FIREWALL ที่คุณเสนอ ป้องกัน RANSOMWARE ได้ป่ะ


คุณตอบคำถามนี้กับลูกค้าไปว่าอย่างไร ?

เป็นคำถามยอดฮิตอีกคำถามหนึ่ง ซึ่งคุณอาจจะเคยได้ยินคำโฆษณา Firewall ที่ผู้ขายเคลมว่า มี Antivirus ในตัว และมีสรรพคุณอีกต่าง ๆ นา ๆ ที่ช่วยป้องกัน Ransomware ได้

● ใคร ๆ ก็อยากซื้อนมผงที่กินแล้วลูกฉลาด

● ใคร ๆ ก็อยากกินยาเม็ดเดียวแล้วหายปวดหัว

ยังเคยมีลูกค้าถามผมว่า “มีมั้ย โปรแกรมสแกนไวรัสที่มันวิ่งไปฆ่าไวรัสทุกเครื่องทั้งระบบเลย”

เพราะเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายกว่าเวลาที่ผู้ขายอธิบายว่า Solution = Product และลูกค้าก็ยอมรับแนวคิดนี้ได้ค่อนข้างง่าย มโนไปไกลว่า ซื้อ Firewall มาตั้ง แกะกล่องแล้วเสียบปลั๊ก Ransomware มันจะไม่เข้ามาใกล้ระบบอีกต่อไป             

เอิ่ม…Firewall นะครับ ไม่ใช่อาร์ทควัน

ในความเป็นจริง มีแต่ปัญหาง่าย ๆ เท่านั้นที่ Solution = Product กล่าวคือ ถ้าฉีกซอง เทใส่ชามตามด้วยน้ำเดือด นั่งรอ 3 นาที แล้วหวังว่าสิ่งที่อยู่ในชาม มันจะพองออกมาเป็นหมี่เกี๊ยวปูหมูแดงโปะไข่ออนเซ็น ก็แนะนำให้คุณห่าง ๆ การ์ตูนโดเรม่อนซักระยะนะครับ

Demand ที่ซับซ้อน ปัญหายาก ๆ ไม่สามารถรับมือได้ด้วย Product เพียงตัวเดียวครับ

Ransomware เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ผู้ร้ายใช้ความรู้และความพยายามสร้างมันขึ้นมา การจะรับมือจึงต้อง Integrate เครื่องมือหลายอย่างมาทำงานเป็นขบวนการป้องกันที่ได้ผล

Ransomware ส่วนใหญ่ส่งมาทาง e-mail การป้องกัน Ransomware ที่มีประสิทธิภาพ จึงเริ่มจาก SpamBlocker ที่เก่ง ซึ่งวิธีการส่ง Ransomware ของผู้ร้ายเป็นลักษณะการส่ง Spam mail จึงทำให้ SpamBlocker สามารถกำจัด Ransomware ที่มากับ Spam mail ออกไปได้เป็นจำนวนมาก

การสแกน Attach file ที่มากับ e-mail ที่ระดับ Mail server ก็ได้ผลดีมาก ซึ่ง Scan Engine ก็มีทั้งแบบ Signature base, แบบ APT sandbox, และเดี๋ยวนี้ไปไกลถึงขั้น Scan engine มีความคิดแบบ AI แยกแยะไฟล์ดีออกจากไฟล์ Malware ได้เองแล้ว

Ransomware เกือบทั้งหมด จะถูกกำจัดออกด้วย 2 ขบวนการนี้ (Spam และการสแกน Attach file) จาก 100 เหลือไม่ถึง 5 ที่หลุดรอดไปชั้นถัดไปได้

แม้ Ransomware จะมาถึง Mailbox ของผู้ใช้ แต่ผู้ใช้ที่ได้รับการฝึกให้ระวังตัว ไฟล์ประหลาดพวกนี้ก็จะถูกผู้ใช้ลบทิ้งในทันที ระบบก็รอดปลอดภัยเช่นกัน

ถ้าเกิดผู้ใช้หลับหูหลับตาคลิกมันไปเรื่อย ก็ยังมี Antivirus บนเครื่อง client ที่อาจจะตรวจจับและหยุดการทำงานของ Ransomware ได้

Ransomware อาจจะไม่ได้แนบเป็นไฟล์มากับ e-mail แต่เป็นข้อความที่บอกให้ไปคลิกโหลดไฟล์จากเน็ตอีกที แบบนี้ Firewall ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้ผู้ใช้โหลดไฟล์มาที่เครื่องได้ เป็นการทำงานร่วมกันของ WebBlocker และ Antivirus บน Firewall

ถ้า Ransomware หลุดรอดเข้ามาในเครื่องและเริ่มทำงานได้ Firewall ที่ config ได้อย่างถูกต้อง ก็ป้องกันไม่ให้ Ransomware ติดต่อกลับไปยัง Command center ของผู้ร้ายเพื่อส่ง Private key (กุญแจถอดรหัสไฟล์) กลับไปให้ผู้ร้าย แบบนี้ Ransomware หลายตัวก็จะไม่เริ่มทำงานเช่นกัน

สมมติว่า Ransomware เริ่มทำงานได้ และเริ่มเข้ารหัสไฟล์แล้ว ถ้า File server ตั้งอยู่หลัง Firewall อย่างน้อยก็มี Log จาก Firewall ที่จะฟ้องว่า Client เครื่องไหนที่มี Ransomware อาศัยอยู่ เราก็สามารถกำจัดเครื่องนั้นออกจากระบบได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องกังวลว่า จะโดนอีกมั้ย

มาตรการสุดท้าย แม้ไฟล์จะถูกเข้ารหัสทั้งหมด ก็แค่เอา File backup ของเมื่อคืนกลับมา ก็เสียหายแค่ครึ่งวันที่ไม่มี Backup เท่านั้นเอง

การป้องกัน Ransomware จึงเท่ากับ SpamBlocker engine + Mail antivirus scan + User training ที่สม่ำเสมอ + Client antivirus scan + WebBlocker + Firewall log/report engine + Data backup

Solution ที่ใช้จัดการกับ Ransomware จึงหมายถึง Framework อันเกิดจาก Integration ของ Product หลาย ๆ ตัว ที่ถูกจับมาทำงานร่วมกันโดยมืออาชีพ ที่เข้าใจหลักการทำงานและวิธีไล่จับ Ransomware

Firewall ไหนป้องกัน Ransomware ได้ คุณรู้คำตอบหรือยัง !!



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา

02-2479898 ต่อ 87

marketing@optimus.co.th

@optimusthailand

OPT-Care โดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

เอ่า…FIREWALL มันไม่ใช่แบบนี้เหรอ (ยังไม่จบ มาเรื่อย ๆ)

คิดว่า : ตอนนี้เราออกเน็ตผ่าน Firewall แล้ว เราจะไม่โดนโจมตีจากอินเตอร์เน็ตแล้ว เราปลอดภัยแล้ว
 
ความจริง: 
 
Firewall ไม่ใช่เครื่องกรองน้ำนะครับ ข้อมูลที่ไหลผ่าน Firewall แล้วมันจะกรองสิ่งสกปรก ดูดไวรัสออกไป ไม่ใช่แบบนั้นครับ
 
Firewall เป็นเหมือนจักรเย็บผ้า ที่ไม่มีช่องใส่ผ้า-ด้าย-กระดุม-ซิป ที่ด้านหนึ่ง กดปุ่ม แล้วไปรอรับกางเกงจากอีกช่องหนึ่ง และถ้าเราได้ช่างตัดเสื้อที่ไม่เก่ง ต่อให้จักรเย็บผ้าเก่งแค่ไหน ยี่ห้อดีล้ำเลิศแค่ไหน กางเกงก็ขาไม่เท่ากันได้นะครับ ซึ่งจะไปโทษผู้ผลิตจักรเย็บผ้า หรือจะเปลี่ยนเป็น
จักรเย็บผ้ายี่ห้ออื่น ผลที่ได้ก็ยังเป็นกางเกงขาไม่เท่ากันเหมือนเดิมครับ
 
จักรเย็บผ้าต้องการช่างเย็บผ้า Firewall ก็ต้องการผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นผู้ Operate นะครับ อย่ามองหาแต่ Firewall ที่ยอดเยี่ยม แต่ต้องมองหา Operator ที่เชี่ยวชาญด้วย ที่สำคัญ Firewall ไม่ใช่เครื่องกรองน้ำ ข้อมูลไหลผ่าน Firewall ก็ยังสามารถสกปรกและเป็นอันตรายได้ 
 
มีดไม่ได้ผ่า หมอเป็นคนผ่า
 
เลื่อย-ค้อนไม่ได้สร้างเฟอร์นิเจอร์ ช่างเป็นคนสร้าง
 
เขียนนวนิยายมาจากผู้ประพันธ์แน่ ๆ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะถูกร่างบนกระดาษยี่ห้อไหน
 
Firewall ไม่ได้สร้างความปลอดภัย Operator ที่นั่งข้างหลังคือคนที่เราต้องให้ความสำคัญ
 
 
คิดว่า : Firewall ของเราเซ็ตโดยคนที่เก่งมาก ผ่านมาปีนึงแล้ว ไม่ต้องปรับแก้อะไรเลย สบายใจเลยแบบนี้
 
ความจริง:
 
ระบบที่อยู่หลัง Firewall ก็เปลี่ยน มีการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ อัพเกรดเวอร์ชั่นของซอฟต์แวร์ อัพเกรด OS เปลี่ยนวิธีการ Access มีการเพิ่มบริการ ฯลฯ ในขณะเดียวกัน ผู้ร้ายก็พัฒนาวิธีใหม่ ๆ มาได้ทุกวัน แต่การป้องกัน ไม่เคยเปลี่ยน ใช้วิธีเดิม ความปลอดภัยมันจะเกิดได้จริงเหรอครับ
 
การที่ระบบทำงานได้ราบรื่น Firewall ไม่แสดง Log อะไรเลย Antivirus หรือ Endpoint security ไม่เคยแจ้งเตือนอะไร แปลได้ว่า ระบบทำงานปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้ร้ายไม่ได้อยู่ในระบบ ไม่แตกต่างจากระบบกันขโมยที่ตรวจจับความเคลื่อนไหวของโจรไม่ได้
 
ให้เวลาตกใจแป๊บนึงครับ…..
 
• ถ้าคุณเป็นโจร คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง
 
– ปล้นสะท้านเมือง เลือกธนาคารระดับประเทศ งานเดียวร้อยล้าน อาจเสี่ยงถึงขั้นต้องยิงต่อสู้ จับตัวประกัน และหนีออกนอกประเทศ
 
หรือ
 
– ปล้นเล็ก ๆ เงินไม่มาก แต่เหยื่อไม่รู้ตัว ปล้นแล้ว กลับมาปล้นซ้ำได้อีก จนกว่าเหยื่อจะรู้และเริ่มป้องกันตัว โจรก็แค่เลิกปล้นเหยื่อรายนี้ แล้วไปปล้นเหยื่ออื่น ปล้นเอาเงินแค่หลักหมื่น ปล้นเหยื่อทีละพันราย ก็ได้หลายล้านในเวลาไม่กี่วันเหมือนกัน
 
พอจะเข้าใจนะครับ โจรทุกวันนี้ เลือกที่จะปล้นเล็ก ปล้นเงียบ ปล้นหลายราย ดังนั้น โจรก็อยากจะให้ระบบของคุณสงบนิ่ง ไม่แสดงปัญหาอะไร ทำงานได้อย่างราบรื่น เพื่อเขาจะได้กลับมาปล้นซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ โจรเดี๋ยวนี้รู้จักคิดเรื่องกำไร-ขาดทุน การล่มระบบของเหยื่อคืองานที่ยากและไม่ได้เงิน จะทำไปทำไม ?
 
 
เมื่อมีโจรเข้าระบบ !
 
เวลามีการค้นพบว่า ข้อมูลถูกขโมย หรือมีการลักลอบเข้าระบบ คำถามยอดฮิต มี 2 คำถาม “โจรเข้ามาทางไหน” และ  “โจรเอาข้อมูลอะไรไปบ้าง”
 
แต่คำถามที่เหยื่อมักไม่ค่อยให้ความสนใจ คือ “โจรเข้าระบบมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เพราะคนมักจะคิดว่า โจรเข้ามาแค่ครั้งเดียว แล้วเราก็พบกับความเสียหายเลย จริง ๆ แล้ว โจรเข้ามาหลบซ่อนในเซิร์ฟเวอร์ และ Copy ข้อมูลหรือฝัง Malware เอาไว้ตั้งนานแล้ว แถมยังเปิดช่องให้โจรอื่น ๆ เข้ามาในระบบได้ง่ายอีกด้วย นี่คือสิ่งที่มักไม่รู้กัน จนวันหนึ่ง มีโจรที่ซุ่มซ่าม สร้างความเสียหายให้กับระบบ นั่นแหละครับ คือวันที่เหยื่อเริ่มรู้ตัว 
 
 
 
 
 
นอกจากนี้ แม้เราจะรู้ตัวแล้ว เรารู้ทางเข้าของโจรแล้ว และอาจจะรู้แล้วด้วยว่า โจรเอาข้อมูลอะไรไปบ้าง เราก็มักจะไม่ได้ค้นเพิ่มต่อว่า โจรได้เปิดช่องทางการเข้าระบบอื่น ๆ เอาไว้อีกหรือไม่ เพราะโจรจะกลับมาเอาข้อมูลอยู่เรื่อย ๆ ครับ
 
โจรลงมือแต่ละครั้ง ได้เงินเป็นจำนวนมากบ้าง (หลายล้าน) น้อยบ้าง (ไม่กี่หมื่น) ผู้ร้ายไม่ขี้เกียจนะครับ แต่ขยันมากอีกต่างหาก
 

การ Revisit ของผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจดู Log, มา Reconfigure หรือ Apply new method ของ Firewall เป็นเรื่องจำเป็นครับ และควรทำทุก 6 เดือน เพราะคนที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ร้ายโดยตลอด ก็คือ Security expert นี่แหละครับ เราก็ต้องทำให้ Firewall และผู้เชี่ยวชาญ ได้มาเจอกันบ่อย ๆ ครับ 



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา

02-2479898 ต่อ 87

marketing@optimus.co.th

@optimusthailand

OPT-Care โดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

เอ่า…FIREWALL มันไม่ใช่แบบนี้เหรอ

คิดว่า: Firewall มีเอาไว้ป้องกันไวรัสเข้าระบบ

ความจริง : มันก็มีส่วนจริง แต่ภาพมันเล็กมากครับ เหมือนซื้อที่ล็อคเกียร์เพื่อเอามาล็อคเกียร์ ก็เพ่งกันเข้าไปตรงกระปุกเกียร์ จอดรถทิ้งไว้หน้าบ้าน โจรยังไม่มา ไฟแนนซ์มาก่อน ยกล้อหน้าแล้วลากรถไปทั้งคันซะงั้น 

เวลาเราพูดถึง Cybersecurity เราพูดถึงโจรกับการป้องกันทรัพย์สินของเรา อย่าง Ransomware นั่นไม่ใช่แค่ไวรัส มันคือเครื่องมือของโจร ส่งมาเอาทรัพย์สินของเรา โจรทำการบ้านมาเยอะ มาก และใช้หลายวิธีที่จะเอาทรัพย์สินของเรา เปลี่ยนนิยามของ Firewall ซะใหม่นะครับ Firewall คือวิธีหนึ่งในการรับมือกับโจร 

• อยากให้เข้าใจในภาพกว้างนะครับ Firewall มีไว้กันไวรัสก็ได้ แต่งานหลักของมันคือเอาไว้ป้องกันโจรครับ  

คิดว่า: เราต้องป้องกันไม่ให้โจรเข้าระบบ เราต้องหา Firewall ยี่ห้อสุดยอดที่สุดในตลาดมาใช้

ความจริง : ค้นรูปจาก Google ด้วยคำว่า Cyber kill chain นะครับ นั่นคือวิธีคิดและวิธีปฏิบัติของโจรเวลาจะบุกรุกระบบ ซึ่งไม่แตกต่างจากโจรงัดบ้าน ก็คือต้องมีการ Recon (Reconnaissance) คือ สำรวจดูลาดเลาก่อน โจรจะหาจุดอ่อนของระบบให้เจอและเข้าทางนั้น ดังนั้น การป้องกันที่เราจะทำกับระบบ ต้องไปเป็นแผงในหลาย ๆ จุด 

แนวคิดเดียวกันคือ เราหาระบบกันขโมยจัดหนักติดตั้งหน้าบ้าน แต่หลังบ้านไม่มีอะไรเลย โจรมา Recon ดูแล้ว โจรเลือกเข้าทางหลังบ้านแน่นอนครับ

ติดระบบที่หน้าบ้าน และหลังบ้าน โจรก็เข้าทางหน้าต่างได้นะครับ

ผมเคยเห็นโจรแกะกระเบื้องหลังคา ปีนเข้าบ้าน ยังมีเลย เสียแรงน้อยกว่าตัดเหล็กดัดซะอีก

การทำ Security ให้กับระบบ จึงเน้นที่การสำรวจหาจุดอ่อนและปิดให้หมด  มากกว่าการเสาะหาการป้องกันที่ล้ำเลิศในจุดใดจุดหนึ่งครับ Firewall เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ของ Security framework เท่านั้น ยังมี Antivirus บน Client มี Group policy หรือ User right assignment ที่เหมาะสม มีเรื่อง Resource access ที่องค์กรน่าจะหยิบมาพิจารณาและวาง Security framework ที่หนาแน่น

Security framework คือ Integration ของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย, เครื่องมือป้องกันที่หลากหลาย, ผู้ใช้, นโยบายขององค์กร, มาตรการและระเบียบปฏิบัติ, ผู้เชี่ยวชาญ มาทำงานร่วมกัน มากหรือน้อยก็แล้วแต่ แต่ความปลอดภัย ไม่ใช่ Firewall แค่ตัวเดียวแน่ ๆ ครับ เหมือนกับเราจะทำอาหารให้อร่อย มันไม่ใช่เพราะซีอิ๊วขวดเดียว ถูกมั้ยครับ ทุกอย่างมันต้องครบ มันถึงจะอร่อย

จุดสำคัญของ Security framework ซึ่งเป็นช่องทางที่โจรชอบใช้ที่สุด คือ ผ่านทาง User ครับ กรณี Security breach ใหญ่ ๆ เกิดมาจากความไม่ระแวงและไม่ตื่นตัวของคนทั้งนั้นเลย บางองค์กรไปเล่นใหญ่กับ Firewall แต่ไม่เคยอบรมพนักงานให้ตื่นตัว ก็รั่วกันเยอะแยะนะครับ

• นึกภาพเอาไว้ว่า บ้านที่ติดกันขโมยยี่ห้อแพงระดับแนวหน้า น่ากลัวน้อยกว่าบ้านที่เจ้าของบ้าน อยู่บ้าน ใส่ชุดยูโด และพกปืนพร้อมสู้ตลอดเวลา…เนอะ

คิดว่า: Firewall ที่เราซื้อนี่มันที่สุดของตลาดแล้ว ระบบของเราปลอดภัยแน่นอนแล้ว

ความจริง : ทุกผลิตภัณฑ์ ก็มีรูรั่วของตัวเองครับ ทำความรู้จักกับ CVE นะครับ (Common Vulnerabilities and Exposures) เขาเก็บรวบรวมและทำฐานข้อมูลของรูรั่วของผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุก ๆ คนนะครับ 

อยากรู้ว่า Firewall ที่คุณใช้อยู่ OS หรือเฟิร์มแวร์ของ Firewall มันมีรูรั่วมากแค่ไหน อ้างอิงจากที่นี่ครับ  ลองป้อนชื่อของ Vendor ที่เรารู้จักเข้าไปในช่อง Vendor search 

อ่าว…เฮ้ย Firewall ที่เราใช้ มัยมันมีรูรั่วเยอะแยะอย่างนี้วะ

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า ยี่ห้อไหนหรือรุ่นไหน ใครมีรูรั่วมากน้อยกว่ากัน แต่เราจำเป็นจะต้องอ่านเจาะเข้าไปที่ CVE แต่ละฉบับเพื่อดูว่า รูรั่วนั้น ทาง Vendor เขามี Patch แล้วหรือยัง และผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่นั้น เรารู้หรือเปล่าว่า การที่เราไม่ได้ใช้เฟิร์มแวร์ล่าสุด เรามีความเสี่ยงอะไร

คำว่า “สุดยอด” ไม่ได้มาจากรุ่นและยี่ห้อครับ มันอยู่ที่เฟิร์มแวร์ มันอยู่ที่ Config มันอยู่ที่ Integration ขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง มันก็เป็นไปอย่างที่ฝรั่งเขาใช้คำว่า “Lost integrity” นะครับ

• ยังมีอีกครับ เรื่องความเข้าใจของ Firewall ที่ผมเคยได้ยินมา สัปดาห์นี้เอาเท่านี้ก่อน



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา

02-2479898 ต่อ 87

marketing@optimus.co.th

@optimusthailand

OPT-Care โดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด