ผลิตภัณฑ์ WATCHGUARD มอบระบบการรักษาความปลอดภัย กับบริการใหม่ๆขององค์กร CCH

Our Approach

WatchGuard กับกรณีศึกษา City and County Healthcare Group (CCH)

ภูมิหลัง

City and County Healthcare Group (CCH) เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้รู้สึกเป็นอิสระเมื่ออาศัยอยู่ในบ้านของตัวเอง เมื่อ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา องค์กรมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการเจริญเติบโตขององค์กรและการเข้าซื้อกิจการ

CCH เริ่มจากการดำเนินงานในกรุงลอนดอนเพียงพื้นที่เดียว แต่จากการเข้าซื้อกิจการและการเติบโต ทำให้องค์กรขยายตัวไปทั่วประเทศอังกฤษและทางตอนเหนือของประเทศไอร์แลนด์ และนี่เองแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ และหมายความได้ถึงความท้าทายในประเด็น IT ที่องค์กรจะต้องพบเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เครือข่ายที่โตขึ้นของเครือข่ายที่แตกต่างกันด้านธุรกิจ

ปัญหา

ก่อนเกิดการขยายตัว CCH มีสาขา 12 สาขาที่ตั้งอยู่ใกล้กันในทางตะวันออกเฉียงใต้ และจากการขยายตัวที่เกิดขึ้น องค์กรจำเป็นจะต้องรักษาความปลอดภัยและความราบรื่นของระบบ IT ในขณะที่จะต้องใช้ทีมงานให้น้อยเท่าที่จะเป็นไปได้ องค์กรจึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนพื่อลดต้นทุนในด้านการจัดการ

และในวันนี้ กลยุทธ์ได้ถูกปรับให้สามารถควบคุมและสั่งการได้จากส่วนกลาง โดยในปี พ.ศ. 2554 องค์กรเลือกใช้แพลทฟอร์มในการจัดการของ Microsoft เป็นพื้นฐาน ประกอบด้วย Windows สำหรับ file and print services และ Exchange สำหรับ email และใช้ SQL Server เป็นพื้นฐานสำหรับ โปรแกรม PeoplePlanner ซึ่งเป็น web-based care management application

ด้วยข้อมูลในการทำงานและข้อมูลของผู้ใช้งานที่มีความสำคัญ นั่นหมายความถึงความต้องการในการปกป้องข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยหลักใน การพิจารณาในระดับต้นๆขององค์กร ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่องค์กรจะรีวิวในเรื่องของความสามารถในการรักษา ความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่จะนำมาติดตั้ง

ด้วยความต้องการ ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสูงสุด องค์กร CCH จึงทำการระบุโซลูชั่นที่ซึ่งสามารถติดตั้งได้ง่ายในแต่ละสาขา แต่สามารถที่จัดการได้จากศูนย์กลาง และยังต้องมั่นใจได้ถึงนโยบายในการรักษาความปลอดภัย

โซลูชั่น

ด้วยความช่วยเหลือของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งก็คือบริษัท Great Benefit องค์กร CCH เลือกใช้โซลูชั่นในการรักษาความปลอดภัยในหนึ่งเดียว (Next generation unified threat management (UTM) appliances) จากบริษัท WatchGuard และได้ติดตั้ง XTM 530 ไว้ที่ศูนย์ Data Center และติดตั้ง XTM 530 ไว้อีกตัวที่สำนักงานใหญ่ใน Wembley และเลือกติดตั้ง XTM 25-W เป็นตัวที่สองในศูนย์ Data Center เพื่อทำเป็น host สำหรับทำ recovery server ให้กับระบบหลัก

สำหรับสำนักงานสาขาในภูมิภาค บริษัท CCH เลือกใช้ XTM 22-W และ XTM 25-W และจะเพิ่มเติม XTM 26-W ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2556

ด้วย throughput ขนาด 3.5 Gbit ของผลิตภัณฑ์ WatchGuard XTM 530 ร่วมกับ firewall/VPN support ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ full packet inspection VoIP support optional application control และชุดการจัดการที่มีความง่ายและยืดหยุ่นในการใช้งาน

XTM 2 Series wireless appliances ถูกออกแบบให้สามารถรักษาความปลอดภัยสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือสาขาที่ซึ่ง ต้องการรักษาความปลอดภัยการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ซึ่งมารองรับเทคโนโลยี Dual-band 802.11/n ทำให้สามารถใช้งานเครือข่ายไร้สายได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีขององค์กร CCH ผลิตภัณฑ์ XTM 2 Series ยังทำหน้าที่เป็น endpoints for connecting a secure VPN tunnel กลับมายัง WatchGuard XTM protected network

