ขอขอบคุณมูลนิธิ เดอะบอร์เดอร์แลนด์ เฮลท์ (BHF) ที่ไว้วางใจซื้อสินค้า RUCKUS R650 Indoor Access Point WiFi6

ขอขอบคุณมูลนิธิ เดอะบอร์เดอร์แลนด์ เฮลท์ (BHF) ที่ไว้วางใจซื้อสินค้า RUCKUS R650 Indoor Access Point WiFi6

High Performance Wi-Fi 6 4×4:4 Indoor Access Point with 3 Gbps HE80/40 Speeds and Embedded IoT

คุณสมบัติ

• High Performance Wi-Fi 6 4×4:4 Indoor Access Point with 3 Gbps HE80/40 Speeds and Embedded IoT
• Six-stream MU-MIMO 4×4:4 in 5GHz, 2×2:2 in 2.4GHz
• Dual-band concurrent (5GHz/2.4GHz)
• 2000 Mbps (5 GHz) and 574 Mbps (2.4 GHz) of user data rate
• BeamFlex+ เทคโนโลยี่ ลดการรบกวนของสัญญาณ
• Capable of supporting up to 512 clients
• Lifetime Limited Warranty

และหากท่านต้องการทดสอบการใช้งาน ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Ruckus ในเมืองไทย สอบถามรายละเอียดและข้อมูลในการติดต่อได้ที่แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

จุดประกายข่าวสารโดย : Optimus admin

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสประสิทธิภาพสูง ปกป้องการโจมตีจากโลกไซเบอร์ได้อย่างยิ่งยวด ทำงานเต็มประสิทธิภาพแต่ไม่หน่วงเครื่อง

มา Check list กันหน่อย มีข้อไหนที่ใช่เลยกับคุณบ้าง?

1. เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โน๊ตบุ๊ค ที่ใช้งาน เป็นเครื่องที่ผ่านการใช้งานมาสักพักใหญ่ๆ และยังไม่มีทีท่าว่าจะอัพเกรดเครื่อง

2. มีข้อมูลอยู่ในเครื่องจำนวนมาก                                                                       (เรียกว่าพื้นที่ว่างให้วางไฟล์ใหม่ๆ เหลือน้อยแล้ว)

3. เครื่องที่ใช้งานยังมีโปรแกรมหนักๆ ที่ต้องใช้เป็นประจำ และเมื่อเวลาเปิดใช้งานก็ต้องใช้ Ram สำหรับ Run program ไม่น้อย จนแทบเปิดโปรแกรมอื่นซ้อนไม่ได้เลย

4. ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต ใช้งานรับ-ส่งอีเมล์ และมักมี spam แฝงมาในบัญชีของคุณอยู่บ่อยครั้ง

5. ยังใช้ แฟลชไดร์ เป็นทางเลือกสำหรับ การแชร์ไฟล์ หรือ ก๊อปปี้ข้อมูล จากเครื่องหนึ่ง ไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง

6. เครื่องมีโปรแกรม Anti-Virus อยู่แล้ว และเมื่อถึงเวลา Update เครื่องมักจะมีอาการค้าง ทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเปิดโปรแกรมอื่นไปด้วยแทบไม่ได้เลย

หากตรงกับคุณมากกว่า 2 ข้อ นั่นหมายความว่า คุณจำเป็นที่จะต้องมี โปรแกรม Anti-Virus ดีๆ ติดเครื่องที่คุณใช้งานได้แล้ว  เพราะจากลักษณะดังกล่าว คือ คุณมีความเสี่ยงที่จะโดนโจมตีจากผู้ไม่หวังดีอย่างสูง แต่ ด้วยข้อจำกัดเรื่อง Resource ของเครื่องที่คุณใช้งานอาจทำให้โปรแกรม Anti-Virus เป็นอุปสรรคในการใช้งานของคุณได้

แต่เดี๋ยวก่อน ปัญหาเหล่านี้จะได้รับแก้ไขและคลี่คลายทันที หากคุณได้รู้จักกับ Webroot เพราะเป็นโปรแกรม Anti-Virus ที่ทำงานแบบ Cloud based 100% ข้อดีคือ ช่วยลดภาระงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์และไม่จำเป็นต้องหมั่นอัพเดทฐานข้อมูลมัลแวร์บ่อยๆ อีกด้วย จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

นอกจากนี้ Webroot ยังเป็นโปรแกรม Anti-Virus ที่มีกระบวนการทำงานแบบหลายขั้นตอนและครอบคลุม เพราะตั้งแต่ขั้นแรก Webroot จะป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเล็ดลอดเข้ามาในระบบ หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น Webroot ยังช่วยป้องกันการพยายามโจมตีจากการเข้าเว็บไซต์ที่อันตราย ซึ่งอาจจะมีการพยายามดาวน์โหลดไวรัสลงในเครื่องของคุณ อีกด้วย  แต่ถ้าหากภัยคุกคามเหล่านั้นสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้  Webroot ก็สามารถยับยั้งมันได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย และหากในกรณีที่ภัยคุกคามนั้นสามารถสร้างความเสียหายได้ (ซึ่งอาจจะเป็นภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน) Webroot จะทำการตรวจสอบว่ามันได้สร้างความเสียหายกับไฟล์ไหนบ้าง และจัดการซ่อมแซมความเสียหาย โดยที่ระบบจะทำความรู้จักกับภัยคุกคามตัวใหม่ เพื่อที่จะหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป โดยการทำงานและประมวลผลเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นปกติ และเรียลไทม์

