Skip to content

Product categories

GFI KerioConnect 10.0.9p1 ถูกระงับชั่วคราว

GFI Kerio Connect 10.0.9p1 ถูกระงับชั่วคราว แนะนำชะลอการอัปเดตและรอเวอร์ชัน 10.0.9p2 เพื่อความปลอดภัยของระบบลูกค้า GFI ได้ประกาศระงับการปล่อยอัปเดต GFI KerioConnect® เวอร์ชัน 10.0.9p1 เป็นการชั่วคราว และได้ถอดเวอร์ชันดังกล่าวออกจากระบบคลังไฟล์ (repositories) ของบริษัทแล้ว หลังจากมีรายงานจากลูกค้าที่อัปเดตไปใช้งานและพบปัญหาหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานประจำวัน จากข้อมูลที่ได้รับ บริษัทตรวจพบปัญหาหลัก ๆ ได้แก่ Outlook ทำงานไม่เสถียร, ระบบค้นหา (Search) มีปัญหา, รวมถึง การซิงก์บนมือถือผิดปกติ โดยเฉพาะการซิงก์ข้อความใหม่และรายชื่อผู้ติดต่อ (Contacts) ซึ่งอาจทำให้การรับส่งอีเมลและการใช้งานระบบในองค์กรไม่ราบรื่น สำหรับแนวทางแก้ไขในขั้นถัดไป ทาง GFI ระบุว่าจะเร่งปล่อยอัปเดต เวอร์ชัน 10.0.9p2 ให้เร็วที่สุด โดยเวอร์ชันใหม่นี้จะมีขอบเขตการปรับปรุงน้อยกว่าเวอร์ชันเดิม และจะมุ่งเน้นไปที่ การแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Fixes) เป็นหลัก เพื่อให้สามารถดำเนินการอัปเดตได้อย่างปลอดภัยและเป็นแนวทางที่ชัดเจน ขณะเดียวกันทีมงานยังคงตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่พบในเวอร์ชัน 10.0.9p1 ต่อไป GFI ได้ขอบคุณลูกค้าสำหรับความอดทนและข้อเสนอแนะที่ช่วยให้บริษัทตรวจพบปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และเปิดให้ลูกค้าติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ในระหว่างที่รอการปล่อยเวอร์ชันใหม่ สรุป: เวอร์ชัน 10.0.9p1 ถูกหยุดให้ใช้งานชั่วคราวเนื่องจากพบปัญหากระทบ Outlook, การค้นหา และการซิงก์มือถือ โดย GFI เตรียมปล่อย 10.0.9p2 เพื่อแก้ไขด้านความปลอดภัยเป็นหลัก และอยู่ระหว่างตรวจสอบปัญหาเชิงลึกเพิ่มเติม. หากลูกค้าต้องการความช่วยเหลือในการอัพเดต Software สามารถติดต่อ OPT-Care แผนก Support : act.optimus.co.thโทร : 02-247-9898 Ext. 81
Read More