ผลิตภัณฑ์รุ่น 22-W 25-W และ 26-W มี multiple wireless transmitters จึงทำให้องค์กร CCH สามารถติดตั้งระบบเครือข่าย guest wireless ในแต่ละสาขาในเครือข่ายไร้สายภายใน องค์กรใช้ SSID broadcast names เดียวกัน และทีมงานก็สามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังสาขาแต่ละสาขาได้อย่างไร้รอยต่อโดยไม่ ต้องมากำหนด wireless hotspot ใหม่

ด้วยพนักงานจำนวน 3 – 25 คนในแต่ละสาขาของ CCH เลือกใช้ MS Outlook หรือ Outlook Web Access ซึ่ง XTM 2 Series wireless appliances สามารถรักษาความปลอดภัยกับผลิตภัณฑ์ Microsoft ได้ รวมถึงรองรับการรักษาความปลอดภัยกับโปรแกรม PeoplePlanner การเข้าถึงเพื่อแชร์ข้อมูลบน Storage Area Network (SAN) ใน ศูนย์ datacenter ถูกทำผ่าน branch VPN

คุณ Clement Solis ตำแหน่ง IT Manager ของ CCH กล่าวว่า “เมื่อเราพิจารณาแล้ว และเราเลือกผลิตภัณฑ์ของ WatchGuard เพราะผลิตภัณฑ์นำเสนอคุณสมบัติที่ดีที่สุดและมีราคาต่อประสิทธิภาพที่ดีมาก” และกล่าวว่า “ จากการได้ทดลองใช้งานเป็นสิ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความง่าย และความตรงไปตรงมาจาก WatchGuard management server ที่สามารถทำงานกับออฟฟิสของเราที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ และใช้ทีมงาน IT ไม่มาก และเพราะว่าเรามีการใช้งานคุณสมบัติในการรักษาความปลอดภัยครบทุกคุณสมบัติ ทำให้เราสามารถลดต้นทุนของเราในการลงทุนในเซอร์วิสอื่นๆ”

สาขา โดยส่วนใหญ่ของ CCH เป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการของ CCH ดังนั้น WatchGuard appliances จึงถูกใช้เพื่อทดแทนกล่องของผู้ผลิตรายอื่นๆ และด้วยทีมไอทีที่มีอยู่น้อยในแต่ละสาขาและอยู่แยกจากกัน เราพบว่าผลิตภัณฑ์ของ WatchGuard พิสูจน์ให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพด้านต้นทุนและคุ้มค่ามาก และมีคุณสมบัติที่สามารถทดแทนผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่เดิมได้

คุณ Clement Solis กล่าวว่า “ผลิคภัณฑ์ WatchGuard มอบระบบการรักษาความปลอดภัยที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับออฟฟิสของเราทั้งหมด  ด้วยต้นทุนในการลงทุนที่ดี” และกล่าวอีกว่า “การติดตั้งก็ง่ายและเราสามารถทำการ preconfigured ผ่าน management server และเครื่องมือ centralized management tools ทำให้เราง่ายในการจัดการการอัพเดทคุณสมบัติต่างๆให้กับอุปกรณ์ทั้งหมด”

โซลูชั่นของ WatchGuard ทำให้ CCH สามารถสร้างเครือข่ายภายในผ่าน VPNs, ของสาขา และที่มากกว่านั้นคือกล่องทั้งหมดมีคุณสมบัติ Pro feature ผ่าน 3G CradlePoints ซึ่งช่วยให้สามารถใช้สาย ADSL lines และ wireless เพื่อแก้ปัญหา resilient failover

คุณ Ian Jones บริษัท Great Benefit กล่าวว่า “ด้วยการทำงานกับ WatchGuard เราสามารถมอบความสามารถในการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดซึ่งประกอบด้วย คุณสมบัติ cloud-based Reputation Enabled Defence ซึ่งช่วยหยุดความเสี่ยงในเครือข่าย cloud ก่อนที่ความเสี่ยงเหล่านั้นจะเข้ามายังเครือข่าย” และกล่าวอีกว่า “ไม่ใช่แค่เพียงเทคโนโลยีเท่านั้นแต่การซัพพอร์ทอย่างต่อเนื่องจากทีมงานของ WatchGuard ทำให้เราสามารถส่งมอบระบบในการรักษาความปลอดภัยที่มีความเข้มแข็งให้กับ ลูกค้าได้”