ที่สำคัญ ขั้นตอนการติดตั้ง Webroot ลงเครื่องก็สุดแสนจะง่ายดาย  ใช้เวลาเพียง 30 วินาทีในการติดตั้งลงในเครื่อง และยังสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในเครื่องได้อย่างราบรื่น  ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพิ่มลงไปจะส่งผลกระทบกับการทำงานของเครื่อง

นอกจากนี้ การติดตั้ง Webroot นั้นก็ทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไฟล์สำหรับการติดตั้งนั้นเบาต่อเครื่องมากๆ โดยมีขนาดไฟล์แค่ 3MB เท่านั้น ใช้เวลาเพียง 30 วินาที ก็สามารถติดตั้ง Webroot ลงเครื่องของคุณเรียบร้อยแล้ว และ Webroot ก็ยังสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในเครื่องได้อย่างราบรื่น  ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพิ่มลงไปจะส่งผลกระทบกับการทำงานของเครื่อง

 ……..อยากรู้ว่า Webroot เป็น Antivirus ที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่ ??

พิสูจน์ง่ายๆ เพียงแค่ดาวน์โหลดและติดตั้ง Webroot ลงเครื่องคุณ เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถพบกับมิติใหม่แห่งการป้องกันการโจมตีแล้ว

• ทดลองใช้ Webroot ฟรีวันนี้ สามารถติดต่อได้ที่http://optimus.co.th/webroot/trial/

• คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Webroot 

ข้อเสนอพิเศษ !

สำหรับลูกค้าที่สนใจ คุณสามารถรับสิทธิ์ซื้อ Webroot 

ซื้อ 1ปี + 1ปี ได้เพิ่มอีก 1 ปี (รวมได้ถึง 3 ปี) 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

จุดประกายโดย  :  คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

ขอขอบคุณมูลนิธิ เดอะบอร์เดอร์แลนด์ เฮลท์ (BHF) ที่ไว้วางใจซื้อสินค้า RUCKUS R650 Indoor Access Point WiFi6

ขอขอบคุณมูลนิธิ เดอะบอร์เดอร์แลนด์ เฮลท์ (BHF) ที่ไว้วางใจซื้อสินค้า RUCKUS R650 Indoor Access Point WiFi6

High Performance Wi-Fi 6 4×4:4 Indoor Access Point with 3 Gbps HE80/40 Speeds and Embedded IoT

คุณสมบัติ

• High Performance Wi-Fi 6 4×4:4 Indoor Access Point with 3 Gbps HE80/40 Speeds and Embedded IoT
• Six-stream MU-MIMO 4×4:4 in 5GHz, 2×2:2 in 2.4GHz
• Dual-band concurrent (5GHz/2.4GHz)
• 2000 Mbps (5 GHz) and 574 Mbps (2.4 GHz) of user data rate
• BeamFlex+ เทคโนโลยี่ ลดการรบกวนของสัญญาณ
• Capable of supporting up to 512 clients
• Lifetime Limited Warranty

และหากท่านต้องการทดสอบการใช้งาน ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Ruckus ในเมืองไทย สอบถามรายละเอียดและข้อมูลในการติดต่อได้ที่แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

จุดประกายข่าวสารโดย : Optimus admin

โซลูชั่น IoT XENTEMP เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลอุณหภูมิในห้องยาของโรงพยาบาล

“ข้อมูลที่ XENTEMP ให้เป็นรายงานเรียลไทม์บน Dashboard ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบสถานะและข้อมูลต่าง ๆ ของห้องยาได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม โรงพยาบาลไม่ต้องรอให้มีปัญหาเกิดขึ้นก่อน แต่สามารถทราบข้อมูลทันทีที่เกิดเหตุการณ์ที่อาจสร้างปัญหาได้อย่างทันท่วงที” ทีมผู้บริหารโรงพยาบาลยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การตั้งค่าระบบการแจ้งเตือนนี้ทำให้ทางโรงพยาบาลได้รับข้อมูลที่สำคัญทันทีที่เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนผ่าน SMS ที่สะดวก, อีเมลที่สามารถตรวจสอบได้ทุกที่, หรือการใช้ Line Application ที่เป็นทางเลือกที่รวดเร็ว นอกจากนี้ การแจ้งเตือนแบบทันทีทำให้ทางโรงพยาบาลสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว, ลดความเสี่ยง, และรักษาความปลอดภัยของยาและผู้ป่วย”

ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้การจัดการทุกอย่างง่ายดายมากขึ้น การใช้อุปกรณ์ Internet of Things (IoT) เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิในตู้ยา ห้องเลือด แบบเรียลไทม์ มีประโยชน์ที่สำคัญคือ

  • การเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time Monitoring): การใช้ IoT ช่วยในการติดตามและรายงานข้อมูลอุณหภูมิในตู้ยาในขณะที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือเกิดปัญหา เช่น หากมีการถูกรบกวนของสภาพแวดล้อม อากาศ ที่ทำให้อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป นักการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่เภสัชกรสามารถรับทราบและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

  • ความเป็นมาตรฐาน (Compliance): การใช้ IoT ช่วยในการติดตามและรายงานข้อมูลต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามมาตรฐานทางการแพทย์และอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ เพื่อให้การจัดเก็บและบริหารจัดการยามีความถูกต้องและปลอดภัย (FDA21, CAP, JCAHO, VFC, ฯลฯ)

