Skip to content
ทำตามลูกค้าสั่งทำตามลูกค้าต้องการคุณเลือกทำอันไหน

ทำตามลูกค้าสั่ง

ทำตามลูกค้าต้องการ

คุณเลือกทำอันไหน

ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร คุณเคยสงสัยมั้ยว่า สิ่งที่คุณกำลังทำให้ลูกค้านั้น คุณกำลังทำตามลูกค้าสั่ง หรือ คุณกำลังทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

คุณไปซื้อรองเท้า คุณสั่งพนักงานให้หยิบรองเท้าหลายคู่มาลอง แต่ก็ไม่ได้คู่ที่ถูกใจ ในที่สุด คุณก็บอกกับพนักงานไปว่า “พี่หารองเท้าที่ใส่ทำงานออฟฟิศก็ได้ คือดูสุภาพ ใส่เดินเที่ยวก็ได้ คือดูไม่เป็นทางการเกินไป และใส่สบายเท้า” พนักงานตอบว่า “อ๋อ…สักครู่นะคะ” 

คุณสังเกตเห็นอะไรมั้ยครับ

  1. ลูกค้าสั่งพนักงานให้หยิบรองเท้าให้ สั่งให้ไปหยิบ ก็ไปหยิบตามสั่ง  
  2. ต่อมา ลูกค้าหยุดสั่ง เริ่มบอกความต้องการของตัวเองจริง ๆ พนักงานเริ่มได้ใช้ทักษะ ใช้ความรู้ ใช้ประสบการณ์ ในการแนะนำลูกค้า

คุณได้เห็นความแตกต่างของ "สิ่งที่ลูกค้าสั่ง" กับ "สิ่งที่ลูกค้าต้องการ" มั้ยครับ

เพราะรอบตัวเรา มีความคลุมเครือใน คำสั่ง และ ความต้องการอยู่ตลอดเวลาครับ มาลองดูกันครับ 

ตัวอย่างแรก: ลูกค้าขึ้นรถโดยสาร และบอกว่า “สนามบินครับ ขึ้นทางด่วนเลย เดี๋ยวไม่ทันเครื่องออก”

ลูกค้าสั่งอะไร และลูกค้าต้องการอะไร มองออกมั้ยครับ ขึ้นทางด่วน vs. ทันเครื่องออก อันไหนคำสั่ง อันไหนความต้องการ 

หยุดอ่านสักครู่ และลองครุ่นคิดครับ คำสั่งคืออะไร ความต้องการคืออะไร ได้คำตอบแล้วอ่านต่อ

เรื่องที่น่าคิดคือ ถ้าคุณเป็นคนขับที่เชี่ยวชาญเส้นทาง และคุณมีทางที่จะพาลูกค้าไปทันขึ้นเครื่องแน่นอน แต่…”เส้นทางของคุณไม่ได้ขึ้นทางด่วน” ประสบการณ์ของคุณยืนยันว่า วิ่งข้างล่างเร็วกว่าแน่นอน 

ถ้าคุณเป็นคนขับ คุณจะเลือกทำอะไร

1. ทำตามลูกค้าสั่ง

ขึ้นทางด่วนตามลูกค้าสั่ง ไปไม่ทันช่างแม่ง สั่งเองก็รับผิดชอบเอง (โว้ย)

2. ทำตามลูกค้าต้องการ

หันไปเจรจากับลูกค้า “พี่ครับ ผมพาพี่ไปทันขึ้นเครื่องแน่นอน ไม่ขึ้นทางด่วนเร็วกว่าครับ”

ซึ่งคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่า 

– ขัดคำสั่ง แปลว่า ขัดใจ

– ขัดคำสั่ง อาจแปลว่า ยกเลิกออเดอร์ (ไปคันอื่นก็ได้วะ)

– ขัดคำสั่ง = ย้ายความรับผิดชอบมาอยู่ที่เราเต็ม ๆ ลูกค้าจะไปทันเครื่องหรือไม่ คุณได้เป็น “ว่าที่ผู้โชคร้าย” ไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ใน Cons ย่อมมี Pros เสมอครับ

– ถ้าสิ่งที่คุณพูดนั้น คุณทำได้จริง ไม่ขึ้นทางด่วน ลูกค้าถึงสนามบินทันเวลา คุณจะได้ความเคารพนับถือจากลูกค้าทันที ทิปจากลูกค้ารออยู่เห็น ๆ

– ยุคนี้ หาคนเก่งอย่างคุณได้ยาก Repeat order รอคุณอยู่แน่นอน ลูกค้าอาจมีขอเบอร์เรียกใช้บริการครั้งหน้า 

– คุณได้ชัยชนะเหนือคู่แข่งทั้งปวง คู่แข่งที่เลือก Safe zone คือทำตามลูกค้าสั่ง แล้วทำให้ลูกค้าตกเครื่อง

 