EDR ไลน์อัพใหม่ จาก WatchGuard

EDR ไลน์อัพใหม่ จาก WatchGuard ภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ทุกวันนี้ มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งมัลแวร์ ไวรัสที่ถูกปล่อยออกมาก็ฉลาด ซับซ้อน จนหลายองค์กรตั้งคำถามกับตัวเองว่า  “ระบบรักษาความปลอดภัยของเราที่มีอยู่ตอนนี้ เพียงพอและป้องกันได้มากน้อยแค่ไหน”  แอนตี้ไวรัสแบบเดิมยังพอใช้งานได้อยู่หรือเปล่า หลายองค์กรยังคงพึ่งพา Traditional Antivirus เป็นหลักอาจเพราะมีราคาที่ถูกกว่า คิดว่าไม่ได้ใช้อะไรเยอะ ซึ่งก็ทำงานได้ดีในยุคที่ภัยคุกคามยังเป็นรูปแบบเดิมๆ แต่ภาพปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก การโจมตีอย่าง Ransomware, Zero-day exploits และ Fileless attacks ล้วนเริ่มต้นที่ Endpoint หรืออุปกรณ์ปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ทีมงาน แล็ปท็อป หรืออุปกรณ์ IoT ต่างๆ ซึ่งปัญหาของแอนตี้ไวรัสแบบเดิมคือมันรู้จักเฉพาะไวรัสหรือมัลแวร์ที่เคยเห็นมาก่อน แต่ภัยใหม่ที่ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูล จะไม่รู้จัก และนั่นคือช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์ในการโจมตี EDR คืออะไร และทำไมจึงสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ EDR หรือ Endpoint Detection and Response คือระบบที่คอยตรวจสอบกิจกรรมบน Endpoint อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ได้แค่บล็อกไวรัส มัลแวร์ที่รู้จัก แต่วิเคราะห์ พฤติกรรม (Behavior) ของโปรแกรมและกระบวนการทำงานทุกอย่างบนอุปกรณ์ หากพบสิ่งผิดปกติ ระบบจะตรวจจับ แจ้งเตือน และตอบสนองแบบอัตโนมัติก่อนที่การโจมตีจะลุกลามออกไปยังส่วนอื่นขององค์กร จากรูปแบบการทำงานของแต่ละองค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งจากการทำงานแบบ Hybrid การใช้งานบนคลาวด์มากขึ้น รวมถึงความซับซ้อนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้างนอก ที่เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์เข้ามาจากจุดอ่อนของคู่ค้าของเรา นอกจากนี้ โซลูชัน EDR ระดับองค์กรในยุคก่อนมักมีความซับซ้อนสูง ต้องการทีมไอทีเฉพาะทาง และสร้าง Alert Fatigue ซึ่งพบได้กับการแจ้งเตือนไม่จำเป็นที่มากเกินไป ทำให้หลายองค์กรเข้าถึงได้ยาก WatchGuard จึงออกแบบ EDR ที่ตอบโจทย์ทั้งความแข็งแกร่งและการใช้งานที่ง่ายในคราวเดียวกัน WatchGuard Endpoint Security 4 ไลน์อัพใหม่ เลือกได้ตรงความต้องการ ล่าสุด WatchGuard ได้ทำการ Redesign Lineup ในกลุ่ม Endpoint Security ใหม่ ให้ชัดเจนและตอบโจทย์ภัยคุกคามยุคใหม่ได้มากขึ้นกว่าเดิม ไล่ตั้งแต่ Endpoint Security Basic ซึ่งเดิมคือโมเดล EPP, Endpoint Security Prime เป็น tier ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา Endpoint Security 360 เดิมได้แก่ EPDR และ Endpoint Security Elite ที่เดิมคือ Advanced EPDR การปรับไลน์อัพครั้งนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อ แต่สะท้อนให้เห็นว่า WatchGuard ตั้งใจจริงกับการพัฒนา portfolio ให้เติบโตไปพร้อมกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน Endpoint Security Basic (ชื่อเดิมคือ EPP) ระบบป้องกันพื้นฐาน เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยที่แข็งแกร่งโดยไม่ต้องการทีมไอทีขนาดใหญ่มาดูแล ระบบใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อบล็อก Ransomware และมัลแวร์ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก พร้อมจัดการไฟล์ที่ติดเชื้อแบบอัตโนมัติ แบบ “Set-It-and-Forget-It” คือตั้งค่าครั้งเดียวแล้วให้ระบบทำงานเอง Endpoint Security Prime ตัวเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มากขึ้น ในรุ่นนี้ เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเพิ่มความสามารถด้าน Root Cause Analysis ทำให้ทีมไอทีเห็นภาพรวมได้ว่าการโจมตีเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเชื่อมโยงเหตุการณ์เข้ากับกรอบ MITRE ATT&CK ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการจำแนกเทคนิคของแฮกเกอร์ รวมถึงมีระบบ Endpoint Isolation เพื่อตัดเครื่องที่ติดเชื้อออกจากเครือข่ายได้ทันที ก่อนที่การโจมตีจะแพร่กระจาย Endpoint Security 360 (ชื่อเดิมคือ EPDR) Zero Trust เต็มรูปแบบ โมเดลนี้จะโดดเด่นกว่าด้วยแนวคิด Zero Trust Application Service ได้แก่การบล็อกทุกแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักไว้ก่อน (Deny-by-default) และอนุญาตให้รันเฉพาะแอปที่ตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีระบบ Lateral Movement Containment เพื่อหยุดการโจมตีไม่ให้ลุกลามข้ามเครื่องภายในเครือข่าย Endpoint Security Elite (ชื่อเดิมคือ Advanced EPDR) ขีดสุดของ EDR ระบบออกแบบมาสำหรับทีมรักษาความปลอดภัยขั้นสูง มาพร้อม GenAI Investigation Assistant ที่ให้นักวิเคราะห์สามารถค้นหาและตั้งคำถามกับข้อมูลเหตุการณ์ด้วยภาษาธรรมชาติได้ทันที มีฟีเจอร์ Remote Shell Access สำหรับเข้าถึงเครื่องที่ถูกบุกรุกจากระยะไกล และระบบ Unified Attack Story Correlation ที่รวบรวมเหตุการณ์ทุกจุดให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน ช่วยลดเวลาในการสืบสวนได้มาก Add-On Modules ตัวเลือกเพิ่มเติม เพื่อปิดช่องโหว่ที่เหลืออยู่ นอกจาก 4 ไลน์อัพหลักแล้ว WatchGuard ยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ด้วยโมดูลเสริมให้เลือกเพิ่มตามความจำเป็น ได้แก่ Patch Management สำหรับอัปเดตช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการและแอป Third Party แบบอัตโนมัติ, Full Encryption สำหรับเข้ารหัสข้อมูลบนอุปกรณ์ป้องกันกรณีสูญหาย, Data Control สำหรับค้นหาและจัดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GDPR และ Advanced Reporting Tool สำหรับสร้างรายงานและ Dashboard เชิงลึก All in One บน Unified Security Platform จุดแข็งที่ทำให้ WatchGuard แตกต่างคือโซลูชัน EDR ทั้งหมดไม่ได้ทำงานแยกส่วน แต่รวมอยู่ใน WatchGuard Unified Security Platform ที่ผสานการป้องกันระดับ Endpoint, Network, Identity และ Wi-Fi เข้าไว้ด้วยกัน บริหารจัดการได้บนคลาวด์เพียงที่เดียว ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องสลับหน้าจอ Ref Link: : https://www.watchguard.com/wgrd-products/endpoint-detection-and-response ในโลกที่ภัยคุกคามพัฒนาตัวเองไม่หยุด การยึดติดอยู่กับแอนตี้ไวรัสแบบเดิมอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีพออีกต่อไป EDR คือการยกระดับการป้องกันให้ทัน ไม่ใช่แค่รับมือกับภัยที่รู้จัก แต่พร้อมรับมือกับสิ่งที่ยังไม่เคยเห็นด้วย สนใจต้องการคำปรึกษาในการเลือก WatchGuard Endpoint Security ที่เหมาะสมกับองค์กรของพี่ๆได้ โดยติดต่อทีมงานออพติมุส (OPTIMUS) ตัวแทนจำหน่าย WatchGuard ในประเทศไทย ที่ทีมขายของออพติมุส  Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

WatchGuard เพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับ Multi-Year License แล้ว!

WatchGuard เพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับ Multi-Year License แล้ว! จากเดิม WatchGuard มี License แบบ 1-Year และ 3-Year สำหรับหลาย Product Line ล่าสุดได้มีการเพิ่มตัวเลือกใหม่เป็น 2, 4 และ 5-Year Terms เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกใช้งานให้กับลูกค้า รวมถึงช่วยลดภาระการ Renew รายปี และสนับสนุนการวางแผนงบประมาณระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น
Read More

Extreme Networks พลิกโฉม WiFi ให้ฉลาดกว่าที่เคยเป็น

เมื่อ AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ องค์กรยุคใหม่จึงต้องการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่ไม่เพียงแค่ “เร็ว” แต่ต้อง “ฉลาด” และบริหารจัดการได้ง่ายกว่าเดิม Extreme Networks จึงเข้ามาพลิกโฉมระบบ WiFi ด้วยการผสาน AI, Security และ Network Connectivity เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายในทุกองค์กร
Read More

อย่ารอให้พร้อมค่อยทำ ถ้าไม่อยากพลาดทั้งชีวิตในวัยกลางคน

หลายครั้งสิ่งที่ลูกค้าสั่ง ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง บทความนี้ชวนมองความต่างระหว่างการทำตามคำสั่งกับการแก้ปัญหาให้ตรงจุด พร้อมแนวคิดสำคัญเรื่องทักษะวิชาชีพ การสื่อสาร และการสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า
Read More

WatchGuard ปรับโฉมแพ็กเกจ Endpoint Security ใหม่ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

WatchGuard ปรับโฉมแพ็กเกจ Endpoint Security ใหม่ ยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น WatchGuard Endpoint Security พัฒนาความปลอดภัยเพื่อให้สอดคล้องกับภัยคุกคามในปัจจุบัน ด้วย 4 แพ็กเกจใหม่  นอกจากฟีเจอร์ความปลอดภัยที่มีอยู่แล้ว แต่ละรุ่นมีความเปลี่ยนแปลงดังนี้ WatchGuard Endpoint Security Basic (เดิมคือ EPP) เพิ่ม EDR ที่ใช้ AI เพื่อหยุดภัยคุกคามโดยอัตโนมัติและปกป้องอุปกรณ์ โดยไม่ต้องการการดูแลจาก IT ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ WatchGuard Endpoint Security Prime (สินค้าใหม่) เพิ่ม EDR ที่มีฟีเจอร์ครบถ้วน เช่น การตรวจสอบแบบเรียลไทม์จากพฤติกรรมผู้ใช้งาน ตรวจจับภัยคุกคามจากเหตุการณ์ โดยไม่เสียเวลาในการตรวจสอบเอง ไล่ล่าและเฝ้าระวังภัยคุกคามตลอดเวลา WatchGuard Endpoint Security 360 (เดิมคือ EPDR) เพิ่มฟีเจอร์ Zero-Trust ที่ปฏิเสธการเข้าถึงที่ไม่รู้จักตั้งแต่ค่าเริ่มต้น ไม่เสี่ยงหากไม่ได้รับอนุญาต  WatchGuard Endpoint Security Elite (เดิมคือ Advanced EPDR) เพิ่มการวิเคราะห์เชิงลึกและการตอบสนองภัยคุกคามสำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือหลายสาขา ที่มีข้อมูลจำนวนมากที่ต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นเวลานานเพื่อวิเคราะห์ปัญหาอย่างเจาะลึกในอนาคต การปรับโฉมครั้งนี้ ทำให้ WatchGuard Endpoint Security ทุกแพ็กเกจ ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ทั้งประสิทธิภาพและราคาได้ดียิ่งขึ้น Ref Link: : https://www.watchguard.com/wgrd-blog/redefining-watchguard-endpoint-security-new-endpoint-portfolio สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาโซลูชันที่ไปไกลกว่า Antivirus แบบเดิมๆ WatchGuard Endpoint Security คือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมันไม่ได้แค่ป้องกัน แต่มันช่วยให้คุณเข้าใจภัยคุกคาม ตอบสนองได้ทันท่วงที และเรียนรู้จากทุก Incident เพื่อป้องกันการโจมตีครั้งต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนใจหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ต่อทีมขายของออพติมุส  Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

สงสัยกันมั้ย บริษัทมีทั้ง Antivirus, Firewall, EDR, MFA แต่ก็ยังโดนแฮกอยู่ดี?

แม้องค์กรจะลงทุนกับระบบ Cybersecurity มากมาย ทั้ง Antivirus, Firewall, EDR และ MFA แต่เหตุใดหลายบริษัทยังคงตกเป็นเป้าของการโจมตีทางไซเบอร์? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ “มีเครื่องมือไม่พอ” แต่อยู่ที่ “เครื่องมือทำงานแยกกัน” จนมองไม่เห็นภาพรวมของภัยคุกคาม บทความนี้จะพาไปรู้จัก XDR เทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมโยงระบบความปลอดภัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรตรวจจับ ตอบสนอง และลดความเสี่ยงจากการถูกแฮกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในปี 2026
Read More

อัปเดตใหม่ GFI LanGuard 12.15

GFI LanGuard 12.15 เปิดตัวพร้อมการอัปเดตครั้งสำคัญที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการความปลอดภัยในองค์กร ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับ GFI AppManager อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบช่องโหว่ สถานะแพตช์ และเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ได้จาก Dashboard กลางเดียว พร้อมเพิ่มความสามารถสำหรับ MSP ในการจัดการหลายลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Read More

ประกาศ End of Sale (EOS) สำหรับผลิตภัณฑ์ RUCKUS ICX 7150, ICX 7250 และ ICX 7450

Update on May 1st Price Adjustment Ruckus Networks แจ้งอัปเดตสำคัญเรื่องราคา จากแผนเดิมที่จะมีการปรับขึ้นราคาในวันที่ 1 พฤษภาคม ขณะนี้ Ruckus Networks ได้ประกาศ ระงับการปรับขึ้นราคา โดยมีผลทันที ราคาสินค้ายังคงเดิม สามารถเสนอราคาและสั่งซื้อได้ตามปกติ
Read More

TGR Haas F1 Team ทีมแกร่งคนเก่ง กับหน้างานที่ท้าทายขั้นสุด

กระแสความเป็นไปได้ของการแข่งขัน F1 ในประเทศไทยกำลังทำให้หลายคนจับตาอนาคตของสนามแข่งระดับโลกอย่างใกล้ชิด แต่เบื้องหลังความเร็วของรถแข่งไม่ได้มีเพียงเครื่องยนต์หรือทักษะของนักขับเท่านั้น หากยังมี “โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล” ที่ต้องทำงานแบบไร้ข้อผิดพลาดตลอดเวลา กรณีศึกษาของ TGR Haas F1 Team ร่วมกับ Ruckus Networks จึงสะท้อนให้เห็นชัดว่า ในโลกของมอเตอร์สปอร์ตระดับสูง ความเสถียรของเครือข่ายคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อการแข่งขันอย่างแท้จริง
Read More

มีอะไรใหม่ใน WatchGuard Fireware v12.12

WatchGuard เปิดตัว Fireware v12.12 พร้อมอัปเดตที่เน้นทั้งด้าน security, stability และ modern connectivity เพื่อรองรับการใช้งานขององค์กรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เวอร์ชันนี้มีทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น การอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญ รวมถึงการแก้ไขบั๊กที่ส่งผลต่อการใช้งานจริงในหลายสภาพแวดล้อม
Read More

RUCKUS เปิดตัวใหม่ล่าสุด R575 — Tri-band Wi-Fi 7 Indoor Access Point รุ่นใหม่แรงระดับ Next Generation

RUCKUS เปิดตัว RUCKUS R575 Indoor Access รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยี Wi-Fi 7 แบบ Tri-band ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากและมีความต้องการด้านประสิทธิภาพเครือข่ายสูง
Read More