  • ป้องกันความเสี่ยง (Risk Mitigation): การมีระบบที่สามารถแจ้งเตือนหรือตอบสนองทันทีเมื่อมีความผิดปกติในด้านอุณหภูมิ ความชื้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียยาหรือพบยาเสื่อมสภาพที่อาจเกิดขึ้นจากเก็บยาในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม

  • ประหยัดเวลาและทรัพยากร: การใช้ IoT ช่วยในการอัพเดทและรายงานข้อมูลโดยอัตโนมัติทำให้ลดการตรวจสอบและดูแลตู้ยา ห้องเลือดที่เดิมต้องทำแบบ manual ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้เวลาและทรัพยากรที่มีจำกัดในการทำงานด้านอื่นที่ต้องการทักษะสูงขึ้นได้มากกว่า

  • สร้างข้อมูลสถิติและการวิเคราะห์ (Data Analytics): การรวบรวมข้อมูลจากตู้ยาที่มีอุปกรณ์ IoT ช่วยในการวิเคราะห์และทำนายแนวโน้ม ทำให้สามารถวางแผนและปรับปรุงกระบวนการดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น

XENTEMP โซลูชั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจในการดูแลอุณหภูมิในห้องยาของโรงพยาบาล

1. ความสามารถในการตรวจวัดทุกพื้นที่

XENTEMP ไม่เพียงเป็นเทคโนโลยีที่ให้การตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นในตู้ยา แต่ยังสามารถนำไปใช้ในหลายพื้นที่ภายในโรงพยาบาล เช่น ห้องเก็บเลือด, ตู้เก็บวัคซีน, ตู้เย็น, ห้อง server, หรือระบบขนส่งที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ ด้วยความหลากหลายในการใช้งาน XENTEMP จะทำให้ผู้ที่ทำงานหรือรับผิดชอบมีความสะดวกมากขึ้นในการดูแลและควบคุมทุกพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

2. การแจ้งเตือนแบบ Real-time

ไม่ว่าเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะอยู่ที่ไหน XENTEMP สามารถแจ้งเตือนแบบ Real-time ผ่านหน้า Dashboard ไปยัง Smartphone, tablet, PC, หรือ Notebook  โดยจะได้รับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อตรวจพบความผิดปกติของอุณหภูมิ ทำให้เราสามารถตรวจเช็คและแก้ไขปัญหาได้ทันที ไม่ว่าจะผ่านทาง Line, Email, หรือ SMS

3. ความสะดวกในการใช้งาน

XENTEMP มีความสามารถในการเข้าถึงและใช้งานได้จากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค, มือถือ, หรือแท็บเล็ต ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน ตรวจสอบและดูแลในแต่ละพื้นที่

4. การตรวจสอบสถานะอุปกรณ์

ระบบสามารถตรวจเช็คได้ว่าอุปกรณ์ IoT เชื่อมต่ออยู่หรือไม่ และหากพบว่ามีอุปกรณ์ขาดการเชื่อมต่อ ระบบจะแจ้งเตือนเพื่อระบุระยะเวลาที่อุปกรณ์ขาดการติดต่อ หรือหายไปจากระบบ ซึ่งจะช่วยให้ทีมงานมั่นใจได้ว่าการเชื่อมต่อของระบบเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา 366 วัน 24 ชั่วโมง

5. การปรับแต่งรูปแบบของรายงาน

XENTEMP ไม่เพียงแจ้งเตือนเมื่อมีปัญหา แต่ยังสามารถสรุปผลอุณหภูมิรายวันผ่านทางไลน์ อีเมล ซึ่งแสดงข้อมูลสถิติอย่างชัดเจน เช่น อุณหภูมิสูงสุด, ต่ำสุด, ค่าเฉลี่ย, อุณหภูมิปัจจุบัน ทำให้สามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และตรงตามสิ่งที่เราให้ความสนใจ

6. ระบบป้องกันเมื่อพบความผิดปกติ

ระบบ XENTEMP มีการแจ้งเตือนหากอุปกรณ์มีปัญหาหรือไม่สามารถส่งสัญญาณได้ ทำให้ผู้ดูแลสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที นอกจากนี้ ระบบยังมีการแจ้งเตือนหากอุณหภูมิพ้นช่วงที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะสูงเกินหรือต่ำเกินไป การป้องกันความผิดปกตินี้ทำให้เรามั่นใจและวางใจในความถูกต้องของข้อมูลสภาพแวดล้อมต่างๆ

7. ระบบแจ้งเตือนเมื่อการเชื่อมต่อกลับมาเป็นปกติ

ระบบ XENTEMP มีการแจ้งเตือนเมื่อระบบกลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้ง หรืออุณหภูมิกลับมาอยู่ในช่วงที่ตั้งค่าไว้ ซึ่งช่วยให้เราทราบถึงความเรียบร้อยเมื่อระบบกลับสู่สภาพปกติหลังจากแก้ไขปัญหาได้แล้ว

โซลูชั่น XENTEMP ไม่เพียงเสริมสร้างความมั่นใจในการดูแลอุณหภูมิในส่วนงานที่สำคัญของโรงพยาบาลแล้ว ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ดูแล และช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันที  ด้วยคุณสมบัติและประโยชน์ที่หลากหลาย  XENTEMP จะเป็นผู้ช่วยสำคัญสำหรับโรงพยาบาลที่ต้องการควบคุมและรักษาสภาพแวดล้อมได้แบบทันท่วงที สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ขอขอบคุณ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ไว้วางใจซื้อสินค้าและบริการ WatchGuard AuthPoint MFA