เพราะว่า WatchGuard รู้ดีว่าไม่มีผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใดจะสามารถทำได้ดีไปหมดซะทุกอย่าง ฉะนั้น XTM appliance ของ WatchGuard จะถูกเลือกจากผู้นำในซอฟต์แวร์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วย แอนตี้ไวรัสของ AVG  และ CCH สามารถรันซอฟต์แวร์ทางเลือกอื่นบนเครื่อง Desktop ได้ ซึ่งเท่ากับได้รับการป้องกันความปลอดภัยที่ครอบคลุมจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์ถึง 2 ราย และ spamBlocker ที่ถูกพัฒนาโดย Commtouch’s ที่มีเทคโนโลยที่เป็นสิทธิบัตร ซึ่งมี detection rate สูงถึง 99 เปอร์เซนต์ และยังมี Intrusion Prevention Service และ Application Control ที่ถูกพัฒนาโดย Websense และ BroadWeb ที่พัฒนา WebBlocker tool

และ ทั้งหมดนี้หมายความว่า CCH จะได้รับประโยชน์จากเครื่องมือที่มีความสามารถดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และรวมถึง WatchGuard’s LiveSecurity Service ที่มีการอัพเดทความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

ในอนาคต

CCH ยังมีแผนที่จะติดตั้งผลิตภัณฑ์ WatchGuard ไปยังสาขาใหม่ๆที่มีการซื้อกิจการเข้ามา และด้วยการเจริญเติบโตอยู่ที่ประมาณ 8% นี่เป็นกุญแจที่สามารถทำให้รวมระบบไปยังออฟฟิสใหม่ได้ง่าย ด้วย hub/spoke ที่ถูกติดตั้งเพื่อให้เชื่อมต่อไปยัง datacenter และสำนักงานใหญ่ ผลิตภัณฑ์ WatchGuard นำเสนอโซลูชั่นในการทำงานด้วยจำนวนไอทีไม่มาก และทำให้ต้นทุนของเราลดลง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย

สำหรับโปรเจ็คอื่นๆที่กำลังจะเข้ามาในอนาคต นั่นหมายถึงจะมีพนักงานภาคสนามที่ยังคงต้องการความปลอดภัยในการเชื่อมต่อกับ เครือข่ายขององค์กรจากอุปกรณ์และและแอพลิเคชั่น คุณ Clement Solis. กล่าวเสริมว่า “ด้วยผลิตภัณฑ์ WatchGuard เรารู้ว่าเราจะสามารถรักษาความปลอดภัยกับบริการใหม่ๆขององค์กร ด้วยการแบ่งการเข้าถึงเครือข่าย โดยจำกัดให้สื่อสารกับเซอร์วิสเท่าที่จำเป็น ผ่านการ authentication and validation mechanism ที่เข้มแข็ง”

Challenge

WatchGuard กับกรณีศึกษา City and County Healthcare Group (CCH)

Customer

WatchGuard

Services Provided

XTM 530
XTM 22-W
XTM 25-W
XTM 26-W
XTM 2 Series wireless appliances

RUCKUS WIRELESS : SIRIRAJ HOSPITAL

Our Approach

หากกล่าวถึงโรงพยาบาลศิริราช คนไทยทุกคนย่อมรู้จักโรงพยาบาลของรัฐแห่งนี้ โรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่มีอายุยืนยาว ครบ 126 ปี ในปี พ.ศ. 2557นี้ ที่ให้บริการรักษาพยาบาลและเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยทุกระดับชนชั้น  โรงพยาบาลของรัฐแห่งนี้สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) นับเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ มีเนื้อที่ 110 ไร่ อาคาร 59 หลัง ปัจจุบันมีจำนวนเตียงทั้งสิ้น 2,221 เตียง แพทย์ 851 คน พยาบาล 2,929 คน และผู้ช่วยพยาบาล 2,134 คน รวมบุคลากรในฝ่ายต่าง ๆ อีก 7,547 คน ต่างปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็มีการพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง  ทำให้การบริหารจัดการของโรงพยาบาลต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในตลอดจนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายภายในโรงพยาบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  ผลิตภัณฑ์ Ruckus ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยทางโรงพยาบาลได้เลือกผลิตภัณฑ์ Wireless ของ Ruckus ติดตั้งทั่วทุกพื้นที่ทั้งภายในอาคารทั้ง 59 หลังรวมทั้งพื้นที่ใช้สอยภายนอกอาคารทั้งหมด 110 ไร่

จากข้อมูลที่ได้สัมภาษณ์คุณสืบ วิศวกรด้านไอทีซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบไอทีของโรงพยาบาล ได้กล่าวกับทีมงานว่า “สิ่งที่หนักใจที่สุดคือการเสาะหาผลิตภัณฑ์ Wireless ที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนองความต้องการในการใช้งานทั่วโรงพยาบาลเนื่องจากพื้นที่ๆกว้างขวางและอาคารมากมายที่อยู่ติดกัน  พอดีผมเคยอ่านบทความใน Website เกี่ยวกับบทวิเคราะห์เรื่องนวัตกรรม Beamflex ของ Ruckus ที่กล่าวถึงประสิทธิภาพการรับสัญญาณ Wilress ของ Ruckus ที่ช่วยให้ระบบ Beamforming ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงติดต่อ Dealer ของ Ruckus ในประเทศไทยทันทีเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หลังจากพิจารณาข้อมูลและคุณสมบัติของ Ruckus รุ่นที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดกับการใช้งานจึงร่วมกับทีมงานของ Ruckus โดย Optimus ร่วมกันทำ SiteSurvey  และตกลงสั่งซื้อครั้งแรก 124 ตัว AP Ruckus  ต้องยอมรับในประสิทธิภาพ  ZoneFlex 7363 Access Point และ ZoneDiretor 3150  ของ Ruckus ครับว่าสัญญาณแรงไม่มีตกและครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในโรงพยาบาลแม้แต่พื้นที่ๆเป็นจุดบอด” 

ด้วยนวัตกรรม BeamFlex Adaptive Antenna ในอุปกรณ์ ZoneFlex AP 7363 ของ Ruckus ที่กระจายสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องพร้อมปรับสัญญาณได้เองโดยอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และลดสัญญาณรบกวนต่างๆโดยอัตโนมัติทำให้คุณภาพของสัญญาณมีความเสถียรและต่อเนื่อง แม้ในสภาวะ High Density ที่มีโอกาสก่อให้เกิดปัญหา Hidden Nodes   จึงไม่น่าประหลาดใจเลยที่ยังไม่เคยได้รับการต่อว่าจากผู้ใช้บริการในโรงพยาบาลเกี่ยวกับสัญญาณติดขัดหรือล่มเลยหลังจากติดตั้งและเปิดให้ใช้บริการ นอกจากนั้น ตัวอุปกรณ์ Access Point รุ่นนี้เล็กกะทัดรัดทำให้ติดตั้งง่ายและสามารถวางไว้ตำแหน่งใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภายนอกหรือภายในอาคาร  ผลดีอีกอย่างคือช่วยให้ทางโรงพยาบาลลดจำนวน Access Point ไปได้เกือบครี่งหนึ่งเมื่อเทียบกับของเดิมที่เคยใช้อยู่  

“การใช้งาน Internet WiFi ของที่นี่ไม่เหมือนโรงพยาบาลทั่วๆไป ภายในพื้นที่ของโรงพยาบาลเป็นที่ตั้งของคณะแพทย์ศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเทคนิคการแพทย์ของมหาวิทยาลัยมหิดลรวมถึงหอพักแพทย์ หอพักนักศึกษาแพทย์ หอพักพยาบาล ซึ่งแน่นอนเป็นอย่างยิ่งว่าปริมาณผู้ใช้งาน WiFi นั้นมีจำนวนมหาศาล แต่ Ruckus ก็สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วนไร้ที่ติ ยอมรับเลยว่าผลิตภัณฑ์ Ruckus สร้างความมั่นใจในระบบการบริหารจัดการโดยรวมของทางโรงพยาบาลศิริราชและส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวดเร็วขึ้นรวมทั้งอำนวยความสะดวกในการให้บริการดูแลและรักษาผู้ป่วย นอกเหนือจากนี้ ผู้ที่มาใช้บริการ เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาลรวมทั้งนักศึกษาแพทย์ต่างได้รับอานิสงค์จากระบบเครือข่ายสัญญาณ Wireless อันทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เคยใช้มา” คุณสืบกล่าว