คุณจะเลือกทำตามลูกค้าสั่ง หรือ ทำตามลูกค้าต้องการ…….น่าคิดนะครับ

– คุณจะกล้าขัดใจลูกค้ามั้ย

– คุณกลัวลูกค้ายกเลิกออเดอร์ใช่เป่า

– คุณไม่อยากจะแบกความรับผิดชอบไว้กับตัว…หรือเปล่า

เอาอีกซักตัวอย่าง: ลูกค้าเข้าร้านอาหาร สั่งข้าวกระเพรา แต่ได้จิ้งจกหมกอยู่ในข้าว ลูกค้าแจ้งพนักงาน “เฮ้ย…ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และในข้าวมีจิ้งจก”

พนักงานรีบนำชุดช้อน-ตะเกียบกู้ชีพ นำร่างจิ้งจกออกมาจากจานข้าว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตจิ้งจกน้อยนั้นได้ พนักงานก้มหน้าขอโทษลูกค้า “ผมพยายามสุดความสามารถแล้วครับ”

พนักงานทำตามลูกค้าสั่งอย่างสุดกำลังแล้ว ทำไมลูกค้าไม่ยอมจบ ยังเอาร้านไปโพสแขวน คงเดาได้ไม่ยาก

ในงานไอทีของเราก็ไม่แตกต่างครับ มีคำสั่ง มีความต้องการ ปะปนกัน และคนทำ Tech. Support ก็เป็นคนที่จะต้องเลือกเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ระหว่าง “ทำตามคำสั่งของลูกค้า” หรือ “ทำตามความต้องการของลูกค้า” อยู่ตลอดเวลา

ความโชคร้ายคือ เรามักพบว่า……สิ่งที่ลูกค้าสั่ง ไม่นำไปสู่ สิ่งที่ลูกค้าต้องการ

ที่โชคร้ายกว่านั้น บ่อยครั้งเราพบว่า……สิ่งที่ลูกค้าสั่ง ขัดแย้งกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย

ที่โชคร้ายสุด ๆ คือ……ถ้าไม่ทำตามที่ลูกค้าสั่ง ลูกค้าก็ไม่จ่าย และถ้าลูกค้าไม่ได้อย่างที่ต้องการ ก็ไม่จ่ายเช่นกัน

ฮ่วยยยยยย !!!!!

ระบบล่ม ลูกค้าเรียก Onsite แต่เราแก้ทาง Online กู้ระบบได้เร็วกว่า

– ถ้าเราไม่ไป Onsite ลูกค้าก็ว่าเราไม่บริการ อ้างผิดสัญญา อ้างผิดเงื่อนไข

– แต่ถ้าเรา Onsite ก็ต้องเดินทางใช่มั้บ เดินทางไป 2 ชั่วโมงกว่าจะได้เริ่มกู้ระบบ ระบบลูกค้าล่มนาน เราก็โดนอีก

– ทีนี้ถ้าเราแก้ทาง Online ล่ะ ไม่ไป Onsite แระ ลูกค้าก็ question คุณยังไม่ออกเดินทางอีกเหรอ

ลูกค้าต้องการระบบอัพเร็ว แต่ลูกค้าสั่งให้เราเสียเวลาเราเดินทาง…..เห็นความขัดแย้งมั้ยครับ 

คนทำ Tech. Support อย่างเรา เจอแบบนี้ จะเอาไงดี !!!

ผมมีทางออก จะบอกให้ 

ทางออก คือ คุณต้องเก่ง….จริงดิ

1. คุณต้องเก่งในวิชาชีพ

ปัญหาที่ลูกค้าพบ ความต้องการที่ลูกค้าแจ้ง คุณต้องมองได้ทะลุ เห็นภาพทุกขั้นตอน เห็นจุดเริ่ม เห็นจุดจบ เห็นความเสี่ยง คุณต้องประเมินเวลาทำงานได้แม่น นี่เขาเรียกว่า ความเก่งในวิชาชีพ 

และก่อนจะลงมือทำงาน บ่อยครั้งที่ลูกค้าก็มักจะแฝงคำสั่งเข้ามาเป็นข้อกำหนดให้คุณต้องทำตาม ความเก่งในวิชาชีพ  จะทำให้คุณสามารถมองข้ามคำสั่ง มองทะลุและเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า 

ลูกค้าต้องการให้ระบบที่ล่ม กลับมาทำงานได้เร็วที่สุด แม้ลูกค้าจะสั่งให้คุณ Onsite ก็ตาม

คุณจะอยู่ในสภาพพร้อมจะอยู่เหนือคำสั่ง และพร้อมสนองความต้องการ คุณจำเป็นต้องใช้ความเก่งในข้อ 2 ร่วมด้วยครับ

2. คุณต้องเก่งในการสื่อสาร

ถ้าคุณเก๋งในข้อแรก ภาพที่คุณเห็น จะชัดเจนแจ่มแจ้งและแตกต่างจากภาพของลูกค้าแน่นอน (ไม่งั้นเขาไม่จ้างคุณหรอก…จริงป่ะ) มันจึงเป็นเรื่องของการชิงพื้นที่ครับ

ถ้าคุณเงียบ ลูกค้าจะใช้ความเป็นเจ้าของเงิน ชิงพื้นที่และเริ่มออกคำสั่งกับคุณทันที เช่น สังให้คุณเดินทางมา Onsite Support ตามที่ลูกค้าเชื่อว่า “ทำหน้างาน แก้ปัญหาได้เร็วกว่า Online แก้ไม่ได้หรอก”

ซึ่งคุณต้องเก่งในการสื่อสารครับ คุณต้องบรรยายให้ลูกค้ายินดีทำตามที่คุณแนะนำ แย่งพื้นที่กลับมาครับ “พี่ครับ ผมแก้ให้ตอนนี้เลย ระบบอัพแน่นอนใน 30 นาทีหรือน้อยกว่านั้น ถ้าเดินทางใช้ 2 ชั่วโมงนะครับ ระหว่างที่ผมคุยอยู่นั้น ผมกำลังแก้ไปด้วย ถ้าผมทิ้งแล้วออกเดินทาง ไม่น่าดีนะครับ”

การสื่อสารของคุณ จะลดน้ำหนักคำสั่งลูกค้าลง คุณต้องสื่อสารให้ลูกค้าตระหนักว่า คุณกำลังทำในสิ่งที่เขาต้องการ “แม้คุณจะไม่ได้ทำตามที่เขาสั่งก็ตาม”

ทีนี้คุณจะเป็นคนขี้โม้หรือไม่ ก็อยู่ที่ความเก่งในข้อ 1 ครับ

วิชาชีพที่เก่งกล้า จะยิ่งกลับมาสร้างเครดิตให้ข้อ 2 ครับ

ยิ่งคุณทำซ้ำให้ลูกค้าเห็นว่า การขัดคำสั่งของคุณคือสิ่งที่ถูกต้อง เป็นผลประโยชน์ของลูกค้า ลูกค้าจะมอบความไว้วางใจ และฟังคุณในที่สุด เมื่อลูกค้าเริ่มฟังคุณ เขาจะเลิกสั่งครับ

ถ้าเมื่อไหร่ลูกค้าเริ่มถามคุณว่า “เคสนี้คุณคิดว่าจะต้องเดินอย่างไร” ถือว่าคุณประสบความสำเร็จสูงสุดในวิชาชีพ Tech. Support

3. คุณต้องเก่งในการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง

ในแต่ละขั้นตอนของการแก้ปัญหา คุณต้องให้ลูกค้าร่วมอยู่ในภาพ อัพเดตลูกค้าว่า สิ่งที่คุณได้บรรยายไว้ในข้อ 2 นั้น ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามลำดับ และได้เริ่มเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปเรื่อย ๆ

ต้องสื่อสารไปเป็นระยะ ๆ ครับ อย่าทิ้งจนขาดตอน อย่าเงียบเหมือนขาดหาย การก้มหน้าทำโดยไม่มีใครรับรู้ คือจุดเริ่มต้นของความไม่เข้าใจ และไม่ไว้ใจครับ

การทำให้ลูกค้ารับรู้ความคืบหน้า มันมีรางวัลซ่อนอยู่ในนั้น คือคุณจะได้ความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะหมายถึง
– ลูกค้าจะยินดีให้ความร่วมมือกับคุณมากขึ้น อยากได้อะไร เขาจะจัดให้
– ลูกค้าจะยินดีให้ข้อมูลกับคุณมากขึ้น บอกในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ข้อมูลเชิงลึกทำให้งานของคุณง่ายขึ้น
– ลูกค้าที่เปิดใจ ทำงานด้วยง่ายกว่ามากครับ คุณก็คงเคยมีประสบการณ์ที่ลูกค้าอยู่ข้างเรา มันดีมาก ๆ ใช่มั้ยล่ะ

ถ้าคุณมีความเก่งในข้อ 1 และ 2 เป็นทุนอยู่แล้ว ข้อ 3 นี้จะยิ่งส่งเสริมให้คุณและลูกค้าทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ทั้งหมดที่ผมแนะนำนี้ เป็นหลักการทำงานที่ผมใช้ ทำให้งาน Support ของผมราบรื่น และสามารถส่งมอบในสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้สำเร็จ โดยได้รับความร่วมมือจากลูกค้าเป็นอย่างดี

หลักการที่ว่านั้นก็คือ การมองทะลุคำสั่ง มองให้เห็นความต้องการของลูกค้า และตอบสนองอย่างตรงจุด คอย Monitor ความเข้าใจของลูกค้า ปรับรูปแบบและเนื้อหาการสื่อสารตลอดเวลา

เรื่องที่เขียนนี้ มีแรงบันดาลใจมาจากการได้เห็นอีกหลาย ๆ คน ที่วนเวียนอยู่กับการทำตามลูกค้าสั่ง โดยหวังว่า ถ้าทำตามสั่งแล้วลูกค้าจะยอมจบ ยอมจ่าย

จากประสบการณ์นะครับ ลูกค้าพอใจจ่าย เมื่อเขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการเท่านั้นครับ

เขียนโดย : คุณ วุฒิ กิ่งหิรัญวัฒนา

SHARE TO:

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง