WatchGuard กับอีกความสำเร็จในปี 2021 ที่ผ่านมา

WatchGuard Achieves the Highest Recognitions

G2 และ TrustRadius สองค่ายยักษ์ใหญ่ที่ได้รับความเชื่อถือในการให้ความคิดเห็นรวมถึงรีวิวสินค้าด้านเทคโนโลยี ที่มีชื่อเสียงได้ประกาศผลรางวัลล่าสุด และเป็นอีกครั้งที่ WatchGuard โซลูชั่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้รับโอกาสในการได้รับคะแนนสูงสุด รวมถึงรางวัลอื่นๆ อีก 7 รางวัลจาก TrustRadius และ 11 รางวัลจาก G2

ทั้งนี้รางวัลจากทั้งสองค่ายที่ได้ มีเกณฑ์พิจารณาการให้รางวัลจาก คุณสมบัติด้านผลิตภัณฑ์ ราคาที่สมเหตุสมผล โดยประเภทของรางวัลที่ได้จาก TrustRadious มาจากกลุ่ม EndPoint Security, Authentication System และ Firewall Software ประเภทรางวัลที่ได้จาก G2 มาจาก Multi-Factor Authentication, Antivirus Software และ Firewall Software

โดยการประเมินและข้อวิจารณ์ที่เราได้รับผ่านโปรแกรมนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้นโดยพิจารณาจากบทวิจารณ์ที่เป็นกลาง นอกจากนี้ยังช่วยให้เราใช้ประโยชน์จากเสียงตอบรับของลูกค้าของเราผ่านช่องทางการขายและการตลาดของเรา และใช้ความคิดเห็นของพวกเขาเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

[WatchGaurd] ความเสี่ยงของ Log4J2

จากข่าวที่เกิดการตรวจพบช่องโหว่ภายใต้ Code CVE-2021-44228 หรือที่เรียกกันว่า “Log4Sheell” หรือ “LogJam” ซึ่งหากท่านเป็นลูกค้าผู้ใช้งาน WatchGuard ไม่ว่าจะเป็น Firebox, WatchGuard System Manager, Dimension, WatchGuard EPDR หรือแม้กระทั่ง Panda AD360 ท่านจะไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใด จะพบเฉพาะ WatchGaurd Cloud Component เพียงบางตัวเท่านั้น และทั้งนี้ทาง WatchGaurd ได้เข้าไปทำการอัพเดทการป้องกันเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ทาง WatchGuard ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นเพิ่มเติม นอกจากนี้ทาง WatchGuard ยังได้ออก IPS Signature ให้กับกลุ่มลูกค้าของทาง WatchGuard เพื่อใช้ป้องกันการจู่โจมให้กับผู้ใช้งาน WatchGuard ไว้แล้วด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ช่องโหว่ภายใต้ Code CVE-2021-44228 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “Log4Shell” หรือ “LogJam” ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เปิดให้สามารถ Run Code ได้จากระยะไกล หรือ Remote Code Execution โดยผู้ร้ายจะใช้ช่องโหว่นี้ในการควบคุม Log หรือพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง จนสามารถควบคุมระบบ และสามารถเรียกแอปพลิเคชั่นจาก host ภายนอกที่เป็นอันตรายจนทำให้ระบบเกิดความเสียหายได้

หากคุณเป็นลูกค้า WatchGuard Firebox, WatchGuard System Manager, Dimension, WatchGuard EPDR และ Panda AD360 จะไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนประกอบ WatchGuard Cloud หลายตัวรวมถึง Threat Detection and Response และ AuthPoint กำลังเรียกใช้ log4j2 เวอร์ชันที่มีช่องโหว่ แต่ใช้เวอร์ชันของ JVM ที่ไม่เสี่ยงต่อเวกเตอร์การโจมตี LDAP ทั่วไปและไม่สำคัญ นอกจากนี้ เราได้อัปเดตส่วนประกอบเหล่านี้ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เรากำลังดำเนินการตรวจสอบภายในอย่างต่อเนื่องเพื่อหาผลกระทบเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้เรายังได้เผยแพร่ลายเซ็น IPS เพื่อตรวจจับการโจมตีที่กำหนดเป้าหมายช่องโหว่นี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของปัญหานี้ในแต่ละผลิตภัณฑ์ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://techsearch.watchguard.com/KB?type=Security%20Issues&SFDCID=kA16S000000SNnuSAG&lang=en_US

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ให้ WatchGaurd Authpoint เป็นอีกหนึ่งโซลูชั่น MFA แบบใหม่เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด

มีการคาดหมายกันว่า ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ MFA Solution จะมีมูลค่าตลาดสูงถึงราว สองหมื่นหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2027 ทั้งนี้เกิดจากองค์กร ผู้ใช้งานต่างตระหนักถึงการเสริมความปลอดภัยให้กับระบบ ป้องการโจมตีทางไซเบอร์ การโจรกรรมข้อมูลและการละเมิดต่างๆ ซึ่ง WatchGuard AuthPoint เป็นโซลูชั่น MFA ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนของสินค้า MFA ในรูปแบบเดิมๆ จัดการง่าย ผ่าน Cloud ทำให้การดูแลความปลอดภัยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา

เพราะอะไร ลูกค้าจำนวนมากจึงเลือกใช้ WatchGuard AuthPoint

      1. ติดตั้งง่ายดูแลง่าย 

โดยการเปิดใช้งาน AuthPoint MFA สิ่งที่คุณต้องทำเพียงทำตามลำดับขั้นตอนที่แนะนำใน WatchGuard Cloud ขณะติดตั้ง พร้อมกำหนดตั้งค่าผู้ใช้ ซึ่งรวมไปถึงจะลดเวลาฝึกอบรมด้านไอทีเพื่อการดูแลระบบไปด้วย

      2. Cloud-based Solution

AuthPoint ได้รับการออกแบบให้เป็นโซลูชัน MFA ที่ใช้งานง่าย มีการจัดการแบบรวมศูนย์ทุกอย่างสามารถจัดการได้อย่างสมบูรณ์บน WatchGuard Cloud โดยผู้ที่ดูแลระบบสามารถดูรายงานและการแจ้งเตือน AuthPoint กำหนดการตั้งค่าต่างๆ หรือในกรณีที่ให้บริการผ่าน Managed Service (MSP) ผู้ให้บริการก็สามารถจัดการโทเค็นทั้งหมดได้จากที่เดียว

       3. ราคาเป็นธรรม

ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงกับ AuthPoint ลูกค้าสามารถเข้าถึงคุณสมบัติทั้งหมด รวมถึงการป้องกันต่างๆ ผ่าน MFA ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการตรวจสอบสิทธิ์มือถือ เว็บพอร์ทัล การเข้าสู่ระบบของพนักงาน VPN และอื่นๆ โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าค่ากาแฟหนึ่งแก้วต่อวันเสียอีก

      4.สามารถใช้งานได้ทั้งบน Windows และ MAC OS

AuthPoint สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งบน Windows หรือ macOS และหากไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ก็จะยังสามารถใช้งานบน OTP ได้ หรือสามารถสร้างใหม่ได้โดยใช้ QR Code Reader ก็ได้ด้วยเช่นกัน

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

WatchGuard Appliance Sizing Tools เครื่องมือเพื่อการเลือกรุ่น WatchGaurd ได้อย่างง่ายดาย

จะพบว่าการเลือก Firewall Box ในรุ่นที่เหมาะสมสำหรับหลายคนคงเป็นเรื่องที่ยาก และทำเอาสับสนพอสมควร ทั้งในกรณีที่เลือกใช้เองในบริษัท รวมถึงการเลือกเพื่อนำเสนอราคาให้กับลูกค้าต่ออีกที ทั้งนี้ WatchGaurd ผู้นำเทคโนโลยีด้าน Security Solution ซึ่งประกอบไปด้วย Network Firewall, Endpoint Security รวมไปถึงโซลูชัน MFA (WatchGuard Authpoint) ได้เห็นถึงปัญหา จึงได้ทำ Web Application แบบง่าย เพื่อเป็น checklist รวมถึงเป็น Guideline เบื้องต้น ที่จะทำให้ท่านสามารถเลือก Firewall box ได้อย่างเหมาะสม

