Skip to content

Product categories

“bleisure” ประสบการณ์โรงแรม 2030 ทศวรรษใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม

Hotel in the Future from Mckensy ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านบทความจาก McKinsey บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชื่อดังระดับโลก ที่ได้สัมภาษณ์ทีมผู้บริหารจากเครือ accor โดยพูดถึงอนาคตและสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมโรงแรมในอีก 7-10 ปีข้างหน้า โดย accor เป็นเครือโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีแบรนด์ในมือกว่า 40 แบรนด์ ครอบคลุมโรงแรมมากกว่า 5,400 แห่งใน 110 ประเทศ และมีพนักงานถึงกว่า 290,000 คน ซึ่งเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านเลย เลยเก็บประเด็นสำคัญมาแชร์กันครับ โรงแรมในอนาคตจะเป็นมากกว่าแค่ที่พัก โรงแรมจะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่จะเป็นพื้นที่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเข้ามาใช้บริการบ่อยและถี่มากขึ้น นอกจากเดิมที่จะเข้ามารับประทานอาหาร หรือมาสปากันบ้างอยู่แล้ว ต่อไปการเข้ามาก็เพื่อใช้บริการเสริมที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ อื่นๆ เช่น ธนาคาร ไปรษณีย์ บริการซักรีด เป็นต้น เป็นไปได้ว่าในช่วงทศวรรษ 2030 หลายๆ ครอบครัวจะเลือกอาศัยอยู่ในโรงแรมแทนที่จะอยู่บ้าน หรือ คอนโดฯ หรือเลือกใช้พื้นที่ของโรงแรมแทนบางส่วนของบ้าน เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะมีราคาสูงขึ้น คนจะมีบ้านที่เล็กลง เวลาจะจัดปาร์ตี้ ชวนเพื่อนมากินข้าว ก็มาใช้บริการที่โรงแรม แทนที่จะต้องมีห้องทานข้าวใหญ่ๆภายในบ้าน หรือต้องทำอาหารและทำความสะอาดกันเอง นักท่องเที่ยวที่มาทริปธุรกิจ (Business Trip) จะได้รับความสะดวกสบายและผ่อนคลายในทริปธุรกิจมากขึ้น รวมๆเราเรียกเทรนด์นี้ว่า “blesiure” ซึ่งเป็นส่วนผสมของ business + leisure (ธุรกิจ + พักผ่อน) นั่นเอง ห้องพักในโรงแรมจะต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ภายในไม่กี่นาที เพื่อที่แขกที่มาพัก มีทางเลือกเพื่อลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานของเขาได้มีโอกาสพบปะกันแบบตัวต่อตัวหรือจัดวิดีโอคอลที่เหมาะสมแบบเป็นมืออาชีพ ได้อย่างเหมาะสม โรงแรมจะต้องจัดให้มีห้องอเนกประสงค์และพื้นที่ที่ผู้คนสามารถทำงาน พักผ่อน รับประทานอาหาร และเชื่อมต่อทางสังคมได้ตลอดทั้งวัน หลังจาก covid การทำงานทางไกล (Work From Anywhere) ได้รับความนิยมมากขึ้น และนั่นทำให้พฤติกรรมของแขกเปลี่ยนแปลงไปเช่น จากเดิมต้องบินไป-กลับอินโดนีเซียสามครั้งเป็นทริปสั้นๆ แขกก็อาจตัดสินใจไป-กลับเพียงรอบเดียวแต่อยู่ที่นั่นยาวหน่อย เพราะสามารถทำงานได้จากที่ไหนก็ได้นั่นเอง ส่งผลให้ การจัดโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการเข้าพักระยะยาว (Long Stay) ได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้น การให้บริการแขกที่เข้ามาพัก จะยิ่งสร้างความประทับใจได้มากขึ้นจากเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ระบบในโรงแรมจะทำให้พนักงานสามารถจดจำแขก รู้ประวัติ ความชอบ หรือไม่ชอบ ของแขกได้เป็นอย่างดี เพื่อทำให้แขกเกิดความประทับใจ เช่น เมื่อแขกมาถึงโรงแรม จะมีเทคโนโลยีเพื่อให้ข้อมูลกับพนักงานโรงแรม เพื่อให้พวกเขาสามารถให้บริการแขกได้ในแบบเฉพาะตัว เช่น “สวัสดีค่ะ คุณจอห์น เราทราบว่าคุณกำลังเดินทางเข้ามาที่โรงแรมกับลูกๆ ของคุณ และเรารู้ว่าคุณชอบช็อกโกแลตยี่ห้อนี้มาก ดังนั้นเราได้เตรียมช็อกโกแลตดังกล่าวไว้ในห้องของคุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนในโรงแรมของเรานะคะ” อีกสิ่งหนึ่งที่จะเจ๋งมากขึ้นคือโรงแรมจะอนุญาตให้แขกแต่ละคนปรับแต่งรายละเอียดการเข้าพักของตนได้ตรงกับความชอบของเขา เช่น อุณหภูมิภายในห้อง กลิ่น ความสว่าง แผนผังที่พักห้องว่าตั้งอยู่ส่วนใดของอาคาร เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้โรงแรมแน่ใจว่าได้นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแขกทุกคนได้นั่นเอง แขกจะสามารถจองห้องพักได้โดยตรงจากแอป (App) ซึ่งจะตอบสนองความต้องการเฉพาะของแขกแต่ละคน และแขกที่มาถึงโรงแรมยังสามารถตัดสินใจได้ว่าจะ Check-In ที่ห้องด้วยแอปมือถือโดยไม่ต้องยืนรอที่เคาท์เตอร์ได้อีกด้วย ดังนั้นขั้นตอนการเช็คอิน การทำธุรกรรมต่างๆจะหายไปหมดหากแขกต้องการ ซึ่งในฝั่งโรงแรมก็เกิดประโยชน์เพราะพนักงานมีเวลามากขึ้นในการช่วยเหลือแขกในการให้บริการด้านอื่นๆ ได้มากขึ้นเพราะเวลาทำธุรกรรมต่างๆ น้อยลงไปนั่นเอง Generative AI จะทำให้ประสบการณ์ในการเลือกโรงแรมของแขกไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่การเลือกชื่อโรงแรมหรือการเดินทางสะดวกหรือไม่เท่านั้น ข้อมูล รวมถึงความช่วยเหลือต่างๆ ผ่านเทคโนโลยี AI จะทำให้แขกได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น ร้านอาหาร การพักผ่อน กิจกรรมต่างๆ สอดคล้องตรงกับความต้องการที่หลากหลายของแต่ละคน ผลกระทบของ AI จะมีขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะในด้านการตลาด AI จะช่วยให้เราคาดการณ์ และเสนอบริการต่างๆ ได้จากประวัติการจองก่อนหน้าของแขก ว่าแขกจะชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เพื่อที่เราจะสามารถให้คำแนะนำได้ดีมากขึ้น และในไม่ช้าเราอาจสามารถใช้ AI เพื่อกำหนดว่าแคมเปญการตลาดครั้งต่อไปของเราควรจะเป็นอย่างไร แต่ต้องไม่ลืมว่าในที่สุดมนุษย์จะเป็นผู้สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งเมื่อเวลาผ่านไป โดยได้ AI เป็นผู้ช่วยชั้นดีที่จะทำให้ทุกอย่างสมบุรณ์แบบที่สุด เทคโนโลยีหลายตัวจะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนทุกอย่างให้เป็นจริง จะพบว่าเทคโนโลยีหลายตัวจะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนทุกอย่างให้เป็นจริง  IoT ผสานรวมอุปกรณ์และระบบต่างๆในโรงแรม จะช่วยให้แขกสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมของห้อง แสงสว่าง และความบันเทิงได้เพียงกดปุ่ม หุ่นยนต์ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเฉพาะบุคคล ยกระดับประสบการณ์ของแขกผ่านบริการและการโต้ตอบที่มีประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อ Wi-Fi ในทุกพื้นที่การใช้งาน การปรับปรุงระบบอินเตอร์เน็ตให้เป็น Fiber to the Room (FTTR) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี GPON ที่ล้ำสมัย ช่วยให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้แขกทำงาน เล่น และเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดาย และการมีระบบซิเคียวริตี้ที่ดีที่สุดที่จะสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับแขกและพนักงานของโรงแรม อ้างอิงจากบทความ : https://www.mckinsey.com/industries/travel-logistics-and-infrastructure/our-insights/hotels-in-the-2030s-perspectives-from-accors-c-suite#/ ตัวอย่างโซลูชั่นของโรงแรมจากออพติมุส https://optimus.co.th/category/product-solutions/hospitality ออพติมุส (optimus) ผู้นำเข้าและที่ปรึกษาในการทำ Solution Designer ให้กับโรงแรม พร้อมที่จะร่วมเปิดประสบการณ์รวมถึงคัดเลือกอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค IoT หุ่นยนต์และ ซิเคียวริตี้ที่เหมาะสม เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด สนใจข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติม ติตต่อ Tel : 02-2479898 ต่อ 87 Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

Embracing GPON Technology: A Letter to Our Visionary Hotel Owner

จดหมายเปิดผนึก ถึงคณะกรรมการและทีมผู้บริหารโรงแรมที่เคารพ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจดหมายฉบับนี้จะทำให้คณะกรรมการบริหารได้เห็นสิ่งที่พวกเราทีมไอทีต้องการนำเสนอ เพื่อปรับปรูงระบบเน็ตเวิร์ค และอินเตอร์เน็ตของทางโรงแรม ผมและทีมพยายามเป็นอย่างยิ่งในการสร้างระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ ตอบสนองความพึงพอใจให้กับแขกที่มาพักที่โรงแรมของเรา ตามวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารที่ต้องการบรรลุเป้าหมายที่จะทำให้ “Diamond Sanctuary Hotel ของเราเป็นจุดหมายปลายทางที่แขกจะนึกถึงเป็นแห่งแรกเมื่อมาถึงเมืองไทย” ทางทีมพบว่าความต้องการใช้งานไอทีของแขกที่มาพักมีมากขึ้นและไม่เหมือนเดิม แขกมีชีวิตอยู่บนโลกดิจิตอลมากขึ้น ทั้งพักผ่อนและทำงาน มีความต้องการระบบสื่อสารที่รวดเร็ว เสถียร โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงเปิดเมืองหลัง covid ที่ผ่านมา จากการศึกษาของผมและทีมเห็นร่วมกันเป็นอย่างยิ่งว่าหากต้องการปรับปรุงระบบเน็ตเวิร์ค และอินเตอร์เน็ตของทางโรงแรม Gigabit Passive Optical Network (GPON) จะเป็นระบบที่เปลี่ยนเกมสำหรับโรงแรมของเราอย่างแท้จริง ทั้งนี้จากผลสำรวจโครงสร้างไอทีพื้นฐานที่ทำงานบนสาย LAN แบบเดิม (Copper) พบข้อจำกัดมากมาย รวมถึงการลงทุนที่จะไม่คุ้มค่าเลยในระยะยาวหากยังคงลงทุนต่อเนื่องไปกับระบบเดิม ยิ่งเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนมาเป็นการวาง Fiber Optic ทั่วทั้งโรงแรม การทำ Fiber To The Room จะเป็นมาตรฐานใหม่ของโรงแรมเรา ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ในการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วมากขึ้น รวมถึงการ  ต่อยอดกับอุปกรณ์ IoT อื่นๆ การทำงานที่รองรับระบบ Entertainment ระบบ AR (Augmented Reality) หรือ VR (Virtual Reality) ที่จะยกระดับประสบการณ์ของแขกที่มาพัก และนั่นจะทำให้โรงแรมของเราเป็นจุดหมายปลายทางที่แขกจะนึกถึงเป็นแห่งแรกหากมาที่เมืองไทยในที่สุด หากคณะกรรมการและทีมผู้บริหารจำได้ เมื่อสามเดือนที่แล้วเซลล์ของเราขายงานประชุมได้จากลูกค้าต่างประเทศให้มาจัดงานประชุมระดับภูมิภาคเอเซียที่โรงแรมของเรา อาทิตย์นั้นเราได้เห็นถึงความต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากแขกที่เข้าพัก ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนต้องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เสถียรและรวดเร็ว รวมถึงพบว่าในการประชุมครั้งนั้นมีเปิดให้ดาวน์โหลดและแชร์ไฟล์ขนาดใหญ่ เพื่อสตรีมงานนำเสนอทางออนไลน์ด้วย น่าเสียดายที่เน็ตเวิร์คเราล่มอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะการโหลดข้อมูลจำนวนมากพร้อมๆกัน ทำให้ผู้จัดงานผิดหวังและแสดงความเห็นในเชิงลบผ่านเซลล์ของเราเมื่อจบงาน หากคณะกรรมการและทีมผู้บริหารจำได้ Sarah Rage ที่เป็น Travel Blogger ชื่อดังเพิ่งเขียนรีวิวโรงแรมคู่แข่งของเราในแง่ที่ดีมากๆ โดยเฉพาะในประเด็นความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่เร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ในโรงแรม รวมไปถึงขั้นตอนการเช็คอินที่คล่องตัวโดยสามารถทำได้ทั้งจากมือถือและแท็ปเล็ต เธอย้ำในบล็อกว่าความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในระดับนี้ส่งผลต่อการเลือกโรงแรมที่พักของเธอเป็นอย่างมาก หากคณะกรรมการและทีมผู้บริหารจำได้ ทางทีมผู้บริหารให้เราส่งแผนงานในการใช้งานอุปกรณ์ IoT ภายในโรงแรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานรวมถึงสร้างประสบการณ์ในการเข้าพักให้กับแขกที่มาพักที่โรงแรมของเรา แต่ทางทีมพบว่าด้วยโครงสร้างเน็ตเวิร์คใบแบบเดิม (Copper) การปรับปรุงระบบต้องมีการอัปเกรดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในราคาสูงเกินกว่างบประมาณที่ทางทีมตั้งไว้ ทำให้โครงการดังกล่าวต้องหยุด! ไว้ก่อนโดยไม่มีกำหนด หากคณะกรรมการและทีมผู้บริหารจำได้ กลางปีที่แล้ว มีเหตุการณ์ที่น่ากังวลเกิดขึ้นกับโรงแรมข้างๆเรา โดยแฮกเกอร์เข้าถึงเครือข่ายผ่านสายทองแดงในโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจากการสอบถามวงในพบว่าแฮกเกอร์มีการเข้าถึงข้อมูลของผู้เข้าพัก รวมทั้งเข้าถึงระบบ database ของตัวโรงแรม เหตุการณ์นี้นำไปสู่การสูญเสียความมั่นใจและชื่อเสียงของโรงแรมนั้นเป็นอย่างมาก หากคณะกรรมการและทีมผู้บริหารจำได้ ในปีงบประมาณครั้งล่าสุด เราสรุปงบประมาณปรับปรุง maintainance ระบบเก่าของเรา พบว่าในปีที่ผ่านมามีการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์อยู่บ่อยครั้งไม่เพียงแต่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ยังทำให้การบริการในบางโซนหยุดชะงักโดยเฉพาะชั้น 5-7 โซน south wing พบปัญหาเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งหมดนี้ทางทีมได้พิจารณาถึงทางเลือกที่ดีที่สุด หากจะลดปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างไอทีพึ้นฐานของโรงแรม โดยทางทีมเลือกที่จะนำเอาระบบ GPON เข้ามาใช้งานในโรงแรม โดยการตัดสินใจในครั้งนี้นอกจากจะสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารในการมอบประสบการณ์พิเศษแก่ผู้เข้าพัก ยังรวมถึงการดูแลรักษาอุปกรณ์ ต้นทุนในการ maintainance ค่าใช้จ่ายการลงทุนระยะยาวยังคุ้มค่า ทั้ง ROI และ NPV ที่เป็นบวก อีกทั้งจากการนำ GPON เข้ามาใช้ยังเปิดโอกาสให้เราสามารถเติมอุปกรณ์ IoT รวมถึงการทำ App ต่างๆ ที่จะทำให้เรากลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ได้อีกด้วย ทางผมและทีมไอทีขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ทางทีมผู้บริหารได้ให้โอกาสเราในการนำเสนอและแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ โดยผมและทีมไอทีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการพิจารณาตอบรับดังเช่นที่ผ่านมา ผมและทีมสามารถให้ความมั่นใจกับคณะกรรมการและทีมผู้บริหารว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง คุ้มค่าการลงทุน และ จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายสำคัญที่เรามีร่วมกัน ในการที่ “Diamond Sanctuary Hotel ของเราจะเป็นจุดหมายปลายทางที่แขกจะนึกถึงเป็นแห่งแรกเมื่อมาถึงเมืองไทย” นั่นเอง ขอแสดงความนับถือ Roger S. IT Director Diamond Sanctuary Hotel สินค้าที่เกี่ยวข้อง DZS (Nasdaq: DZSI) ผู้นำตลาด Fiber Broadband ภายในและนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยี GPON และ XGS PON ได้ประกาศความร่วมมือผ่าน Hamilton Telecommunications ในการวางโครงข่าย Gigabit Fiber ครอบคลุม 21 เมืองในรัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการ Nebraska Broadband Bridge Grant เพื่อลูกค้าในเขตชุมชนและพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ความเร็วกิกะบิต ใช้งาน Wi-Fi รวมไปถึง IPTV และสื่อความบันเทิงอื่นๆ
Read More

ถึงเวลาธุรกิจอัพเกรดระบบใหม่ มาใช้ GPON จาก DZS FiberLAN

การเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คมีความสำคัญมากในวันที่โลกดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่หลุด มีแบนด์วิธที่ใช้โหลดข้อมูลจำนวนมากไดั การสตรีมหนัง ฟังเพลงทำได้อย่างต่อเนื่อง ความต้องการเหล่านี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และเทคโนโลยีหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ก็คือ GPON (Gigabit Passive Optical Network) แต่ GPON คืออะไร และเหตุใดจึงจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับองค์กร SMEs รวมถึงสำนักงาน ออฟฟิศขนาดใหญ่ GPON คือ เทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์จากสายเคเบิลใยแก้ว (Fiber Optic) เพื่อส่งข้อมูล เสียง และสัญญาณวิดีโอในระยะทางไกล ต่างจากเน็ตเวิร์คที่ใช้สายทองแดงแบบเดิม GPON ใช้เครือข่ายแบบ Passive Optical ทำให้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในระบบมากเท่าเน็ตเวิร์คทองแดง (LAN) ซึ่งทำให้ประหยัดต้นทุน ระบบเสถียร สามารถปรับขยายได้ตามสภาพแวดล้อมเน็ตเวิร์คที่เปลี่ยนแปลงไป อุปกรณ์ที่ใช้ก็จะมี Optical Line Terminal (OLT) ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของระบบจัดการ  Optical Network Units (ONU) หรือ Optical Network Terminals (ONT) ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ใช้งาน Splitter ใช้เชื่อมต่อ OLTกับ ONU/ONT ทำให้รับส่งข้อมูลได้ในแบบสองทิศทาง DZS ผู้นำตลาด Fiber Broadband ภายในและนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยี GPON และ XGS PON ได้นำเสนอซีรีย์ FiberLan ซึ่งเป็นโซลูชันที่ล้ำสมัย ออกแบบมาสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ FiberLAN นำจุดเด่นของเทคโนโลยี GPON มาเสริมศักยภาพเพื่อ SMEs และ Enterprise ดังนี้ High Bandwidth on Long Distances DZS FiberLAN ช่วยให้ธุรกิจ สามารถเข้าถึงการเชื่อมต่อความเร็วสูงและรองรับแบนด์วิธที่มากจากระยะทางไกล ซึ่งจะช่วยขจัดปัญหาคอขวดที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทองแดงแบบเดิม สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างราบรื่น และด้วย FiberLAN องค์กรต่างๆ สามารถจัดการกับแอปพลิเคชันที่ใช้ข้อมูลและต้องประมวลผลมากได้เป็นอย่างดี มีการทำงานร่วมกันในแบบเรียลไทม์ รวมถึงสามารถสร้างการสตรีมมัลติมีเดียต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่าง เช่น โรงเรียน โรงแรม องค์กรสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบครบวงจรที่รองรับการสื่อสารแบนด์วิธสูงระหว่างสาขาต่างๆ แชร์ไฟล์ขนาดใหญ่ จัดการประชุมทางวิดีโอได้โดยไม่มีอาการแล็กหรือหยุดชะงัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิต ส่งเสริมการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และช่วยให้การดำเนินงานคล่องตัวทั่วทั้งองค์กร High Availability, Security, and Reliability ด้วย DZS FiberLAN ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยระดับองค์กร ความพร้อมใช้งาน DZS เข้าใจดีว่าการเชื่อมต่อที่ต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานต่างๆ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่กระทบต่อข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่นการใช้งานภายในสถาบันการเงิน หรือ โรงงานผลิตต่างๆ ด้วย DZS FiberLAN ธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น พร้อมปกป้องข้อมูลที่สำคัญของลูกค้า ด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยขั้นสูงของ FiberLAN รวมถึงกลไกการเข้ารหัสและความสามารถของไฟร์วอลล์ จะช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ นอกจากนี้ ด้วยสถาปัตยกรรมเน็ตเวิร์คที่ออกแบบมาในการทำ Fial Over ของ FiberLAN ยังให้การเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คทำได้ไม่ติดขัดแม้ในกรณีที่ฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อหยุดชะงัก Future-Proof Infrastructure DZS GPON เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยให้องค์กรมีความคล่องตัวในการปรับตัวและพัฒนาควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ดีมากขึ้น โซลูชัน FiberLAN รองรับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ ตอบรับการอัปเกรดหรือการขยายเน็ตเวิร์คในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการนำแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ หรือบริการรูปแบบใหม่มาใช้ ด้วยการปรับมาใช้งาน DZS FiberLAN บริษัทจะมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆอาทิ Virtual Reality (VR), Augmented Reality (AR) หรือ Internet of Things (IoT) อีกทั้ง DZS FiberLAN ยังรองรับเทคโนโลยีแบนด์วิธสูงและสถาปัตยกรรมที่ปรับสเกลเพิ่มลดได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะยังคงอยู่ในระดับแนวหน้าตราบเท่าที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาใหม่นำมาปรับใช้ในองค์กรได้อย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ “Green” IT “ ไอทีเพื่อสิ่งแวดล้อม  DZS FiberLAN โดดเด่นด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โซลูชัน FiberLAN ลดการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับระบบ LAN Copper ในแบบปกติ ในขณะที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดต้นทุนเมื่อใช้งาน GPON ด้วย Lower TCO (Total Cost of Ownership) ข้อได้เปรียบที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ DZS FiberLAN คือความสามารถในการลดต้นทุนทั้ง CapEx และ OpEx องค์กรสามารถประหยัดต้นทุนได้อย่างมากเมื่อเทียบกับโครงการ LAN แบบเดิม DZS FiberLAN ช่วยลดต้นทุนฮาร์ดแวร์และการบำรุงรักษา อีกทั้งด้วย GPON เป็นสถาปัตยกรรมเน็ตเวิร์คที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรดูแลน้อยลงสำหรับการจัดการและการแก้ไขปัญหาเครือข่าย ทำให้ GPON จึงเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ  ตารางแสดงเปรียบเทียบ TCO ของธุรกิจ ระหว่าง DZS GPON และ LAN ทองแดงในแบบเดิม Assumption DZS GPON LAN จำนวนห้อง (ห้อง) 200 200 ต้นทุนอุปกรณ์ ต่อห้อง (บาท) 17,500 7,000 รวมต้นทุนอุปกรณ์ (200 ห้อง) 3,500,000 1,400,000 ค่าแรงต่อปี 525,000 875,000 ค่าบำรุงรักษาประจำปี (คิด 10% ของค่าอุปกรณ์) 350,000 140,000 รวมค่าแรง + ค่าบำรุงรักษาต่อปี 875,000 1,015,000 ค่าแรง + ค่าบำรุงรักษาต่อห้องต่อปี (200 ห้อง) 4,375 5,075 อายุการใช้งานอุปกรณ์ (ปี) 10 5 รวมค่าแรง + ค่าบำรุงรักษาตลอด 10 ปี 8,750,000 10,150,000 ค่าแรง + ค่าบำรุงรักษาต่อห้องตลอด 10 ปี 43,750 50,750 กล่าวได้ว่า GPON FiberLAN จาก DZS เป็นสิ่งที่ต้องมีสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คสำหรับโลกดิจิตัลในวันนี้และอนาคต ฉะนั้นหากเราไม่อยากตกเที่ยวบินของการพัฒนานี้ ติดต่อออพติมุส (optimus) เพื่อสอบถามหรือตอบข้อสงสัยเพิ่มเติมว่าโซลูชัน FiberLAN จาก DZS จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจได้อย่างไร DZS (Nasdaq: DZSI) ผู้นำตลาด Fiber Broadband ภายในและนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยี GPON และ XGS PON ได้ประกาศความร่วมมือผ่าน Hamilton Telecommunications ในการวางโครงข่าย Gigabit Fiber ครอบคลุม 21 เมืองในรัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการ Nebraska Broadband Bridge Grant เพื่อลูกค้าในเขตชุมชนและพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ความเร็วกิกะบิต ใช้งาน Wi-Fi รวมไปถึง IPTV และสื่อความบันเทิงอื่นๆ สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

