ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในการเล่นเกม และ 3 เคล็ดลับเพื่อความปลอดภัย

Cyber threats in gaming—and 3 tips for staying safe

ความนิยมในการเล่นเกมออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19 นั่นรวมถึงการเพิ่มของแฮกเกอร์ที่มีจำนวนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยมุ่งโจมตีทางไซเบอร์ผ่านเกมออนไลน์ หากคุณเป็นผู้ปกครองของน้องๆ ที่ชอบเล่นเกม หรือแม้ว่าตัวคุณเองจะเป็นนักเล่นเกมตัวยงก็ตาม การเรียนรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงโดยเฉพาะที่มากับการเล่นเกมออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

เพราะอะไรแฮกเกอร์จึงคิดเข้ามาโจมตีเหล่าเกมเมอร์ล่ะ ?

พบว่าตลาดเกมทั่วโลกกำลังเฟื่องฟูสุดๆ มีการคาดหมายกันว่า มูลค่ารวมของตลาดเกมจะสูงถึง 2,190 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2024 (ข้อมูลจาก Bloomberg) และแน่นอน เมื่อใดมีเงินเกี่ยวข้องจำนวนมาก ก็จะดึงดูด Hacker ให้เข้ามามากขึ้น

มีการใช้ Crack Key เพื่อเข้าไปเล่นเกมฟรีมากขึ้น และนั่นย่อมเป็นโอกาสทองของเหล่าแฮกเกอร์ที่จะปล่อยมัลแวร์แฝงลงไปในช่องทางนั้น

การเล่นเกมในทุกวันนี้ ไม่ใช่ค่าเกมแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการซื้อขายแลกเปลี่ยน ตัวละคร ไอเท็มสะสมต่างๆ ซึ่งล้วนสร้างแรงจูงใจให้แฮกเกอร์ เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์รวมถึงการเข้ามาขโมยและชายสินทรัพย์ดิจิตอลชองผู้อื่น

ผู้เล่นเกมหลายคนไม่ทราบถึงความเสี่ยง ขาดความระวังตัวทำให้ตกเป็นเป้าหมาย หรือเป็นเหยื่อที่ดีกับแฮกเกอร์นั่นเอง

ทำอย่างไรจึงจะปลอดภัยจากการเล่นเกม

ปกป้องบัญชีการเข้าใช้งานของคุณ ปฎิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด ใช้รหัสผ่านที่ยากต่อการเดา ทั้งจำนวนและอักขระต่างๆ หรือเปิดใช้งาน MFA (Multi Factor Authentication) สำหรับบัญชีเกมด้วย

หลีกเลี่ยงการเข้าใช้งานเกมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ด้วยการใช้ Crack ต่างๆ ที่โหลดมาจากเวป เพราะแฮกเกอร์มักจะแฝงมัลแวร์ไว้ที่ Crack เหล่านั้น ซึ่งไม่คุ้มเสี่ยงอย่างแน่นอน

ระวังฟิชชิ่ง และการถูกหลอกให้เชื่อผ่านสังคมออนไลน์ ตระหนักและมีสติทุกครั้ง

การปฏิบัติตามเคล็ดลับข้างต้นจะช่วยสร้างความปลอดภัยขั้นพื้นฐานทางไซเบอร์และจะช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ของคุณปลอดภัยยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน รวมถึงการมีผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันไวรัส มัลแวร์ อย่าง Webroot ก็จะช่วยทำให้ท่านมั่นใจได้ว่า เครื่องในระบบของท่านได้รับการดูแล โดย Webroot เป็นระบบป้องกันไวรัสและมัลแวร์ที่เป็น cloud base ทำให้ สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่หน่วงเครื่อง อีกทั้งมีหน้าจอ Console กลาง เพื่อควบคุม มอนิเตอร์ เครื่องที่อยู่ในระบบที่ศูนย์กลางผ่าน Dashboard ที่ดูง่าย และสามารถเรียนรู้ได้เร็ว ตอบสนองการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที

ในรายงานฉบับนี้ยังกล่าวถึงการที่รัฐบาลในหลายประเทศเริ่มมีการออกกฎหมายในการควบคุมรวมถึง บังคับโทษกับโจรไซเบอร์ที่ปล่อย Ransomware ออกมา นอกจากนี้ยังพบภัยคุกคามที่อยู่บน URL ที่มีความเสี่ยง ด้วยการหลอกล่อเหยื่อให้เชื่อแล้วคลิ๊กลิงค์ที่เป็นอันตรายในที่สุด(Phishing)  ทั้งนี้ภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่ทุกท่านคิด ยิ่งเราอยู่บนโลกออนไลน์ยาวนานมากขึ้นเพียงไร ความเสี่ยงของเราก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว 

บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่าย webroot มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาในเรื่องซิเคียวริตี้แบบครบวงจร (One Stop in Security Services Solution) ดังนั้นหากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

LastPass บริการใหม่จาก Webroot เพื่อการเข้าถึงรหัสผ่านอย่างมีประสิทธิภาพ

LastPass บริการใหม่จาก Webroot เพื่อการเข้าถึงรหัสผ่านอย่างมีประสิทธิภาพ

รหัสผ่านได้กลายเป็นวิธีปกติในการเข้าถึงชีวิตดิจิทัลของเราไปแล้ว คิดถึงบัญชีทั้งหมดที่เรามีกับผู้ให้บริการที่แตกต่างกัน การมีรหัสผ่านช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลของเราได้อย่างปลอดภัย สามารถชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือเชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัวบนโซเซียลทั่วไป อย่างไรก็ตาม การมีรหัสผ่านเดียวแล้วใช้รหัสผ่านนั้นเข้าถึงทุกอย่างอันตรายเป็นอย่างยิ่ง รหัสผ่านของเราสำหรับแต่ละบัญชีจะต้องคาดเดาได้ยากหรือคาดเดาไม่ได้ รวมถึงไม่ควรใช้ซ้ำกัน 

เราใช้โอกาสในวันรหัสผ่านโลก วันที่ 5 พค นี้ (วันพฤหัสแรกของเดือนพฤษภาคม) เป็นช่วงเวลาที่จะใช้เพื่อสร้างความตระหนัก รวมถึงความสำคัญของการให้ความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงเครื่องมือในเรื่องของดิจิทัลต่างๆ โดยเริ่มจากจากรหัสผ่านของเรานั่นเอง

เมื่อพูดถึงการสร้างรหัสผ่าน พวกเราส่วนใหญ่มักตั้งจากสิ่งที่เราจำได้เป็นอย่างดีเช่น วันเกิด ชื่อสัตว์เลี้ยง หรือดารา ทีมกีฬาที่เราชื่นชอบ แม้ว่าตัวเลือกเหล่านี้ทำให้เราจำรหัสผ่านได้ง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้อาชญากรไซเบอร์สามารถสุ่มรหัสผ่านได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ด้วยข้อมูลทั้งหมดที่เราใช้ทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แฮกเกอร์สามารถใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการเข้าไปค้นคว้า รวบรวม เพื่อทำความเข้าใจเหยื่อในเรื่องนิสัย สิ่งต่างๆในชีวิตของเรา เพื่อคาดเดารหัสผ่านและเข้าถึงข้อมูลของเราได้ นั่นคือเหตุผลที่การตั้งรหัสผ่านที่ยากและซับซ้อนขึ้นจะช่วยปกป้องชีวิตออนไลน์ของเรา และลดความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของการโจรกรรมข้อมูลประจำตัวหรือข้อมูลสูญหายได้

Password Integrity คืออะไร?

คิดถึงรากฐานของตึกอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้อาคารถล่ม ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เราจึงต้องสร้างขึ้นด้วยหลักการบางอย่างในใจ ความสมบูรณ์ของรหัสผ่านเกี่ยวข้องกับแนวคิดเดียวกัน รหัสผ่านเป็นรากฐานของชีวิตดิจิทัลของเรา หากพวกเราไม่ปลอดภัยหรือจัดการอย่างเหมาะสม เราจะเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรไซเบอร์ที่จ้องจะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเรา

ปัจจุบันรหัสผ่านที่คาดเดาได้นั้นมีปัญหาด้วยเหตุผลหลายประการ หากรหัสผ่านของเราเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่เว็บไซต์ส่วนใหญ่กำหนดซึ่งต้องใช้อักษรตัวเล็กใหญ่อย่างน้อย 6 ตัว ตัวเลขและอักขระพิเศษอย่างละ 1 ตัว แฮกเกอร์สามารถใช้ความพยายามไม่มาก ก็สามารถเดาและเข้าถึงได้แล้ว

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของการละเมิดข้อมูลในปี 2564 เพิ่มขึ้น มากกว่า 4 ล้านดอลลาร์หรือเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2563 สำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (SMB) นี่หมายถึงผลกระทบทางการเงินที่อาจหมายถึงการปิดกิจการ สำหรับผู้บริโภค การรับมือกับการโจรกรรมข้อมูลประจำตัวอาจทำให้ปวดหัวได้ ตั้งแต่การระงับบัตรเครดิตและทรัพย์สินไปจนถึงการติดต่อบริษัททั้งหมดที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วยเป็นประจำ การกู้คืนจากการโจรกรรมข้อมูลประจำตัวอาจเป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน 

ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่าย webroot มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาในเรื่องซิเคียวริตี้แบบครบวงจร (One Stop in Security Services Solution) ดังนั้นหากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

แนะนำ Research ด้านความปลอดภัยจาก BrightCloud ปี 2022

BrightCloud

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันมีความซับซ้อน ตรวจจับได้ยากขึ้น แฮกเกอร์มีวิธีการหลอกลวงเหยื่อให้เชื่อได้เนียนขึ้น ทั้งนี้เราได้มีการวางแผน เตรียมตัว หรือจัดการอย่างไร เพื่อทำให้ลูกค้า คู่ค้าของเรามั่นใจได้ว่า ธุรกิจของเราพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวที่มีค่าของพวกเขาอยู่

BrightCloud Threat Report จาก webroot  สรุปประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับภัยทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยออกเป็นรายงานฉบับปี 2022 ซึ่งหากพี่ๆ ท่านใดสนใจรายงานฉบับเต็มสามารถ แสดงความจำนงได้ที่ Link ทางด้านล่างของบทความ

Malware (มัลแวร์)

ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ หรือการใช้งานภายในครอบครัว พบว่าปัญหามัลแวร์เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมากในปี 2021 โดยมีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซับซ้อนมากน้อยขึ้นอยู่กับมัลแวร์ที่เจอต่างกัน ผลจากการโจมตี รุนแรงไม่เท่ากัน แต่ก็สร้างปัญหาไม่น้อยให้เกิดขึ้น รบกวนชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัว นอกจากนี้ยังพบว่า

  •  53% ของผู้ใช้งานตามบ้าน ถูกโจมตีจากมัลแวร์ไม่ใช่แค่ 1 ครั้งแต่มากกว่า
  • สำหรับ SME (มีเครื่องอยู่ประมาณ 20-100 เครื่อง) อัตราการติดมัลแวร์อยู่ที่ประมาณ 34% โดยพบผลกระทบโดยเฉลี่ยประมาณ 9 เครื่องต่อบริษัท
  • พบว่าโรงงานต่างๆ และ หน่วยงานภาครัฐ (ข้อมูลในสหรัฐอเมริกา) มีอัตราการติดมัลแวร์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมโดยทั่วไป
  • ฯลฯ

Ransomeware (แรนซัมแวร์)

หากพี่ๆเป็นองค์กร SME ที่มีจำนวนพนักงานไม่เกิน 100 คนแล้วโดน Ransomware โจมตีเมื่อปีที่แล้ว พี่ๆ เป็นหนึ่งใน 44% ของการโดนโจมตีด้วย Ransomware ซึ่งอย่างที่เคยเล่าให้ฟังในหลายๆ ครั้งคือการโจมตีด้วย Ransomware ไม่ได้มีเป้าหมายแต่บริษัทใหญ่แต่เพียงเท่านั้น พบการโจมตีใน SME มากขึ้น และ มากขึ้นในทุกปีที่สำรวจ

ในรายงานฉบับนี้ยังกล่าวถึงการที่รัฐบาลในหลายประเทศเริ่มมีการออกกฎหมายในการควบคุมรวมถึง บังคับโทษกับโจรไซเบอร์ที่ปล่อย Ransomware ออกมา นอกจากนี้ยังพบภัยคุกคามที่อยู่บน URL ที่มีความเสี่ยง ด้วยการหลอกล่อเหยื่อให้เชื่อแล้วคลิ๊กลิงค์ที่เป็นอันตรายในที่สุด(Phishing)  ทั้งนี้ภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่ทุกท่านคิด ยิ่งเราอยู่บนโลกออนไลน์ยาวนานมากขึ้นเพียงไร ความเสี่ยงของเราก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว 

BrightCloud

เป็น Security Platform ที่พัฒนาขึ้นโดย webroot จะพบว่า BrightCloud เป็น Engine ที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ Network Security โดยเป็น OEM ให้กับบริษัท IT ชั้นนำต่างๆ ของโลก มีการเชื่อมต่อหรือทำงานร่วมกับทั้งระบบมากกว่า 285 ล้าน Engine Sensors ครอบคลุมทั่วโลก ทำงานผ่าน Cloud ให้ประสิทธิภาพในการตรวจจับภัยทางไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว และ แม่นยำ

คลิกที่ภาพ เพื่อดูไฟล์ Data sheet

ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่าย webroot มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาในเรื่องซิเคียวริตี้แบบครบวงจร (One Stop in Security Services Solution) ดังนั้นหากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

3 เหตุผลที่บริษัทเล็กๆ หรือ SME อย่างเราเชื่อว่า บริษัทมีโอกาสถูกโจมตีจาก Ransomware น้อยกว่าบริษัทใหญ่ทั่วไป

จริงอยู่ที่ว่า ข่าวการโจมตีด้วย Ransomware ที่เราได้ยินตามหน้าข่าว จะเป็นบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งถ้าเป็นหน้าข่าวในต่างประเทศ ก็จะพบเช่น Kia Motors, Accenture, Acer, JBS ในประเทศไทยก็มีหน้าข่าวที่ บริษัทใหญ่ๆ โดยเรียกค่าไถ่แบบเปิดเผยบ้าง ไม่เปิดเผยบ้าง ด้วยราคาค่าไถ่ที่แสนแพง ซึ่งทำโดยโจรทางไซเบอร์ที่ล้วนแล้วแต่รู้กันว่าเป็นตัวเป้งในวงการ มีคดีทางด้าน Cyber Security หลายคดี มีการวางแผนเข้าโจมตีอย่างแยบยล มีกระบวนการในการทำงานเพื่อคุกคามเป้าหมาย ซึ่งสุดท้าย เหยื่อเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ไม่รอดจากการโจมตีทั้งสิ้น

แต่จากผลของการเก็บข้อมูลในช่วงปี 2021

มีข้อมูลที่อาจทำให้หลายคนต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) รวมไปถึง NGOs ต่างๆ กลายเป็นผู้ที่เสียหายจากกรณี Ransomware มากที่สุด ซึ่งหากเราวิเคราะห์เพิ่มเติมลงไป จะพบสาเหตุสำคัญ ดังนี้

  • เชื่อไปเองว่าแก๊งค์เรียกค่าไถ่ จะมุ่งโจมตีเฉพาะกับบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น ซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงเลย เพียงแต่จะพบว่าข่าวที่ลง ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่ บริษัทใหญ่มากกว่า เนื่องจากสามารถขายข่าวได้ดีกว่า เร้าใจได้มากกว่า ทั้งๆที่จริงๆ แล้ว บริษัทเล็กๆ หรือ SMEs ก็มีการโดนโจมตีด้วย Ransomware ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้ง ยังมีความเชื่อว่า พวกโจรเหล่านี้คงไม่โจมตีบริษัทเล็กๆ หรอก เพราะเรียกค่าไถ่ได้ไม่มาก ที่จะเป็นหลักหลายๆ ล้านดอลล่าห์ก็แทบจะเป็นไปได้เลยที่บริษัทเล็กๆ จะยอมจ่าย ซึ่งไม่คุ้มกับการวางแผน การทำงานของโจร แต่เปล่าเลย เมื่อพบข้อมูลว่าค่าไถ่โดยเฉลี่ย ในปี 2021 จะอยู่ราวเพียง 70,000 ยูเอสดอลล่าห์ (หรือราวๆ 210,000 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนที่ธุรกิจขนาดเล็กทั่วไป สามารถจ่ายได้ ดังนั้นจะบอกว่า ทุกธุรกิจ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ล้วนเป็นเป้าหมายของการโจมตีแทบทั้งสิ้น

 

  • Ransomware as a Service (RaaS) เป็นตัวเปลี่ยนเกมส์สำคัญของ Ransomware กล่าวคือในอดีตการเขียน script ต่างๆ ล้วนต้องใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญในการเขียน เพื่อเข้าโจมตี รวมถึงการทำ Encryption ต่างๆ แต่ปัจจุบ้นมีบริการ Ransomware as a Services ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับโจรที่แม้ไม่มีความรู้มาก แต่ก็สามารถซื้อบริการดังกล่าวได้ ซึ่งนั่นสามารถสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจที่โดนโจมตีได้กว้างขวางมากขึ้น ด้วยต้นทุนการทำงานที่ต่ำลง ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ในปี 2020 การโจมตีด้วย Ransomware โจรไซเบอร์ใช้รูปแบบ Ransomware as a Service (RaaS) ถึงสองในสามเลยทีเดียว

 

  • ข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณด้านความปลอดภัย เนื่องจากหลายออฟฟิส มองว่า IT เป็นหน่วยงานที่เป็น ค่าใช้จ่าย ฉะนั้นเงินที่ลงไปในงานไอทีจึงเป็นแต่รายจ่าย ซึ่งอันที่จริง เราสามารถ optimize งานไอทีหลายๆ ส่วนเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้อีกด้วย ซึ่งแนวคิดเรื่องของ digital transformation ต่างๆ ล้วนปรับเพื่อให้องค์กรใช้ไอทีในการพัฒนาองค์กรในทุกส่วนได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้อย่าพึ่งตื่นตระหนก

หากธุรกิจของท่านมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการ remote office ที่มาจากการทำ Work From Home (WFH) ของพนักงาน หรือความไม่รู้ว่า จะมีแนวทางในการป้องกัน ในเรื่องของ มัลแวร์และ Ransomware ได้อย่างไร รวมไปถึงการขาดการวางแผนที่อาจยังไม่ดีพอ ออพติมุส เราอยู่ในธุรกิจ Cyber Security มากว่า 20 ปี  เรามีทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษา รวมถึงข้อเสนอต่างๆ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีผ่านช่องทาง ต่างๆ ด้านล่าง โดยทีมงาน ออพติมุส ร่วมกับ Webroot และ สินค้าด้านความปลอดภัยอื่นๆ พร้อมที่จะเข้าไปให้คำปรึกษา รวมถึงวิธีการในการจัดการปัญหาต่างๆ สนใจติดต่อ

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เก็บตกงาน Optimus Webinar “เจาะลึก Webroot Endpoint Security พร้อมเทคโนโลยี AI ที่ฉลาดที่สุดแล้ววันนี้”

องค์กรของเรามีการป้องกันภัยทางไซเบอร์ได้ดีเพียงพอหรือยัง คำถามนี้น่าจะอยู่ในใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผ่ายไอทีที่มีส่วนรับผิดชอบกับระบบความปลอดภัยขององค์กร ทั้งนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจในปี 2021 ที่ผ่านมา พบว่า

  • ในปีที่ผ่านมา มีมัลแวร์เกิดขึ้นใหม่มากกว่า 170 ล้านตัว หรือตกเฉลี่ยเกิดขึ้นใหม่ถึงวันละ 400,000-500,000 ตัวเลยทีเดียว
  • 71% ขององค์กรที่โดนโจมตี มีพนักงานน้อยกว่า 100 คน นั่นแสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน เหยื่อของการโดนโจมตี ไม่ได้มีแต่เฉพาะบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น
  • Malware มีรูปแบบการโจมตีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โจมตีอย่างต่อเนื่อง หวังผลสำเร็จ ผ่าน APT, Adware, Ransomware เป็นต้น

นอกจากมัลแวร์ใหม่ๆ ที่เราตรวจพบ เรายังตรวจเจอภัยไซเบอร์อื่นๆเพิ่มเติม อีก เช่น Phising Sites ที่ถูกทำเลียนแบบ Website จริงของธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อหลอกให้เราใส่ข้อมูลส่วนตัวลงไป ในฝั่งไฟล์ OffLine ก็พบการสร้างไฟล์เพื่อฝังมัลแวร์ไว้มากกว่า ล้านไฟล์ต่อวัน

 

Webroot เป็น Advance NextGen Antivirus มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทำงานเป็น cloud base และมีการป้องกันในแบบ Multi-Threat vector Protection ทั้งนี้มีผู้ใช้งาน Webroot มากกว่า 50 ล้าน Users อีกทั้ง Webroot ยังเป็น NextGen Antivus ที่ทำ OEM ให้กับบริษัทไอทีชั้นนำอีกกว่า 90 บริษัท โดยถือได้ว่าครองอันดับหนึ่งในตลาด OEM เลยทีเดียว 

 

ทั้งนี้หากอธิบายถึงความเป็น Cloud base ที่ Webroot เป็น เปรียบเทียบกับ Signature base ซึ่งใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยเป็นเทคโนโลยีในรูปแบบเดิม การ update database จะมาเก็บไว้ที่ agent ที่เป็นเครื่องปลายทาง ซึ่งจะพบว่ามีปัญหาเรื่องการกินพื้นที่ Harddisk  รวมถึงกิน resource ของเครื่องมาก นอกจากนี้ที่สำคัญ การป้องกันของ Signature base จะเป็นการป้องกันในแบบที่เป็น Single Vector Attacks ซึ่งปัจจุบัน การโจมตีได้เปลี่ยนรูปแบบไปมากแล้ว อาทิการโจมตีของมัลแวร์ในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า  Polymorphic Malware โดยจะเป็นการโจมตีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น มีการเปลียนแปลงการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลบการตรวจจับ เช่นเปลียนชื่อ ย้ายที่อยู่ สร้างไฟล์ใหม่ และทำจนกว่าจะสำเร็จ

ทั้งนี้จากข้อมูลยังพบอีกว่า

  1. การโจมตีในปัจจุบันถึงกว่า 90% จะเป็นการโจมตีในรูปแบบ Multi Vector ซึ๋ง Antivirus ในแบบเดิมไม่สามารถป้องกันหรือจัดการได้ 
  2. 94% ของมัลแวร์ที่เกิดขึ้น เป็น Unique Malware หรือเป็น มัลแวร์ที่ยังไม่มีใครรู้จักมาก่อนฉะนั้นการทำงานที่เป็น Signature ฺbase Antivirus จะไม่สามารถจัดการได้

Advance NextGen Antivirus ของ Webroot เป็นการทำงานที่อาศัยข้อมูลที่เป็น Big Data + AI เข้ามาเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ ชุดข้อมูล เมื่อมีการใช้งานไฟล์ต่างๆ ในระบบ การทำงานของ Webroot จะทำการ scan ไฟล์ด้วยการดึง Files Hash ออกมา (เป็นเลขชุดที่บอกรายละเอียดของไฟล์) โดยข้อมูลชุดนี้ ก็จะถูกส่งไปที่ Cloud ซึ่งมีฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยทางไซเบอร์ที่อยู่บน Cloud ซึ่งจะเป็นการเทียบกับฐานข้อมูล Internet Sensor Network + Global Threat Database+ Security Partner (WEBROOT OEM Partner) + WEBROOT Customer ซึ่งทั้งนี้ไม่ได้ดูแค่มัลแวร์นั้นว่ามีหรือไม่ใน database เท่านั้น  แต่จะดูไปถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่ มัลแวร์ต้องสงสัยแสดงออกมา เทียบเคียงเพื่อดูความเป็นไปได้ว่า Behavior นี้มีโอกาสเป็นภัยกับระบบมากน้อยเพียงไร ผ่าน AI และ Machine Learning ซึ่งผลที่ได้ จะทำให้มั่นใจว่า ระบบที่ถูกป้องกัน โดย Webroot จะมีความปลอดภัย สามารถป้องกันการโจมตีได้มากกว่า

WEBROOT Threat Intelligence Platform

WEBROOT ยังมี Console ที่เรียกว่า “GSM” ไว้คอยควบคุม มอนิเตอร์ รวมถึงจัดการต่างๆ ผ่าน Dashboard ที่เป็นระบบ Cloud เช่นกัน เพื่อทำให้การบริหารความปลอดภัยเป็นไปได้อย่างสะดวกและง่ายดายมากขึ้น  

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สนใจหรือต้องการทดสอบ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายขายของทางบริษัท 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ภัยทางไซเบอร์ที่มาพร้อมกับเทศกาลแห่งความสุข และแนวทางป้องกัน ด้วย Antivirus Ransomware

เทศกาลปีใหม่ใกล้ นักช็อปก็ยิ่งเตรียมตัวช็อปออนไลน์มากขึ้น ซึ่งท่านรู้หรือไม่ว่าสถิติอาชญกรรมทางไซเบอร์ในช่วงนี้ก็มีมากขึ้นตามกัน โจรไซเบอร์ไม่ได้หยุดวันปีใหม่ แต่กลับพบอัตราการโจมตีที่ขึ้นมาขึ้นในช่วงนี้ เพราะเหยื่อขาดความระวังมากขึ้น โอกาสที่จะทำให้เหยื่อโดนหลอกจากส่วนลด 50%-60% ที่จูงใจให้คลิก ข้อมูลจากธนาคารแสดงจำนวนเงินที่ใช้ในบัตรเครดิต แต้มหมดอายุที่ต้องรีบใช้ต่างๆ   ถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาถึงความสำคัญของการป้องกันภัยทางไซเบอร์ด้วยโปรแกรม Antivirus

โปรแกรม Antivirus คืออะไร

Antivirus เป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อค้นหา ป้องกัน ตรวจจับ และลบไวรัส ก่อนที่ไวรัสจะมีโอกาสสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ของคุณ Antivirus ทำงานโดยดำเนินการตรวจจับ สแกน และกำจัดไวรัสตามพฤติกรรม อีกทั้ง Antivirus ยังสามารถป้องกันซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอื่นๆ เช่น โทรจัน เวิร์ม แอดแวร์ เป็นต้น

เราจำเป็นต้องมีโปรแกรม Antivirus หรือไม่

บอกเลยว่า “จำเป็นอย่างมาก” ตามรายงานจาก Webroot BrightCloud ปี 2021 พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว 18.8% ของเครื่อง PC ในแอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ติดไวรัสในปี 2020

Antivirus จะป้องกันภัยคุกคามโดยการรักษาความปลอดภัยไฟล์เพลง แกลเลอรี่ภาพ และเอกสารสำคัญทั้งหมดของคุณจากการถูกทำลายโดยมัลแวร์ที่เป็นอันตราย Antivirus ทำให้ผู้ใช้ได้รับการเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับ website ที่เป็นอันตราย  Antivirus ยังสแกนพวก Dark Webเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลของคุณถูกโจมตีหรือไม่ การป้องกันไวรัสที่ครอบคลุมจะให้การป้องกันด้วยรหัสผ่านสำหรับบัญชีออนไลน์ผ่านการเข้ารหัสที่มีปลอดภัยสูงอีกด้วย

Webroot เป็นโปรแกรม Antivirus ที่ทำงานผ่าน Cloud ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งาน เป็นระบบ Endpoint Protection ที่จะให้คุณสามารถ ปกป้องเครื่องของคุณได้อย่างดีเยี่ยมจากภัยคุกคามที่หลากหลาย อาทิ ไวรัส (โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รันระบบ Windows และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ เวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) เป็นระบบป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบ Cloud-based รูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของVirus) มัลแวร์ (Malware) โทรจัน (Trojan) การล่อลวง (Phishing) มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สปายแวร์ (Spyware) การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Browser-based Attacks) มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ (Cryptojacking) ด้วยการทำงานแบบ Cloud based 100%  จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

เมื่อ Webroot พบไฟล์หรือโพรเซสใหม่ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นภัยคุกคาม Agent ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์จะติดตาม และบันทึกการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ถ้าพบว่าไฟล์หรือโพรเซสดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์ Agent ก็จะกำจัดมัลแวร์ทิ้งและย้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบที่เกี่ยวข้องให้กลับไปอยู่ในสถานะก่อนที่จะติดมัลแวร์

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สนใจหรือต้องการทดสอบ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายขายของทางบริษัท 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection

Webroot ตัวช่วยปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายองค์กรของคุณ

ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัส จากประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถป้องกันไวรัสได้หลากหลายชนิด อย่างมีประสิทธิภาพ ไวรัสสปายแวร์, Keyloggers, Rootkits และภัยคุกคามออนไลน์อื่นๆ

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection

(Cloud-based AntiVirus Solution)

ระบบ Endpoint Protection ที่จะให้คุณสามารถ ปกป้องเครื่องของคุณได้อย่างดีเยี่ยมจากภัยคุกคามที่หลากหลาย อาทิ ไวรัส (โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รันระบบ Windows และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ เวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) เป็นระบบป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบ Cloud-based รูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของVirus) มัลแวร์ (Malware) โทรจัน (Trojan) การล่อลวง (Phishing) มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สปายแวร์ (Spyware) การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Browser-based Attacks) มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ (Cryptojacking) ด้วยการทำงานแบบ Cloud based 100%  จึงทำให้การทำงานของ Webroot เบาและเร็ว แตกต่างจาก Antivirus แบบอื่น ที่เป็น Signature Based

นอกจากนี้ เมื่อ Webroot พบไฟล์หรือโพรเซสใหม่ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นภัยคุกคาม Agent ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์จะติดตาม และบันทึกการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ถ้าพบว่าไฟล์หรือโพรเซสดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์ Agent ก็จะกำจัดมัลแวร์ทิ้งและย้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบที่เกี่ยวข้องให้กลับไปอยู่ในสถานะก่อนที่จะติดมัลแวร์

คุณสมบัติและความสามารถ (Features)

1. ติดตั้งง่ายและเร็ว
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ทรงพลัง และใช้เวลาเพียง 30 วินาทีในการติดตั้งโปรแกรม Agent ของ Webroot ลงในเครื่อง และสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นๆ ที่มีติดตั้งอยู่ในเครื่องได้อย่างราบรื่น ทำให้มีความคล่องตัวทั้งในการทดลองใช้งาน การติดตั้งใหม่ หรือแม้แต่การติดตั้งทดแทนโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวเดิม ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวใหม่จะส่งผลกระทบกับการทำงานของพนักงาน

 

2. จัดการเรื่องความปลอดภัยได้จากส่วนกลางผ่าน Management Console

จัดการความปลอดภัยให้กับคอมพิวเตอร์ และเซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องในองค์กรด้วยการควบคุมจากส่วนกลางผ่าน Management Console ที่เปิดโอกาสให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบสถานะ และควบคุมอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่มีโปรแกรม Agent ติดตั้งอยู่ ผู้ดูแลระบบยังสามารถจัดการเรื่องความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในสาขาต่างๆ ของธุรกิจได้ด้วย สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงที่แตกต่างกันให้กับผู้ดูแลระบบแต่ละคนได้

 

3. การปกป้องที่ทำงานอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ 

Webroot SecurityAnywhere Business Endpoint Protection ได้ถูกออกแบบมาให้ง่ายทั้งการติดตั้ง การจัดการ และการดูแลรักษา และมีการปรับตั้งนโยบายด้านความปลอดภัยให้เลือกใช้ หรือจะกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจของเราเองก็ได้ และไม่ต้องยุ่งยากกับการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัส และการปกป้องทั้งหมดเกิดในแบบเรียลไทม์

ด้วยการทำงานบนระบบคลาวด์สมบูรณ์แบบ โดยที่ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการเรื่องการอัปเดตโปรแกรม Agent ที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขององค์กรได้โดยใช้เวลาเพียง 5 วินาที และมีการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัย รวมถึงมีการแสดงรายงานสรุปด้านความปลอดภัยให้กับผู้ดูแลระบบอย่างเหมาะสม

 

4. เทคโนโลยีในการรับมือกับภัยคุกคามที่เหนือกว่า

Webroot ใช้เทคโลยีที่เหมาะสมในการเฝ้าระวัง และรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ในขณะที่คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์นั้นๆ อยู่ในสภาวะ Offline และมีการลดระดับการตรวจจับภัยคุกคามที่ผิดพลาด (False Detections) ให้เหลือในระดับต่ำที่สุด และแทนที่จะใช้การแบ็คอัปข้อมูลสำคัญด้วยการทำสำเนาไฟล์แบบดั่งเดิม ที่เสี่ยงต่อการโจมตีของมัลแวร์ แต่ Webroot นั้นจะใช้เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ที่ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับไฟล์ข้อมูลสำคัญ หรือไฟล์ของระบบ ทำให้ไฟล์ข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ได้รับการปกป้อง นั้นสามารถเรียกคืนสู่สภาวะปลอดภัย ได้โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการเรียกคืนในแบบดั่งเดิม

 

5. โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ทำงานในเบื้องหลัง และไม่หน่วงเครื่อง

จุดเด่นของระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานบนคลาวด์คือ กระบวนการประมวลผลอันหนักหน่วงที่เกี่ยวกับการค้นพบ และตรวจจับภัยคุกคามด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ นั้นทำงานบนระบบคลาวด์สมบูรณ์แบบ ไม่ได้เกิดขึ้นในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์ของเรา นั้นหมายความว่าการสแกนเครื่องตามวงรอบการทำงาน การอัปเดตโปรแกรม Agent รวมถึงการใช้ CPU หรือหน่วยความจำ RAM ในเครื่องนั้นจะเกิดขึ้นในระดับที่ต่ำมากๆ ทำให้ไม่หน่วงเครื่อง ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ยังได้รับการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสมเมื่อจะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีภัยคุกคามแฝงอยู่

 

6. เทคโนโลยีการปกป้องที่ก้าวหน้า

ในขณะที่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสทั่วไป มักจะมีโอกาสแค่เพียงครั้งเดียวในการตรวจจับและยับยั้งการโจมตีของภัยคุกคาม แต่ Webroot มีกระบวนการทำงานในหลายขั้นตอน โดยในขั้นแรก มันจะป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเล็ดลอดเข้ามาในระบบ แต่ถ้าเล็ดลอดเข้ามาได้ Webroot ก็สามารถยับยั้งมันได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย และหากในกรณีที่ภัยคุกคามนั้นสามารถสร้างความเสียหายได้ (ซึ่งอาจจะเป็นภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน) Webroot จะทำการตรวจสอบว่ามันได้สร้างความเสียหายกับไฟล์ไหนบ้าง และจัดการซ่อมแซมความเสียหาย โดยที่ระบบจะทำความรู้จักกับภัยคุกคามตัวใหม่ เพื่อที่จะหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป

 

7. ได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำด้านการรักษาความปลอดภัยบนระบบเครือข่าย

เบื้องหลังการปกป้องระดับสูงคือฐานข้อมูลด้านความปลอดภัย ที่ทำงานร่วมกับบริการ BrightCloud ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยคุกคามที่ได้รับการยอมรับโดยบริษัทผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยบนระบบเครือข่ายเกินกว่า 85 ราย โดยที่ทาง Webroot ได้ใช้ระบบสมองกลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดแบ่งประเภทของภัยคุกคามมาตั้งแต่ปี 2007

คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ Webroot

1. มีดาต้าเซ็นเตอร์กระจายทั่วโลก เพื่อให้การปกปก้องบนระบบคลาวด์อย่างเต็มประสิทธิภาพ

2. ไม่เพียงแค่ปกป้องการโจมตีที่มีเป้าหมายชัดเจน แต่ยังปกป้องการโจมตีให้กับผู้ที่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างไม่ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย

3. ตรวจจับ และป้องก้นระบบจาก ไวรัส มัลแวร์ โทรจัน การล่อลวง มัลแวร์เรียกค่าไถ่ สปายแวร์ การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ มัลแวร์ดักจับข้อมูล รวมถึงภัยคุกคามทั้งหลายทั้งปวง

4. กาารป้องกันภัยแบบหลายระดับชั้น ซึ่งมีทั้งระบบป้องกันภัยแบบตรวจดูพฤติกรรม ทำให้สามารถตรวจจับภัยคุกคามตัวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก (Zero-day Threats) ภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ รวมถึงการล่อลวง และสามารถทำงานได้แบบ Offline

5. ฟีเจอร์รักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่มีอยู่ใน Webroot ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมธนาคาร ในการป้องกันการทำธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงป้องกันภัยจากการปลอมแปลงเว็บไซต์ มัลแวร์ดักจับข้อมูล (Keyloggers) มัลแวร์แคปเจอร์หน้าจอ (Screen Grabbing) มัลแวร์ขโมยข้อมูลในคลิปบอร์ด (Clipboard Grabbing) รวมถึงการแอบลักลอบใช้โปรแกรมเบราว์เซอร์โดยมัลแวร์ (Browser Hijacking)

6. ผู้ดูแลระบบสามารถสร้าง Whitelist และ Blacklist ของรายการโปรแกรมต่างๆ ที่ อนุญาต/ไม่อนุญาต ให้ใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์

7. ไฟร์วอลล์แบบผสมผสานของ Webroot ตรวจสอบข้อมูลของโปรแกรมต่างๆ ที่ถูกส่งออกไปยังระบบเครือข่าย ที่ทำงานร่วมกับไฟร์วอลล์ของ Windows เพื่อป้องกันอุปกรณ์ของพนักงาน ทั้งที่เชื่อมต่อ หรือไม่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายขององค์กร

8. มีฟีเจอร์ที่วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ของพนักงานแต่ละคน เพื่อออกแบบรูปแบบการป้องกันที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด

9. ป้องกันภัยคุกคามที่มาจากช่องทาง Offline สามารถป้องกันการรันด้วยตัวเองของโปรแกรมแฝงมัลแวร์ ที่อยู่ในแฟลชไดร์ฟ รวมถึงในแผ่น CD หรือ DVD

10. รองรับการทำงานบนอุปกรณ์ที่มีหลายระบบปฏิบัติการ เครื่องที่มีระบบเวอร์ชวลไลเซชั่น รวมถึง Terminal Server และเครื่องที่รันระบบ Citrix

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Webroot

เลือกโปรแกรม Antivirus ที่ดี จะทำให้ความปลอดภัยการใช้คอมพิวเตอร์มีมากขึ้นนะคะ

สนใจผลิตภัณฑ์ Webroot เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Webroot จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

จุดประกายโดย : Optimus Team

Ransomware โจมตีหนักหน่วง บริษัทใหญ่เล็ก มีสิทธิโดนกันหมด

ภัยทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทใหญ่ๆที่ผ่านมา จะถูกสร้างข่าวและทำให้ผู้คนแตกตื่นด้วยการเรียกร้องค่าไถ่จำนวนมากเพื่อปลดล็อกข้อมูลหลังจากที่โดน Ransomware เข้ามาโจมตี ทว่าในช่วงหลังจะพบการโจมตีเป้าหมายที่เล็กลง เป็นบริษัทขนาดกลางหรือเล็กซึ่งอาจเป็นองค์กรของคุณที่เป็นเป้าหมายก็เป็นไปได้ เพราะต้องยอมรับว่า การเรียกค่าไถ่หลังจากเหยื่อถูกเจาะด้วย Ransomware แล้ว องค์กรเล็กๆ จะถูกเรียกค่าไถ่ด้วยมูลค่าต่อครั้งที่ไม่สูงมาก เท่าที่สำรวจจะพบว่าอยู่ประมาณ 50,000 USD (หรือประมาณ 1,500,000 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่อาชญกรรมบนโลกปกติทำกับเหยื่อเช่นกัน เรายังพบอีกว่า การเรียกเงินครั้งละไม่มาก แต่มีจำนวนคนพร้อมจ่ายมากขึ้น ง่ายกว่าการเรียกเงินคราวละหลายๆ ล้านจากธนาคารเสียอีก

จะว่าไปโจรที่ใช้ Ransomware ในการเรียกค่าไถ่ ถึงแม้ว่าจะใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เทคนิคที่แยบยล แต่การทำงานหรือเลือกเป้าหมายก็ยังคงเป็นวิธีการเดิมๆอยู่ เช่นเลือกไฟล์ข้อมูลที่มีค่าที่สุดของคุณ เพราะคุณค่าของสิ่งนั้นมันมากเสียคนคุณต้องยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้สิ่งนั้นกลับมา ไม่ว่าจะเสียเงินเท่าไรก็ตาม

เป้าหมายของโจรไซเบอร์ สำหรับการโจมตีกลุ่มธุรกิจคือต้องการให้ ธุรกิจของคุณหยุดชะงัก ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งธุรกิจเราจะเดินต่อได้อย่างไร หากเครื่องของคนในออฟฟิศหยุดไม่สามารถทำงานได้ เปิดเรียกไฟล์ที่อยู่ในเครื่องมาทำงานก็ไม่ได้

ธุรกิจไม่ไช่เป้าหมายเดียวแล้วสำหรับโจรไซเบอร์ ความน่ากลัวค่อยๆคืบคลานมายังผู้ใช้งานในบ้าน ครัวเรือน อาจเป็น VDO ลูกคุณที่ถ่ายตอนเขากินข้าว เล่นกับพ่อตอนที่เขาอายุ 2 ขวบ ภาพถ่ายของเราในอดีตที่เก็บไว้ในเครื่องมานาน เพราะโจรไซเบอร์เชื่อว่า คุณยินดีจ่ายเพื่อเรียกคืนความทรงจำที่มีค่ากลับมา ไม่ว่าจะเป็นเงินเท่าไรก็ตาม

โหดร้ายกว่านั้น หากคุณไม่ยอมจ่าย เดิมโจรไซเบอร์ส่วนใหญ่ก็แค่ทำลายไฟล์ข้อมูลของคุณทิ้งหากคุณไม่จ่ายเงิน แต่ตอนนี้เขาจะเอาข้อมูลของคุณไปขายในเวปตลาดมืด เวปใต้ดิน ซึ่งพบว่าวิธีนี้เหยื่อยอมจ่ายเงินโดยดีมากขึ้น เพราะไม่ได้แค่ทำให้ข้อมูลเสียหาย แต่ยังรวมถึง การสูญเสีย password, ข้อมูลทางธุรกิจ หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ตามมาอีกด้วย

ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยทางไซเบอร์

Webroot เป็นโซลูชั่นด้านการจัดการ EndPoint ที่เป็น AI อัจฉริยะ ในการดูแลข้อมูลที่สำคัญของคุณ ซึ่ง Software ที่ลงมีขนาดเล็ก เบา ไม่โหลดเครื่องเหมือนโปรแกรม Endpoint ตัวอื่นๆที่คุณเคยใช้งาน

สนใจหรือต้องการทดสอบ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายขายของทางบริษัท 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

WatchGuard รับรางวัล Cloud Computing Security Excellence ประจำปี 2021

ปีนี้เป็นอีกครั้งที่ทีมงาน WatchGaurd มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับรางวัล “2021 Cloud Computing Security Excellence Awards” ที่ให้กับบริษัทที่ใช้ประโยชน์จาก Cloud อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาด และ WatchGaurd Cloud เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลนี้ในปี 2021

WatchGuard Cloud

WatchGuard Cloud ออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจ MSP (Manage Service) สามารถ config, ปรับแต่ค่าต่างๆ รวมถึง บริหารเครือข่าย และ แสดงรายงานบนเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน interface ที่ใช้งานง่าย อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนด้าน Security Infrastructure ต่างๆ เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการ ลดเวลาในการทำงาน และ ออกรายงาน สร้าง ROI ได้ดีกว่าในระยะยาว

TMC และนิตยสาร Cloud Magazine เป็นสื่อที่อยู่ในรูปแบบ offline และ Online ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยจัดให้มีการประกาศรางวัลในช่วงปลายปีของทุกปี สำหรับบริษัทที่มีนวัตกรรมด้าน Cloud Solution ที่ออกมาสู่ตลาด โดยปีนี้นอกจาก WatchGuard ที่ได้รับรางวัลนี้แล้ว ยังมีบริษัทชั้นนำในโลก ที่ได้รับรางวัลในหมวดอื่นๆ อาทิ Red hat, VMware, SiteLock, LG Business Solution USA เป็นต้น

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing        

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • WatchGuard Firewall Cloud

    ขยายขอบเขตความปลอดภัยบนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ปกป้องข้อมูลจากการโจมตีและการคุกคามอื่นๆ

    Firewall Cloud, Security, WatchGuard

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เราถูกโจมตีด้วย “Ransomware” ได้อย่างไร

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าข่าวคราวที่เกี่ยวเนื่องกับการโจมตีด้วย Ransomware เกิดขึ้นมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา มีเหยื่อที่ต้องเสียเงินไปกับค่าไถ่เพื่อให้ได้ไฟล์ข้อมูลคืนกลับมา ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ค่าไถ่โดยเฉลี่ยที่เหยื่อต้องเสียไป สูงมากถึง 200,000 เหรียญเลยทีเดียว

แต่ความเสียหายที่ไม่เคยถูกพูดถึงเลย เช่น ผลกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของบริษัทหลังจากเป็นข่าวว่าเป็นเหยื่อของการโจมตี ผลกระทบจากการหยุดไม่ได้ทำงานในช่วงที่เกิดความเสียหาย หรือกระทั่งว่า มีเหยื่อบางรายแม้จะยอมจ่ายเงินค่าไถ่ ก็ไม่สามารถกลับมาใช้ข้อมูลได้อีกเลย

ฉะนั้นการเรียนรู้ว่า ransomware เข้ามาอยู่ในชีวิตการทำงานหรือชีวิตส่วนตัวของเราได้อย่างไร จึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันเพื่อไม่ให้ตัวเราเองตกเป็นเหยื่อในสถานะการณ์นี้

องค์กรขนาดเล็กและกลางทั่วไปอาจคิดไปเองว่าเขาคงไม่โชคร้าย หรือไม่ใช่เหยื่อของเหล่าโจรแฮกเกอร์ หรอก เพราะมีแต่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นที่จะคุ้มที่แฮกเกอร์จะเข้ามาโจมตี แต่ความเชื่อดังกล่าวไม่จริงเลย โจรแฮกเกอร์ไม่ได้มองว่าองค์กรจะใหญ่หรือเล็ก แฮกเกอร์มุ่งโจมตีระบบที่มีช่องโหว่ ไม่ว่าจะเป็น Firewall ที่ล้าสมัย Antiviurs ที่ไม่มีการอัพเดท Server หรือ OS ที่ไม่ได้มีการ Update patch ต่างๆ การบริหารความเสี่ยงความปลอดภัยที่เกิดจากตัวของระบบ หรือ Human error ต่างๆ เป็นช่องโหว่ที่เหล่าแฮกเกอร์มุ่งที่จะเข้ามาโจมตี เพราะมีโอกาสบรรลุผลมากกว่านั่นเอง

Jon Murchison, CEO จาก Blackpoint Cyber ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าทำไมการโจมตีถึงเกิดขึ้น “It’s bad IT hygiene” แสดงให้เห็นถึง ระบบที่ถูกโจมตี บ่อยครั้งมาจากช่องโหว่ในตัวระบบเอง ซึ่งมีบางครั้งเขาเจอการโจมตีต่อเนื่องถึง 6 ครั้ง ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับทาง Webroot ในการจัดการโต้ตอบได้แบบ realtime

ความสำคัญในการลงทุนเพื่อการป้องกันความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์มีความสำคัญมาก ธุรกิจที่ไม่มีการปกป้องตัวเอง สามารถตกเป็นเหยื่อของ Ransomware ได้ตลอดเวลา

ออพติมุส ขอนำเสนอ Solution และเสนออีกหนึ่งทางเลือก เพื่อเป็นที่ปรึกษาในการทำระบบขององค์กรคุณให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรง และร้ายกาจมากยิ่งขึ้น เรายินดีที่จะเคียงข้างคุณ ให้คำปรึกษาอย่างเต็มใจและปลอดภัยที่สุด ติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์