ขอขอบคุณ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ไว้วางใจซื้อสินค้าและบริการ WatchGuard AuthPoint MFA

ข้อมูลเกี่ยวกับ WatchGuard AuthPoint

WatchGuard Multi-factor Authentication เป็นการเพิ่มวิธีการยืนยันตัวตนอีกวิธีหนึ่งเข้าไปนอกเหนือจากการใช้ Password เช่น การสแกนบัตรหรือลายนิ้วมือ แต่วิธีที่นิยมที่สุดสำหรับการพิสูจน์ตัวตนออนไลน์คือการใช้ Hardware Tokens หรือ Key Fobs ในการสร้าง One-time Password (OTP) ซึ่งเป็นรหัสผ่านแบบใช้แล้วทิ้งอีกชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งวิธีนี้ยังคงเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การใช้ Hardware Tokens หรือ Key Fobs เหล่านี้จำเป็นต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ในราคาสูงและเสี่ยงต่อการสูญหาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาและธุรกิจหยุดชะงักตามมา

พิสูจน์ตัวตนง่ายๆ ผ่านทางสมาร์ตโฟน ด้วยแอปพลิเคชัน AuthPoint

WatchGuard ได้ออกแบบและพัฒนาโซลูชัน Multi-factor Authentication ชื่อว่า AuthPoint โดยเปลี่ยนอุปกรณ์พกพาให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับใช้พิสูจน์ตัวตนแทน เพื่อลดภาระของผู้ใช้ในการหาซื้อและดูแลรักษา Hardware Tokens โซลูชันดังกล่าวมาในรูปของแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานทั้งบน Apple iOS และ Android บริหารจัดการได้จากศูนย์กลางผ่านระบบ Cloud ส่งผลให้สามารถติดตั้งระบบพิสูจน์ตัวตนบนอุปกรณ์ของพนักงานได้ทั่วโลก รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์บนเครือข่าย บริการออนไลน์ และ Cloud Applications หลากหลาย ที่สำคัญคือราคาย่อมเยาว์เนื่องจากไม่ต้องลงทุนซื้อ Hardware Tokens หรือเซิร์ฟเวอร์สำหรับบริหารจัดการเพิ่มเติม

ทำไมต้อง WatchGuard AuthPoint

  • ใช้งานง่าย WatchGuard AuthPoint เป็นโซลูชัน MFA แบบคลาวด์ที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ใดๆ ผู้ใช้เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมือถือ AuthPoint และลงทะเบียนบัญชีเท่านั้น ก็สามารถใช้งาน WatchGuard Authpoint พร้อมได้รับความปลอดภัยขั้นสูงสุดได้ทันที
  • ให้การปกป้องที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดย WatchGuard AuthPoint ใช้การตรวจสอบสิทธิ์ตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปเพื่อพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้ ซึ่งอาจรวมถึงพาสเวิร์ด พาสเวิร์ดแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) การตรวจสอบสิทธิ์ด้วยลายนิ้วมือ หรือการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยใบหน้า เป็นต้น
  • สามารถรองรับอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ ได้มากและหลากหลาย โดย WatchGuard  AuthPoint รองรับอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ มากมาย ได้แก่ Windows, macOS, iOS และ Android แอปพลิเคชันคลาวด์ยอดนิยม เช่น Microsoft Office 365, Salesforce และ Google Workspace รวมถึงซอฟต์แวร์ที่เป็น 3rd party ต่างๆ เป็นจำนวนมาก

และหากท่านต้องการทดสอบการใช้งาน ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทย สอบถามรายละเอียดและข้อมูลในการติดต่อได้ที่แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

จุดประกายข่าวสารโดย : Optimus admin

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ปฏิวัติการใช้งาน PoE ในออฟฟิศยุคใหม่ด้วยโซลูชั่นจาก tactio

เทคโนโลยีจ่ายไฟผ่านสายแลนหรือ PoE (Power over Ethernet) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในผู้เปลี่ยนเกมของคนทำเน็ตเวิร์ค เพราะช่วยในเรื่องของการติดตั้งที่ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายติดตั้งสายไฟและสายแลน อีกทั้งการส่งผ่านสัญญานไฟฟ้าและข้อมูลภายในสายแลนเส้นเดียว ในสภาพแวดล้อมภายในอาคารสำนักงานหรือคลังสินค้าที่ประสิทธิภาพมาพร้อมกับความสวยงาม การติดตั้งที่ง่าย  เทคโนโลยี PoE จึงได้กลายเป็นโซลูชันที่ให้ประโยชน์มากมาย เช่น การลดต้นทุน ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน tactio Corporation ถือเป็นบริษัทเน็ตเวิร์คแนวหน้าที่มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี PoE มากมาย โดยนำเสนอโซลูชัน PoE ที่ครอบคลุม ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบนพื้นที่สำนักงานสมัยใหม่ตอบสนองความต้องการที่ต่างกัน

การประหยัดต้นทุนในการติดตั้งและดูแลรักษา

ข้อดีที่สำคัญประการหนึ่งของ PoE คือความสามารถในการลดต้นทุนได้อย่างมาก ด้วยการรวมศูนย์การจ่ายไฟผ่านสายแลน โดยไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟฟ้าแยกต่างหากสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์ IP กล้องวงจรปิด หรือ Access Point  ซึ่งแปลเป็นการประหยัดต้นทุนวัสดุอุปกรณ์ แรงงาน และการบำรุงรักษา

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

PoE ไม่เพียงแค่เป็นการประหยัดต้นทุนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอีกด้วย ด้วยการรวมการจัดการพลังงานเข้าด้วยกัน เทคโนโลยี PoE สามารถช่วยลดการใช้พลังงานโดยรวมได้อีกด้วย ทำให้ PoE เป็นองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่สำนักงานสมัยใหม่ที่เน้นความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจัยในการเลือกใช้งาน PoE ในปัจจุบัน

หากเราจะเลือกใช้ PoE มีสิ่งที่ต้องพิจารณาประกอบไปด้วย 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. Power ที่ใช้งาน ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์ Access Point, IP Phone หรือ IP Camera มีความต้องการใช้กำลังไฟที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการเลือก Power ที่เหมาะสม จะทำให้ไม่เกิดปัญหาในระหว่างการใช้งาน โดย Power ที่มีให้เลือกใช้ มีมาตรฐานต่างๆ ดังนี้ 
  • IEEE 802.3af (POE) ที่ใช้กำลังไฟ 15W
  • IEEE 802.3at (POE+) ที่ใช้กำลังไฟ 30W
  • IEEE 802.3bt (POE++) ที่ใช้กำลังไฟ 60W-90W 
    • Type3/Class5 45Watt, Class6 60W
    • Type4/Class7 72Watt, Class8 90W
  1. ความเร็วที่ต้องการใช้งาน (Ethernet Network Speed) เชื่อว่าเราคงคุ้นเคยกับพอร์ตที่เป็น Multi-Giga กันบ้างแล้ว โดยเฉพาะกับ Wireless AP โดยเฉพาะใน AP รุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็น Wi-Fi 7 ทั้งนี้หากพิจารณาจะพบว่า ปัจจุบันมีความเร็วที่ใช้กันอยู่ดังนี้
  • 10/100 Mbps
  • Gigabit
  • Multi-Giga 1G/2.5G/5G
  • >=10 Gigabit (10G/25G/40G)

PoE ที่จ่ายไฟมากขึ้น กินไฟมากขึ้น อันตรายมากขึ้น?

สาย LAN จะรับภาระของกระแสไฟฟ้ามากขึ้น จนอาจทำให้สาย LAN มีอุณหภูมิสูงขึ้น ที่รอยต่อของหัวต่อ RJ-45 จะมีกระแสไหลผ่านมากขึ้น เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ จะยังไม่เป็นอันตราย ตราบเท่าที่เราเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน เช่น สาย LAN ที่ได้มาตรฐาน, RJ-45 modular jack และ UTP outlet หรือ Patch panel ที่มีมาตรฐาน

tactio คำตอบสำหรับทุกโซลูชั่น PoE

เทคโนโลยี Power over Ethernet กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของสำนักงาน อาคารและคลังสินค้าขององค์กร ไม่ใช่แค่โซลูชันที่ต้องคุ้มค่าการลงทุนเท่านั้น การมีตัวเร่งที่ให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ต้องให้ความห่วงใยไม่แพ้กัน tactio Corporation ยืนหยัดเป็นผู้เล่นสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยนำเสนอชุดโซลูชัน PoE ที่รองรับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของพื้นที่สำนักงานสมัยใหม่

ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่าย tactio ในประเทศไทย ขอเสนอโซลูชั่น PoE จาก tactio ที่มีสินค้าให้เลือกใช้งานมากมาย ทั้ง injector, splitter และ extender รวมไปถึงสินค้าบนกำลังไฟและความเร็วที่แตกต่างกันไป สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ ออพติมุส ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์ค tactio ในประเทศไทย 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

คลิกดูรายการสินค้าเพิ่มเติม
 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

WatchGuard AuthPoint โซลูชัน MFA คลาวด์ที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยสำหรับธุรกิจ

ในยุคปัจจุบันที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น MFA (Multi-Factor Authentication) ได้กลายเป็นโซลูชั่นที่สำคัญในการปกป้องข้อมูลและระบบของบริษัทจากการถูกโจมตี โซลูชัน MFA ที่ดีควรง่ายต่อการใช้งาน ให้การป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูง

ทำไมต้อง WatchGuard AuthPoint

  • ใช้งานง่าย WatchGuard AuthPoint เป็นโซลูชัน MFA แบบคลาวด์ที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ใดๆ ผู้ใช้เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมือถือ AuthPoint และลงทะเบียนบัญชีเท่านั้น ก็สามารถใช้งาน WatchGuard Authpoint พร้อมได้รับความปลอดภัยขั้นสูงสุดได้ทันที
  • ให้การปกป้องที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดย WatchGuard AuthPoint ใช้การตรวจสอบสิทธิ์ตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปเพื่อพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้ ซึ่งอาจรวมถึงพาสเวิร์ด พาสเวิร์ดแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) การตรวจสอบสิทธิ์ด้วยลายนิ้วมือ หรือการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยใบหน้า เป็นต้น
  • สามารถรองรับอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ ได้มากและหลากหลาย โดย WatchGuard  AuthPoint รองรับอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ มากมาย ได้แก่ Windows, macOS, iOS และ Android แอปพลิเคชันคลาวด์ยอดนิยม เช่น Microsoft Office 365, Salesforce และ Google Workspace รวมถึงซอฟต์แวร์ที่เป็น 3rd party ต่างๆ เป็นจำนวนมาก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

เชื่อหรือไม่! ว่าพี่ๆ SI สามารถเพิ่มรายได้ขึ้นสองเท่าด้วยกลยุทธ์ Wi-Fi แบบนี้ !!

ในยุคปัจจุบันที่การนำเสนอขายอุปกรณ์ Wi-Fi หรือสวิตซ์ฮับอย่างเดียว ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน สำหรับบริษัท SI (System Integrator) จะพบกับความท้าทายใหม่ที่ลูกค้าไม่ได้อยู่เพียงแค่การติดตั้งอุปกรณ์ แล้วติดตั้งให้ใช้งานได้เท่านั้น สถานประกอบการ หรือห้างร้านต่างๆ ไม่เพียงแค่โฆษณาว่า “เรามี Wi-Fi ให้ใช้งานฟรี” ไม่ได้เป็นกลยุทธที่ดึงดูดคนเข้ามาใช้บริการในห้างอีกต่อไปแล้ว และเราในฐานะที่เป็น SI ที่ให้บริการ เป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้า จะทำอย่างไร เพื่อให้ห้างหรือร้านค้าสามารถสร้างรายได้จาก Wi-Fi ที่ติดตั้งไว้อยู่แล้วได้ และด้วย Linkyfi แพลตฟอร์มทางการตลาด Wi-Fi สำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ จะเป็นระบบที่เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างดียิ่ง ด้วยการเปลี่ยนสัญญาณเครือข่ายไร้สายทุกประเภทให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ใหม่ที่ยั่งยืน!  

เพิ่มโอกาสในการขาย (Upsell) 📈:

  • เนื่องจากพี่ๆ SI รู้จักลูกค้าเป็นอย่างดี รวมถึงเมื่อพี่ๆ เห็นแล้วว่า จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการใช้ Wi-Fi ที่เดิมมีแต่ค่าใช้จ่าย ที่หมดไปไม่น้อยในแต่ละเดือน โดยการนำเสนอบริการ Martech Wi-Fi Platform ของ Linkyfi เพิ่มเติมขึ้นได้ด้วย ซึ่งระบบของ Linkyfi จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้อย่างมาก เปลี่ยนจากการถามว่า 

    “ต้องการ Wi-Fi ให้บริการแขกแบบฟรีๆ ?”

    มาเป็นการถาม ว่า

    “ต้องการเปลี่ยน Wi-Fi ให้เป็น Passive income ที่เป็นเครื่องมือสร้างรายได้เพิ่มอย่างต่อเนื่องหรือไม่?”

เพิ่มมูลค่าให้กับบริการของพี่ๆ ✨:

  • การนำเสนอ Linkyfi ให้กับลูกค้า ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มโซลูชั่นใหม่ๆให้กับพี่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการเสนอโซลูชั่นที่ใช้ได้จริง เพิ่มรายได้ให้กับลูกค้าได้จริง เพิ่มประสบการณ์ในการเชื่อมต่อกับลูกค้า ห้างร้านของลูกค้าในปัจจุบันส่วนใหญ่มี Wi-Fi ให้บริการอยู่แล้วและด้วย Linkyfi ไม่เพียงแค่เชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ลูกค้าสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นได้อีกด้วย

User Journey Editor :

ปรับแต่งประสบการณ์ดิจิทัลของผู้ใช้ตั้งแต่หน้า Landing Page ไปจนถึงลูกค้าตอบรับแสดงตัวตน (Authentication) เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งาน Wi-Fi ที่ยอดเยี่ยมและสอดคล้องกับเป้าหมายแบรนด์ของลูกค้า

Business Intelligence :

วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ เช่น ระยะเวลาในการเข้าเยี่ยมชม ประเภทอุปกรณ์ และอื่นๆ เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกที่นำไปทำงานด้านการตลาดอื่นๆ ต่อไปได้ ช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างดียิ่งขึ้นจากมีข้อมูลใหม่ๆ ที่เชื่อว่าลูกค้าไม่เคยเห็นมาก่อน

Marketing Campaigns :

Linkyfi ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างและเปิดใช้งานแคมเปญที่ปรับแต่งได้ เพื่อเข้าถึงผู้ใช้ได้โดยตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ให้บริการติดตั้งระบบเครือข่ายในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากสามารถช่วยให้ร้านค้าต่างๆ สามารถดึงดูดลูกค้าเพื่อเข้าไปที่หน้าร้านด้วยโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษเฉพาะกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง

Location Engine :

ทำความเข้าใจว่าผู้ใช้บริการกำลังอยู่ที่ส่วนไหนของห้างหรือของร้าน ข้อมูลเชิงลึกด้านตำแหน่งที่อยู่ของลุกค้าที่มาใช้บริการนี้ สามารถใช้เพื่อจัดการทราฟฟิค (Traffic) ภายในห้าง เพื่อการเดินที่ทั่วถึง  เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และนำเสนอโปรโมชั่นตามตำแหน่งของร้านที่ใกล้ที่สุดที่เหมาะกับลูกค้าเป้าหมายที่สุดในช่วงเวลาแบบเรียลไทม์

ห้างสรรพสินค้า :

พื้นที่ห้างขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยช็อปร้านแบรนด์ต่างๆ  ต้องการโซลูชันเฉพาะเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าและยกระดับประสบการณ์ด้านค้าปลีกผ่านการตลาด Wi-Fi แบบเฉพาะเจาะจง และเรียลไทม์อาคารได้อีกด้วย

ศูนย์แสดงสินค้า :

ผู้เข้าชมงานที่แวะเวียนหมุนเปลี่ยนตลอดเวลาและผู้แสดงสินค้าที่มาออกบูธจำนวนมาก มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกลยุทธ์การตลาดแบบเฉพาะเจาะจงและการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์

ร้านอาหาร+ศูนย์อาหาร :

ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารดีๆ ศุนย์อาหารในห้าง การมอบประสบการณ์ Wi-Fi ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้งาน จะสามารถสร้าง Layalty ต่อแบรนด์และส่งเสริมให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่องอีกหลายๆครั้ง

เชนร้านกาแฟหรือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด (QSR) :

สถานที่ที่มีผู้เข้ามาใช้บริการมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เร่งรีบ (Peak time) สามารถใช้ประโยชน์จาก Linkyfi เพื่อเพิ่มยอดขาย นำเสนอโปรโมชั่นที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงจัดการทราฟฟิคในช่วงเวลาที่พีคได้เป็นอย่างดี

ขนส่ง:

สนามบิน สถานีรถไฟ BTS MRT หรือ สถานีรถโดยสารระหว่างจังหวัด ที่มีผู้คนเดินทางไปมาตลอดเวลา ในทุกวัน สามารถกลายเป็นจุดที่สร้างประสบการณ์ การใช้งานที่ดีเยี่ยมกับลูกค้า เพื่อเพิ่มการเข้ามาใช้งานการเดินทางของ คนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว รวมไปถึงการนำทางภายในอาคารได้อีกด้วย

การหลอมรวมแพลตฟอร์มการตลาดของ Linkify กับ Wi-Fi ที่พี่ๆ SI ให้บริการติดตั้งระบบเครือข่ายให้กับลูกค้าอยู่นั้น กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการไปจากเดิมอย่างแท้จริง บริการ Wi-Fi สำหรับแขกไม่ใช่เพียงแค่บริการเพื่อให้ต่ออินเตอร์เน็ตได้อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องมือของสถานประกอบการที่มีประสิทธิภาพ ปลดล็อกศักยภาพทางการตลาดและข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจสำหรับลูกค้า ปูทางไปสู่แหล่งรายได้แหล่งใหม่ที่มาอย่างต่อเนื่อง

P0009_Linkyfi_Guest-WiFi-Management-_-Marketing-Platform

ถึงเวลาแล้วที่จะทบทวนแนวทางในการขาย Wi-Fi สำหรับพี่ๆ SI ที่ให้บริการติดตั้งระบบเน็ตเวิร์คและติดตั้งระบบ Wi-Fi ซึ่งไม่ควรเป็นเพียงแค่บริการเดี่ยวๆ อีกต่อไป โดย Linkify เป็นโซลูชั่นใหม่ที่อัพเซลล์ได้เป็นอย่างดี และหากพี่ๆ สนใจสามารถ ติดต่อออพติมุส (optimus) วันนี้เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ Linkyfi ที่จะช่วยให้ลูกค้าของพี่ๆ มีเครื่องมือใหม่ๆ ในการใช้งานได้ต่อไป หรือสนใจทดสอบการใช้งาน หรือ เช็คว่า Wi-Fi ที่มีอยู่สามารถใช้โซลูชั่น LinkyFi ได้หรือไม่ ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายหรือการตลาดได้ทันที 

 

 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 Email : [email protected]

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยด้านข้อมูลสุขภาพ กับการเตรียมความพร้อมรับกฎหมาย NIS2 และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

NIS2

NIS2 กฎหมายความปลอดภัยไซเบอร์ฉบับใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข ซึ่งมีความเสี่ยงจากข้อมูลผู้ป่วยที่มีความละเอียดอ่อน เนื่องจากในปัจจุบันมีการนำข้อมูลผู้ป่วยเข้าสู่ระบบดิจิทัลและมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น ทำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขมีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลผู้ป่วยที่มีละเอียดอ่อนมีความเสี่ยงและอาจมีผลถึงชีวิตได้หากเกิดการหลุดรั่วไป

NIS2 กำหนดให้ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยไซเบอร์ที่เข้มงวด ซึ่งมีหัวข้อต่างๆ ที่สำคัญดังนี้

  • การจัดการความเสี่ยงอย่างครอบคลุม: ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขต้องประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ปรับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย และตรวจสอบมาตรการเหล่านี้อยู่เสมอ เพื่อปกป้องข้อมูลของคนไข้ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด

  • ภาระหน้าที่ในการรายงานเหตุการณ์: ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขต้องรายงานเหตุการณ์ที่สำคัญต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่อาจส่งผลต่อระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศของตน โดย NIS2 กำหนดให้ภาระหน้าที่ในการรายงานเหล่านี้ทำได้ง่ายขึ้น เพื่อให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามได้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่ออกมา

  • ความปลอดภัยของ Supply Chain: NIS2 เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งหมายถึงการรับประกันว่าซัพพลายเออร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดสำหรับผู้ให้บริการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจัดการข้อมูลผู้ป่วยหรือให้บริการที่สำคัญ

  • มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด: NIS2 กำหนดให้มีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น องค์กรด้านสาธารณสุขอาจเจอกับบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านความปลอดภัยไซเบอร์

การปฏิบัติตามข้อกำหนด NIS2 รวมถึงมาตราการความปลอดภัยอื่นๆ รวมถึงที่กฎเกณฑ์ต่างๆในไทยเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับโรงพยาบาล หรือหน่วยงานสาธารณสุข ซึ่งมีข้อกำหนดมาก มีอุปกรณ์ที่ดูแลเกี่ยวข้องเยอะ แต่จำนวนคนไม่ได้มากตามปริมาณงาน ทั้งนี้ทีมไอทีไม่จำเป็นต้องทำเรื่องดังกล่าวแต่เพียงฝ่ายเดียว  GFI ผู้นำด้านระบบความปลอดภัยขอเสนอ GFI LanGuard ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่เข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยเครือข่ายและระบบสารสนเทศ ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย GFI LanGuard รองรับการจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุม ลดความยุ่งยากในการทำรายงาน และรับประกันว่าผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขจะรักษามาตราฐานความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับสูงได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างการใช้งาน GFI LanGuard เพื่อใช้งานโซลูชั่น Patch Management ในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ก่อนการติดตั้ง GFI LanGuard ทางโรงพยาบาลนี้ ประสบปัญหาในการดูแลระบบ เนื่องจากปริมาณงานที่ล้นมือ มีอุปกรณ์และเครื่อง PC, Notebook, Tablet ต้องดูแลในหน่วยงานจำนวนมาก โดยทางโรงพยาบาลวางแผนให้มีระบบ Patch Management เนื่องจากต้องการลดงานประจำหลายอย่างลง โดยเฉพาะการจัดการเรื่อง Software ต่างๆที่ใช้งานในองค์กร ซึ่งจากที่มีจำนวนเครื่องที่เยอะทำให้คอมพิวเตอร์จำนวนมากของโรงพยาบาลไม่ได้รับการอัพเดท และติดตั้ง patch ในเวอร์ชั่นล่าสุดอย่างที่ควรจะต้องเป็น เป็นการเปิดช่องโหว่ให้แฮกเกอร์มีโอกาสเข้ามาโจมตีได้

หลังจากติดตั้ง GFI LanGuard ซึ่งการติดตั้งไม่วุ่นวาย ดูแลรักษาง่าย อีกทั้งเป็นผู้ช่วยสำคัญของไอทีในการจัดการงานด้าน Patch Management รวมถึงแสดงรายงานได้เป็นอย่างดี ทางโรงพยาบาลบริหาร patch บน Software ต่างๆได้ครอบคลุม ครบถ้วนและมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ GFI LanGuard ยังช่วยให้ทางโรงพยาบาลประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศอีกด้วย โดยทีมงานไอทีมีเวลาในการทำงานที่มีความสำคัญมากกว่า และยังสามารถทำให้งาน Software Management ต่างๆ จัดการบริหารได้อย่างดีอีกด้วย

GFI LanGuard ช่วยให้การติดตั้งแพทช์ซอฟต์แวร์ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

GFI LanGuard ช่วยให้การติดตั้งแพทช์ซอฟต์แวร์ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

Patch ของซอร์ฟแวร์เป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ผู้ผลิตซอร์ฟแวร์ออกมาอย่างต่อเนื่องเมื่อพบช่องโหว่นั้นๆ และหากไม่มีการอัพเดทให้ทันสมัยอยู่เสมอก็อาจเป็นช่องให้ถูกแฮกเกอร์นำไปใช้ประโยชน์ได้ การอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้ ซึ่ง GFI มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ

  • ช่วยให้องค์กรสามารถระบุช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในเครือข่ายได้
  • ช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดนโยบายการอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์ตามแนวทางความปลอดภัยขององค์กรได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยให้ไอทีมีเวลาเหลือมากขึ้น เนื่องจากระบบสามารถตั้งอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์ต่างๆได้อย่างอัตโนมัติ

GFI LanGuard ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์

พบว่าช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในซอฟต์แวร์เป็นเป้าหมายหลักของแฮกเกอร์ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าโจมตี การอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้ เช่นตัวอย่าง การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ WannaCry ที่ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ซึ่งได้รับการแก้ไขแล้วสองเดือนก่อนหน้านั้น การโจมตีครั้งนั้นสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐและรบกวนธุรกิจทั่วโลก

GFI LanGuard ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศ

การอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์เองอาจต้องใช้ทั้งเวลา บุคคลากร และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดูแลระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศเป็นอย่างมาก ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น บริษัทแห่งหนึ่งที่มีพนักงาน 500 คน มีระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ 500+ เครื่อง การอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์ด้วยตนเองอาจต้องใช้พนักงาน IT อย่างน้อย 5 คน ใช้เวลาอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อวัน และค่าใช้จ่ายในการอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์อาจสูงถึง 50,000 บาทต่อเดือน

หากบริษัทดังกล่าวใช้ GFI LanGuard ในการอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์ พนักงาน IT เพียง 2 คน ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงต่อวัน ก็สามารถอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์ทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดเวลาในการทำงานของพนักงาน IT ลง 80% และลดค่าใช้จ่ายในการอัปเดตแพทช์ซอฟต์แวร์ลง 50%

gfi-languard

นอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว GFI LanGuard ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่ช่วยปกป้องข้อมูล เช่น การตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล และการจัดการรหัสผ่าน เป็นต้น สนใจทดลองใช้บริการ ติดต่อทีมงานออพติมุส เพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะกับองค์กรของพี่ๆได้ที่แผนก Marketing 

 Tel : 02-2479898 ต่อ 87 Email : [email protected]