-Virus เป็นอุปสรรคในการใช้งานของคุณได้

แต่เดี๋ยวก่อน ปัญหาเหล่านี้จะได้รับแก้ไขและคลี่คลายทันที หากคุณได้รู้จักกับ Webroot เพราะเป็นโปรแกรม Anti-Virus ที่ทำงานแบบ Cloud based 100% ข้อดีคือ ช่วยลดภาระงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์และไม่จำเป็นต้องหมั่นอัพเดทฐานข้อมูลมัลแวร์บ่อยๆ อีกด้วย จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

นอกจากนี้ Webroot ยังเป็นโปรแกรม Anti-Virus ที่มีกระบวนการทำงานแบบหลายขั้นตอนและครอบคลุม เพราะตั้งแต่ขั้นแรก Webroot จะป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเล็ดลอดเข้ามาในระบบ หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น Webroot ยังช่วยป้องกันการพยายามโจมตีจากการเข้าเว็บไซต์ที่อันตราย ซึ่งอาจจะมีการพยายามดาวน์โหลดไวรัสลงในเครื่องของคุณ อีกด้วย  แต่ถ้าหากภัยคุกคามเหล่านั้นสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้  Webroot ก็สามารถยับยั้งมันได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย และหากในกรณีที่ภัยคุกคามนั้นสามารถสร้างความเสียหายได้ (ซึ่งอาจจะเป็นภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน) Webroot จะทำการตรวจสอบว่ามันได้สร้างความเสียหายกับไฟล์ไหนบ้าง และจัดการซ่อมแซมความเสียหาย โดยที่ระบบจะทำความรู้จักกับภัยคุกคามตัวใหม่ เพื่อที่จะหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป โดยการทำงานและประมวลผลเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นปกติ และเรียลไทม์

ที่สำคัญ ขั้นตอนการติดตั้ง Webroot ลงเครื่องก็สุดแสนจะง่ายดาย  ใช้เวลาเพียง 30 วินาทีในการติดตั้งลงในเครื่อง และยังสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในเครื่องได้อย่างราบรื่น  ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพิ่มลงไปจะส่งผลกระทบกับการทำงานของเครื่อง

นอกจากนี้ การติดตั้ง Webroot นั้นก็ทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไฟล์สำหรับการติดตั้งนั้นเบาต่อเครื่องมากๆ โดยมีขนาดไฟล์แค่ 3MB เท่านั้น ใช้เวลาเพียง 30 วินาที ก็สามารถติดตั้ง Webroot ลงเครื่องของคุณเรียบร้อยแล้ว และ Webroot ก็ยังสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในเครื่องได้อย่างราบรื่น  ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพิ่มลงไปจะส่งผลกระทบกับการทำงานของเครื่อง

 ……..อยากรู้ว่า Webroot เป็น Antivirus ที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่ ??

พิสูจน์ง่ายๆ เพียงแค่ดาวน์โหลดและติดตั้ง Webroot ลงเครื่องคุณ เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถพบกับมิติใหม่แห่งการป้องกันการโจมตีแล้ว

• ทดลองใช้ Webroot ฟรีวันนี้ สามารถติดต่อได้ที่http://optimus.co.th/webroot/trial/

• คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Webroot 

ข้อเสนอพิเศษ !

สำหรับลูกค้าที่สนใจ คุณสามารถรับสิทธิ์ซื้อ Webroot 

ซื้อ 1ปี + 1ปี ได้เพิ่มอีก 1 ปี (รวมได้ถึง 3 ปี) 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

จุดประกายโดย  :  คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

Webroot กับคะแนนสูงสุดด้านความปลอดภัยจาก PassMark

อีกครั้งที่ Webroot ทำผลงานได้เหนือกว่าคู่แข่งในการทดสอบรอบล่าสุด กับ PassMark โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานในเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2564 ซึ่ง Webroot สามารถทำคะแนนสูงสุดในหมวด EndPoint Security โดย เอาชนะคู่แข่งอย่าง BitDefender™, McAfee® และ ESET®

PassMark® Software Party, Ltd. เป็นทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโซลูชันเพื่อการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของสินค้าและบริการไอทีที่ได้รับยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก

สำหรับรายงานฉบับนี้ ทาง PassMark ได้ทำการทดสอบ EndPoint Security ในตลาดรวม 9 ยี่ห้อ ซึ่งรวมถึง Webroot® Business Endpoint Security โดยการทดสอบวัดประสิทธิภาพใน 15 หมวดหมู่ ได้แก่ :

  • ขนาดการติดตั้ง
  • เวลาบูต
  • การใช้งาน CPU ระหว่างไม่ได้ใช้งานแสกนและช่วงระยะเวลาการสแกน
  • การใช้หน่วยความจำระหว่างไม่ได้ใช้งานและการสแกนในช่วงเริ่มต้น
  • การใช้หน่วยความจำตามช่วงการกำหนด Schedule การสแกน

สิ่งที่น่าสนใจคือ Webroot โดดเด่นในหลาย Category และสามารถทำคะแนนรวมสูงสุดในกลุ่มสินค้าประเภท EndPoint Security อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น เวลาในการติดตั้ง Webroot ซึ่งใช้เวลาในการติดตั้งเพียงสี่วินาที ในขณะที่คู่แข่งคนที่ทำเวลาได้ดีสุดถัดจาก Webroot ทำเวลาจากการติดตั้งมากกว่า 17 วินาที และค่าเฉลี่ยสำหรับ category นี้อยู่ที่ 162 วินาที

 

ขนาดการติดตั้งก็เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญเพราะ Endpoint Security ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะมีขนาดใหญ่ ซึ่งมีผลต่อตัว Device ที่ทำงาน เป็นผลทำให้เครื่องทำงานช้าลง หรือในบางครั้งก็ทำให้เครื่องมีปัญหาในการใช้งานเลยทีเดียว

 

Webroot ได้เปลี่ยนแนวคิดในเรื่องของ Endpoint Security โดยขึ้นเป็นระบบคลาวด์ 100% ขนาดการติดตั้งจึงเป็นอีกหัวข้อที่ Webroot สามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างขาดลอย วิธีนี้ช่วยให้ Webroot Business Endpoint Protection รันโดยที่ผู้ใช้งาน หรือ User ไม่รู้สึกเลยว่าจะเป็นการกวนการทำงานของเขาขณะที่เขาใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คนั้น

 

Webroot ยังได้คะแนนสูงสุดในหมวด Category ของการใช้ CPU ในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน การใช้หน่วยความจำในช่วงที่ไม่ได้ใช้งานระบบ การใช้หน่วยความจำระหว่างการสแกนครั้งแรก การใช้หน่วยความจำระหว่างการสแกนตาม schedule เวลาสแกนตาม schedule และการบีบอัดไฟล์และการคลายการบีบอัดไฟล์ อีกด้วย

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

แนวทางและแผนงานการจัดการเมื่อเกิดวิกฤติเพื่อการเตรียมความพร้อม แก้ไขของ SME

Webroot_Prep_Recover_Remediation

สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจคือต้องเตรียมแผน business continuity และ disaster recovery (BC/DR) ก่อนที่จะถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามขั้นตอนและแนวทางแก้ไขที่สำคัญเพื่อเตรียมตัวและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือการโจมตีองค์กรของคุณ

ทั้งนี้อาจเริ่มจากง่ายๆ ด้วยการลงโปรแกรมป้องกันไวรัสพร้อมกับแอปพลิเคชั่นเพื่อการสำรองและกู้คืนสำหรับ User หรือเราสามารถเสริมด้วยวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นด้วย security operation center (SOC) หรือโซลูชันที่มาพร้อมกับเครื่องมือรักษาความปลอดภัยเครือข่ายอื่นๆ เช่น DNS, Web Filtering รวมถึงไฟร์วอลล์ต่างๆ, VPN, การสำรองข้อมูล การกู้คืน ฯลฯ

สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่า User หรือ ผู้ใช้ปลายทางได้รับความรู้ ได้รับการฝึกอบรมต่างๆที่เกี่ยวกับภัยคุกคามที่เกิดจากแรนซัมแวร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมฝึกอบรม การตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากเครื่องมือป้องกันและการฝึกอบรมล้มเหลว และองค์กรของคุณถูกบุกรุก คุณต้องมีแผนการป้องกันที่ทำให้ทรัพย์สินและทรัพยากรของบริษัทของคุณสามารถกลับมาทำงานได้รวดเร็วและปลอดภัย

คำถามบางส่วนเพื่อการเริ่มต้นในการเตรียมแผนงาน

  1. ใครจะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกู้คืนและการสื่อสารเมื่อแผน DR ของคุณกำลังดำเนินการอยู่?
  2. องค์กรของคุณสามารถทนทานต่อการหยุดทำงานในช่วงเวลาได้มากแค่ไหน?
  3. Service Level Agreement (SLA) อะไรบ้างที่เราต้องจัดเตรียมให้กับธุรกิจและ User
  4. User ใดที่เราจะทำการกู้ระบบขึ้นมาก่อน
  5. เราต้องใช้เครื่องมืออะไรบ้างในการลดความเสี่ยงและการหยุดทำงานภายในสภาพแวดล้อม?
  6. เครือข่าย User แยกจากเครือข่ายปฏิบัติการหรือเครือข่ายธุรกิจอย่างไร
  7. ระบบ data protection tools สามารถทำให้เรากลับมาทำงานได้เร็วแค่ไหน?
  8. ผู้ใช้จะสามารถรับข้อมูลของตนกลับคืนมาได้หรือไม่หากอุปกรณ์ปลายทางถูกโจมตี
  9. เราสามารถระบุได้ไหมว่าภายในระยะเวลาเท่าไรที่แรนซัมแวร์เข้าสู่เครือข่ายหรืออุปกรณ์ในระบบเป็นครั้งแรก?
  10. เราสามารถหยุดการแพร่กระจายของแรนซัมแวร์หรือมัลแวร์ทั่วทั้งเครือข่ายได้หรือไม่?
  11. เราสามารถฟื้นระบบได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่กำหนดได้หรือไม่?
  12. User สามารถเข้าถึงข้อมูลของตนจากระบบคลาวด์ก่อนที่จะกู้คืนได้หรือไม่

สิ่งที่ต้องมีสำหรับ Application

แนวทางแก้ไขด้านล่าง ควบคู่ไปกับแผน BC/DR ที่ใช้จริง จะช่วยลดความเสี่ยงในองค์กรของคุณและช่วยให้แก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

    • Endpoint Security Solution ที่สามารถระบุได้ว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อใร
    • DNS Security Solution ที่สามารถหลีกเลี่ยงภัยคุกคามในระดับเครือข่าย
    • โซลูชันสำหรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลที่สามารถปกป้องข้อมูลได้หากโซลูชันอื่นๆ ถูกโจมตี

แนวทางการสื่อสาร

ที่สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีคือบุคลากรที่จะเข้ามาจัดการระบบที่สนับสนุนหน่วยงานต่างๆภายในองค์กร เช่น ทีม IT  EDP และทีม Helpdesk ของคุณจำเป็นต้องพูดคุยกันเป็นประจำเกี่ยวกับวิธีที่ทีมจะสื่อสารกันเมื่อถูกโจมตี คุณต้องกำหนดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ระบบใด และเมื่อใดจัดการอย่างไรเมื่อระบบถูกโจมตี

System Response Ratings

ระบบการ Rating System จะสามารถช่วยในการพิจารณาว่าระบบใดหรือทีมงานใดต้องการระดับหรือความเร็วในการตอบสนองที่สูงกว่า ในการทำเช่นนี้ องค์กรต้องระบุค่าของระบบหรือทรัพยากร และตำแหน่งที่ทรัพยากรนั้นตั้งอยู่พร้อมจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข ซึ่งมักจะถูกกำหนดโดยมูลค่าของทรัพยากรในรูปของเงิน ตัวอย่างเช่น สมมติว่าการสูญเสียในบางระบบที่มีผลต่อรายได้ทำให้ขาดรายได้เป็นจำนวนมาก ในกรณีดังกล่าว อาจจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญที่สูงกว่าการป้องกันและการแก้ไขสำหรับเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ เช่น files Server ทั่วไป

อาจกล่าวได้เช่นเดียวกันสำหรับบุคคลหรือทรัยพยากรที่สำคัญในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่ต้องเป็นด่านหน้าในการแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งต้องแสดงถึงความสำคัญของการทำให้แน่ใจว่าทรัพยากรของพวกเขา เช่น แล็ปท็อปและอุปกรณ์อื่นๆจะได้รับการปกป้องซึ่ง มักจะมีความสำคัญไม่แพ้ กับเซิร์ฟเวอร์ที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องจัดประเภทระบบ ผู้ใช้ และลูกค้าที่เกี่ยวกับความสำคัญต่อธุรกิจ

การกู้คืนและการแก้ไข

การกู้คืนเป็นส่วนสำคัญของแผน BC/DR โดยเปรียบเสมือนเป็น playbook ว่าใครต้องทำอะไรและเมื่อไหร่ แต่การกู้คืนข้อมูลของคุณไม่เพียงพอ ผู้ดูแลระบบยังต้องเข้าใจกระบวนการแก้ไขที่จำเป็นเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติมของระบบหรือการแพร่กระจายของมัลแวร์ของส่วนที่เหลือภายในองค์กรอีกด้วย

Scenario

Ransomware โจมตี Laptop ของ User โดยเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมด โดย Laptop มีการป้องกันไวรัส แต่ไม่มีการทำ DNS Protection โดยระบบทั้งหมดอยู่ภายใต้ไฟร์วอลล์และ การทำงานผ่าน VPN โดยมีการแบ่งเน็ตเวิร์คออกเป็นกลุ่มๆ นอกจากนี้ยังมีทีมรักษาความปลอดภัยนอกเหนือจากทีมสนับสนุนผู้ใช้ปลายทาง แรนซัมแวร์ที่โจมตีเป็นแบบ polymorphic ซึ่งหมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงเพื่อป้องกันการตรวจจับ แม้ว่าจะแยกแรนซัมแวร์ออกจากระบบเมื่อเจอเป็นครั้งแรกออกแล้วก็ตาม

Solution

ขั้นตอนแรกคือการเข้าเช็คคอนโซลหรือ Dashboard ความปลอดภัยปลายทางเพื่อเรียนรู้ว่ามัลแวร์ถูกพบเห็นครั้งแรกเมื่อใดและที่ใด หากการสำรองข้อมูลยังคงทำงานอยู่ ควรระงับไว้ ณ จุดนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสำรองข้อมูลที่ติดไวรัสด้วยมัลแวร์ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งจากแดชบอร์ดหรือจากสคริปต์อัตโนมัติเพื่อระงับอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ทั้งหมดที่ถูกบุกรุก

Dashboard ควรมีความสามารถในการทำให้ระบบเป็น Single System ในขณะที่สคริปต์ต่างสามารถช่วยได้ในการ handle ร่วมกับอุปกรณ์หลายพันเครื่องในแต่ละครั้ง API สามารถช่วยทำให้กระบวนการทำงานเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เช่น การระงับการเผยแพร่ของเครื่องเป็นจำนวนมากและการกู้คืนอุปกรณ์กลับมา ในขณะเดียวกันนี้ อาจเป็นการขัดขวางการส่งต่อข้อมูลจากกลุ่มงานที่ติดไวรัส หากเปิดใช้งานการแบ่งส่วนเครือข่ายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของมัลแวร์

ถึงเวลาตรวจสอบแพลตฟอร์มการป้องกันเพื่อกำหนดวันที่ที่ไฟล์ถูกตรวจพบ เวลาที่หยุดนิ่ง และเวลาที่การเข้ารหัส/แรนซัมแวร์เริ่มดำเนินการ เมื่อข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้รับการพิจารณาแล้ว ก็เป็นไปได้ที่จะติดตามว่าองค์กรถูกละเมิดอย่างไร การทำความเข้าใจว่ามัลแวร์เข้าสู่เครือข่ายมีความสำคัญต่อการป้องกันการติดไวรัสในอนาคตอย่างไร เนื่องจากในตัวอย่างของเรา อุปกรณ์ที่ติดไวรัสแรนซัมแวร์ และกระบวนการกู้คืนที่ผ่านการทดสอบและเชื่อถือได้แล้วก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน

การทำความเข้าใจไทม์ไลน์ของเหตุการณ์มีความสำคัญต่อกระบวนการกู้คืน จำเป็นต้องทราบเวลาสำหรับขั้นตอนแรกในกระบวนการกู้คืนเพื่อตั้งเวลาในการกู้คืน เมื่อผู้ดูแลระบบไม่สามารถระบุวันที่และเวลาในการกู้คืนได้ อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบสามารถคอมไพล์เป็นไฟล์ CSV และทำเครื่องหมายด้วยหมายเลขรหัสอุปกรณ์เพื่อเปิดใช้งานการสำรองข้อมูลใดๆ อีกครั้งที่หลังจากที่หยุดลงเมื่อพบการละเมิด

เมื่อข้อมูล แหล่งที่มา รหัสอุปกรณ์เป้าหมาย วันที่ และเวลาที่จะกู้คืนถูกรวมเข้ากับสคริปต์การคืนค่าจำนวนมาก การคืนค่าจำนวนมากสามารถถูกผลักกลับไปยัง Laptop เครื่องเดิมหรือ Laptop เครื่องใหม่ได้ ขณะเดียวกัน โซลูชันที่เป็น web portal สามารถที่จะทำให้กลับไปทำงานได้อย่างรวดเร็ว

สรุป

เครื่องมือที่เหมาะสม การวางแผน ลำดับชั้นความสำคัญ และช่องทางการสื่อสารทั่วทั้งธุรกิจมีความจำเป็นสำหรับโลกไซเบอร์ เมื่อกำหนดไทม์ไลน์ของการละเมิดได้แล้ว องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพก่อนการโดนโจมตี ซึ่งกระบวนการสามารถวางแผนและทำให้สมบูรณ์ได้ด้วยการฝึกฝน 

สนใจได้ทดลองใช้และเข้าใจถึงแนวคิดในการป้องกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในราคาเบาๆ

Line@

@optimusthailand

Facebook Messenger

facebook/optimusthailand

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

มีอะไรใหม่ใน Webroot New Console

มีอะไรใหม่ใน-Webroot-Console-Upgrades-600x300

รู้หรือไม่ วันนี้ Webroot Console อัพเกรดเป็น Business Solutions แล้ว ที่เห็นชัดๆ หลักๆ เลยก็จะเป็นในส่วนของการปรับรูปลักษณ์ใหม่และสีใหม่อีกด้วย! จะเห็นได้ว่า รูปแบบการจัดการหน้า Console ของ Webroot นั้นจะมีหน้าตาที่ดูคลีนๆ และสบายตา และรวมถึงสีที่ใช้ก็เปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีฟ้าน้ำเงินสวยๆ แล้ว ที่สำคัญการอัปเกรดเหล่านี้ทำให้การจัดการภายในคอนโซลสามารถทำได้ง่ายขึ้นและลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดของผู้ใช้งานจริง

ในส่วนของเรื่อง Endpoint security นั้น ทาง Webroot ก็ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงเพิ่มเติมอีกด้วย เพราะได้มีการเพิ่มในส่วนของ Webroot Foreign Code Shield (FCS) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมของการโจมตีหรือพฤติกรรมที่เป็นอันตรายที่ในปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น การพยายามเข้าถึงด้วยวิธีการใหม่ๆ เหล่านี้ ทำให้ Webroot ได้มีการพัฒนาในส่วนนี้ขึ้นมา ทำให้คุณคลายกังวลได้เลย 

นอกจากนี้ Webroot® DNS Protection ยังมีการอัพเดตใหม่อีกสองรายการ นั่นก็คือ การรองรับการทำงานร่วมกับ VPN เพื่อให้คุณสามารถทำงานร่วมกันกับ Firewall ได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งในกรณีที่ต้องทำการแบบ Remote worker หรือ การทำงานทางไกลอย่างการ Work from Home ก็จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพในส่วนนี้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น และยังรวมถึง การ Support และการรองรับการทำงานเพิ่มเติมในส่วนของการใช้ DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol) อีกด้วย

การอัพเกรดทั้งหมดนี้จาก Webroot Console จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา และผู้ใช้งานจะได้รับการอัพเกรดโดยอัตโนมัติสำหรับฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการทำงานที่ถูกพัฒนาขึ้นนี้ แต่เดี๋ยวก่อน สำหรับใครที่ใช้งานในส่วนของ Webroot® Evasion Shield และ Foreign Code Shield ยังคงเหมือนเดิมคือ ทั้งสองฟีเจอร์นี้จะยังคงถูกปิดไว้ และอาจจะไม่ได้รับการอัพเกรดโดยอัตโนมัติ หากผู้ใช้งานต้องการใช้ฟีเจอร์นี้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปเปิดการทำงานทั้งสองส่วนนี้ด้วยตัวคุณเอง

สนใจได้ทดลองใช้และเข้าใจถึงแนวคิดในการป้องกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในราคาเบาๆ

Line@

@optimusthailand

Facebook Messenger

facebook/optimusthailand

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

ไฟล์ WRData มีขนาดใหญ่ขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ!!

วิธีแก้ไขเรื่องปัญหาไฟล์  WRData มีขนาดใหญ่ผิดปกติ ดำเนินการกับเครื่องที่พบปัญหาในหน้า console มีขั้นตอนดังนี้

วิธีที่ 1 (คลิกเลือกเครื่องที่มีปัญหา)

– Agent Commands > Re-Verify Data

– Agent Commands > Run Scan

หากคุณต้องการเร่งกระบวนการให้ไปที่เครื่องนั้นและคลิกขวาที่ไอคอน Webroot เลือก ” Refresh Configuration “ และคลิก “Ok” สิ่งนี้จะบังคับให้รับคำสั่งจาก Console ทันที

วิธีที่ 2

คือลบโฟลเดอร์ที่เป็นปัญหา แต่จะสามารถลบโฟลเดอร์ “WRData” ได้หลังจากเปลี่ยน Policy ของเครื่องนั่นๆที่พบปัญหาดังกล่าวเป็น Unmanage และปิดการทำงานของ Webroot ทั้งหมดไป หรือจะลบ Webroot ออกไปก่อนก็ย่อมได้ และเมื่อคุณเปิดใช้งานเอเจนต์อีกครั้งโฟลเดอร์นี้ก็จะถูกสร้างขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติ

สำหรับใครที่สงสัยว่าโฟลเดอร์ WRData อยู่ที่ไหนบนเครื่อง ตามรูปด้านล่าง

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่มาพร้อมเครื่องมือการควบคุมระยะไกลได้ฟรี ไม่ต้องยุ่งยากกับผู้ใช้งานอีกต่อไป

การที่เราใช้งานอินเตอร์เน็ตในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องโลกโซเชียลต่าง ๆ  หรือแม้กระทั่งการทำงาน โดยไม่ว่าจะเป็นการใช้งานจากคอมพิวเตอร์หรือ อุปกรณ์เช่นโทรศัพท์มือถือ ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงที่จะเจอภัยคุกคามได้ทั้งนั้นโดยส่วนมากแล้ว หากใครที่ใช้งานผ่านโน้ตบุ๊ค และ/หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ PC  ก็มักจะทำการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพื่อป้องกันการโจมตีจากไวรัสรูปแบบต่างๆ อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามตัว ในยุคนี้ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เจ้าพวกไวรัสเองก็มีการพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้นเราจึงควรที่จะเลือกโปรแกรมแอนตี้ไวรัสให้เหมาะสมกับงานใช้งานและเลือกตัวที่สามารถป้องกันไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน หากเป็นองค์กรต่างๆ การดูแลเรื่องระบบงาน IT และการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ มักจะตกเป็นหน้าที่ของ IT Support หรือ Admin อย่างแน่นอน และผู้ดูแล ก็คงจะเจอเรื่องที่หลากหลายในแต่ละวันไม่มากก็น้อย หากองค์กรของคุณมีจำนวนผู้ใช้งานไม่เยอะมาก ก็คงจะไม่ค่อยเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณโชคดีอยู่ในองค์กรใหญ่ๆ ที่มีพนักงานในองค์กรหลักร้อยขึ้นไปละก็ การดู หรือการตามแก้ไขปัญหาให้ผู้ใช้งานก็คงเป็นเรื่องที่เหนื่อยและเพลียไม่ใช่น้อย

สิ่งที่แน่นอนอีกเรื่องสำหรับองค์กรก็คือ จะต้องมีการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส และการตั้งค่า Policy ซึ่งอาจจะแยกย่อยแต่ละแผนก หรือ แบ่งการตั้งค่าการอนุญาตสิทธิ์ตามผังองค์กร ซึ่งหากคุณเป็นคนหนึ่งที่จะต้องบริการจัดการเรื่องนี้ คุณคงไม่อยากมีประสบการณ์ที่จะต้องไปเดินอยู่หน้าเครื่องของผู้ใช้งานทุกคนเป็นแน่ (เพราะคุณอาจจะได้งานเพิ่มไม่รู้ตัว)

หากเป็นเช่นนั้นแล้ว เราขอแนะนำ Webroot SecureAnywhere โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ไม่หนักเครื่อง ที่มาพร้อมกับ Web console monitoring ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ทีม Support หรือ Admin ไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดการกับเครื่องของผู้ใช้งานอีกต่อไป เพราะ Webroot Web console monitoring เป็นการทำงานแบบ Cloud based 100% และสามารถทำการควบคุมหรือจัดการกับเครื่องผู้ใช้งานได้จากส่วนกลางผ่าน Management Console  ซึ่งจะทำให้คุณสามารถจัดการการตั้งค่าต่างๆการแยก Policy ตามผังองค์กร รวมไปถึงการอัพเดท หรือ การตรวจสอบดูว่าเครื่องไหนติดไวรัส ได้จากระยะไกล โดยที่คุณไม่ต้องไปที่หน้าเครื่อง ทั้งนี้ ตัว Web console ก็ยังมีหน้า Dash board ที่สวยงาม ใช้งานง่าย ขอเพียงคุณมีอินเตอร์เน็ต ก็สามารถเข้าถึงการจัดการขององค์กรคุณได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากนี้ การติดตั้ง Webroot นั้นก็ทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไฟล์สำหรับการติดตั้งนั้นเบาต่อเครื่องมากๆ โดยมีขนาดไฟล์แค่ 3MB เท่านั้น ใช้เวลาเพียง 30 วินาที ก็สามารถติดตั้ง Webroot ลงเครื่องของคุณเรียบร้อยแล้ว และ Webroot ก็ยังสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในเครื่องได้อย่างราบรื่น  ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพิ่มลงไปจะส่งผลกระทบกับการทำงานของเครื่อง

 ……..อยากรู้ว่า Webroot เป็น Antivirus ที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่ ??

พิสูจน์ง่ายๆ เพียงแค่ดาวน์โหลดและติดตั้ง Webroot ลงเครื่องคุณ เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถพบกับมิติใหม่แห่งการป้องกันการโจมตีแล้ว

• ทดลองใช้ Webroot ฟรีวันนี้ สามารถติดต่อได้ที่http://optimus.co.th/webroot/trial/

• คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Webroot 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

เขียนโดย  :  คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

เพิ่มความปลอดภัยการใช้งาน WiFi ด้วย Webroot (Webroot WiFi Security)

WiFi Security

Webroot WiFi Security

ช่วยป้องกันข้อมูลในการใช้งานผ่าน WiFi ของผู้ใช้ด้วย Feature VPN และ Antivirus เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานผ่านเครือข่ายสาธารณะ โดยไม่ทำให้อุปกรณ์ทำงานช้าลง ไม่ว่าซื้อของออนไลน์ หรือจัดกาธุรหรรมการเงิน หรือโซเชียลมิเดียต่างๆ Webroot WiFi Security จะปกป้องการเชื่อมต่อของคุณจากแฮกเกอร์หรือผู้ให้บริการแอพต่างๆที่พยายามสอดแนมและเก็บข้อมูลจากเครื่องคุณ 

WiFi Security

– จะเป็นระบบอัตโนมัติที่ช่วยป้องกันเครื่องคุณจากการเชื่อมต่อเครือข่ายสาธารณะหรือแม้จะเป็น Free WiFi ก็ตาม

– สามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างปลอดภัย ปกป้องตัวตนที่แท้จริงและเพิ่มความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ของคุณ

– ระบบกรองเว็บไซต์ขั้นสูงเพื่อปกป้องจากเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายหรือมีความเสี่ยง

VPN มีประโยชน์ต่อคุณอย่างไร

– เพิ่มความปลอดภัยในการเชื่อมต่อเครือข่ายโดยไม่ทำให้การใช้งานช้าลง

– ช่วยให้ครอบครัวของคุณปลอดภัยจากการใช้งานระบบต่างๆออนไลน

– ระบบจะซ่อนที่อยู่ IP ของคุณ

– จะไม่ส่งผลต่อความเร็วในการใช้งานเว็บไซต์และไม่มีจำกัดจำนวนข้อมูลที่ใช้

– ปกป้องคุณจากการสอดแนมเพื่อล้วงข้อมูลและภัยคุกคามจากแอพอันตราย

– ติดตั้งและเปิดใช้งานได้ง่าย

– สามารถทำงานบนอุปกรณ์ Windows , Mac , Android และ iOS

– ระบบจะเชื่อมต่อ WiFi สาธารณะให้แม้จะไม่มีการรักษาปลอดภัย แต่คุณจะได้รับการป้องกันจากเรา

VPN และ Antivirus ทำงานร่วมกันอย่างไร?  

 

บางทีคุณอาจจะคิดว่าหากมีซอร์ฟแวร์ป้องกัน Mulware แล้วไม่จำเป็นจะต้องมี VPN ก็ได้ แต่กลับกันหากคุณมีทั้ง 2 อย่างจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีก

 

“Antivirus” เป็นซอร์ฟแวร์ป้องกันไวรัสหรือซอร์ฟแวร์ป้องกันมัลแวร์ที่คุณติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตหรือสมทร์ทโฟนเพื่อปกป้องคุณจากไวรัส เวิร์ม และมัลแวร์อื่นๆที่อาจจะติดเข้ามาในเครื่องคุณ ทั้งนี้ยังมีอีกประเภทที่ช่วยป้องกันจากการที่คุณไปยังเว็บไซต์ที่อันตรายซึ่งอาจจะมีการพยายามดาวน์โหลดไวรัสลงในอุปกรณ์ของคุณ โปรแกรมป้องกันไวรัสบางโปรแกรมยังมีคุณสมบัติเพิ่มเติมเช่นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้เร็วขึ้นหรือมีฟังก์ชั่นการสำรองข้อมูลเพื่อสำรองไฟล์และรูปภาพที่สำคัญของคุณ

 

“VPN” จะช่วยปกป้องการเชื่อมต่อที่เปิดเผยต่อสาธารณะของคุณกับอินเตอร์เน็ต พูดให้เห็นภาพคือ ตอนคุณกำลังท่องเว็บเหมือนคุณกำลังเดินทางอยู่บนถนน หากคุณขับรถในเส้นที่โล่ง ใครก็ตามที่เฝ้าดูจะเห็นว่าคุณกำลังไปที่ไหนและไปที่นั่นได้อย่างไร มีการแวะที่ไหนบ้างและอื่นๆอีกมากมาย VPN จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนอุโมงค์ส่วนตัว คือถ้าคุณขับรถผ่านระบบอุโมงค์ส่วนตัวของคุณเองที่ไม่มีใครสามารถมาใช้ถนนของคุณได้และไม่มีใครสามารถสอดแนมหรือเฝ้าจับตาคุณได้ก็จะทำให้คุณสามารถใช้งานได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น และนั่นแหละที่ Webroot WiFi Security ทำ โดย Webroot จะหยุดอาขญากรทางไซเบอร์และการสอดแนมจากผู้ที่ไม่หวังดี จะถูกสกัดกั้นและไม่สามารถติดตามดูข้อมูลของคุณได้

 

“คุณสามารถใช้งาน WiFi Security + Virus Protection ได้ทั้งสองอย่าง

ซึ่งสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่คุณในขณะที่คุณทำงานอยู่ได้”

 

* ใช้ได้เฉพาะบนระบบ Windows , Mac และ Android

[คลิกที่มาข่าว]

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

Webroot Single Management and Monitoring ใครควรลงโปรแกรม Antivirus เพิ่มบ้าง

Webroot Single Management and Monitoring


ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ปัจจุบัน
มีโปรแกรม Antivirus อย่าง Windows Defender มาให้อยู่แล้ว


มันเพียงพอต่อการป้องกันไวรัสหรือยัง จำเป็นต้องลงโปรแกรม Antivirus เพิ่มอีกไหม?

 

เพื่อให้คุณการตัดสินใจเลือกได้อย่างเหมาะสม ออพติมุสขอเล่าให้คุณเข้าใจถึงลักษณะการทำงานของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสทั่วไป ที่จะทำการตรวจจับและและยับยั้งการโจมตีของภัยคุกคามเพียงครั้งเดียว

          ดังนั้น ถ้าการใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณ มีแค่การใช้งานทั่วไปหรือเล่นเเกมส์ และยังดาวน์โหลดโปรแกรมมาจากแหล่งที่ถูกต้อง การลงโปรแกรม Antivirus อื่นก็คงไม่จำเป็นมากนัก แต่ถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานเป็นหลัก

 

เราขอแนะนำให้ติดตั้งโปรแกรม “Webroot” เพิ่มอีกหนึ่งตัวเข้าไปก็จะยิ่งปลอดภัยเข้าไปอีก เพื่อความมั่นใจงานการใช้งาน เพราะ ปัจจุบันไวรัส หรือ มัลแวร์ มักจะมีรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ

         แต่ Webroot มีกระบวนการทำงานในหลายขั้นตอน โดยในขั้นแรก มันจะป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเล็ดลอดเข้ามาในระบบ แต่ถ้าเล็ดลอดเข้ามาได้ Webroot ก็สามารถยับยั้งไวรัสได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย และหากในกรณีที่เป็นภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน และก่อให้เกิดความเสียหาย Webroot จะทำการตรวจสอบว่าเกิดผิดปกติกับไฟล์ต่างๆ และจัดการซ่อมแซมความเสียหาย พร้อมทั้งทำความรู้จักกับภัยคุกคามตัวใหม่ เพื่อที่จะหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป ด้วยการทำงานแบบ Cloud based 100% และสามารถทำการควบคุม หรือจัดการกับ user ได้จากส่วนกลางผ่าน Management Console ไม่ต้องยุ่งยากกับการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัส และการปกป้องทั้งหมดเกิดในแบบเรียลไทม์

 

“การติดตั้ง Webroot ลงเครื่องก็สุดแสนจะง่ายดาย ใช้เวลาเพียง 30 วินาที”

นอกจากนั้นยังสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในเครื่องได้อย่างราบรื่น ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพิ่มลงไปจะส่งผลกระทบกับการทำงานของเครื่อง

 ……..อยากรู้ว่า Webroot เป็น Antivirus ที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่ ??

พิสูจน์ง่ายๆ เพียงแค่ดาวน์โหลดและติดตั้ง Webroot ลงเครื่องคุณ เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถพบกับมิติใหม่แห่งการป้องกันการโจมตีแล้ว

• ทดลองใช้ Webroot ฟรีวันนี้ สามารถติดต่อได้ที่http://optimus.co.th/webroot/trial/

• คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Webroot 

ข้อเสนอพิเศษ !

สำหรับลูกค้าที่สนใจ คุณสามารถรับสิทธิ์ซื้อ Webroot จ่ายเพียง 2 ปี แต่สามารถใช้ได้ถึง 3 ปี

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

การโจมตีขนาดใหญ่ของ Magecart

Cyber News Rundown: Magecart Massive Attack

 

Magecart ได้โจมตี E-Commerce ขนาดใหญ่ที่สุด

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซประมาณ 2,000 แห่งได้ถูก Magecart โจมตี ล่าสุดได้กำหนดเป้าหมายไปที่ใช้ซอฟต์แวร์ Magento เวอร์ชันเก่า เชื่อกันว่าอีก 95,000 แห่งที่ยังไม่ได้อัพเดต Magento เป็นเวอร์ชันล่าสุดอาจถูกเพ่งเล็งโดยมัลแวร์ Skimming สำหรับการชำระเงิน ซึ่งการโจมตีดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันศุกร์ที่แล้วและภายในวันจันทร์ได้ขโมยข้อมูลจากร้านค้ากว่า 1,900 แห่งที่ให้บริการลูกค้าหลายหมื่นราย

Staples บริษัทขนส่ง มีความรับผิดชอบต่อการละเมิดข้อมูล

เกือบสองสัปดาห์หลังจากได้รับการติดต่อจาก บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ VPN ที่ไม่ปลอดภัย บริษัท Staples ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลที่เกิดจากข้อบกพร่องในระบบการจัดส่งของพวกเขา เนื่องจากระบบติดตามการจัดส่งของ Staples ต้องการเพียงหมายเลขคำสั่งซื้อเพื่อดึงข้อมูลสรุปคำสั่งซื้อทั้งหมด และเข้าถึงการชำระเงิน ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอื่น ๆ ของลูกค้า Staples รายอื่น ในขณะที่บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องนี้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าพวกเขายังไม่ได้ติดต่อเหยื่อที่มีการเปิดเผยข้อมูล

บริษัทจัดหางานประสบกับการโจมตีของแรนซัมแวร์ครั้งที่สองในปี 2020

Artech Information Systems ซึ่งเป็น บริษัท จัดหาบุคลากรด้านไอทีระดับโลกเพิ่งตกเป็นเหยื่อของการโจมตีของ ransomware ครั้งที่สองของปีนี้ หลังจากการโจมตีเมื่อเดือนมกราคมโดยกลุ่ม REvil ransomware ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลบริษัทไปส่วนนึงหลังจากไม่ได้รับเงินค่าไถ่ ขณะนี้ Artech ได้ถูกแทรกซึมโดยกลุ่ม MAZE ซึ่งน่าจะใช้แบ็คดอร์กับระบบ การโจมตีแรนซัมแวร์มักเกิดจากการแก้ไขปัญหาที่ไม่เหมาะสมของการโจมตีครั้งแรกซึ่งทำให้ระบบกลายเป็นเป้าหมายที่ง่ายดายสำหรับกลุ่มอื่น

การตั้งค่าที่ไม่ถูกต้องของ Elasticsearch ได้เปิดเผยข้อมูลลูกค้า Razer กว่า 100,000 ราย

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Elasticsearch พบความไม่ปลอดภัยเมื่อปลายเดือนที่แล้วซึ่งมีข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของลูกค้า Razer กว่า 100,000 ราย ข้อมูลที่เปิดเผยมีข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้และรายละเอียดการสั่งซื้อทุกอย่างยกเว้นข้อมูลบัตรการชำระเงินจริง โชคดีที่ Razer สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วหลังจากได้รับแจ้ง

SunCrypt Ransomware มุ่งเป้ามาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนิวเจอร์ซีย์ (UHNJ)

ข้อมูลกว่า 240GB ถูกขโมยจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนิวเจอร์ซีย์หลังจากการโจมตีของ SunCrypt ransomware การโจมตีดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นกับระบบของมหาวิทยาลัยไม่นานหลังจากการติดไวรัส TrickBot เมื่อเดือนที่แล้วทำให้ระบบถูกบุกรุก เจ้าของ SunCrypt ได้เปิดเผยข้อมูลที่ถูกขโมยไปแล้ว 1.7GB ซึ่งเท่ากับเอกสารประมาณ 48,000 รายการที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับผู้ป่วยและพนักงาน

ที่มาข่าว : Click!!!

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

สายเรือสำราญ (Cruise Line) เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการโจมตีของ Ransomware และรวมไปถึงกิจการต่างๆ ชั้นนำทั่วโลก


สายเรือสำราญขนาดใหญ่เพื่อการท่องเที่ยวได้ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการแล้วว่า ข้อมูลได้ถูกตั้งรหัสจากกลุ่มของ cyberattack ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ บริษัทได้เปิดเผยว่าข้อมูลต่างของพนักงานและลูกค้าได้ถูกเข้ามาโจรกรรม แม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับอะไรที่ประเมินค่าได้

 

ข้อมูล Social Media นับล้านได้ถูกเปิดเผย

ข้อมูล Social Media ซึ่งมากกว่า 235 million มีเจ้าของจากหลายๆ platforms ซึ่งบรรจุข้อมูลส่วนตัวรวมไปถึง ชื่อ-นามสกุล, สถานที่ และข้อมูลการติดต่อ ได้ถูกเปิดเผยออกมา โดยสาเหตุมาจากการติดตั้ง database ที่ไม่สมบูรณ์ (misconfigured database) ข้อมูล Social และข้อมูลทางการตลาดของผู้ถือหุ้น ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเจ้าของของข้อมูลเหล่านั้น แม้ซึ่งว่าจะไม่ชัดเจนเท่าไรนัก ข้อมูลเหล่าได้ได้ร่วงไหลออกไปได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆคือทาง Facebook หรือ platforms อื่นๆ จะไม่ยอมให้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเหล่านั้นให้กับบุคคลทั่วไป อ้างอิงจากข่าว Social ว่าข้อมูลได้ร่วงไหลออกไปข้างนอกนานมากว่า 3 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มต้น มันจะไม่สามารถรู้ไดเลยว่านานเท่าไรแล้วที่ข้อมูลโดนโจรกรรมโดยปราศจากระบบการเข้าถึงข้อมูล (Authentication)

 

กลุ่มผู้ผลิตไวน์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้รับผมกระทบจาก Ransomware Attack

บริษัท Brown-Forman ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของหลายๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สำคัญ เมื่อไม่นานมานี้ก็ตกเป็นเหยื่อของ ransomware attack และปรากฏว่าเป็นผลงานจาก REvil ransomware (การโจรกรรมข้อมูลเพื่อนำมาประมูลหรือขายเพื่อเปิดเผยข้อมูลทอดตลาด) ขณะที่ทางบริษัทสามารถตรวจจับและขัดขวางก่อนที่จะโดน encryption จากการโจรกรรม ยิ่งมากไปกว่านั้นด้วยข้อมูลถึง 1 TB ที่เกี่ยวกับข้อมูลระเอียดอ่อนที่สำคัญมากของพนักงาน ลูกค้า และข้อมูลทางการเงิน ได้ถูกพยายามที่จะโจรกรรม แม้ว่าจะไม่โดน ransomware โจมตี แต่ผู้โจมตีก็จวนที่จะได้ข้อมูลมาประมูล

 

Flie-less Worms สร้าง Crypto-mining Botnet บน Linux

ระบบปฏิบัติการ Linux เป็นเป้าหมายใหม่สำหรับการสร้าง botnet เพื่อการขุด crypto miners ตั้งแต่เริ่มต้นของปีนี้ มากกว่า 500 SSH servers ได้ถูกโจมตีโดย worm ที่เป็นการสร้างประตูหลัง (backdoors) เพิ่มขึ้นมาสำหรับที่จะให้ผู้โจมตีสามารถกลับเข้ามาในระบบในวันหลัง เนื่องจากธรรมชาติของ File-less ถ้ามีการรีบูทเครื่องสามารถปิดกั้นหรือลบขั้นตอนของ malicious ได้แบบชั่วคราว แต่เพราะรหัสการเข้าถึงได้มีการนำออกจากระบบมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะสามารถทำให้ถูกโจมตีได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเก่า

 

เว็บไซด์เพื่อบรรเทาทุกข์จากเหตุการณ์ COVID-19 ถูกละเมิดข้อมูล

หลายๆเว็บไซด์ของรัฐบาลแคนาดาที่ได้มีการเชื่อมต่อกับกองทุนช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ COVID-19 ได้ถูกร่วงละเมิดข้อมูลประสงค์เพื่อที่จะโจรกรรมเงินจากกองทุนนี้ แม้ว่าจะเป็นขนาดที่เล็กน้อยจากทั้งหมด 12 million บัญชี จำนวน 9,000 GCKey account (GCKey เป็นระบบมาตรฐานการ authentication ของรัฐบาลแคนาดา) ได้มีผลกระทบโดยตรงหลังจากโดนร่วงละเมิดข้อมูลโดยเรื่องของ credential-stuffing ซึ่งเป็นการทำงานของ brute force attacks กับการทำงานร่วมกับข้อมูล credential ที่ร่วงไหลออกมาก่อนหน้านี้ เป็นการคาดหวังว่าผู้ใช้งานจะใช้ข้อมูลรหัสเดิมในการ login ในหลายๆสถานที่ ตั้งแต่เว็บไซด์ที่ถูกโจมตีไม่ได้มีการใช้งานของ multi-factor authentication จึงเป็นสาเหตุให้ถูกโจรกรรมข้อมูล credential ที่เพิ่มมากขึ้น

ที่มาข่าว : Click!!!