โดยขั้นตอนเริ่มต้นที่ใส่จำนวน User ลงไปในฟอร์ม เพียงเท่านี้ ระบบก็จะเลือกรุ่นที่เหมาะสมให้ แต่ทั้งนี้หากมีความต้องการพิเศษใดๆ เพิ่มเติม สามารถระบุเพิ่มเติมได้ใน Droplist ต่างๆ เช่น อยากกำหนดลึกไปถึงจำนวน Throughput Mbps ที่ต้องการ หรือการเลือกพอร์ต SFP ที่ไปเชื่อมกับระบบเดิมในแบบต่างๆ ทั้ง 1Gbps หรือ 10Gbgs หรือแม้กระทั่งการใช้งาน VPN ที่สามารถระบุจำนวนที่ต้องการในส่วนของ Office VPN หรือ Moblie VPN ก็มีให้เลือกตามสภาพแวดล้อมของระบบที่เรากำลังดูแลอยู่

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถที่จะเลือก Firebox รุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราหรือลูกค้าของเราได้ทันที

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เปิด 5 จุดเด่น เทคโนโลยี GPON เพื่อตอบสนองโลกอนาคต

DZS ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมต่อ fiber boardband ได้ประกาศความร่วมมือกับ Freedom Fiber เพื่อนำเสนอโซลูชั่นให้กับทางกลุ่มโทรคมนาคมขนาดใหญ่ TalkTalk Group  (TalkTalk Group เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่จากประเทศอังกฤษ มีการให้บริการครอบคลุมในธุรกิจเคเบิ้ลทีวี โทรคมนาคม บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และ เครือข่ายมือถือ — ผู้เรียบเรียง) ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานเดิมมากกว่า 4 ล้านคนทั่วประเทศ โดยมีแผนการขยาย เพิ่มฐานลูกค้าใหม่อีก 130,000 ราย โดยจะเริ่มปูพรมจากลูกค้าในเขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ (เขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามของประเทศอังกฤษ รองจากทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ และ ลอนดอน — ผู้เรียบเรียง) 

“ผู้ใช้งานโดยเฉพาะเขตที่พักอาศัย ล้วนแล้วแต่ต้องการแบนด์วิธอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น และด้วย เทคโนโลยี PON จะทำให้โซลูชั่นของ TalkTalk ที่วางแผนไว้ สามารถเกิดขึ้นจริงได้” Charlie Vogt , Prisident และ CEO ของทาง DZS กล่าวเพิ่มเติม “ด้วยเทคโนโลยีของ DZS บวกกับประสบการณ์ของทาง Freedom Fibre จะทำให้ผู้ใช้งาน TalkTalk ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากขึ้น รวมถึง การบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายการลงทุนต่างๆ ของทาง TalkTalk ก็จะทำให้ช่วยลดต้นทุน รวมถึงสามารถสร้างเซอร์วิสใหม่ขึ้นมาให้กับฐานลูกค้าของ TalkTalk เองเพิ่มเติมได้อีกด้วย ซึ่งก็จะถือได้ว่าเป็นโซลูชั่นที่ winwin กับทุกๆ ฝ่าย”

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ทาง DZS เลือกใช้สำหรับโซลูชั่นของทาง TalkTalk นี้ประกอบไปด้วย

  • DZS Velocity เป็น Boardband Access Solution ที่เน้นการจัดการและบริหารเครือข่ายที่ง่าย รองรับการขยายงาน FTTx ในรูปแบบต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะ DZS Velocity 14 ที่ถูกใช้ในงานนี้ เป็นรุ่นใหญ่ ประสิทธิภาพสูง ติดตั้งได้ในสภาพแวดล้อมภายในอาคารได้โดยตรงไม่ต้องอยู่ในห้อง Server ถูกออกแบบเพื่อการบริหารเครือข่าย xPON เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต
  • DZS Helix เป็นโซลูชั่น ONTs ที่รองรับการทำงาน IP Voice, data และ Video โดยรุ่นที่ถูกนำมาใช้งานนี้คือ X-Series 5302 ซึ่งมีความเสถียรในการทำงาน รอบรับการใช้งาน bandwidth ที่่สูงบนสายไฟเบอร์ ง่ายต่อการดูแลรักษา

“ในนามของ Freedom Fibre พวกเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain โดยเฉพาะโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจากสถานการณ์ Covid 19 และด้วยความร่วมมือจากทาง DZS ผู้นำเทคโนโลยีด้าน GPON และ XGS-PON เรามีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ในขณะเดียวกัน ก็ลดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนให้กับโอเปอเรเตอร์ไปพร้อมๆ กัน”

Darren Woods CFO ของทาง Freedom Fiber กล่าวสรุป

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

CommScope Ruckus MSRP Price Adjustment

จากปัญหาไวรัส Covid  ได้ก่อให้เกิดปัญหา Chipset ขาดตลาด รวมไปถึง โรงงานหลายแห่งได้หยุดดำเนินการเป็นการชั่วคราวตามคำสั่งของรัฐบาลของหลายประเทศ ส่งผลให้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เน็ตเวิร์ค Switching Hub ไม่สามารถผลิดได้ ส่งผลต่อ Supply Chain ทั่วโลก ซึ่งทาง CommScope Ruckus พยายามยามอย่างเต็มที่ในการทำให้ทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่จะพบว่าหลายๆ เวนเดอร์ โดยเฉพาะ Enterprise Network ประสบปัญหาอย่างเดียวกัน จึงมีผลทำให้ต้องมีการปรับราคาสินค้าหลายตัว ซึ่งตัวแทนจำหน่ายพันธมิตรทุกท่านคงได้รับจดหมายแจ้งรายละเอียดพร้อม FAQ รวมถึงประกาศใน Partner Portal ไปแล้วนั้น โดยจะมีผลตามประกาศตั้งแต่วันที่ 2 มค 2022 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ รายละเอียดของการปรับราคา รวมถึง FAQ ต่างๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ CommScope Ruckus Portal ตาม Link ที่ได้แนบมา หรือ ลิงค์ด้านล่างนี้

https://partners.ruckuswireless.com/msrp-price-adjustment-partner

CS-Ruckus

Ruckus CommScope โชว์โซลูชั่นสุดเจ๋ง สำหรับ SMEs

1630898330952

ปฎิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจหลังจากนี้ไปจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจกลางหรือขนาดเล็กที่ต้องมีการปรับตัว ไม่แพ้กันกับธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจจะสามารถอยู่รอดได้ ก็ด้วย technology ที่เหมาะสมทันต่อความเปลี่ยนแปลง ในออฟฟิส ลักษณะการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเฉพาะ หลัง Covid 19 การนั่งทำงานในออฟฟิสจะมีข้อกำหนดที่มากขึ้น การทำงานในออฟฟิส ต้องสามารถใช้งานได้ทุกที่ สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์หลากหลาย ประเภท มีการนำเอาอุปกรณ์ของตัวเองเข้ามาใช้งานในระบบมากขึ้น (BYOD) หรือแม้กระทั่งที่นั่งก็จะไม่ fix สามารถย้ายไปนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ และ WiFi จะกลายเป็น Infrastructure ที่สำคัญที่จะทำให้ไอที สามารถบรรลุ หรือ จัดการองค์กรได้ตามที่วางแผนไว้

แต่ปัญหาของธุรกิจ SMEs ที่เจอ ปัญหาสำคัญคือเรื่องของบุคคลากร ที่หน้างาน ไอทีแต่ละคน ก็ต้องดูแลในหลายระบบ ไม่เหมือนบริษัทใหญ่ที่จะมีทีมงานจำนวนมาก ที่สามารถเข้าไปจัดการในส่วนต่างๆ ตามความชำนาญเฉพาะได้

ทาง Ruckus Commscope ขอเสนอ

ระบบบริหารจัดการ Wireless ใน 2 รูปแบบ
ที่จะทำให้การจัดการบริหารเครือข่ายเป็นได้ง่ายขึ้น ลดความวุ่นวาย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขั้นสูงสุด

