
TGR Haas F1 Team ทีมแกร่งคนเก่ง กับหน้างานที่ท้าทายขั้นสุด
สำหรับคอกีฬาความเร็วที่ตามข่าว F1 Thailand GP ในช่วงเดือนที่ผ่านมา คงได้ตื่นเต้นกับข่าวการเซ็น MOU ระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กับ Formula 1 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน F1 อย่างเป็นทางการภายในปี 2028 โดยมีการเล็งพื้นที่ “จตุจักร” ไว้เป็นสนามแบบ Street Circuit
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดในช่วงต้นเดือนเมษายน 2026 ก็เริ่มมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาให้ความเห็นว่า การจัดงานระดับโลกเช่นนี้จำเป็นต้องพิจารณาความคุ้มค่าของงบประมาณและผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับอย่างรอบด้าน รวมถึงต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ไม่ว่าบทสรุปของ F1 Thailand GP จะเป็นอย่างไร แต่ในมุมของคนไอทีอย่างเรา สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ “เบื้องหลังความเร็วของรถแข่ง คือความเร็วและความเสถียรของ Data” และหากประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจริง เราไม่ได้ต้องการแค่สนามแข่ง แต่เราต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่รองรับงานระดับโลกได้อย่างดีอีกด้วย
ซึ่งจากข่าวทำให้แอดนึกถึง Case Study ล่าสุดจาก Ruckus Networks ที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบ Network ให้กับทีม TGR Haas F1 Team (Toyota Gazoo Racing Haas F1 Team) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมแข่งที่ทาง บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น (SINGHA) ประกาศเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ระดับโลก 3 ปีตั้งแต่ฤดูกาล 2026–2028 โดยโลโก้ “สิงห์” จะอยู่บนรถ VF‑26 และชุดนักขับตลอดฤดูกาล 2026
เบื้องหลังสนามแข่ง ทำไมต้อง “Wi-Fi 7” และทำไมต้อง “Ruckus Networks”
สำหรับทีมนักแข่งระดับโลกอย่าง TGR Haas F1 Team การใช้งานระบบเครือข่ายไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป แต่มันคือ “Race-Critical Infrastructure” เพราะทุกอย่างในทีม ตั้งแต่ Telemetry data, เซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพรถ, ระบบยาง ไปจนถึงวิดีโอฟีดและเครื่องมือจำลองสถานการณ์ ล้วนต้องพึ่งพาข้อมูลแบบ Real-time ทั้งสิ้น
ความท้าทายที่ Ruckus เข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อแก้ปัญหา คือ “การจัดการ WiFi ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่โหดร้ายขั้นสุดของ Radio Frequency (RF) ในสนามแข่ง” ทั้งนี้จะพบว่าในสนามแข่งแต่ละแห่งเป็นพื้นที่ที่แออัดที่สุดในเชิงเครือข่ายไร้สาย มีอุปกรณ์นับร้อยพันแย่งกันใช้คลื่นความถี่ ยิ่งไปกว่านั้น คือความท้าทายด้าน Logistics ที่ต้องมีการประกอบ ติดตั้ง และถอดถอนอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานได้ทันทีในเวลาจำกัด
ความท้าทายที่ Ruckus เข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อแก้ปัญหา คือ “การจัดการ WiFi ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่โหดร้ายขั้นสุดของ Radio Frequency (RF) ในสนามแข่ง” ทั้งนี้จะพบว่าในสนามแข่งแต่ละแห่งเป็นพื้นที่ที่แออัดที่สุดในเชิงเครือข่ายไร้สาย มีอุปกรณ์นับร้อยพันแย่งกันใช้คลื่นความถี่ ยิ่งไปกว่านั้น คือความท้าทายด้าน Logistics ที่ต้องมีการประกอบ ติดตั้ง และถอดถอนอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานได้ทันทีในเวลาจำกัด
Ruckus Solution เมื่อ WiFi ที่ดีคือหนึ่งในกุญแจสู่ชัยชนะ
ในสภาพแวดล้อมที่ Radio Frequency (RF) เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีความหนาแน่นสูง ทีม TGR Haas F1 Team ไม่ได้ต้องการแค่ Wi-Fi ที่เร็ว แต่ต้องการ Wi-Fi ที่ “เสถียร” ที่สุด และนี่คือสิ่งที่ Ruckus สามารถให้สิ่งที่ทีมต้องการได้
- Wi-Fi 7 Capability (Ruckus R770 & T670): สำหรับทีมแข่ง ประสิทธิภาพของ Wi-Fi 7 ไม่ได้วัดกันที่ความเร็วสูงสุด (Peak Speed) เพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือความเสถียรภายใต้สภาวะที่มีการรบกวนของสัญญาณสูง การใช้ Ruckus R770 (Indoor AP) และ Ruckus T670 (Outdoor AP) ช่วยให้ทีมสามารถทำงานบนแพลตฟอร์มของทีมแข่ง ทำให้มั่นใจว่าข้อมูล Telemetry และการเชื่อมต่อต่างๆ ทำงานไหลลื่นแม้ในพื้นที่ที่สภาพแวดล้อมไม่เป็นใจที่สุด
- Multi-Link Operation (MLO): จุดเด่นที่สำคัญของ Wi-Fi 7 ที่ช่วยยกระดับความยืดหยุ่นให้เหนือไปกว่าเดิม นั่นคือเทคโนโลยี MLO ซึ่งจะช่วยให้อุปกรณ์สามารถสื่อสารข้อมูลผ่านหลาย Radio หรือหลายคลื่นความถี่ได้พร้อมกัน ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือ หากคลื่นช่องหนึ่งได้รับผลกระทบจากสัญญาณรบกวน ระบบจะยังมีช่องคลื่นอื่นในการรับส่งข้อมูลแทนที่ทันที สิ่งนี้ช่วยลดจำนวนครั้งในการรับส่งข้อมูลซ้ำ (Retries) และทำให้ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อมีความเสถียรแม้สภาพแวดล้อม RF จะแปรปรวนตลอดเวลา
- Ruckus One (AI-Driven Management): การเป็นผู้ดูแลระบบที่ต้องย้ายสนามแข่งไปทั่วโลกทำให้เกิดความท้าทายเรื่องการปรับจูนสัญญาณ Ruckus AI เข้ามาเป็น Backbone ที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นด้วย AI-RRM (Radio Resource Management) ที่สามารถตรวจสอบภาพรวมและสภาพแวดล้อมของ Network แบบ Real-time ไม่ว่าจะเป็นสนาม Street Circuit ที่มีความท้าทายสูงหรือสนามถาวร ระบบจะทำการปรับจูนช่องสัญญาณและแก้ไขปัญหาที่ติดขัดโดยอัตโนมัติ ทีมงานจึงไม่ต้องคอยปรับจูนด้วยมือ (Manual re-tuning) และลดงานแบบ “ดับไฟด่วนๆรายวัน” ไปได้อย่างมาก
ผลลัพธ์ต้องพิสูจน์ได้
หลังจากเปลี่ยนมาใช้ Ruckus ระบบ Network ของทีม TGR Haas F1 Team ก็แสดงประสิทธิภาพ ผ่านการวัดผลที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็น
- ลดปัญหาจุกจิก: จำนวน Incident หรือการเปิด Ticket ภายในทีมงานเพื่อแก้ปัญหาเครือข่ายลดลงถึง 15%
- ความเร็วที่เพิ่มขึ้น: ค่า Throughput ในการใช้งานเน็ตเวิร์ค เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 20%
การทำงานที่ไร้รอยต่อ: ความเสถียรและความเร็วของการ Roaming ดีขึ้น 20% ลดปัญหาเครือข่ายหลุดเวลาเดินจาก Garage ไปยัง Motorhome ได้อย่างเห็นผล
ความพร้อมคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
หากวันหนึ่งวันใดประเทศไทยได้จัด F1 จริงๆ โจทย์ที่แอดมองว่าต้องเตรียมตัวไม่ใช่แค่เรื่องผังสนาม สภาพสนาม พื้นที่ดูของผู้ชม หรือแม้กระทั่งที่จอดรถ แต่คือการสร้าง “Digital Backbone” ของงานที่จะต้องไม่มีคำว่าล่มหรือสะดุดเป็นอันขาด
Case Study ของ TGR Haas F1 Team เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไม่ว่าจะเป็นสนามที่ยากแค่ไหน หรือสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายอย่างไร หากเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่วางแผนมาดี (Well-planned Infrastructure) และเลือกใช้เทคโนโลยีที่รองรับอนาคต (Future-proof) เราก็พร้อมที่จะแข่งขันในระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ด้วยพอร์ต 25GbE SFP28 สูงสุด 8 พอร์ต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระหว่าง access และ aggregation พร้อมรองรับการขยายระบบในอนาคต
ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้ยังคงผสานการทำงานกับระบบบริหารจัดการเดิมของตระกูล RUCKUS ICX 8200 ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้องค์กรสามารถอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายได้อย่างคุ้มค่าและราบรื่น
อ้างอิงข่าวสาร : https://www.ruckusnetworks.com/resources/case-studies/tgr-haas-f1-team/
สำหรับองค์กรใดที่ต้องการยกระดับ Network ให้มีความเสถียรและฉลาดระดับเดียวกับทีม F1 ไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์ขนาดใหญ่, ออฟฟิศยุคใหม่, หรือโรงงานอัจฉริยะ ออพติมุส (Optimus) ตัวแทนจำหน่าย Ruckus Networks ในประเทศไทย พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ทำให้ทุกการเชื่อมต่อไม่มีสะดุด ติดต่อพวกเราได้ที่ฝ่ายการตลาด
โทร : 02-2479898 ต่อ 87
Email : marketing@optimus.co.th
Line : optimusthailand


เขียนโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์