Hamilton Telecommunication โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ เลือกใช้บริการ FTTH ด้วย DZS Gigabit GPON เชื่อม 21 เมืองในรัฐเนแบรสกา

DZS (Nasdaq: DZSI) ผู้นำตลาด Fiber Broadband ภายในและนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยี GPON และ XGS PON ได้ประกาศความร่วมมือผ่าน Hamilton Telecommunications ในการวางโครงข่าย Gigabit Fiber ครอบคลุม 21 เมืองในรัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการ Nebraska Broadband Bridge Grant เพื่อลูกค้าในเขตชุมชนและพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ความเร็วกิกะบิต ใช้งาน Wi-Fi รวมไปถึง IPTV และสื่อความบันเทิงอื่นๆ ทั้งนี้ Hamilton Telecommunications เลือกใช้ DZS Velocity Access Edge และโซลูชัน DZS Helix Home Edge เพื่อให้บริการแบนด์วิดธ์ในช่วงเริ่มต้นที่ระดับความเร็วหนึ่งกิกะบิต ครอบคลุมทุกพื้นที่เน้นการให้บริการในวงกว้างให้ได้เร็วที่สุด พร้อมกันนี้ยังสามารถขยายขอบเขตการให้บริการเป็นแบบมัลติกิกะบิตได้อย่างง่ายดายหากมีความตัองการใช้งานที่มากขึ้นในอนาคต  “การตัดสินใจของ Hamilton Telecommunication ในการนำเสนอบริการ Fiber to the Home บรอดแบนด์ความเร็วระดับกิกะบิตแก่สมาชิกที่อยู่ในพื้นที่ใช้งาน กำลังเชื่อมต่อช่องว่างทางดิจิทัลและเปลี่ยนแปลงการให้บริการอินเตอร์เน็ตในชุมชน ทั้งในเขตเมืองและชนบท” แอนดรูว์ ฟินเกลสไตน์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายขายอเมริกาเหนือของ DZS กล่าว “ Hamilton Telecommunication คาดการณ์ถึงความต้องการทางเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะถูกวางไว้บนเครือข่ายของพวกเขาในไม่ช้า แอพพลิเคชั่น Metaverse,  AR/ VR รวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและ คุณภาพชีวิตของชุมชนที่จะดียิ่งขึ้น ซึ่งทาง DZS ตั้งใจที่จะสนับสนุน Hamilton Telecommunication ต่อไปพร้อมกันกับที่พวกเขาที่กำลังสร้างข้อเสนอที่จะให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการขยายโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ระดับโลกไปยังพื้นที่ด้อยโอกาสอื่นๆ ต่อไป” ซึ่งในประเทศไทย ที่การใช้งาน FTTH เป็นไปอย่างกว้างขวาง DZS ผู้นำด้าน GPON เทคโนโลยีที่เกิดจากการ merge รวมกันระหว่างบริษัท Dasan (DNS) ยักษ์ใหญ่ด้าน GPON จากประเทศเกาหลี และ Zhone จากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งก่อตั้งในปี 1999 โดยทั้งสองบริษัทต่างเป็นยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในอุตสาหกรรม GPON หรือ Fiber Broadband มาเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้ ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ได้เตรียมสินค้าหรือโซลูชั่นต่างๆ เพื่อบุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น DZS Chronos, DZS Velocity, DZS Helix ที่เน้นการเชื่อมต่อแบบบอร์ดแบนด์ รวมถึง DZS FiberLAN ที่เน้นการเชื่อมต่อสำหรับตลาด Enterprise ทั้งภายในและภายนอกอาคาร และ XCelerate by DZS ที่เป็น Multi-Gigabit บอรด์แบนด์ ซึ่งทั้งหมดล้วนออกแบบมาบนมาตรฐานระดับโลก และอยู่ในราคาที่จับต้องได้ รองรับการทำงานในกลุ่มงานโทรคมนาคม และ  เอ็นเตอร์ไพรซ์ทั่วไป ทั้งนี้หากลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ใดมีความสนใจ สามารถติดต่อที่ตัวแทนขายของทางบริษัท สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อแผนก Marketing Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] ที่มาข่าว : https://dzsi.com/news/hamilton-telecommunications-leverages-dzs-technology/ ที่เกี่ยวข้อง DZS :  DZS และ ออพติมุส ประกาศความร่วมมือ บุกตลาด Fiber Boardband ในไทย DZS ร่วมกับ Freedom Fibre นำเสนอโซลูชั่น Fiber Boardband เพิ่มลูกค้าใหม่ 130,000 ราย DZS เปิดตัว Portfolio ใหม่ “Helix” GPON รองรับการทำงาน 10 Gig และ WiFi 6 เร็วสุดแรงสุดแล้ว วันนี้ Plume และ DZS ประกาศร่วมมือกันเจาะ ตลาด WiFi Broadband และ SaaS โลก สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

XGS-PON เทคโนโลยีจากเมืองสู่ชุมชนท้องถิ่นชนบท

DZS & Startford Mutual Telephone DZS ร่วมกับ Startford Mutual Telephone (ยักษ์ใหญ่ด้านบริษัทโทรคมนาคม ที่ทำธุรกิจมานานกว่า 120 ปี) ขยายบริการไปยังเขตชนบทนอกเมืองของรัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยเทคโนโลยี XGS-PON เพื่อให้บริการ Broadband เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล โดยพื้นที่เป้าหมายเพื่อการให้บริการครอบคลุมในเขต Hamiton และ Story Counties ในเขตชนบทของรัฐไอโอวา (สินค้าหลักของรัฐไอโอวาเป็นสินค้าด้านเกษตรกรรม ได้แก่ หมู ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวโอ้ต ปศุสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากนม โดยมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐอิลลินอยทางด้านตะวันออก รัฐเนแบรสกาทางด้านตะวันตก รัฐมิสซูรีทางด้านใต้ รัฐมินนิโซตา รัฐวิสคอนซิน และรัฐเซาท์ดาโคตาทางด้านเหนือ  – Wikipedia) ทั้งนี้ Startford Mutual Telephone ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี XGS-PON จาก DZS เพื่อสร้างให้ชุมชนที่อยู่ห่างไกล สามารถเข้าถึง การประชุมทางวิดีโอ HD, การดูแลสุขภาพทางไกล (Telehealth), เทคโนโลยี Augmented Reality (AR), Virtual Reality (VR) การเล่นเกมออนไลน์ การสตรีมวิดีโอ 8k ฯลฯ “การขยายเครือข่ายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของเรา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนบรอดแบนด์ของรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลในชนบทของไอโอวา ย้อนหลังกลับไปปี 2548 เมื่อเราเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่ปรับใช้ไฟเบอร์และเทคโนโลยี PON ในรัฐ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะสร้างความสำเร็จด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายของเราด้วยเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมที่จะช่วยให้เราสามารถให้บริการสมาชิกของเราทั้งที่มีอยู่และสมาชิกใหม่ด้วยบริการที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้” สตีฟ เฟรย์ ผู้จัดการทั่วไปของ Stratford Mutual Telephone กล่าว  Startford Mutual Telephone Startford Mutual Telephone เลือกใช้เทคโนโลยี GPON, XGS-PON หรือ 10 กิกะบิต เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านกายภาพและบริการของชุมชน นอกจากนี้ Stratford Mutual Telephone ยังรวมโซลูชันเกตเวย์ด้วย DZS Helix WiFi เพื่อมอบโซลูชันสำหรับการใช้งาน Wireless สำหรับบ้านทั้งหลังสำหรับลูกค้าอีกด้วย ทั้งนี้สำหรับในประเทศไทย ออพติมุส ตัวแทนจำหน่าย DZS ได้เตรียมโซลูชั่นจากเทคโนโลยี GPON และ XGS-PON จาก DZS ครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่กลุ่ม บริษัท Telco , ISP รวมถึง FiberLAN สำหรับการใช้งาน Fiber ครอบคลุมแทนสาย LAN เหมาะสำหรับองค์กร หรือหน่วยงานที่ต้องการทำโซลูชั่น Fiber to the Room, Fiber to Building สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อติดต่อแผนก Marketing Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] ที่มาข่าว : https://dzsi.com/news/dzs-to-expand-services-in-rural-iowa/ ที่เกี่ยวข้อง DZS :  DZS และ ออพติมุส ประกาศความร่วมมือ บุกตลาด Fiber Boardband ในไทย DZS ร่วมกับ Freedom Fibre นำเสนอโซลูชั่น Fiber Boardband เพิ่มลูกค้าใหม่ 130,000 ราย DZS เปิดตัว Portfolio ใหม่ “Helix” GPON รองรับการทำงาน 10 Gig และ WiFi 6 เร็วสุดแรงสุดแล้ว วันนี้ Plume และ DZS ประกาศร่วมมือกันเจาะ ตลาด WiFi Broadband และ SaaS โลก สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

DZS จบปี 2021 ด้วยฐานลูกค้าใหม่ PON กว่า 150 ราย พร้อมรับโซลูชั่นใหม่ตลอดปี 2022

DZS (NASDAQ: DZSI) ผู้นำด้านการสื่อสารด้วยการเชื่อมต่อผ่านโซลูชั่น Broadband แบบครบวงจรครอบคลุมสินค้าและซอร์ฟแวร์ที่เกี่ยวข้อง ระบุเหตุการณ์ที่สำคัญ โดยเฉพาะกลยุทธทางการตลาดที่ได้ดำเนินการมาตลอดตอนช่วงปี 2021 ระบุผลงานที่ได้ประกอบไปด้วย มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าใหม่ กว่า 150 ราย ในอเมริกา เอเซีย ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดบรอดแบนด์ ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ โซลูชั่นใหม่ที่ถือเป็นนวัตกรรมล่าสุด ครอบคลุม การเชื่อมต่อบรอดแบนด์ตามบ้าน เมือง องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานสำคัญทางราชการ ในปี 2021 DZS ได้เพิ่มศูนย์วิจัย R&D ในประเทศแคนาดา และ อินเดีย เพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้วใน สหรัฐอเมริกา เกาหลี และ เวียดนาม โดยทั้ง 5 ศูนย์วิจัยนี้ เป็นแหล่งระดมสมองที่สำคัญในการวางยุทธศาสตร์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านบรอดแบนด์ ครอบคลุม Portfolio ใหญ่ 4 กลุ่มได้แก่ DZS Velocity: โซลูชั่น Multi-Gigabit Broadband สำหรับตลาด Broadband Connectivity DZS Helix: กลุ่มผลิตภัณฑ์ ONT เหมาะกับตลาด ISP ที่ใช้งาน GPON หรือ XGS PON ในบ้านหรือธุรกิจ DZS Chronos: กลุ่มผลิตภัณฑ์ Multi-Gigibit คุณภาพสูงสำหรับการใช้งานรองรับกลุ่ม 4G/5G ที่เป็น Mobile Operator รองรับความเร็วสูงสุด 100G DZS Cloud: ระบบการบริหาร Total Broadband Solution แสดงผลรายงาน การวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ เพื่อการบริหารหรือตัดสินใจในโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ “เราเร่งการลงทุนผ่านการเพิ่มทุนในช่วงต้นปี 2021 ด้วยยอดเงินสูงถึงกว่า 64 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อวัตถุประสงค์ในการเข้าซื้อกิจการด้านเทคโนโลยี 2 แห่ง เร่งการเจริญเติบโตในกลุ่มสินค้า DZS Cloud ซึ่งนำมาสู่การเพิ่มการขาย สินค้า รวมถึงการต่อยอด R&D จำนวนมาก ทั้งนี้ข้อมูลจาก Omdia คาดการณ์จำนวนผู้ใช้งาน Gibabit Broadband จะเพิ่มสูงถึง 50 ล้านคน ซึ่งโตทวีคูณจากในปี 2020 ซึ่งมีผู้ใช้เพียง 24 ล้านคนเท่านั้น” ทั้งนี้ความคาดหวังในการเติบโตเหล่านี้เกิดจากปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามาไม่ว่าจะเป็น การเติบโตของอุตสาหกรรมในฐานะที่ Gigabit Broadband จะพื้นฐานการใช้งานความเร็วสูงทตแทนความเร็วในเทคโนโยลีแบบเดิม รวมถึงการกระตุ้นการเติบโตจากภาครัฐที่ต้องการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิตอล ซึ่งทำโดยรัฐบาลแต่ละประเทศทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึงกว่าแสนล้านเหรียญสหรัฐ การเติบโตของ 5G การนำ Open RAN มาใช้งาน รวมถึง แนวทางการแข่งขันที่เกิดจากข้อกังวลของผู้ขายที่ส่งผลมาจากภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสร้างความไม่ไว้ใจในการใช้งานเพราะความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยข้อมูล และ Privacy Policy ในปี 2022 นี้ DZS ยังคงมุ่งมั่นในการขยายงานไปในส่วนต่างๆ ทั้งจากสินค้าใหม่ โซลูชั่นใหม่ รวมถึงพันธมิตรจากคู่ค้าเพิ่มเติมทั่วโลก ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างกิจกรรมทางการตลาดต่างๆผ่านคู่ค้าและลูกค้าของทางบริษัท ทั้งนี้สำหรับในประเทศไทย ออพติมุส ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ได้เตรียมโซลูชั่นจากเทคโนโลยี PON และเกี่ยวข้องจาก DZS ครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่กลุ่ม บริษัท Telco , ISP รวมถึง FiberLAN สำหรับการใช้งาน Fiber ครอบคลุมแทนสาย LAN เหมาะสำหรับองค์กร หรือหน่วยงานที่ต้องการทำโซลูชั่น Fiber to the Room, Fiber to Building สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อแผนก Marketing Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] ที่มาข่าว : https://dzsi.com/news/dzs-accelerates-growth-in-2021-with-105-new-customers-and-29-new-broadband-and-communications-software-solutions/ ที่เกี่ยวข้อง DZS :  DZS และ ออพติมุส ประกาศความร่วมมือ บุกตลาด Fiber Boardband ในไทย DZS ร่วมกับ Freedom Fibre นำเสนอโซลูชั่น Fiber Boardband เพิ่มลูกค้าใหม่ 130,000 ราย DZS เปิดตัว Portfolio ใหม่ “Helix” GPON รองรับการทำงาน 10 Gig และ WiFi 6 เร็วสุดแรงสุดแล้ว วันนี้ Plume และ DZS ประกาศร่วมมือกันเจาะ ตลาด WiFi Broadband และ SaaS โลก สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

เปิด 5 จุดเด่น เทคโนโลยี GPON เพื่อตอบสนองโลกอนาคต

DZS ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมต่อ fiber boardband ได้ประกาศความร่วมมือกับ Freedom Fiber เพื่อนำเสนอโซลูชั่นให้กับทางกลุ่มโทรคมนาคมขนาดใหญ่ TalkTalk Group  (TalkTalk Group เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่จากประเทศอังกฤษ มีการให้บริการครอบคลุมในธุรกิจเคเบิ้ลทีวี โทรคมนาคม บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และ เครือข่ายมือถือ — ผู้เรียบเรียง) ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานเดิมมากกว่า 4 ล้านคนทั่วประเทศ โดยมีแผนการขยาย เพิ่มฐานลูกค้าใหม่อีก 130,000 ราย โดยจะเริ่มปูพรมจากลูกค้าในเขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ (เขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามของประเทศอังกฤษ รองจากทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ และ ลอนดอน — ผู้เรียบเรียง)  “ผู้ใช้งานโดยเฉพาะเขตที่พักอาศัย ล้วนแล้วแต่ต้องการแบนด์วิธอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น และด้วย เทคโนโลยี PON จะทำให้โซลูชั่นของ TalkTalk ที่วางแผนไว้ สามารถเกิดขึ้นจริงได้” Charlie Vogt , Prisident และ CEO ของทาง DZS กล่าวเพิ่มเติม “ด้วยเทคโนโลยีของ DZS บวกกับประสบการณ์ของทาง Freedom Fibre จะทำให้ผู้ใช้งาน TalkTalk ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากขึ้น รวมถึง การบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายการลงทุนต่างๆ ของทาง TalkTalk ก็จะทำให้ช่วยลดต้นทุน รวมถึงสามารถสร้างเซอร์วิสใหม่ขึ้นมาให้กับฐานลูกค้าของ TalkTalk เองเพิ่มเติมได้อีกด้วย ซึ่งก็จะถือได้ว่าเป็นโซลูชั่นที่ winwin กับทุกๆ ฝ่าย” ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ทาง DZS เลือกใช้สำหรับโซลูชั่นของทาง TalkTalk นี้ประกอบไปด้วย DZS Velocity เป็น Boardband Access Solution ที่เน้นการจัดการและบริหารเครือข่ายที่ง่าย รองรับการขยายงาน FTTx ในรูปแบบต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะ DZS Velocity 14 ที่ถูกใช้ในงานนี้ เป็นรุ่นใหญ่ ประสิทธิภาพสูง ติดตั้งได้ในสภาพแวดล้อมภายในอาคารได้โดยตรงไม่ต้องอยู่ในห้อง Server ถูกออกแบบเพื่อการบริหารเครือข่าย xPON เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต DZS Helix เป็นโซลูชั่น ONTs ที่รองรับการทำงาน IP Voice, data และ Video โดยรุ่นที่ถูกนำมาใช้งานนี้คือ X-Series 5302 ซึ่งมีความเสถียรในการทำงาน รอบรับการใช้งาน bandwidth ที่่สูงบนสายไฟเบอร์ ง่ายต่อการดูแลรักษา “ในนามของ Freedom Fibre พวกเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain โดยเฉพาะโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจากสถานการณ์ Covid 19 และด้วยความร่วมมือจากทาง DZS ผู้นำเทคโนโลยีด้าน GPON และ XGS-PON เรามีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ในขณะเดียวกัน ก็ลดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนให้กับโอเปอเรเตอร์ไปพร้อมๆ กัน” Darren Woods CFO ของทาง Freedom Fiber กล่าวสรุป ที่มาข่าว : https://investor.dzsi.com/investor-news/news-details/2021/DZS-and-Freedom-Fibre-to-Bring-High-Performance-Fiber-Access-to-Over-130000-New-TalkTalk-Subscribers-in-Northwest-England/default.aspx ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

Plume และ DZS ประกาศร่วมมือกันเจาะ ตลาด WiFi Broadband และ SaaS โลก

DZS ผู้นำตลาด Fiber broadband ทั้งในและนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยี GPON จับมือร่วมกับ Plume โซลูชั่น SaaS สำหรับ WiFi Platform ร่วมกันพัฒนา DZS Xperience ที่จะสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อ Boardband  แบบ end-to-end ไปยังกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานทั่วโลกแล้ววันนี้  อาทิ การเข้าถึง application ต่างๆ ที่มีการใช้งานผ่านอุปกรณ์ WiFi ของ Plume การสร้าง Smart Engine ในการควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านและสำนักงาน รวมถึงการจัดการเชิงลึกต่างๆ Homepass บริการ Smart Home ที่เป็น SaaS Platform ภายในบ้านที่ทำให้สมาชิกของครอบครัวสามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในบ้าน สร้าง Smart Home ให้เกิดขึ้น รวมถึง สามารถปรับแต่งค่าได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส Workpass บริการ Smart Office โดยเป็น SaaS สำหรับไอที เพื่อควบคุมเครือข่ายของบริษัท ผ่านอุปกรณ์การเชื่อมต่อที่มีความปลอดภัย และ มีประสิทธิภาพในการใช้งาน โดยที่สามารถจัดการได้โดยง่าย ไม่มีการตั้งค่าที่ซับซ้อน น่าปวดหัวแต่ประการใด Haystack บริการสำหรับ Service Provider เพื่อปรับปรุงเน็ตเวิร์คให้กับลูกค้า ตอบสนองความต้องการของบ้านหรือสำนักงานอัจฉริยะ ผ่านการมองเห็นเน็ตเวิร์คทั่วทั้งระบบ แบบ end-to-end สามารถระบุปัญหาได้แบบ realtime พร้อมมี AI ช่วยในการแก้ไขปัญหา Moblie apps สามารถทำงานผ่านมือถือได้ทั้งในระบบ iOS และ Android ซึ่งยูสเซอร์สามารถโหลดและปรับแต่งได้ตามต้องการ ในส่วนของ Service Provider ก็สามารถปรับแต่งใส่ Logo ของตัวเองได้อีกด้วย ปัจจุบัน DZS Xperince รองรับผู้ให้บริการ SaaS ผ่านผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ มากกว่า 200 บริษัททั่วโลก และ Plume ก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่เห็นถึงความสำคัญในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับคู่ค้า และลูกค้าผู้ใช้งาน ผ่านโมเดลในการทำงานร่วมกันในแบบ Network-as-a-Services ซึ่งผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องห่วงในเรื่องของการจัดการ CAPEX ด้วยแนวคิด pay-as-you-grow ทำให้ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการสามารถพัฒนา ขยายการให้บริการ โดยที่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ที่มาข่าว : https://investor.dzsi.com/investor-news/news-details/2021/Introducing-DZS-Xperience–A-Cloud-Native-Broadband-Experience-and-Service-Management-Solution-for-World-Class-Fiber-Access/ สำหรับในประเทศไทย ทั้ง Plume และ DZS จัดจำหน่ายโดยบริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) และหากท่านต้องการโซลูชั่นในการจัดการ Smart Home หรือ Smart Office ที่ให้บริการโดยทีมผู้พัฒนาจากทาง Plume หรือ โซลูชั่น GPON เทคโนโลยี Fiber Boardband สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้กับทางบริษัท  Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

DZS และ ออพติมุส ประกาศความร่วมมือ บุกตลาด Fiber Boardband ในไทย

“DZS” ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) แต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ DZS โดยมีเทคโนโลยี และ โซลูชั่น GPON Fiber broadband ครบวงจร เพื่อบุกตลาด โรงแรม โรงงาน และสถานศึกษาในตลาดไทยต่อไป DZS (NASDAQ: DZSI) ผู้นำตลาด Fiber broadband ทั้งในและนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยี GPON ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้รับความร่วมมือกับ บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายสินค้า บริการ ประเภทเน็ตเวิร์คและซิเคียวริตี้ เข้ามาร่วมเป็นกำลังสำคัญในการเปิดตลาดในภูมิภาคนี้   ทั้งนี้ลูกค้าของทางบริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด สามารถเข้าถึง โซลูชั่นและเทคโนโลยี GPON ที่ทันสมัย ผ่าน DZS ในซีรีย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น DZS Chronos, DZS Velocity, DZS Helix ที่เน้นการเชื่อมต่อแบบบอร์ดแบนด์ รวมถึง DZS FiberLAN ที่เน้นการเชื่อมต่อสำหรับตลาด Enterprise ทั้งภายในและภายนอกอาคาร และ XCelerate by DZS ที่เป็น Multi-Gigabit บอรด์แบนด์ ซึ่งทั้งหมดล้วนออกแบบมาบนมาตรฐานระดับโลก และอยู่ในราคาที่จับต้องได้ “พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในการแต่งตั้ง ออพติมุส ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายของทางบริษัท สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย ออพติมุส มีประสบการณ์ในตลาดไอซีทีมากกว่า 20 ปี มีความรู้ความเข้าใจในโซลุชั่นเน็ตเวิร์คและซิเคียวริตี้เป็นอย่างดี รวมถึงมีทีมงานที่ประสบการณ์ สามารถประยุกต์นำเสนอโซลูชั่นของทาง DZS ไปยังกลุ่มลูกค้าโรงแรม สถานศึกษา โรงงาน หรือการใช้งานในสำนักงานได้อย่างแน่นอน”  Bill Ko EVP ของทาง DZS กล่าวเสริม … “ทาง DZS เห็นถึงศักยภาพที่สำคัญในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งทาง DZS หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความร่วมมือจากทั้ง DZS และ OPTIMUS จะช่วยการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่เป็นสายทองแดงมาเป็นไฟเบอร์ เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการแบนด์วิธ ที่จะมีมากขึ้นไปในอนาคตอย่างแน่นอน” ออพติมุส ก่อตั้งเมื่อปี 2000 โดยเป็นผู้นำอุปกรณ์เข้าเน็ตเวิร์คและซิเคียวริตี้จากผู้ผลิตชั้นนำต่างๆทั่วโลก รวมถึงยังออกแบบโซลูชั่นเพื่อการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวร่วมกับตัวแทนจำหน่ายของทางบริษัท ในการนำเสนอสินค้า บริการ ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นจำนวนมาก โดยจะมุ่งเน้นไปที่โซลูชั่นด้านเน็ตเวิร์คและซิเคียวริตี้เป็นหลัก ทั้งนี้ประสบการณ์ในการให้บริการฐานลูกค้าที่เป็น โรงแรม 5 ดาวในไทยเป็นจำนวนมาก รวมถึง ความร่วมมือกับบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่ของประเทศ การมีโซลูชั่นสำหรับ สถานศึกษา โรงพยาบาล ออฟฟิส คลังสินค้า ต่างๆ และด้วยผลิตภัณฑ์และบริการจาก DZS จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งในการที่จะเสริมโซลูชั่นให้กับคู่ค้าของทางออพติมุส ที่จะผลักดันไปยังกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานต่อไป “ถืงแม้สถานการณ์ช่วงนี้จะมี Covid ระบาดอย่างรุนแรง แต่เราเห็นถึงโอกาสที่เน็ตเวิร์คของลูกค้าจะต้องมีการปรับปรุงและขยายเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความต้องการนำไอทีเข้ามาใช้ในองค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตัวเอง ธุรกิจโรงแรม ที่ต้องปรับปรุงเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับแขกที่มาพัก โรงงานที่จะพัฒนาเป็นโรงงานอัจริยะต่อไป  เมืองที่จะพัฒนาเป็น Smart City ซึ่งจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ ต้องมีระบบ infrastructure ที่เชื่อถือได้ รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ และ DZS จะเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอร์ที่สำคัญ ที่จะเข้ามาช่วยเสริมตรงนี้ให้กับคู่ค้าของเรา”  Mic CEO ของทาง OPTIMUS กล่าวย้ำ … “DZS เป็นบริษัทนวัตกรรรมที่แสดงผลงานในเรืองของเทคโนโลยี GPON มาอย่างต่อเนื่อง เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของทางบริษัท รวมถึงทีมงานที่มุ่งมั่นในการที่จะเข้ามาช่วยทำตลาด GPON อย่างจริงจังในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะตลาดในประเทศไทย ที่มีโอกาสในการเติบโตสุง มีความต้องการปรับปรุงระบบเพื่อสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป”… ที่มาข่าว : https://investor.dzsi.com/investor-news/news-details/2021/DZS-and-Optimus-Bring-World-Class-Fiber-Broadband-Solutions-to-Thailands-Growing-Communications-Market/default.aspx ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

DZS ร่วมกับ Freedom Fibre นำเสนอโซลูชั่น Fiber Boardband เพิ่มลูกค้าใหม่ 130,000 ราย

DZS ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมต่อ fiber boardband ได้ประกาศความร่วมมือกับ Freedom Fiber เพื่อนำเสนอโซลูชั่นให้กับทางกลุ่มโทรคมนาคมขนาดใหญ่ TalkTalk Group  (TalkTalk Group เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่จากประเทศอังกฤษ มีการให้บริการครอบคลุมในธุรกิจเคเบิ้ลทีวี โทรคมนาคม บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และ เครือข่ายมือถือ — ผู้เรียบเรียง) ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานเดิมมากกว่า 4 ล้านคนทั่วประเทศ โดยมีแผนการขยาย เพิ่มฐานลูกค้าใหม่อีก 130,000 ราย โดยจะเริ่มปูพรมจากลูกค้าในเขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ (เขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามของประเทศอังกฤษ รองจากทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ และ ลอนดอน — ผู้เรียบเรียง)  “ผู้ใช้งานโดยเฉพาะเขตที่พักอาศัย ล้วนแล้วแต่ต้องการแบนด์วิธอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น และด้วย เทคโนโลยี PON จะทำให้โซลูชั่นของ TalkTalk ที่วางแผนไว้ สามารถเกิดขึ้นจริงได้” Charlie Vogt , Prisident และ CEO ของทาง DZS กล่าวเพิ่มเติม “ด้วยเทคโนโลยีของ DZS บวกกับประสบการณ์ของทาง Freedom Fibre จะทำให้ผู้ใช้งาน TalkTalk ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากขึ้น รวมถึง การบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายการลงทุนต่างๆ ของทาง TalkTalk ก็จะทำให้ช่วยลดต้นทุน รวมถึงสามารถสร้างเซอร์วิสใหม่ขึ้นมาให้กับฐานลูกค้าของ TalkTalk เองเพิ่มเติมได้อีกด้วย ซึ่งก็จะถือได้ว่าเป็นโซลูชั่นที่ winwin กับทุกๆ ฝ่าย” ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ทาง DZS เลือกใช้สำหรับโซลูชั่นของทาง TalkTalk นี้ประกอบไปด้วย DZS Velocity เป็น Boardband Access Solution ที่เน้นการจัดการและบริหารเครือข่ายที่ง่าย รองรับการขยายงาน FTTx ในรูปแบบต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะ DZS Velocity 14 ที่ถูกใช้ในงานนี้ เป็นรุ่นใหญ่ ประสิทธิภาพสูง ติดตั้งได้ในสภาพแวดล้อมภายในอาคารได้โดยตรงไม่ต้องอยู่ในห้อง Server ถูกออกแบบเพื่อการบริหารเครือข่าย xPON เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต DZS Helix เป็นโซลูชั่น ONTs ที่รองรับการทำงาน IP Voice, data และ Video โดยรุ่นที่ถูกนำมาใช้งานนี้คือ X-Series 5302 ซึ่งมีความเสถียรในการทำงาน รอบรับการใช้งาน bandwidth ที่่สูงบนสายไฟเบอร์ ง่ายต่อการดูแลรักษา “ในนามของ Freedom Fibre พวกเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain โดยเฉพาะโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจากสถานการณ์ Covid 19 และด้วยความร่วมมือจากทาง DZS ผู้นำเทคโนโลยีด้าน GPON และ XGS-PON เรามีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ในขณะเดียวกัน ก็ลดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนให้กับโอเปอเรเตอร์ไปพร้อมๆ กัน” Darren Woods CFO ของทาง Freedom Fiber กล่าวสรุป ที่มาข่าว : https://investor.dzsi.com/investor-news/news-details/2021/DZS-and-Freedom-Fibre-to-Bring-High-Performance-Fiber-Access-to-Over-130000-New-TalkTalk-Subscribers-in-Northwest-England/default.aspx ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

DZS เปิดตัวยิ่งใหญ่โซลูชั่นสำคัญสำหรับเทคโนโลยี 5G

DZS ร่วมกับพันธมิตรสำคัญ QCT (Quanta Cloud Technology บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Datacenter Solution ใน Fortune 500 – ผู้เรียบเรียง) นำเสนอโซลูชั่น 5G ในงาน BIG5G Event 2021 ที่จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา (BIG5G Event เป็นงานประชุมด้านเทคโนโลยีสำหรับ Service Provider – ผู้เรียบเรียง) โดยในงาน DZS และ QCT ได้จัดแสดง การใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อช่วยให้ Service Provider ต่างๆ ได้เห็นถึงศักยภาพที่สำคัญ ของเทคโนโลยี 5G รวมถึงการประยุกต์ใช้งาน เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าของ Service Provider ที่ต้องการเครือข่ายที่รวดเร็ว และสามารถตอบสนองโลกในยุคใหม่ได้อย่างดียิ่งขึ้น “ในขณะที่ Service Provider ต้องการใช้ประโยชน์จาก Edge Cloud และ Network Virtualization สำหรับ 5G ด้วยระบบจาก DZS จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ทำให้เกิดบริการใหม่ๆ ผ่านโครงข่าย 5G ที่จะเพิ่มรายได้ให้คุ้มกับการลงทุน 5G นั่นเอง”Charlie Vogt, President และ CEO จาก DZS กล่าวย้ำ “ด้วยความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก DZS เราจะสร้างประสบการณ์ในการใช้งาน 5G รวมถึงการนำเสนอโซลูชั่นที่ Service Provider จากทั่วโลก จะสามารถปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพการแข่งขันของธุรกิจในประเทศนั้นๆ เพื่อลูกค้าของเขาจะได้ประโยชน์จาการใช้งาน 5G ในที่สุด” Mike Yang, President จาก QCT กล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้งาน BIG5G เป็นงานที่มีผู้เข้าร่วมชมเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน 5G กว่า 3,000 คน จากทั่วโลก และเป็นผู้เล่นที่สำคัญในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยในงานมีการประชุมสัมมนาวิชาการ การแสดงเทคโนโลยีด้าน 5G ที่ครอบคลุมในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G เช่น network modernization, consumer 5G applications, private 5G networks, Edge, Open RAN, AI , Network automation ฯลฯ “DZS FiberLAN และทีมงานของ KLF ทำให้โรงแรมของเราสามารถลดต้นทุนในการติดตั้งได้ต่ำลงอย่างไม่น่าเชื่อ เราไม่เพียงสร้างเน็ตเวิร์คที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น ยังลดความวุ่นวาย ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนอื่นๆ เช่นตู้ rack ก็ลด จำนวนสวิตซ์ที่ใช้งานก็ลด มีการปรับใช้งานสาย Fiber optic ลดลง อีกทั้งจากโซลูชั่นนี้ก็ทำให้การดูแลระบบง่ายขึ้น และสิ่งที่สำคัญของเราคือประสบการณ์ของแขกที่มาพัก ด้วย DZS FiberLAN สามารถส่งมอบระบบที่ใช้งานได้เป็นอย่างดี และสร้างความประทับใจให้กับแขกเมื่อใช้งาน” Dr.Vanni Basso CEO ของ Lino delle Fate Eco Village Resort, Bibione กล่าวย้ำ เยี่ยมชมงาน BIG 5G EVENT 2021 ได้ที่นี่ ที่มาข่าว : https://investor.dzsi.com/investor-news/news-details/2021/DZS-Presents-5G-Mobile-Transport-and-Joint-Ecosystem-Solutions-at-Big-5G-Event-2021/default.aspx ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More

DZS FiberLAN เปิดเทคโนโลยีใหม่ ไปยังโรงแรมชั้นนำในอิตาลี

FiberLAN ผลิตภัณฑ์จาก DZS รวมโซลูชั่นสำคัญอาทิ WiFI, ระบบโทรศัพท์, CCTV และ Data Network สำหรับธุรกิจโรงแรมยักษ์ใหญในอิตาลีและโคเอเซีย “DZS” DZS (Nasdaq:DZSI) ผู้นำในอุตสาหกรรม Fiber Broadband ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับพันธมิตร SI รายใหญ่จากประเทศอิตาลี บริษัท KLF Italia ซึ่งมีแนวทางในการนำเสนอ Fiber Broadband ไปยังฐานลูกค้าสำคัญของทางบริษัท โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มโรงแรม อาทิ Club Med Cefalù Sicily , Excelsior Venice Lido Resort (รู้จักกันดีในฐานะผู้สนับสนุนหลัก งาน Venice Film Festival) โดย KLF Italia เชื่อมั่นว่า DZS FiberLAN จะเป็น Fiber Broadband โซลูชั่นหลักที่จะพลิกโฉมระบบเน็ตเวิร์คเดิมที่เคยใช้ รองรับการทำงานในอนาคต พร้อมค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการวางเน็ตเวิร์คในแบบเดิม “Keep Looking Forward” เป็นปณิธานที่ผู้ก่อตั้ง คุณ Paolo Carraro CEO ของ KLF ยึดถือมาโดยตลอด โดยธุรกิจของ KLF Italia เติบโตมากขึ้นเป็นอันมากโดยเฉพาะหลังจากที่ได้จับมือร่วมกับทาง DZS เพื่อนำเสนอ Fiber Broadband โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรมกับทางลูกค้าของทางบริษัท “เรายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะสร้างการเติบโต สร้างชื่อเสียง รวมถึงสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับลูกค้าของเรา ในฐานะที่เราเป็น SI ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมโรงแรม โดยเฉพาะในกลุ่มเมดิเตอเรเนียน” ด้วย DZS FiberLAN ทาง KLF สามารถนำเสนอโซลูชั่น Fiber Broadband ได้อย่างครบวงจร ซึ่งยังได้รวมระบบ data networks, access systems, Wi-Fi, ระบบโทรศัพท์, CCTV และอื่นๆ โดยเริ่มจากการลงระบบ Gigabit Passive Optical Network หรือ GPON ซึ่งทำให้การติดตั้งที่ซับซ้อนทำได้ง่ายดายขึ้น เติมด้วย DZS FiberLAN ในแต่ละตึก เพื่อช่วยให้โรงแรม สามารถดึง Data ต่างๆ ขึ้นมา ประกอบการทำงาน เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของแขกที่เข้ามาพัก ให้แขกที่มาพักได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งนี้ จะพบว่า ด้วยระบบนี้ยังช่วยให้มีต้นทุนในการดูแลรักษาระบบที่ถูกลง ทำให้ ROI ดีขึ้น คืนทุนได้เร็วขึ้นอีกด้วย “DZS FiberLAN และทีมงานของ KLF ทำให้โรงแรมของเราสามารถลดต้นทุนในการติดตั้งได้ต่ำลงอย่างไม่น่าเชื่อ เราไม่เพียงสร้างเน็ตเวิร์คที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น ยังลดความวุ่นวาย ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนอื่นๆ เช่นตู้ rack ก็ลด จำนวนสวิตซ์ที่ใช้งานก็ลด มีการปรับใช้งานสาย Fiber optic ลดลง อีกทั้งจากโซลูชั่นนี้ก็ทำให้การดูแลระบบง่ายขึ้น และสิ่งที่สำคัญของเราคือประสบการณ์ของแขกที่มาพัก ด้วย DZS FiberLAN สามารถส่งมอบระบบที่ใช้งานได้เป็นอย่างดี และสร้างความประทับใจให้กับแขกเมื่อใช้งาน” Dr.Vanni Basso CEO ของ Lino delle Fate Eco Village Resort, Bibione กล่าวย้ำ Club Med Cefalù Sicily Hotel Hotel Excelsior Venice Lido Resort DZS FiberLAN เป็นโซลูชั่น passive optical LAN ที่เหมาะกับธุรกิจหรือองค์กร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ต ที่พัก ด้วยนวัตกรรมที่พิสูจน์แล้วบนเทคโนโลยี Fiber Broadband นำมาซื้ง Bandwidth ในการใช้งานที่ได้มากขึ้น ปลอดภัย เสถียร ลดต้นทุน โดยเฉพาะ Fiber ที่ไม่เพียงแต่ลดจำนวนสาย Fiber ลงเท่านั้น ยังรวมถึงสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าแรงติดตั้ง จำนวนตู้ Rack ตู้เก็บสายที่ใข้ ยังมีจำนวนการใข้งาน Switch ที่ใช้น้อยลง แต่สำหรับแขกหรือผู้มาเยือนกลับได้รับประสบการณ์การใช้งาน Fiber to the Room ที่ความเร็วระดับ Gigabits per Second ซึ่งมาพร้อม WiFi, Video on Demand รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้ง DZS FiberLAN ยังช่วยในเรืองของการประหยัดพลังงาน ลดพื้นที่การใช้งาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย ที่มาข่าว : https://investor.dzsi.com/investor-news/news-details/2021/DZS-and-KLF-Italia-Bring-Brilliant-Building-Technology-to-Mediterranean-Hospitality-Sector/default.aspx ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing Tel : 02-2479898 ต่อ 87  Email : [email protected] สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Read More