Ruckus Unleashed

เป็นสถาปัตยกรรมของ Ruckus Wireless ที่ทำให้เราสามารถบริหาร จัดการ หรือ มอนิเตอร์ AP ในระบบได้โดยไม่ต้องใช้ Wireless Controller เลย (Controller-Less Architecture) โดยระบบจะเลือก Access Point แล้ว assign AP ตัวดังกล่าวเป็น Virtual controller สั่งงานผ่าน Browser หรือ Application สามารถใช้งานสูงสุด ถึง 128 APs ซึ่งทำให้การจัดการ และตรวจสอบปัญหาหากเกิดขึ้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

Ruckus Cloud Wi-Fi

เป็นแพลตฟอร์มการจัดการเครือข่าย ที่ช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมไปยังผู้ใช้ได้อย่างง่ายดาย ทีมงานไอทีสามารถจัดเตรียม จัดการ เพิ่มประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาเครือข่ายแบบมีสายและไร้สายได้อย่างง่ายดายผ่าน Cloud ของทาง Ruckus ซึ่งนอกจากการจัดการที่ง่ายแล้ว ยังสามารถบริหาร CAPEX และ OPEX ของทางบริษัทได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องจ่ายเงินก้อนเพื่อการลงทุนสำหรับ Wireless Controller อีกด้วย

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

หากท่านต้องการปรึกษาเพื่อให้ทางออพติมุสแนะนำอุปกรณ์/โซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับองค์กรของท่าน เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ภัยทางไซเบอร์และเหตุการณฺ์ที่เจอในปี 2021

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Microsoft ได้ประกาศแบน 42 โดเมน ที่มีการฝังมัลแวร์ไว้ โดยเชื่อว่าเป็นการกระทำโดยกลุ่มแฮกเกอร์จีน ที่เรียกตัวเองว่า “APT15” โดยหากเหยื่อหลงเชื่อแล้วเข้าไปคลิ๊ก ก็จะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ hacker สามารถเข้าถึง Server หรือระบบได้ในที่สุด

พบว่า archive.org ซึ่งเป็น web portal ชื่อดัง ก็ถูก hacker วาง Script ไว้ซึ่งเกี่ยวข้อง กับมัลแวร์ที่มีชื่อว่า “AgentTesla” ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหน้า Portal ดังกล่าวจะถูกใช้เป็น Host สำหรับมัลแวร์เพื่อใช้โจมตีทางไซเบอร์ในอนาคต

Phising ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งของเหล่า Hacker ที่ถูกใช้มากในปีนี้ และดูเหมือนอุตสาหกรรมการเงิน โดยเฉพาะธนาคาร หรือสถาบันการเงินจะได้รับผลกระทบมากทีสุด ลูกค้าหลายรายของ Chase Personal Banking ถูกหลอกจากอีเมลล์ปลอม ที่มีข้อความประมาณว่า “โปรดตรวจสอบยอดจากใบแจ้งยอดบัตรเครดิตของท่านได้จาก link นี้” ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อ ก็จะกดแล้วถูกพาไปที่ Landing Page เพื่อหลอกขอรายละเอียดธนาคารต่างๆ ซึ่งข่าวนี้เป็นข่าวดังเพราะ อีเมลล์ link ปลอมนี้หลุดจากตัวกรองของตัวกรองสแปมเจ้าดังหลายอัน เช่น Microsoft Exchange Online Protection และ Microsoft Defender ของ Office 365

หรือแม้กระทั่ง Facebook ก็ยังถูกกลายเป็นช่องทางที่หากเหยื่อโดนหลอกคลิ๊กฆษณา ก็จะไปสู่ Page ทีมีมัลแวร์ฝังอยู่ เช่น CopperStealer ซึ่งมัลแวร์จะขโมยข้อมูลส่วนตัวในที่สุด

จากตัวอย่างข้างต้นพบว่า เหล่า Hacker ยังคงพัฒนาวิธีการโจมตีที่จะซับซ้อนมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เชื่อผ่าน เทคโนโลยีที่มึความซับซ้อน หรือเล่นกับจิตวิทยาที่จะทำให้เหยื่อเชื่อและหลงเข้ามาคลิ๊ก ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราชาวไอที ควรจะได้มีการระวังป้องกัน ทั้งในการให้ความรู้กับบุคลากรในองค์กร รวมถึงหมั่น Update Security Services ต่างๆ อยู่เสมอ

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ภัยทางไซเบอร์ที่มาพร้อมกับเทศกาลแห่งความสุข และแนวทางป้องกัน ด้วย Antivirus Ransomware

เทศกาลปีใหม่ใกล้ นักช็อปก็ยิ่งเตรียมตัวช็อปออนไลน์มากขึ้น ซึ่งท่านรู้หรือไม่ว่าสถิติอาชญกรรมทางไซเบอร์ในช่วงนี้ก็มีมากขึ้นตามกัน โจรไซเบอร์ไม่ได้หยุดวันปีใหม่ แต่กลับพบอัตราการโจมตีที่ขึ้นมาขึ้นในช่วงนี้ เพราะเหยื่อขาดความระวังมากขึ้น โอกาสที่จะทำให้เหยื่อโดนหลอกจากส่วนลด 50%-60% ที่จูงใจให้คลิก ข้อมูลจากธนาคารแสดงจำนวนเงินที่ใช้ในบัตรเครดิต แต้มหมดอายุที่ต้องรีบใช้ต่างๆ   ถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาถึงความสำคัญของการป้องกันภัยทางไซเบอร์ด้วยโปรแกรม Antivirus

โปรแกรม Antivirus คืออะไร

Antivirus เป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อค้นหา ป้องกัน ตรวจจับ และลบไวรัส ก่อนที่ไวรัสจะมีโอกาสสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ของคุณ Antivirus ทำงานโดยดำเนินการตรวจจับ สแกน และกำจัดไวรัสตามพฤติกรรม อีกทั้ง Antivirus ยังสามารถป้องกันซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอื่นๆ เช่น โทรจัน เวิร์ม แอดแวร์ เป็นต้น

เราจำเป็นต้องมีโปรแกรม Antivirus หรือไม่

บอกเลยว่า “จำเป็นอย่างมาก” ตามรายงานจาก Webroot BrightCloud ปี 2021 พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว 18.8% ของเครื่อง PC ในแอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ติดไวรัสในปี 2020

Antivirus จะป้องกันภัยคุกคามโดยการรักษาความปลอดภัยไฟล์เพลง แกลเลอรี่ภาพ และเอกสารสำคัญทั้งหมดของคุณจากการถูกทำลายโดยมัลแวร์ที่เป็นอันตราย Antivirus ทำให้ผู้ใช้ได้รับการเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับ website ที่เป็นอันตราย  Antivirus ยังสแกนพวก Dark Webเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลของคุณถูกโจมตีหรือไม่ การป้องกันไวรัสที่ครอบคลุมจะให้การป้องกันด้วยรหัสผ่านสำหรับบัญชีออนไลน์ผ่านการเข้ารหัสที่มีปลอดภัยสูงอีกด้วย

Webroot เป็นโปรแกรม Antivirus ที่ทำงานผ่าน Cloud ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งาน เป็นระบบ Endpoint Protection ที่จะให้คุณสามารถ ปกป้องเครื่องของคุณได้อย่างดีเยี่ยมจากภัยคุกคามที่หลากหลาย อาทิ ไวรัส (โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รันระบบ Windows และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ เวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) เป็นระบบป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบ Cloud-based รูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของVirus) มัลแวร์ (Malware) โทรจัน (Trojan) การล่อลวง (Phishing) มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สปายแวร์ (Spyware) การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Browser-based Attacks) มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ (Cryptojacking) ด้วยการทำงานแบบ Cloud based 100%  จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

เมื่อ Webroot พบไฟล์หรือโพรเซสใหม่ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นภัยคุกคาม Agent ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์จะติดตาม และบันทึกการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ถ้าพบว่าไฟล์หรือโพรเซสดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์ Agent ก็จะกำจัดมัลแวร์ทิ้งและย้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบที่เกี่ยวข้องให้กลับไปอยู่ในสถานะก่อนที่จะติดมัลแวร์

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สนใจหรือต้องการทดสอบ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายขายของทางบริษัท 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์