Challenge

โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่มีอายุยืนยาว ครบ 126 ปี ในปี พ.ศ. 2557นี้ โรงพยาบาลของรัฐแห่งนี้สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นับเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ มีเนื้อที่ 110 ไร่ อาคาร 59 หลัง ปัจจุบันมีจำนวนเตียงทั้งสิ้น 2,221 เตียง แพทย์ 851 คน พยาบาล 2,929 คน และผู้ช่วยพยาบาล 2,134 คน รวมบุคลากรในฝ่ายต่าง ๆ อีก 7,547 คน ต่างปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็มีการพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง  ทำให้การบริหารจัดการของโรงพยาบาลต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในตลอดจนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายภายในโรงพยาบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  ผลิตภัณฑ์ Ruckus ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยทางโรงพยาบาลได้เลือกผลิตภัณฑ์ Wireless ของ Ruckus ติดตั้งทั่วทุกพื้นที่ทั้งภายในอาคารทั้ง 59 หลังรวมทั้งพื้นที่ใช้สอยภายนอกอาคารทั้งหมด 110 ไร่

Customer

Siriraj Hospital

Services Provided

ความต้องการ (REQUIREMENT )

– ระบบ Wireless Networkและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล

– รองรับการใช้งานหนัก

– สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 110ไร่ และอาคารทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่แม้พื้นที่ที่เป็นจุดบอด

– ทนทานและดูแลรักษาง่าย

อุปกรณ์ที่เลือกใช้แก้ไขปัญหา (SOLUTION)

ZoneDirector 3150

ZoneFlex7363

FlexMaster

ผลลัพธ์ที่ได้ (BENEFIT)

– สัญญาณแรงต่อเนื่องไม่ล่ม ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ตามความต้องการ

– ลดจำนวน AP ลงเกือบครึ่งหนึ่ง

– กะทัดรัด ติดตั้งได้สะดวก

– ลดค่าใช้จ่าย แต่ประสิทธิภาพสูง

RUCKUS WIRELESS : CHULABHORN RESEARCH INSTITUTE

Our Approach

สำหรับใครก็ตามที่ขับรถออกนอกเมืองผ่านถนนวิภาวดีรังสิตเป็นประจำ  ก่อนถึงแยกหลักสี่เพียงเล็กน้อยจะเห็นอาคารสูงตั้งเด่นสง่าอยู่ทางซ้ายมือ  สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันอิสระ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2530 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี รับผิดชอบการดำเนินงานโดยมูลนิธิจุฬาภรณ์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  งานด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งในด้านทุนวิจัย สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือศึกษาวิจัยที่ทันสมัยรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่มีคุณภาพ  ภายในสถาบันฯ ประกอบด้วย อาคารศูนย์ประชุม อาคารบริหาร อาคารเอนกประสงค์ อาคารวิจัยเคมี  ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งและอาคารวิทยาศาสตร์การแพทย์

ด้วยพื้นที่ของสถาบันที่กว้างขวางรายล้อมด้วยอาคารต่างๆรวมทั้งศูนย์ประชุมและที่พักของพนักงานในขณะที่งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรด้านระบบสารสนเทศและการสื่อสารค่อนข้างจำกัดและจะต้องมีระบบ wireless network ที่สามารถรองรับการใช้งานของทั้งเจ้าหน้าที่สถาบันและผู้มาใช้บริการศูนย์ประชุมจึงเป็นภารกิจที่ท้าทายของสำนักบริหารคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก  คุณศักราช  สันโลหะนักวิชาการคอมพิวเตอร์ สำนักบริการคอมพิวเตอร์ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนักบริหารคอมพิวเตอร์จึงได้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ wireless network หลายบริษัทเพื่อให้เสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและคุณสมบัติที่เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอย่างจำกัด โดยจะต้องสามารถส่งสัญญาณ wireless ครอบคลุมทั่วทึกพื้นที่ใช้งานและสัญญาณ WiFi ที่เสถียรไม่หลุดง่ายหรือล่มบ่อย   หลังจากได้เปรียบเทียบคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่แต่ละบริษัทได้นำเสนอ ก็พบว่าผลิตภัณฑ์ของ Ruckus Access Point  ZoneFlex 7363  และ ZoneFlex 7962 มีความลงตัวที่สุดทั้งในด้านประสิทธิภาพและระดับราคาโดยทางสถาบันได้สั่งซื้อและติดตั้ง Access Point จำนวน 50 units ตามงบประมาณที่มีอยู่ในขณะนั้น

ด้วยระบบการทำงานของ Dynamic BeamForming และ Automatic interference mitigation (AIM) ของ ZoneFlex AP ที่มีความเร็วสูงและมีประสิทธิภาพขยายแรงส่งสัญญาณให้ครอบคลุมได้ไกลกว่าถึง 4 เท่า รวมถึงระบบ Automatic interference avoidance ที่ตัดสัญญาณรบกวนต่างๆได้โดยอัตโนม้ติแม้ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป  ทำให้สัญญาณ wireless มีความเสถียรตลอดเวลาและไม่เกิดอาการสะดุดหรือล่มแม้จะมีการย้ายการใช้งานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งและสามารถครอบคลุมทั่วพื้นที่ที่ใช้งานในสถาบัน

“ตอนที่ติดตั้งในตอนแรก การใช้งานไม่ค่อยมากเพราะใช้แต่ภายในองค์กรอย่างเดียว แต่หลังจากนั้นจำนวนผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากทางสถาบันเริ่มมีบุคลากรมากขึ้น มีการจัดประชุมตามห้องประชุมต่างๆของระดับผู้บริหารมากขึ้นรวมทั้งการประชุมและงานสัมมนาในศูนย์ประชุมของสถาบันสำหรับบุคคลภายนอกที่ต้องรองรับการใช้งานของสัญญาณ WiFi ของผู้ที่มาร่วมประชุมจำนวนมากและแต่ละคนจะมีอุปกรณ์พกพาติดตัวมาทุกคนในการใช้งาน  จึงเริ่มเห็นถึงข้อแตกต่างในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ Ruckus ที่ติดตั้งได้ชัดเจนขึ้น คือสัญญาณมีความเสถียรมากและครอบคลุมทุกพื้นที่ใช้งานของทุกอาคารในสถาบัน ช่วยให้การปฎิบัติงานเป็นไปอย่างราบรื่น” คุณศักราชกล่าว

คุณศักราช กล่าวว่า “สถาบันใช้ผลิตภัณฑ์ Ruckus มาตั้งแต่ปี 2551  แทบจะไม่มี AP เครื่องไหนเสียเลยหลังจากใช้งานมาเกือบ 6 ปี”  คุณศักราชกล่าวในท้ายที่สุด

สำหรับองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรเช่นสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์  วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดคือประสิทธิภาพการใช้งานของระบบ Wireless ที่มุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพของการทำงานภายในองค์กรอย่างไม่ติดขัดเพื่อบริการในด้านการวิจัยเชิงวิชาการและเชิงวิทยาศาสตร์และการให้บริการศูนย์ประชุม เป็นต้น  สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือผลิตภัณฑ์  Ruckus ได้พิสูจน์ให้ทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ประจักษ์ว่าสามารถตอบสนองความต้องการใช้งานของทางสถาบันได้อย่างครบถ้วนในงบประมาณที่จำกัด

Challenge

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันอิสระ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2530 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี รับผิดชอบการดำเนินงานโดยมูลนิธิจุฬาภรณ์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  งานด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งในด้านทุนวิจัย สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือศึกษาวิจัยที่ทันสมัยรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่มีคุณภาพ  ภายในสถาบันฯ ประกอบด้วย อาคารศูนย์ประชุม อาคารบริหาร อาคารเอนกประสงค์ อาคารวิจัยเคมี  ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งและอาคารวิทยาศาสตร์การแพทย์

ด้วยพื้นที่ของสถาบันที่กว้างขวางรายล้อมด้วยอาคารต่างๆรวมทั้งศูนย์ประชุมและที่พักของพนักงานในขณะที่งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรด้านระบบสารสนเทศและการสื่อสารค่อนข้างจำกัดและจะต้องมีระบบ wireless network ที่สามารถรองรับการใช้งานของทั้งเจ้าหน้าที่สถาบันและผู้มาใช้บริการศูนย์ประชุมจึงเป็นภารกิจที่ท้าทายของสำนักบริหารคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก

Customer

CHULABHORN RESEARCH INSTITUTE

Services Provided

ความต้องการ

– งบประมาณมีจำกัด แต่ต้องการอุปกรณ์ Wireless ที่มีประสิทธิภาพ

– พื้นที่การใช้งานกว้างขวาง มีอาคารหลายอาคารเรียงรายติดกัน

– มีศูนย์ประชุมที่ต้องรองรับการใช้งาน WiFi ในช่วงการจัดการประชุมและสัมมนาของผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก

แนวทางการแก้ไข

ZoneFlex 7363

ZoneFlex7962

ผลประโยชน์ที่ได้รับ

– สัญญาณครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ใช้งาน

– สัญญาณมีความเสถียรสูง

– งบประมาณไม่บานปลาย

– อุปกรณ์ทนทาน ดูแลรักษาง่าย

– ประหยัดค่าใช้จ่าย