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

ออพติมุสร่วมกับ WatchGuard Technologies และ Partner บริษัท ITMS ได้ร่วมออกบูธในงานสัมมนา Industrial Digitailzation Technology

โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีท ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์ จังหวัดระยอง และ โรงแรมอมารี พัทยา – เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 และวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ออพติมุสร่วมกับ WatchGuard Technologies และ Partner บริษัท ITMS ร่วมออกบูธในงานสัมมนา Industrial Digitailzation Technology, Oxygen for Smart Manufacturing งานสัมมนาที่จัดขึ้นให้กับกลุ่ม IT โรงงานอุตสาหกรรมโซนภาคตะวันออก

ในงานสัมมนาครั้งนี้ คุณ อุทัยพัฒน์ รัตนาภูผา Country Manager of Thailand & Cambodia of WatchGuard ได้ขึ้นบรรยายในหัวข้อ Building your cyber security strategy in industry 4.0 : โซลูชั่นซีเคียวริตี้ที่มีการพิสูจน์ ตัวตนจากอุปกรณ์ IoT ด้วย AuthPointMulti-factor Authentication จาก WatchGuard ที่ตอบโจทย์การจัดการแบบไม่ยุ่งยาก อีกด้วย

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

Webroot เป็นผู้นำใน Security and Data Protection ด้วยมาตรฐาน ISO 27001

WEBROOT บริษัท Smarter Cybersecurity® ได้รับประกาศนียบัตร ISO 27001 มาตรฐานสูงสุดระดับสากลซึ่งความสำเร็จนี้ทำให้ Webroot พิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีการป้องกันทั้งด้าน Security and Data ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สูงสุดในขณะนี้  

 

Gary Hayslip รองประธานของ Webroot ได้กล่าวไว้ว่า

“Webroot การรักษาความปลอดภัยเป็นธุรกิจของเรา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เราประกาศใช้นโยบาย กระบวนการ และควบคุมการเก็บข้อมูลของเราให้ปลอดภัย การที่เราได้รับมาตรฐาน ISO มาทำให้มั่นใจได้ว่าความปลอดภัยของเรา แข็งแกร่งแค่ไหนและเราจะมุ่งมั่นส่งความปลอดภัยที่ดีที่สุดของเราให้กับลูกค้า”

 

Highlight ที่น่าสนใจจากบทความ ฉบับเต็ม
 
About the Certification:
 
• ISO 27001 is recognized globally as an international standard for managing the security of information held by an organization.
 
• The certification extends to every level of an organization’s IT infrastructure stack, including asset management, access control, human resource security and application security.
 
• Webroot underwent in-depth testing and assessment by a third-party auditor to validate compliance with this standard.
 
• In achieving certification, Webroot successfully demonstrated a systematic and documented approach to protecting and managing sensitive company and customer information including customer and employee data, intellectual property, and intelligence information related to cybersecurity and

 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

Ruckus Solution Cloud สำหรับกิจการที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครือข่าย WiFi ของคุณ หากคุณเป็นเจ้าของกิจการที่กำลังเติมโตอย่างรวดเร็ว โซลูชั่น WiFi ของ Ruckus สามารถเพิ่มโอกาสในความสำเร็จมากชึ้น เรามั่นใจว่าลูกค้าจะเชื่อมต่ออย่างสะดวกสบายเมื่อเยี่ยมชมสถานที่ของคุณ เราช่วยคุณโปรโมทแบรนด์ของคุณและให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้ารวมถึงวิธีที่พวกเขาใช้ทรัพยากร WiFi ของคุณเพื่อแจ้งแนวทางในการทำตลาดและวางแผนไอทีของคุณ การบริหารจัดการและปรับแต่งได้อย่างรวดเร็วด้วยการจัดการบนคลาวด์ที่ง่ายดายโดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรไอทีราคาแพง หากธุรกิจคุณกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว Ruckus Cloud WiFi ช่วยให้คุณติดตั้งตำแหน่งที่เปิดใช้งาน WiFi ใหม่ได้ง่าย และรวบรวมเว็บไซต์ทั้งหมดของคุณไว้ด้วยกันในหน้าเดียว แก้ปัญหาได้ทุกที่โดยไม่ต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ลูกค้าส่วนใหญ่คาดหวัง WiFi ที่มีประสิทธิภาพที่รวดเร็วและต่อเนื่อง สำหรับ Wi-Fi ที่ด้อยคุณภาพจะทำให้ลูกค้าของคุณไม่พอใจและรู้สึกผิดหวังอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีและไม่กลับมาใช้บริการคุณอีก นี่คือเหตุผลว่าทำไม WiFi ที่ดีถึงสำคัญกับธุรกิจของคุณ การเข้าถึง Client ต่างๆด้วยเทคโนโลยี Ruckus ของเราใช้เทคโนโลยี BleamFlex และ ChannelFly ที่ได้รับสิทธิบัตรเพื่อการครอบคลุมและเทคโนโลยีการลดสัญาณรบกวนที่ยอดเยี่ยมเพื่อเพิ่มปริมาณการใช้งานให้สูงขึ้น
               

ระบบ WiFi ที่ดีรวมถึงการเข้าใช้งานระบบที่หลากหลายซึ่งมีอยู่ใน Ruckus Cloud WiFi มีตัวเลือกการยืนยันตัวบุคคลหลายรูปแบบให้คุณใช้งานรวมถึงการอนุญาติให้ลูกค้าใช้ข้อมูลเครือข่ายโซเชียลที่ต้องการเข้าเช่น Facebook, Google, Twitterและ LinkedIn ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าได้ง่ายขึ้นด้วย Ruckus Cloud WiFi 

 

Ruckus Cloud WiFi ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณเรียนรู้จากลูกค้าของคุณ และสามารถสร้างหน้าเว็บล็อกอินที่ปลอดภัยและมีแบรนด์และโปรโมชั่นของคุณเพื่อส่งขอมูลทางการตลาดภายในเวลาไม่กี่นาที คุณสามารถอัพเดทข้อมูลได้บ่อยเท่าที่คุณต้องการ การวิเคราะห์ WiFi แบบเรียลไทม์และดูประวัติย้อนหลัง เป็นส่วนหนึ่งของ Ruckus Cloud Wi-Fi สามารถค้นหาได้ว่าเวลาใดของวันและระยะเวลาใดที่ลูกค้าใช้งานเครือข่ายและใช้ทรัพยากรมากน้อยแค่ไหน ลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์ใดบ่อยที่สุดและใช้อุปกรณ์ใดเข้าถึงเครือข่าย คุณสามารถตรวจสอบจาก Ruckus Cloud WiFi               

 

คุณสามารถเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าใช้งานอุปกรณ์ด้วยซอร์ฟแวร์การจัดการ Ruckus Cloudpath เช่นรักษาความปลอดภัยในการเข้าใช้งานกล้องวงจรปิด และเครื่อง POS และจัดการเครือข่าย WiFi ทั้งหมดของคุณด้วย Ruckus Cloud Wi-Fi คุณยังคงความประหยัดในขณะที่ธุรกิจคุณเติบโตด้วยจำนวน AP ที่ไม่มากเกินไปให้และสามารถให้บริการลูกค้าได้มากขึ้นเนื่องจาก Ruckus สนับสนุนผู้ใช้มากกว่า 30-50% ต่อ AP จากแบรนด์คู่แข่ง ดังนั้นคุณจะได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการลงทุน WiFi ที่มีอยู่ของคุณ

 

• สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน Cloud-Managed Retail WiFi ฟรี 60 วัน >> คลิก!!
 

• หากคุณมี Ruckus AP อยู่แล้ว สามารถเข้าชมวิธีการเชื่อมต่อ AP ของคุณกับ Cloud WiFi >> คลิก!! 

 

ที่มาของข่าว : Click !! 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

5 เทคโนโลยีที่ถูกลืมที่แฮกเกอร์จะใช้แทรกซึมในปี 2562

อาชญากรไซเบอร์ยุคใหม่จะไม่พูดถึงไม่ได้เมื่อพูดถึงการเจาะเครือข่ายเป้าหมาย ตามรายงานการละเมิดข้อมูลของ Verizon ในปี 2018 มีการโจมตีจากแฮกเกอร์ภายนอกคิดเป็น 89 เปอร์เซ็นต์ของการโจมตีทั้งหมดจากองค์กรและนี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าการโจมตีนี้มีความเสี่ยงมากๆ Back office ในโรงงามักจะมีการถูกโจมตีหลายครั้งและแต่ละครั้งอาจถูกละเลยการโจมตีนั้นแสดงถึงความประสงค์ร้ายที่สามารถแทรกซึมเพื่อให้เกิดผลเสียผ่านเครือข่ายขององค์กร

 

WatchGuard ได้สรุป 5 เทคโนโลยีที่ถูกลืมที่แฮกเกอร์จะใช้แทรกซึมเครือข่ายของผู้ผลิต

 

ระบบการประชุมผ่านวิดีโอ

ที่มีระดับความปลอดภัยในระบบวิดีโอในห้องประชุมอาจค่อนข้างต่ำและแม้ว่าเทคโนโลยีจะถูกใช้บ่อยสำหรับการประชุมและการโทรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละวันแต่ทางแฮ็คเกอร์สามารถมองหาโอกาสในการแฮ็คระบบการประชุมทางวิดีโอที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะระบบการประชุมผ่านวิดีโอเป็นเป้าหมายหลักสำหรับแฮกเกอร์เนื่องจากพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของฮาร์ดแวร์เพื่อสอดแนมการสนทนาที่เป็นความลับและการประชุมบริษัทด้วยเหตุนี้บริษัทผู้ผลิตจึงถูกกระตุ้นให้สร้างเครือข่ายส่วนตัวสำหรับห้องประชุมและเชื่อมต่อกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสาธารณะเมื่อจำเป็นเท่านั้น หากระบบการประชุมของคุณต้องออนไลน์ควรพิจารณาในการใช้งาน VPN และกลไกการพิสูจน์ตัวตนเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยในการเชื่อมต่อนั้น

 

เครื่องปรับอากาศทำความร้อนและระบบทำความเย็น

ระบบระบายอากาศระบบทำความร้อนหรือระบบทำความเย็นที่สามารถถูกเจาะและพัฒนาไปสู่การโจมตีที่รุนแรงมากพอที่จะทำให้ยอดขายทั้งหมดของบริษัท ระบบเหล่านี้มักถูกติดตั้งโดยผู้ที่มีประสบการณ์ด้านไอทีซึ่งทำให้พวกเขามีโอกาสมากขึ้นที่แฮ็กเกอร์จะค้นหาจุดเข้าสู่เครือข่ายของบริษัทการทดสอบอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ IoT ก่อนการติดตั้งกำหนดรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันปกป้องระบบการจัดการบนเว็บบ่อยครั้งและการอัปเดตซอฟต์แวร์อัปเดตเป็นประจำเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันการโจมตี

 

ที่มาของข่าว : Click !! 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

Ruckus Network ได้รับรางวัลจาก CRNs 2019

 

CRN’s 2019 ได้มอบรางวัล 5-Star ใน “Annual Partner Program Guide” CRN® ย่อมาจาก “Computer Retail News” และหรือ “The Channel Company’s” ซึ่งแน่นอนว่าแต่ก่อนจะทำเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีในธุรกิจของคอมพิวเตอร์ (PC) ณ ปัจจุบัน ได้หันมาจับเรื่องเกี่ยวกับ Channel ซึ่งเกี่ยวกับกระบวนการขายอุปกรณ์เทคโนโลยี และการให้บริการของแต่ละธุรกิจในโลก

 

ที่มาของการได้รับรางวัลในครั้งนี้ หรือ 5-Star rating นั้น CRN จะทำการค้นคว้าว่าแต่ละบริษัทได้จัดตั้งโปรแกรมในเชิงของการลงทุน ตัวอย่างเช่น การจัดการสอน product ให้กับ partner(partner training), education and support, การทำการตลาดและรวมไปถึงการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการขาย

 

Ruckus Network ให้ความสำคัญกับ Partner ต่างๆ และการเข้าถึงตลาดต่างๆ และแน่นอนว่าต้องเชื่อมความสัมพันธ์ที่แน่ให้กับ Partner ส่งเสริมแนะนำวิธีการขายให้กับ Partner ในทางเดียวกัน เพื่อที่จะให้โตไปพร้อมๆ กัน

 

ที่มาของข่าว : Click !! 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

ขั้นตอนช่วยให้ลูกค้าที่ประสบเหตุการณ์​โรคระบาดสำหรับ MSP

เพื่อที่จะต่อสู้กับความไม่แน่นอนของโรคระบาด COVID-19 ทำให้อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เราได้เริ่มทำ “Office Hours” บน Webroot Community ซึ่งเป็นชุมชนที่ทำให้ User ต่างๆมาคุยกันในเรื่องของ Covid/Cybersecurity ผู้เชี่ยวชาญของเราก็ได้พยายามช่วยเหลือเท่าที่ทำได้อย่างเต็มที่

ซึ่งบทสนทนา และคำถามนั้นมีความคุณค่ามาก เป็นการเตือนความจำที่ดีและเป็นประโยชน์ของชุมชนโดยทั่วไป

 

“ MSP จะช่วยให้ลูกค้ากลับมาจากช่วงเวลาที่ท้าทายเหล่านี้ได้อย่างไร”

 

ตามที่คำถามแสดงให้เห็นไม่ใช่เรื่องแย่เลยที่จะเป็น MSP ในตอนนี้ เนื่องจากมีพนักงานจำนวนมากย้ายไปทำงานระยะไกล บริการด้านไอทีจึงเป็นที่ต้องการสูง

มีทั้งโอกาสและความจำเป็นในการจัดทำแผนเพื่อช่วยให้ลูกค้าธุรกิจขนาดเล็กอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกระกำลำบาก ในด้านโอกาสการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมอาจเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมสำหรับ MSP ในอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรต่ำ ดังนั้นความสามารถในการเป็นที่ปรึกษาด้านไอทีสำหรับลูกค้าในช่วงเวลาที่ยากลำบากจึงทำให้เข้าใกล้กับความสำเร็จของ MSP

สิ่งต่อไปนี้เป็นคำแนะนำบางส่วน แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าไม่มีวิธีสำหรับการช่วยให้ธุรกิจกลับมาได้ ลูกค้าทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังนั้นแรงกดดันจากไวรัสโคโรนาและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่ตามมา แต่นี่คือเคล็ดลับทั่วไปในการเป็นที่ปรึกษาของลูกค้าในการรับมือกับพายุไวรัสโคโรนา

  1. ตั้งการประชุม เสมือนเพื่อพูดคุยกับพวกเขาว่าสถานการณ์ของพวกเขาเป็นอย่างไร? นี่ควรเป็นการสนทนาที่ตรงไปตรงมา (อาจจะมีเจ็บปวดบ้าง) เกี่ยวกับสถานะของธุรกิจและอุปสรรคใดที่ขวางทางในการกลับไปสู่“ ธุรกิจตามปกติ”
  2. กำหนดวาระการประชุมตามบริการที่คุณให้ในวันนี้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับความท้าทาย (หรือจุดแข็ง) ของลูกค้าอะไรคือสิ่งที่สามารถลดทอนได้ ทิศทางธุรกิจเปลี่ยนไปหรือไม่? SMB จำนวนมากอาจมองหาจุดเปลี่ยนเมื่อพิจารณาจาก COVID-19
  3. มุ่งมั่นที่จะมีความยืดหยุ่น (ในขณะที่ยังคงมีผลกำไร) และยินดีที่จะรองรับช่วงเวลาระหว่างการเริ่มต้นธุรกิจและการสร้างภาวะปกติใหม่ ถามตัวเองว่าการได้รับรายได้ต่อเดือนหรือส่วนต่างกำไรเล็กน้อยเป็นการเสียสละที่ยอมรับได้ในการช่วยรักษาลูกค้าระยะยาวที่ยังอยู่หรือไม่?
  4. จากนั้นทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อจัดทำ“ แผนกู้คืน” ร่วมกันโดยมีไทม์ไลน์สำหรับการปรับขนาดปริมาณงานสำรองและวิธีที่คุณสามารถช่วยเหลือโดยเฉพาะในการกู้คืนได้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเน้นถึงความคุ้มทุนของ ข้อมูลที่จะรั่วไหล Downtime หรือ ที่บริการของคุณช่วยให้บรรเทาทุกข์แก่ลูกค้า
  5. สุดท้ายกำหนดเวลาการตรวจสอบลูกค้าเป็นประจำ เพื่อตรวจสอบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างสมเหตุสมผลที่สุด

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดเล็กจะทำให้เกิดการตัดสินใจที่ยากลำบากอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การทำทุกอย่างที่ทำได้ในฐานะ MSP เพื่อช่วยในการกู้คืนนั้นโดยการดำเนินการเชิงรุกและกำหนดแผนการกู้คืนร่วมกันจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต ไม่ต้องพูดถึงการกำหนดให้คุณเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่เชื่อถือได้และสมเหตุสมผลสำหรับชีวิตของความสัมพันธ์ ดังนั้นใช้ประโยชน์จากโอกาสในการช่วยให้ลูกค้าของคุณกลับมาจากการระบาดครั้งนี้

ที่มาข่าว : Click

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

ATM Jackpotting Attacks on the Rise

บริษัทผลิตตู้เอทีเอ็ม Diebold Nixdorf ได้เตือนถึงแคมเปญที่เป็นอันตรายซึ่งใช้ซอฟต์แวร์เพื่อทำการ “jackpot ” ตู้เอทีเอ็ม  การโจมตีต้องใช้ Hacker ในการเจาะตู้เอทีเอ็มด้วยตนเองจากนั้นใช้ซอฟต์แวร์เพื่อบังคับให้เครื่องจ่ายเงินสดในอัตราที่รวดเร็ว ซึ่งรู้จักกันในอุตสาหกรรมนี้ว่า jackpot  แม้ว่าการโจมตีเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลลูกค้าหรือการเงิน แต่ บริษัท ไม่รู้ว่า Hackerได้รับซอฟต์แวร์ที่เป็น Scam นี้ไปได้อย่างไร

หมายเหตุ: การโจมตีแบบ ATM Jackpotting ดำเนินการได้หลายวิธี แต่จำเป็นต้องเข้าถึงตัวเครื่องทางกายภาพเพื่อติดตั้งมัลแวร์ลงบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตู้ ATM

 

Ransomware ล็อกระบบโทรคมนาคมของอาร์เจนตินา

ระบบโทรคมนาคมของเจนติน่ากำลังถูกกรรโชกมากกว่า 7.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากการโจมตี Ransomware เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เชื่อกันว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ REvil อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้ ซึ่งอาจหมายถึงข้อมูลที่ถูกขโมยถูกตั้งค่าให้โพสต์บนกลุ่มเว็บไซต์การประมูล ส่วนเจ้าหน้าที่ยังไม่แน่ใจว่าการบุกรุกเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มีแนวโน้มว่าถูกบุกรุกจากการ Remote Access point จากระยะไกล

 

การละเมิดของรัฐแมรี่แลนด์ส่งผลกระทบต่อคนนับพัน

ผู้คนมากกว่า 40,000 คนอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลหลังจากการโจมตีของ Ransomware ใน Lorien Health Services ในรัฐแมรี่แลนด์ มีการค้นพบช่องโหว่ในเดือนมิถุนายน แต่หลังจากผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพปฏิเสธที่จะจ่ายค่าไถ่ แฮกเกอร์ก็เริ่มเผยแพร่ข้อมูลที่ขโมย ซึ่งรวมถึงหมายเลขประกันสังคมและข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูงอื่นๆ Lorien จึงได้แจ้งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและได้เริ่มให้บริการตรวจสอบเครดิตแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบภายในสองวันหลังจากการโจมตีได้รับการยืนยัน

 

การละเมิดข้อมูลในมหาวิทยาลัย York

มหาวิทยาลัยยอร์กในสหราชอาณาจักรได้บทเรียนเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมและส่งผลกระทบต่อนักศึกษาและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก การละเมิดนั้นถูกเปิดใช้งานโดยผ่านผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและมีข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลของเหยื่อที่ไม่ทราบจำนวน แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะสามารถจัดการการโจมตีประเภทนี้ได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและผลกระทบจากการโจมตีดังกล่าว

 

Meow โจมตีฐานข้อมูล เป้าหมายที่มีช่องโหว่

ฐานข้อมูลที่ไม่ปลอดภัยจำนวนมากจาก Elasticsearch และ MongoDB ถูกลบทิ้งในแคมเปญที่เป็นอันตรายใหม่ซึ่งดูเหมือนว่าจะโจมตีแบบไม่เลือกอีกด้วย เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา การโจมตีของ Meow ตามที่ทราบกันดีดูเหมือนจะใช้ Auto Script เพื่อเขียนทับข้อมูล ในฐานข้อมูลที่มีช่องโหว่และทำลายข้อมูลที่เหลืออยู่ การโจมตีครั้งนี้อาจทำให้นโยบายความปลอดภัยมีความแข็งแกร่งขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ที่มีการป้องกันแบบหละหลวม หลังจากที่ได้รับผลกระทบที่มีบทเรียนราคาแพงมาก่อน

ที่มาข่าว : Click

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

การโจมตี WastedLocker ครั้งใหญ่ส่งผลให้ Garmin เสียหายหนักมาก

 

Garmin บริษัท GPS และสมาร์ทวอทช์ได้พบกับการโจมตีประเภท Ransomware อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเหตุผลทำให้ต้องปิดระบบและบริการทั้งหมดตั้งแต่แอพไปจนถึงศูนย์บริการ ในขณะที่ Garmin ได้เปิดเผยอย่างละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุของระบบหยุดทำงาน ซึ่งสิ่งพิมพ์หลายสำนักรายงานว่า บริษัทตกโดนโจมตีด้วย Ransomware WastedLocker ซึ่งเป็นแคมเปญแรนซัมแวร์ที่ค่อนข้างใหม่ที่นักวิจัยจาก NCCGroup ได้อ้างถึงกลุ่มการแฮ็กเกอร์ที่รู้จักกันในชื่อ Evil Corp. ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มช่วยเคยโจมตีธนาคารด้วย Dridex และ BitPaymer ransomware

 

วันถัดมาทาง Garmin ก็เริ่มทยอยเปิดบริการออนไลน์มาทีล่ะส่วน มาอย่างต่อเนื่องซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าพวกเขาจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องของ Hacker ที่เรียกเงินสูงถึง 10 ล้านดอลล่าร์ หรืออาจจะเป็นความสามารถในการกู้คืนจากการสำรองข้อมูลได้ หลังจาก 4 วันที่มีการหยุดทำงานไปทำให้องค์กรดูไม่ดีเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับการบริการที่ได้รับผลกระทบรวมถึงฐานข้อมูลต่างๆที่เสียหายไป

 

Evil Corp ทำการปล่อย WastedLocker ผ่านเฟรมเวิร์กการอัพเดทปลอมของ SocGholish  ซึ่งมีการปลอมเป็นหน้าอัปเดทเบราว์เซอร์เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์ JavaScript หรือ PowerShell ที่เป็นอันตราย SocGholish จะทำการรวบรวมข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อรวมถึงตรวจสอบระบบเครือข่ายว่ามีเครื่องอื่นในระบบหรือไม่ ก่อนที่จะส่งมัลแวร์เข้าระบบ ซึ่ง SocGholish ปลอมนี้จะใช้การเข้ารหัส HTTPS เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของ Software ด้านความปลอดภัย วิธีการที่จะตรวจจับ SocGholish , WastedLocker หรือมัลแวร์อื่นๆที่เป็นอันตราย จำเป็นต้องมีการกรองข้อมูลหลายๆชั้น ไม่ว่าจะเป็น Antivirus , Firewall หรืออุปกรณ์ที่เพิ่มความปลอดภัยในระบบ เพื่อที่จะป้องกันการโจมตีและป้องกันตกเป็นเหยื่อของผู้ร้าย สิ่งที่สำคัญ คุณต้องมีการสำรองข้อมูลไว้ และฝึกวิธีการใช้งานระบบอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะสังเกตุลิงค์หรือการไม่คลิกเปิดไฟล์อะไรที่ไม่รู้จัก และต้องเรียนรู้จักกลไกการโจมตี เช่น ฟิชชิ่ง(Phishing)ที่โจมตีอย่างมากในปัจจุบัน

ที่มาข่าว : Click

หน่วยงานไหนที่ไม่มีไอทีประจำดูแลระบบ อย่าวางใจไปค่ะ”ว่าคุณจะไม่ตกเป็นเหยื่อ”

จะดีกว่าไหมถ้าเรามีโซลูชั่นป้องกันภัยคุกคามต่างๆจากเหล่า Hacker ให้หน่วยงานคุณได้

สนใจโซลูชั่นป้องกันภัยจากไซเบอร์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

Antivirus vs. VPN คุณต้องการทั้งคู่ไหม??

ความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยออนไลน์กำลังเพิ่มสูงขึ้น เพราะการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เป็นกรณีที่พบกันได้บ่อยที่สุด เช่น ได้รับจดหมายจากกรมสรรพากรสอบถามเกี่ยวกับการคืนภาษีที่น่าสงสัยซึ่งคุณไม่ได้ยื่น หรือที่เรียกกันว่า การขโมยข้อมูลประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับภาษี

เป็นผลให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมากกว่าครึ่งมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยมากกว่าเมื่อปีที่แล้วถึง 80% ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปมีสิทธิ์ที่จะสงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนของพวกเขาได้ (personally identifiable data หรือ PII) ได้รั่วไหลลงบนเว็บที่มืดมิดไปแล้วหรือไม่

คำถามเช่นนี้ทำให้คนมากมายกังวลถึงการเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น ที่นี่เราจะอธิบายสิ่งที่แต่ละคนทำ โดยพื้นฐานแล้วโซลูชันป้องกันไวรัสจะป้องกันมัลแวร์และภัยคุกคามทางไซเบอร์อื่น ๆ จากอุปกรณ์ของคุณในขณะที่ VPNs ปิดบังข้อมูลของคุณโดยการเข้ารหัสในทั้งขาไปและขากลับ ในระดับอุปกรณ์และ network

 

ทำไมถึงต้องมี Antivirus ?

Antiviruses มีความรับผิดชอบหลักในการทำให้อุปกรณ์ของคุณปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ ตามคำนิยามมัลแวร์เป็นซอฟต์แวร์ ที่เขียนขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำความเสียหาย นี่คือประเภทของภัยคุกคามที่พยายามทำลาย Antivirus ที่ติดตั้งบน PC Mac และแม้กระทั่งสมาร์ทโฟน  เช่นอุปกรณ์ Apple และ Android เช่นกัน

อาชญากรไซเบอร์กำลังปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อโกงเงินและข้อมูลของคุณ พวก Banking Trojans ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อขโมยรายละเอียดทางการเงินของคุณเป็นหนึ่งในตัวอย่างทั่วไปที่เราเห็นเมื่อปีที่แล้ว สปายแวร์ที่  รู้จักกันในชื่อ keyloggers สามารถสำรวจการกดแป้นพิมพ์ของคุณอย่างลับ ๆ และใช้ข้อมูลเพื่อขโมยรหัสผ่านและ PII และมัลแวร์ประเภทใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ  cryptojackersสามารถขโมยข้อมูลจากการ Remote จากระยะไกลได้

แต่เครื่องมือป้องกันมัลแวร์ที่ดีซึ่งดูแลอุปกรณ์ของคุณสามารถป้องกันภัยคุกคามเหล่านี้ได้ ซึ่งหมายความว่าการคลิกหรือไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาหนึ่งครั้งไม่ทำให้เกิดความเสียหายใดๆ

 

“ สิ่งที่น่าอัศจรรย์เกี่ยวกับโซลูชั่นแอนติไวรัสบนคลาวด์” Tyler Moffit นักวิเคราะห์ภัยคุกคามจาก Webroot กล่าวว่า “ แม้ว่าเราจะไม่เคยเห็นภัยคุกคามมาก่อนก็ตาม เราสามารถจัดกลุ่มพฤติกรรมแบบ Real time ได้ที่อาจจะเป็นอันตรายในอุปกรณ์นั้นๆ เราสามารถแจ้งเตือน User ที่อยู่ในเครือข่ายทั้งหมดได้เกือบจะในทันที จากการตรวจจับถึงการป้องกันในเวลาไม่กี่นาที”

 

ทำไมถึงต้องการความปลอดภัยจากการ VPN?

เราได้ป้องกันอุปกรณ์แล้ว แต่ข้อมูลที่มองไม่เห็นนั้นเดินทางระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณ นั่นคือสิ่งที่การป้องกันระดับเครือข่ายที่มาจาก VPN

ในขณะที่บริการ Free WiFi สามารถเป็นแหล่งรวมอาชญากรรมได้ เป็นเรื่องง่ายสำหรับโจรในการเข้าถึงคุณ เช่น Packet Sniffers เป็นเครื่องมือของผู้ดูแลระบบเครือข่ายในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามถ้าเอาไปใช้ในทางที่ผิดพวกเขาสามารถใช้ในการตรวจสอบปริมาณการใช้เครือข่ายบนเครือข่ายไร้สายได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องง่ายที่อาชญากรไซเบอร์ในการใช้กลยุทธ์นี้พวกเขาสามารถควบคุมเราเตอร์เพื่อจุดประสงค์ในการดูและดักจับปริมาณข้อมูลทั้งหมดที่เดินทางระหว่างอุปกรณ์และเครือข่ายที่พวกเขาควบคุมอยู่ในขณะนี้

แม้แต่ WiFi ที่บ้านซึ่งคุณอาจคาดหวังว่าจะได้รับการคุ้มครองจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่คุณเลือกใช้เป็นรายเดือน ISP รายเดียวกันนั้นอาจแอบดูข้อมูลของคุณ ด้วยความตั้งใจที่จะขายข้อมูลของคุณก็เป็นไปได้

 

Webroot ช่วยได้อย่างไร

ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ครอบคลุมนั้นเกี่ยวข้องกับการปกป้องข้อมูลและอุปกรณ์ โซลูชันแอนติไวรัสเพื่อป้องกันมัลแวร์ที่รู้จักและไม่รู้จักเช่นแล็ปท็อป หรือทำให้บัญชีธนาคารของเราเป็น 0 ได้ แต่เพื่อการป้องกันที่สมบูรณ์แบบคุณควรจับคู่แอนติไวรัสของคุณกับ VPN ซึ่งสามารถป้องกันข้อมูลของคุณจากการโจมตีเช่น ISP snooping packet sniffers และเราเตอร์ที่ถูกบุกรุกได้ 

ที่มาข่าว : Click!!!

คลิกดูสินค้าที่เกี่ยวข้อง 
 

 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

ข่าวร้าย จาก โลก Cyber : Zoom ตกเป็นเป้าใหญ่ของเหล่าแฮกเกอร์!!!

ใครจะไปคาดคิด ว่าเจ้าโปรแกรม Zoom ที่ไว้ใช้ประชุมออนไลน์แบบ Video Conference จะตกเป็นเป้ากับเหล่าแฮกเกอร์

ด้วยในโลกปัจจุบัน หลาย ๆ อาชีพ ได้มีการปรับวิถีชีวิต การทำงาน การสื่อสาร มาเป็นแบบ ออนไลน์ และ ใช้วิธีติดต่อสื่อสารกันด้วยโปรแกรมอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ดังนั้น เมื่อการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่าย แทบไม่ต้องออกมาพบเจอหน้ากัน ก็แน่นอนว่า การพูดคุยทางออนไลน์ หรือ การประชุมออนไลน์ในปัจจุบัน จึงแทบไม่ได้กังวลเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล เพราะมั่นใจว่า โปรแกรมที่ใช้อยู่ มีความปลอดภัยเพียงพอ

 

ด้วยเหตุนี้ เหล่าแฮกเกอร์ก็ได้สังเกตเห็น และใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการค้นหาช่องโหว่จากโปรแกรมที่เราใช้ ๆ กัน ซึ่งแน่นอน ตอนนี้ก็คือ Zoom ด้วยวิธีการอันสุดแสนจะธรรมดา ก็คือ การดักจับการประชุมออนไลน์ เนื่องจากในเดือนที่ผ่านมามีการลงทะเบียนโดเมน เพื่อสมัครใช้งาน Zoom เป็นจำนวนมาก ถึงกว่า 400 โดเมน และแน่นอน เนื้อหา หรือ กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำกันผ่าน Zoom ก็โดน
แฮกเกอร์โจมตีไปเรียบร้อย (ในรายที่แฮกเกอร์ทำสำเร็จอ่ะนะ) ไม่ว่าจะเป็น Malware หรือ Adware ใหม่ๆ หลายๆ สายพันธุ์ หรือ พวกที่ชอบเปลี่ยนพื้นหลัง ก็อาจจะโดนแฮกเกอร์ขโมยข้อมูลแล้วปลอมแปลงในขณะที่กำลังประชุมอยู่ก็เป็นได้

 

ทางด้าน Microsoft เอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ก็ต้องทำตามขั้นตอน เพื่อป้องกันการโจมตีของภัยคุกคามต่าง ๆ และเพื่อเป็นการจำกัด การแพร่กระจายของ เหล่าบรรดา  Ransomwareหรือ Malware ไม่ให้ระบาดหนัก ทาง Microsoft จึงได้เริ่มปฏิบัติการจากอุตสาหกรรมโรงพยาบาลที่ใช้ VPN สาธารณะหรือการรีโมตแบบระยะไกลที่อาจทำให้เกิดอันตรายและดูสุ่มเสี่ยงหากมีการติดตั้งและดูแลอย่างไม่เหมาะสม โดยใช้การบังคับ UpdatePatch และ Checkpoint รวมถึงการแจ้งเตือนอย่างจริงจังและล็อคอุปกรณ์หรือเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยใดๆ เพราะไม่งั้นแล้ว หากไม่ใช้มาตรการนี้ อุตสาหกรรมโรงพยาบาลจะโดน Ransomware หรือ Malwareโจมตีและอาจจะโดนปิดระบบโดยที่ผู้ใช้งานเองไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

 

ทีนี้ ปัญหามันก็ไม่ได้จบแค่นั้น ยังมี Ransomware หรือ Malware บางประเภทที่ไม่ได้ตรวจเจอได้ในทันที เพราะบางที มันก็ไปนอนรออยู่ในเครื่องเรา วันใด วันหนึ่ง เปิดไปเจอ แต่เราไม่รู้ว่ามันคือไฟล์อะไร เผลอ Double click เข้าไป ทีนี้ก็งานเข้า ถ้าไม่มี Anti-Virus อยู่ที่เครื่อง ก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากการตัดตัวเองออกจากระบบเน็ตเวิร์ค เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องอื่นๆ ในระบบเครือข่ายของเราติดไปด้วย

 

ถึงแม้ว่า ในปัจจุบัน โปรแกรม Zoom จะมีการพัฒนาและอัพเดท Patch ความปลอดภัยแล้ว เราเองก็ต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยด้วย เช่น การกำหนดรหัสผ่านเข้าร่วมประชุม หรือ การมี Host เข้ามาดูแลในการประชุมนั้น ๆ

 

แล้ววันนี้คุณคุยผ่าน Zoom ไปกี่รอบแล้ว? แน่ใจมั้ยว่า ข้อมูลที่คุยไปแล้ว ยังเป็นความลับระดับองค์กรอยู่ หรือ ตอนนี้ ข้อมูลนั้นรั่วไหลออกไปเรียบร้อยแล้ว?

 

Zoom อาจไม่ใช่โปรแกรมสำหรับ ประชุมออนไลน์แบบ Video Conference ที่ดีที่สุด หรือ ปลอดภัยที่สุด ดังนั้น นอกจากการใช้โปรแกรมถูกลิขสิทธิ์ และโปรแกรมที่เป็นมาตรฐานแล้ว เราก็ควรที่จะต้องป้องกันตัวเองด้วยเช่นกัน อย่างเช่น การมีตัวช่วยสำหรับ Scan Virus หรือ มาตรการป้องกันอื่น ๆ ลองปรึกษา IT ที่คุณรู้จักดูก็ได้ ว่าวิถีชีวิตแบบนี้ เราควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

 

ความจริงเกี่ยวกับ Hacker ที่คุณไม่คาดคิด!

เมื่อพูดถึง Hacker เราจะคิดว่า คือกลุ่ม หรือ คนที่จ้องเจาะกลไกการรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายต่าง ๆ ซึ่งมักจะคิดไปในแง่ลบก่อนเสมอ แต่ความจริงแล้ว Hacker เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจในระบบคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการอย่างสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครือข่าย , ระบบปฏิบัติการ  จนสามารถเข้าใจว่าระบบมีช่องโหว่ตรงไหน หรือสามารถไปค้นหาช่องโหว่ได้จากตรงไหนบ้าง อันที่จริงแล้ว ความหมายดั้งเดิมของแฮกเกอร์ก็คือ เซียนคอมพิวเตอร์หรือผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ เช่น แฮกเกอร์ภาษาซี หมายถึงคนที่เก่งภาษาซีอย่างมาก ดังนั้นแฮกเกอร์จึงเป็นคำชื่นชมหรือยกย่อง แต่ต่อมา ความหมายของแฮกเกอร์ผิดเพี้ยนกลายเป็นนักเจาะระบบหรือผู้ที่สร้างความเสียหายให้คอมพิวเตอร์ ซึ่งแต่เดิมเราเรียกผู้โจมตีคอมพิวเตอร์ว่า แครกเกอร์ (Cracker) แต่ในช่วงหลัง เราแทบไม่ได้ยินคำว่าแครกเกอร์อีกเลย อาจเป็นเพราะคำนี้เหมือนกับแครกเกอร์ที่หมายถึงขนมปังกรอบ จึงเหลือแต่คำว่าแฮกเกอร์ที่เราได้ยินคุ้นหูในทุกวันนี้

 

คุณรู้หรือไม่ว่า Hacker ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท อันได้แก่ White Hats, Black Hats และ Grey Hats ถ้าเอาแบบเหมารวม Hacker ก็คือพวกที่มีเป้าหมายที่ร้ายกาจ แอบแฝงอยู่ แต่คุณเชื่อหรือไม่ มี Hacker จำนวนไม่น้อย ที่ยกย่องตัวเองว่าเป็น White Hats Hacker จำนวนไม่น้อยก็ประมาณ 300,000 คนทั่วโลก

 

White Hats Hacker เป็นที่รู้จักกันในนามของแฮกเกอร์ที่มีจริยธรรม พวกเขาจะเน้นไปที่การเจาะระบบเพื่อป้องกันระบบคอมพิวเตอร์หาช่องโหว่ของระบบ หรือองค์กร ก่อนที่พวก Black HatsHacker จะมาเจาะเข้าสู่ระบบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือทางการเงินแรงจูงใจในการทำลายล้างหรือเจตนาร้ายอื่น ๆ ส่วน Gray Hats Hacker จะเป็นบุคคลที่เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกันกับ White Hats Hacker  และ Black HatsHacker  นั่นแหละแต่ Gray Hats Hacker นั้นจะอาศัยท่องโลกอินเตอร์เน็ตและเจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเตือนผู้ดูแลว่าระบบของพวกเขากำลังถูกแฮก จากนั้น Gray Hats Hacker  จะเสนอที่จะซ่อมแซมระบบให้ โดยต้องเสียค่าใช้จ่าย

(แหม ทำทีมาดีนะ แต่ก็มีเป้าหมายจะเอาเงินเขานั่นแหละย่ะ)

 

ถ้าอย่างนั้น Hacker ก็สามารถที่จะเป็นคนดีได้?

ใช่พวกเขาสามารถเป็นคนดี และทำได้อย่างแน่นอน มีข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับ Hacker ว่าพวกเขาคือกลุ่มผู้เสียสละ และทุ่มเทอย่างมหาศาล (โอ้โห ดูยิ่งใหญ่) แม้ว่า จะมาจากแรงจูงใจที่ (อาจ) ผิดกฎหมาย แต่ในทางกลับกัน การกระทำของเขากำลังเป็นการให้บริการที่เป็นประโยชน์  เพราะสุดท้ายแล้ว ในทุก ๆ ครั้งที่มีการ Hack ข้อมูลไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ (แต่ส่วนใหญ่ก็คือสำเร็จนะ) จะทำให้องค์กร หรือ โปรแกรมที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ รับทราบถึงช่องโหว่ที่เกิดขึ้น และทำให้เกิดการพัฒนา และหาช่องทางในการป้องกันกันต่อไป ถึงแม้ว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงจะมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ตาม

 

แล้วเราจะต้องทำอย่างไร?

เมื่อคุณเข้าใจประเภทของ Hacker แล้ว คุณก็จะสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณระบุภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงโอกาสในการใช้ประโยชน์จากการ Hacker เพื่อปกป้องธุรกิจของคุณได้ และหากคุณยังไม่ได้ ติดตั้งหรือลงโปรแกรมสำหรับตรวจจับ และตรวจสอบไวรัส เพื่อป้องกันภัยคุกคามเบื้องต้น จากเหล่า Hacker และรวมถึงการทำให้ธุรกิจของคุณปลอดภัยจากอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งเราจะต้องมั่นใจว่าจะต้องมีโซลูชั่นการป้องกันในระดับ EndPoint ที่แข็งแกร่งซึ่งจะต้องใช้การกรอง ภัยคุกคามแบบ Real Time และการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อป้องกันการโจมตีที่เกิดขึ้นแบบใหม่ๆ

ซึ่งเราขอแนะนำ Webroot® Business Endpoint Protection ซึ่งเป็นโปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รันระบบ Windows และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ เวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) เป็นระบบป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบ Cloud-based รูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ Endpoint Protection ที่จะให้คุณสามารถ ปกป้องเครื่องของคุณได้อย่างดีเยี่ยมจากภัยคุกคามที่หลากหลาย อาทิ ไวรัส (Virus) มัลแวร์ (Malware) โทรจัน (Trojan) การล่อลวง (Phishing) มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สปายแวร์ (Spyware) การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Browser-based Attacks) มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ (Cryptojacking) ด้วยการทำงานแบบ Cloud based 100%  จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

นอกจากนี้ เมื่อ Webroot พบไฟล์หรือโพรเซสใหม่ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นภัยคุกคาม Agent ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์จะติดตาม และบันทึกการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ถ้าพบว่าไฟล์หรือโพรเซสดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์ Agent ก็จะกำจัดมัลแวร์ทิ้งและย้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบที่เกี่ยวข้องให้กลับไปอยู่ในสถานะก่อนที่จะติดมัลแวร์

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

 

5 เคล็ดลับในการปรับปรุงธุรกิจในโลกไซเบอร์

หน่วยงานทหารสูงสุดนิยมทำงานกันในรูปแบบสำรอง หรือเรียกว่า “Two is one and one is none.” ในแง่ของโลกไซเบอร์ การสำรองข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญ หลักการที่นิยมใช้ในการสำรองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลกรณีเกิดความเสียหายเรียกว่า “3-2-1 backup rule” ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมักใช้กลยุทธ์ทางทหารเมื่อต้องการความยืนหยุ่นทางโลกโลกไซเบอร์ที่เรียกว่าการป้องกันเชิงลึก

 

“Defense in depth” การป้องกันในเชิงลึกเป็นวิธีการที่ดีสําหรับการปกป้องสภาพแวดล้อมไอที สามารถรู้ว่าแฮกเกอร์มักจะใช้กลยุทธ์การหลบหลีกเพื่อบุกรุกการ ดังนั้นการป้องกันหลายชั้นมีความจําเป็น หรือการป้องกันในเชิงลึก เพื่อลดระดับความเสียหาย Webroot ได้รวบรวม 5 เคล็ดลับสำหรับการปรับปรุงความยืดหยุ่นในโลกไซเบอร์โดยใช้วิธีการ Defense in depth

 

เคล็ดลับที่ 1 สร้างแนวป้องกันที่ชัดเจน

แฮกเกอร์มันจะใช้วิธีการส่งไฟล์หรือการเข้ารหัสสคริปต์โจมตี เพื่อหลีกเลี่ยงไฟร์วอลล์และซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส webroot กำลังเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่เพื่อตรวจจับป้องกันการโจมตีแบบนี้ได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

เคล็ดลับที่ 2 เสริมกำลังการป้องกันด่านแรก(ผู้คน)

แฮกเกอร์ใช้วิธีการโจมตีแบบ phishing attacksคือการหลอกให้พนักงานกดลิ้งหรือหน้าเว็ปที่ไม่ปลอดภัยเพื่อโขมยข้อมูล Webroot มีการจัดอบรมด้านความปลอดภัยเสริมความรู้ให้พนักงาน

 

เคล็ดลับที่ 3 การเชื่อมต่อ DNS ที่ปลอดภัย

Webroot มีโซลูชั่นความปลอดภัย DNS บนคลาวด์ช่วยให้ธุรกิจสามารถบังคับใช้นโยบายการเข้าถึงเว็บและหยุดการคุกคามที่เครื่อง Client ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อ

 

เคล็ดลับที่ 4 สร้างและปรับใช้กลยุทธ์การสำรองข้อมูล

ไม่ว่าระบบของเราจะปลอดภัยแค่ในแต่จุดอ่อนที่สุดคือคน การสำรองข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญและกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเช่นไฟไหม้หรือเหตุการร้ายแรงอื่นๆ ก็ยังสามารถทำงานต่อได้โดยใช้ข้อมูลสำรองนี้

 

เคล็ดลับที่ 5 ต้องมีกรซ้อมการกู้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

การสำรองกู้ข้อมูลว่าสำคัญแล้วแต่การกู้คืนสำคัญยิ่งกว่า ในบางธุรกิจการทำให้ระบบชงักเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลถึงยอดขายของบริษัทได้ ระยะเวลาการกู้คืนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

ที่มาข่าว: Click !

สนใจผลิตภัณฑ์โปรแกรมสแกนไวรัสหรือต้องการผู้ดูแลออกแบบระบบไอทีเรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

  02-2479898 ต่อ 87 

 

WatchGuard จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด