เก็บไว้บน CLOUD หรือ เก็บไว้บนบ้าน

 



ข้อมูลของใคร ก็อยากเก็บไว้กับตัวเอง ถ้าจะต้องเอาข้อมูลไปฝากกับคนอื่น มันก็รู้สึกโหวงโหวง ผิดนโยบายมั้ง ข้อมูลบริษัทเราทำไมคิดจะเอาไปเก็บไว้กับคนอื่นล่ะ เพี้ยนไปป่ะคุณ

อ่ะ จริง ดิ  !! 

สมมุติรถโดนทุกกระจก โจรฉกเอาโน้ตบุ๊คไป ในโน้ตบุ๊คมีข้อมูลสำคัญ

ถ้าเกิดมี Backup Data เก็บไว้ที่บ้าน แบบนี้เรียกข้อมูลหายป่าว ??? อ่ะ…โน้ตบุ๊คที่ใช้เก็บข้อมูลไม่ได้อยู่กะเจ้าตัวแล้วนะ

ถ้าเราแจ้งความกับตำรวจว่า ข้อมูลมันก็หาย จะได้มั้ย เพราะข้อมูลมันไปกับโน้ตบุ๊ค ตำรวจกำลังลงบันทึกประจำวันอยู่ อาจต้องหยุด ขอมองบนแพร้บ 

ถ้าโจรมันได้โน้ตบุ๊คไป แล้วมันเก่ง แกะฮาร์ดดิสก์ออกมาก๊อปไฟล์สำคัญออกไป แบบนี้อาจจะไม่เรียกข้อมูลหาย แต่ข้อมูลบางอย่าง ไฟล์รูป ไฟล์คลิป อาจทำให้บางคน อยากหายตัวไปจากสังคมก็ได้ 

สถานที่เก็บข้อมูล มันสำคัญจริง ๆ เหรอท่าน….

เอาอีกเรื่อง เอาไปคิดให้ผมหงอกเล่น บริษัทเราเก็บไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ โดน Ransomware เล่นใหญ่ จัดหนักไป 1 คืน เหลือไว้แค่เลข Bitcoin บนหน้าจอแดง ๆ ข้อมูลยังตั้งโด่อยู่ตรงหน้าเรานะ แต่แง่เปิดใช้ไม่ได้ ต้องส่งเงิน Bitcoin ไปให้ท่านมหาโจร กราบเรียนขอความกรุณาโปรดส่งมอบกุญแจรหัสมาด้วยเถิด

● การเข้าถึงข้อมูลได้ อันนี้สำคัญ

● การถือครองข้อมูล อันนี้ก็สำคัญ

● การถือรหัสที่จะเข้าถึงข้อมูล นี่ก็โคตรสำคัญ

แต่ที่เก็บข้อมูล มันไม่สำคัญแล้ว

เอาเซิร์ฟเวอร์ไปตั้งที่หัวนอน หวงข้อมูลมาก แต่ดันจิ้มเน็ตคาตูดเซิร์ฟเวอร์เอาไว้เส้นนึง ข้อมูลมันก็สามารถออกไปตะแว้ดข้างนอกได้ง่าย ๆ แล้วนะครับ

ถ้าข้อมูลของเราเอาไว้บน Cloud แล้วเราไม่บอก Password กับใครเลย ข้อมูลก็เป็นของเราครับ อย่าห่วงว่า Cloud มันจะดับ เพราะถ้า Cloud มันดับขึ้นมา……….

มัน ก็ ดับ ซะ งั้น แหละ ครับ

พระท่านสอนว่า ทุกอย่างมีวันดับ เช่น ไฟฟ้า เมื่อฝนตก ไฟมันก็ดับ เทศน์ต่อไม่ได้

ข้อมูล มันจะเก็บอยู่ออฟฟิศเรา หรือจะไปเก็บอยู่กับ Cloud ข้างนอก ทั้ง 2 แบบมันย่อมมีวันดับ อย่าเถียงพระ….. แต่เดี๋ยวมันก็มาครับ คำถามคือ ใครจะมาเร็วกว่ากัน เซิร์ฟเวอร์เรา หรือ Cloud ข้างนอก ตรงนี้อยู่ที่เงินลงทุนทำระบบครับ ใครลงเงินเยอะกว่า ระบบพร้อมมากกว่า บุคลากรพร้อมมากกว่า โอกาสฟื้นกลับมาย่อมเร็วกว่า ซึ่ง Cloud ใหญ่ ๆ เขาใช้เงินไม่มากหรอกครับ บริษัทเราลงเงินตั้ง Data center แข่งได้อยู่แล้ว…..อ่ะโด่

พอจะเข้าใจนะครับ แล้วเวลามีใครมาถามว่า ทำไมเราเลือกเก็บข้อมูลเอาไว้ที่ออฟฟิศ ทำไมเรายังไม่ใช้ Cloud ก็หาคำตอบแบบที่มัน 4.0 กันหน่อยนะครับ

● สินค้าที่เกี่ยวข้อง LevelSync


สนใจสินค้า LevelSync เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษาติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87

marketing@optimus.co.th

@optimusthailand

OPT-Care โดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

LEVELSYNC คืออะไร?

หมดปัญหาการติดไวรัสจาก Flash Drive

และจากการถูกโจมตีด้วย Ransomware หรือ Malware  จากอินเตอร์เน็ต

และยังช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการเสียเวลาในการ อัพโหลดไฟล์ต่าง ๆ

หรือระหว่างการโอน-ถ่ายข้อมูล

LevelSync เป็นบริการ Cloud file sharing storage บนแอปพลิเคชั่นที่รองรับการทำงานได้หลากหลายอุปกรณ์ บนความปลอดภัยขั้นสูงเหมาะสำหรับคนยุคใหม่ ที่พร้อม ทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา จะแบบเดี่ยว หรือ แบบทีม LevelSync ก็เอาอยู่ !!

LevelSync ยังช่วยให้การทำงานของคุณสะดวกยิ่งขึ้น

ด้วยความสามารถสุดล้ำ ดังนี้

1.ใช้เทคโนโลยี Cloud Drive Storage ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้โดยใช้ซอฟต์แวร์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 
2.ให้คุณเข้าถึงและจัดเก็บไฟล์ได้อย่างปลอดภัย ลดปัญหาความยุ่งยากของ VPN
 
3. เพราะความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ เราจึงได้มีการเข้ารหัสของทุกไฟล์ในเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลได้นอกจากคุณ
 
4. รองรับความหลากหลายของอุปกรณ์ รองรับทั้ง Windows, Mac OSX, iOS รวมถึงอุปกรณ์ Android ทั้งหลาย
 
5. เพียงคุณมีแอปพลิเคชั่น LevelSync ก็สามารถเข้าถึงไฟล์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ หรือ On Cloud
 
6. ให้การแชร์ข้อมูลกับทุกคน ที่คุณต้องการ เป็นเรื่องง่ายดาย ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหน หรือใช้อุปกรณ์อะไร
 
7. แชร์ไฟล์บนโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยด้วยการกำหนดวันหมดอายุ และ Password
 
8. กู้ไฟล์ที่เสียหายจากบรรดาไวรัส กลับคืนมาได้ในชั่วพริบตา
 

ถ้ายังคิดไม่ออกว่าทำไมต้องเป็น LevelSync

ลองดูตารางเปรียบเทียบ Feature ด้านล่างได้เลย

                                              

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่

คำถามที่พบบ่อย ๆ

 ทำไมต้องใช้ LevelSync ในเมื่อมี OneDrive ให้ใช้กันฟรีๆ แถมด้วย Office365 อีกต่างหาก ?

คำตอบคือ : OneDrive ที่คุณได้ฟรีๆ นั้นเป็นเวอร์ชั่นที่มีไว้สำหรับบริการลูกค้าทั่วไป หากใช้งานไปเรื่อยๆ คุณจะไม่สามารถควบคุมข้อมูลได้เลย ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับการใช้ Dropbox และ GoogleDrive

               คุณรู้หรือไม่ OneDrive สำหรับธุรกิจขั้นพื้นฐานนั้นจริงๆ แล้วมีข้อจำกัดทางเทคนิคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อไฟล์ที่ทำได้แค่ 4,000 ไฟล์ และยังไม่เสถียรเท่าที่ควร และการเชื่อมต่อข้อมูลสามารถทำได้มากสุดแค่ 20,000 ไฟล์ เท่านั้น

 ทำไมต้องต้องใช้ LevelSync ในเมื่อสามารถอัพเกรด Dropbox ให้ใช้กับธุรกิจได้เหมือนกัน ?

คำตอบคือ : การฝากไฟล์ไว้กับ Dropbox นั้น คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าไฟล์งานของคุณถูกเก็บไว้ที่ไหนอย่างไร ปัจจุบันที่ทราบกันคือที่ไหนสักแห่งในอเมริกา ซึ่งถ้าหากคุณมีไฟล์ข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนตัว ก็จะไม่มีกฎหมายใดๆ รองรับ เนื่องจากสหภาพยุโรปได้ยกเลิก “ข้อตกลง Safe Harbour” (กรอบข้อตกลงการโอนข้อมูลระหว่างประเทศ) กับสหรัฐอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว และค่าบริการของ Dropbox ก็มีราคาสูงพอสมควร (ตัวอย่างเช่น 10 users = 150 ยูโร ต่อเดือน)

 ข้อมูลเยอะมาก ต้องคอยมานั่งสำรองข้อมูล (Back up) อย่างสม่ำเสมอมั้ย ?

คำตอบคือ : ไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องมานั่งสำรองข้อมูลเอง หากโปรแกรมแบ็คอัพข้อมูลของคุณยังทำงานอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องมีการแบ็คอัพใดๆ เพิ่มเข้ามาให้ยุ่งยาก เพราะเรามีการแบ็คอัพข้อมูลแบบเรียลไทม์ (มีการเซ็ตอัพไว้หลายชั้น) ทำให้ข้อมูลของคุณยังคงอยู่ และ ปลอดภัยอยู่เสมอ

หากท่านสนใจสามารถดาวน์โหลดโบร์ชัว LeverSync ได้ที่นี่ : Click Here !


สนใจผลิตภัณฑ์ LevelSync เราพร้อมให้คำปรึกษาคุณติดต่อแผนก Marketing     

02-2479898 ต่อ 87

marketing@optimus.co.th

@optimusthailand

 

 
 
 
 
 
 
LevelSync จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด