Plume สามารถทำงานร่วมกับ VPN Service ได้หรือไม่?

หากคุณใช้ VPN สำหรับต่อไปที่ทำงานหรือโรงเรียน Plume มี VPN passthrough ทำให้อุปกรณ์ใดๆ ที่ทำงานผ่าน VPN Client  สามารถเชื่อมต่อผ่าน VPN Service ต่างๆได้

หากคุณต้องการใช้งาน VPN Service คุณสามารถเชื่อมต่อ Pod Plume ในโหมดบริดจ์ (Bridge Mode) กับเราเตอร์ที่รองรับ VPN Client ในตัว

หากต้องการเชื่อมต่อ VPN จากภายนอกบ้านสามารถทำได้โดยใช้เราเตอร์ที่รองรับ VPN Server และในการตั้งค่านี้ Pod Plume ควรตั้งค่าเป็นโหมดบริดจ์ (Bridge Mode)

บางบริการ VPN ที่เป็นลักษณะเชิงพาณิชย์จะถูกบล็อกโดย Plume’s Online Protection and Content Access Features และเพื่อทำให้สามารถใช้บริการเหล่านี้ได้ คุณจะต้องยกเลิกการปิดกั้น VPN’s domain หรือ IP Address 

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Arista Networks จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

5 สิ่งในบ้านที่มีแล้ว อย่าแปลกใจว่าทำไมเราใช้ WiFi ไม่ได้ดีเท่าที่คิด

เคยสังเกตุกันไหม ในบ้านเรา WiFi ที่เราใช้ ดูมันรวนๆ ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ทั้งๆ ที่คิดว่า น่าจะดีกว่านี้ แต่กลับไม่ใช่ และคุณรู้หรือเปล่า ทุกอย่างสามารถอธิบายได้ WiFi เป็นคลื่น การเชื่อมต่อของอุปกรณ์ การส่งข้อมูลบน WiFi จะอยู่บนคลื่นต่างๆ เหล่านั้น หลายๆ สิ่งในบ้านช่วยทำให้การกระจายสัญญานดีขึ้น แต่หลายอย่าง กลับเป็นตัวต้นเหตุที่สำคํญที่พอมีแล้ว WiFi ที่ควรจะใช้งานได้ กลับใช้งานไม่ได้ซะอย่างนั้น และนี่คือสิ่งต่างๆในบ้านที่ทำให้ WiFi ที่คุณใช้งานอยู่ ไม่สามารถทำงานได้ดีเท่าที่ควร

1. กระจก

หลายคนอาจแปลกใจ กระจกนี่นะ ใช่กระจกนี่แหละ เป็นแหล่งรบกวนคลื่นอย่างหนึ่งเลย โดยเฉพาะในบ้านที่จัดในแบบ Modern ที่มีกระจกอยู่เป็นจำนวนมาก แถมกระจกบางรุ่นวัสดุหรือสิ่งที่ฉาบเพื่อให้เกิดการสะท้อนยังเป็นโลหะอีกด้วย ซึ่งผลก็คือนอกจากกระจกเหล่านั้นจะสะท้อนแสงได้ดี เห็นภาพที่ชัดแล้ว คลื่น WiFi ที่วิ่งไปมา ก็มีผลที่ทำให้โดนการสะท้อนด้วยเช่นกัน โดยการสะท้อนดังกล่าว จะรบกวนสัญญานที่ปล่อยมาจาก WiFi Router ภายในบ้านเอง ที่จะมีผลทำให้ สัญญาณดรอปลง เพราะความจำกัดของช่องสัญญาณที่อยู่ในคลื่นของอากาศ ซึ่งทำให้ความแรงลดลง บางจุดที่ควรใช้งาน WiFi ได้ ก็กลับใช้งานไม่ได้ และผลของมันจะรุนแรงขึ้น หาก WiFi Router เหล่านั้นมีกำลังส่งที่มากขึ้น หรือวางในจุดที่ไม่เหมาะสม

WiFi ที่ต้องผ่านกระจก ชั้น หรือ สองชั้น หรือมากกว่า ล้วนมีผลต่อสัญญาน WiFi ที่ลดลงมากขึ้นเท่านั้น

2. เครื่องใช้ในบ้าน

เพื่อความสวยงาม น่าดูภายในบ้าน คุณเคยมีความคิดที่จะเอา WiFi Router ซ่อนอยู่หลังทีวี ที่ติดผนังหรือเปล่า หรือ เอ วางอยู่ตรงข้างๆ ลำโพงใหญ่ๆๆ เพราะมุมนั้นไม่เกะกะเมื่อวางเทียบกับสิ่งอื่นๆ ในบ้าน แน่นอน พื้นที่วางดังกล่าว หลบสายตา ทำให้สวยงาม แต่ในทางกลับกัน สัญญาน WiFi ที่ได้ก็จะได้ผลที่แย่ลง เพราะเกิดการกวนกันของคลื่นสัญญานเหล่านั้น

3. คอนกรีตเสริมเหล็ก

คอนกรีตเป็นวัสดุที่มีความหนาแน่นสูง และจะพบว่า สัญญาณ สามารถวิ่งผ่านได้น้อยมาก โดยเฉพาะในคลื่นที่เป็น 5GHz คอนกรีตเสริมเหล็กจะพบมากในคอนโดสูง ซึ่งต้องการความแข็งแรง และใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนัก

4. กระจกที่ติดฟิลม์กันความร้อน

กระจกที่เคลือบด้วยฟิล์มโลหะ เช่นเดียวกับกระจกที่กล่าวข้างต้น กระจกที่ติดฟิล์มกันความร้อน โดยเฉพาะการเคลือบสารโลหะบนฟิล์ม จะเกิดการสะท้อนของคลื่น WiFi มีผลทำให้สัญญาณ WiFi ที่ควรใช้งานได้ดี กลับไม่ดีอย่างที่คิด

5. มู่ลี่โลหะ

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมสัญญาณ WiFi บนระเบียงที่เราใช้ ใช้งานได้แย่มาก ทั้งที่ในห้องซึ่งห่างเพียงไม่กีก้าว กลับได้ผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากลองสังเกตุไปที่มูลี่ที่ใช้ คุณอาจมีคำตอบ โลหะที่เป็นวัสดุในการทำมูลี่ มีผลต่อการสะท้อนของสัญญาน WiFi ฉะนั้น อย่าแปลกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น

หาก 5 สิ่งนี้เป็นอุปสรรคต่อ WiFi ของคุณ ให้ Plume มาช่วยสิ !!

เราคงไม่เดินไปรอบๆๆ บ้าน แล้วถอดกระจกออก ทุกผนังทิ้ง หรือเปิดหน้าต่างตลอดเวลา เพื่อให้ได้สัญญาณ WiFi ที่ดีขึ้น ด้วย Plume Pods เป็น Mesh AP System ที่จะทำให้การเพิ่มจำนวน AP สามารถทำได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมในจุดบอด หมดความกังวลในเรื่องของสัญญาณ WiFi ที่เป็นปัญหา ปวดหัว ไร้ทางออกในที่สุด  

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

พบกับ SuperPod ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด WiFi 6

ฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังที่สุด: SuperPod ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี WiFi 6 ซึ่งเป็นมาตรฐาน WiFi รุ่นล่าสุด ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับความเร็วที่เร็วมากขึ้นและสามารถจัดการเครือข่ายในบ้านที่มี Device ต่างๆ ที่หลากหลายและมีจำนวนมาก  SuperPod พร้อม WiFi 6 ไม่เพียงแต่ใช้งานได้กับอุปกรณ์ WiFi รุ่นเก่าทั้งหมด (802.11) ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่รองรับ WiFi 6 รุ่นใหม่ๆ ที่จะออกมาได้อีกด้วย

WiFi 6 คืออะไร?

ไม่มีใครเคยพูดถึง WiFi 5 หรือแม้กระทั่งการพูดถึง WiFi 1, 2, 3 และ 4 ซึ่งก็ไม่คุ้นเคย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนไม่คุ้นเคยกับระบบการตั้งชื่อแบบนี้

WiFi 6 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 โดยทีม Wi-Fi Alliance องค์กรที่รับรองอุปกรณ์การใช้งาน WiFi สากล โดยได้มีการประกาศ ถึงการพัฒนาระบบการตั้งชื่อใหม่เพื่อให้ผู้ใช้งาน  


WiFi มีความเข้าใจในซีรีย์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถกล่าวได้ว่า อุปกรณ์ที่รองรับ WiFi 6 นั้น จะสามารถรองรับ WiFi ที่ใช้เทคโนโลยี 802.11ax ได้อย่างแน่นอน โดยคำนำหน้า “802.11” ระบุเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย  ในขณะที่ “ax” หมายถึงเทคโนโลยีในแต่ละช่วง (เดิมมี a,b,g,ac เป็นต้น)

เทคโนโลยีใน WiFi 6 จะมีความเร็วที่เร็วกว่า WiFi 5 อย่างมาก (802.11ac) และได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับแบนด์วิดท์จากอุปกรณ์ device ต่างๆ ที่มีจำนวนที่มากขึ้น ซึ่ง WiFi 6 ย่อมดีกว่า WiFi 5 อย่างแน่นอน

หากพูดถึงฮาร์ดแวร์…

สำหรับกลุ่มสินค้า HomePass นั้น SuperPod ที่คุณมีอยู่แล้วจะยังคงให้ WiFi ที่มีรวดเร็วและเสถียรภาพแก่คุณผู้ใช้งาน และหากคุณวางแผนที่จะซื้ออุปกรณ์ที่เป็น WiFi 6 ซึ่งแน่นอนอุปกรณ์ดังกล่าวจะมีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ คุณอาจต้องการอัปเกรดเครือข่ายของคุณให้เป็น SuperPod ซึ่งมาพร้อม WiFi 6 เพื่อแสดงศักยภาพที่แท้จริงของอุปกรณ์ WiFi 6 เหล่านั้น

และแม้หากคุณตัดสินใจที่จะไม่อัปเกรด ให้เป็น WiFi 6 คุณก็ยังคงจะยังคงทำงานได้อย่างดีไม่มีปัญหา   

ปกป้องด้วย HomePass

SuperPod หรือ SuperPod ที่มี WiFi 6 คุณยังคงสามารถใช้ HomePass เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ในบ้านของคุณ โดยเราจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจาก WiFi ไม่ว่าจะเป็นรุ่นล่าสุดหรือไม่ก็ตาม 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์