XENTEMP โซลูชั่นระบบตรวจสอบอุณหภูมิห้องเย็นเก็บอาหารและวัตถุดิบ

Xentemp คือเทคโนโลยีสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิ และความชื้น ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ตู้แช่ยา, ตู้เก็บวัคซีน, ตุ็เย็น, ห้องเย็นเก็บอาหารและวัตถุดิบ, ห้อง server หรือในระบบขนส่งที่มีการควบคุมอุณภูมิต่างๆ หากตรวจพบความผิดปกติของอุณหภูมิระบบจะสามารถทำการแจ้งเตือน ผ่านหน้า Dashboard ไปยัง Smartphone, tablet, PC หรือ Notebook แบบ Realtime พร้อมแจ้งเตือนให้ตลอดเวลาเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ ผ่าน Line, Email หรือ SMS  เพื่อให้คุณตรวจเช็ค และแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

อุณภูมิในการเก็บรักษาอาหาร หมายถึงการเก็บรักษาอาหารสดและอาหารแห้ง โดยการถนอมอาหาร การเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำ อุณหภูมิที่เย็น และจนถึงจุดเยือกแข็ง ให้มีอายุได้นานขึ้น คงสภาพเดิมโดยที่ไม่เน่าหรือเสีย และปลอดภัยจากสิ่งมีชีวิตจำพวกแมลงแบคทีเรียต่างๆ

สาเหตุของการทำให้อาหารนั้นเน่าเสีย

เกิดจากเอนไซม์ที่อยู่ในอาหาร (Enzyme) ในอาหารนั้นคือ กลุ่มของโปรตีนที่มีหน้าตาพิเศษแตกต่างจากโปรตีนทั่วไป มีความสามารถในการเร่งปฎิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตได้ เพื่อใช้ในการสังเคราะห์องค์ประกอบภายในเซลล์ ระบบการย่อยอาหาร

ข้อดีของ Enzyme : จะทำให้เนื้อสัตว์นุ่ม
ข้อเสียของ Enzyme : ทำให้เกิดกลิ่นหืนเหม็น และทำให้สีเปลื่ยนไปจากเดิม (เน่าเสีย)
-จุลินทรีย์ เชื้อรา ยีสต์ แบคทีเรีย
-การป้องกันและยับยั้งไม่ให้อาหารเกิดการเน่าเสียได้ง่ายทำได้โดยการใช้ความเย็น ลดอุณหภูมิลง ง่ายๆก็คือเก็บรักษาในที่มีอุณหภูมิที่ต่ำ

การถนอนมอาหารโดยใช้ความเย็น

การใช้ความเย็น เพื่อเก็บรักษาอาหาร และถนอมอาหารเพื่อยืดอายุให้นานขึ้นและไม่ให้เกิดการเน่าเสียได้ง่าย

การเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ต่ำ: คือการเก็บอาหารไว้ในที่มีความเย็นกว่าสภาพอุณหภูมิปกติทั่วไป สามารถทำให้อาหารสดอยู่ได้นาน เช่น การนำอาหารไปแช่ใน ตู้แช่ ตู้เย็น ถังแช่เย็น และห้องเย็น

อุณหภูมิในการเก็บรักษาอาหารในแต่ละประเภท

เนื้อสัตว์สด: ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อสัตว์อื่นๆที่นิยมรับประทาน เก็บในห้องเย็นหรือตู้เย็น ควรมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า < 4℃ ถ้าต้องการจะเก็บเป็นเวลานานๆ ควรมีอุณหภูมิอยู่ที่ ต่ำกว่า -18℃

อาหารทะเล: ได้แก่ ปลา กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก และรวมไปถึงสัตว์น้ำต่างๆ ควรเก็บในภาชนะที่ป้องกันการรั่วซึมได้ อยู่ในช่วงอุณหภูมิที่ต่ำกว่า < 0℃ และ – 18℃ ตามลำดับ

ผักสดและผลไม้: ได้แก่ พืชผักสวนครัวทุกชนิด ผลไม้เมืองร้อน และเมืองหนาว ใช้กล่องสำหรับเก็บผักและภาชนะในการบรรจุที่สะอาด เก็บได้ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 4℃ –  10℃ ไม่ควรแช่ผักและผลไม้ต่ำกว่านี้เพราะจะทำให้วินตามินและแร่ธาตุถูกทำลายได้ หรือผลไม้บ้างชนิดก็ไม่เหมาะสมกับการแช่เย็น บางทีความเย็นจะทำให้เนื้อผลไม้นั้นช้ำและเสียรสชาติได้

ทำไมต้องเลือก Solution XENTEMP : ระบบตรวจสอบอุณหภูมิห้องเย็นเก็บอาหารและวัตถุดิบ

MULTIDEVICE

ใช้งานง่ายสามารถเข้าใช้งานได้จากหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค มือถือ แท๊ปเล็ต

XENEX-LOCATION

สามารถแบ่งอุปกรณ์ตามพื้นที่ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถ เลือกดูเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ หรือดูแล

สามารถแบ่งอุปกรณ์ตามพื้นที่ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถ เลือกดูเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ หรือดูแล

สามารถตรวจเช็คได้ว่าอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่หรือไม่ หากอุปกรณ์ขาดการเชื่อมต่อระบบจะแจ้งระยะเวลาที่อุปกรณ์ขาดหายไป

สรุปผลอุณหภูมิรายวันผ่านทางไลน์ แจ้งอุณหภูมิ สูงสุด ต่ำสุด เฉลี่ย และปัจจุบัน

มีการแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์มีปัญหา หรือไม่สามารถส่งสัญญาณได้ ทำให้สามารถแก้ไขได้ทันที

มีการแจ้งเตือนหากอุณหภูมิ ออกนอกช่วงที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะสูงเกิน หรือต่ำเกินไป         

มีการแจ้งเตือนเมื่อระบบกลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้ง หรืออุณหภูมิกลับมาอยู่ในช่วงที่ตั้งค่าไว้

หากต้องการใบเสนอราคา หรือสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ...

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • xentemp-ระบบวัด แจ้งเตือน อุณหภูมิ ความชื้น

    Xentemp

    ระบบวัด แจ้งเตือน อุณหภูมิ ความชื้น

    XEN, Data Analytics

แนวทางและแผนงานการจัดการเมื่อเกิดวิกฤติเพื่อการเตรียมความพร้อม แก้ไขของ SME

สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจคือต้องเตรียมแผน business continuity และ disaster recovery (BC/DR) ก่อนที่จะถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามขั้นตอนและแนวทางแก้ไขที่สำคัญเพื่อเตรียมตัวและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือการโจมตีองค์กรของคุณ

ทั้งนี้อาจเริ่มจากง่ายๆ ด้วยการลงโปรแกรมป้องกันไวรัสพร้อมกับแอปพลิเคชั่นเพื่อการสำรองและกู้คืนสำหรับ User หรือเราสามารถเสริมด้วยวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นด้วย security operation center (SOC) หรือโซลูชันที่มาพร้อมกับเครื่องมือรักษาความปลอดภัยเครือข่ายอื่นๆ เช่น DNS, Web Filtering รวมถึงไฟร์วอลล์ต่างๆ, VPN, การสำรองข้อมูล การกู้คืน ฯลฯ

สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่า User หรือ ผู้ใช้ปลายทางได้รับความรู้ ได้รับการฝึกอบรมต่างๆที่เกี่ยวกับภัยคุกคามที่เกิดจากแรนซัมแวร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมฝึกอบรม การตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากเครื่องมือป้องกันและการฝึกอบรมล้มเหลว และองค์กรของคุณถูกบุกรุก คุณต้องมีแผนการป้องกันที่ทำให้ทรัพย์สินและทรัพยากรของบริษัทของคุณสามารถกลับมาทำงานได้รวดเร็วและปลอดภัย

คำถามบางส่วนเพื่อการเริ่มต้นในการเตรียมแผนงาน

  1. ใครจะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกู้คืนและการสื่อสารเมื่อแผน DR ของคุณกำลังดำเนินการอยู่?
  2. องค์กรของคุณสามารถทนทานต่อการหยุดทำงานในช่วงเวลาได้มากแค่ไหน?
  3. Service Level Agreement (SLA) อะไรบ้างที่เราต้องจัดเตรียมให้กับธุรกิจและ User
  4. User ใดที่เราจะทำการกู้ระบบขึ้นมาก่อน
  5. เราต้องใช้เครื่องมืออะไรบ้างในการลดความเสี่ยงและการหยุดทำงานภายในสภาพแวดล้อม?
  6. เครือข่าย User แยกจากเครือข่ายปฏิบัติการหรือเครือข่ายธุรกิจอย่างไร
  7. ระบบ data protection tools สามารถทำให้เรากลับมาทำงานได้เร็วแค่ไหน?
  8. ผู้ใช้จะสามารถรับข้อมูลของตนกลับคืนมาได้หรือไม่หากอุปกรณ์ปลายทางถูกโจมตี
  9. เราสามารถระบุได้ไหมว่าภายในระยะเวลาเท่าไรที่แรนซัมแวร์เข้าสู่เครือข่ายหรืออุปกรณ์ในระบบเป็นครั้งแรก?
  10. เราสามารถหยุดการแพร่กระจายของแรนซัมแวร์หรือมัลแวร์ทั่วทั้งเครือข่ายได้หรือไม่?
  11. เราสามารถฟื้นระบบได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่กำหนดได้หรือไม่?
  12. User สามารถเข้าถึงข้อมูลของตนจากระบบคลาวด์ก่อนที่จะกู้คืนได้หรือไม่

สิ่งที่ต้องมีสำหรับ Application

แนวทางแก้ไขด้านล่าง ควบคู่ไปกับแผน BC/DR ที่ใช้จริง จะช่วยลดความเสี่ยงในองค์กรของคุณและช่วยให้แก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

    • Endpoint Security Solution ที่สามารถระบุได้ว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อใร
    • DNS Security Solution ที่สามารถหลีกเลี่ยงภัยคุกคามในระดับเครือข่าย
    • โซลูชันสำหรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลที่สามารถปกป้องข้อมูลได้หากโซลูชันอื่นๆ ถูกโจมตี

แนวทางการสื่อสาร

ที่สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีคือบุคลากรที่จะเข้ามาจัดการระบบที่สนับสนุนหน่วยงานต่างๆภายในองค์กร เช่น ทีม IT  EDP และทีม Helpdesk ของคุณจำเป็นต้องพูดคุยกันเป็นประจำเกี่ยวกับวิธีที่ทีมจะสื่อสารกันเมื่อถูกโจมตี คุณต้องกำหนดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ระบบใด และเมื่อใดจัดการอย่างไรเมื่อระบบถูกโจมตี

System Response Ratings

ระบบการ Rating System จะสามารถช่วยในการพิจารณาว่าระบบใดหรือทีมงานใดต้องการระดับหรือความเร็วในการตอบสนองที่สูงกว่า ในการทำเช่นนี้ องค์กรต้องระบุค่าของระบบหรือทรัพยากร และตำแหน่งที่ทรัพยากรนั้นตั้งอยู่พร้อมจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข ซึ่งมักจะถูกกำหนดโดยมูลค่าของทรัพยากรในรูปของเงิน ตัวอย่างเช่น สมมติว่าการสูญเสียในบางระบบที่มีผลต่อรายได้ทำให้ขาดรายได้เป็นจำนวนมาก ในกรณีดังกล่าว อาจจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญที่สูงกว่าการป้องกันและการแก้ไขสำหรับเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ เช่น files Server ทั่วไป

อาจกล่าวได้เช่นเดียวกันสำหรับบุคคลหรือทรัยพยากรที่สำคัญในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่ต้องเป็นด่านหน้าในการแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งต้องแสดงถึงความสำคัญของการทำให้แน่ใจว่าทรัพยากรของพวกเขา เช่น แล็ปท็อปและอุปกรณ์อื่นๆจะได้รับการปกป้องซึ่ง มักจะมีความสำคัญไม่แพ้ กับเซิร์ฟเวอร์ที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องจัดประเภทระบบ ผู้ใช้ และลูกค้าที่เกี่ยวกับความสำคัญต่อธุรกิจ

การกู้คืนและการแก้ไข

การกู้คืนเป็นส่วนสำคัญของแผน BC/DR โดยเปรียบเสมือนเป็น playbook ว่าใครต้องทำอะไรและเมื่อไหร่ แต่การกู้คืนข้อมูลของคุณไม่เพียงพอ ผู้ดูแลระบบยังต้องเข้าใจกระบวนการแก้ไขที่จำเป็นเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติมของระบบหรือการแพร่กระจายของมัลแวร์ของส่วนที่เหลือภายในองค์กรอีกด้วย

Scenario

Ransomware โจมตี Laptop ของ User โดยเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมด โดย Laptop มีการป้องกันไวรัส แต่ไม่มีการทำ DNS Protection โดยระบบทั้งหมดอยู่ภายใต้ไฟร์วอลล์และ การทำงานผ่าน VPN โดยมีการแบ่งเน็ตเวิร์คออกเป็นกลุ่มๆ นอกจากนี้ยังมีทีมรักษาความปลอดภัยนอกเหนือจากทีมสนับสนุนผู้ใช้ปลายทาง แรนซัมแวร์ที่โจมตีเป็นแบบ polymorphic ซึ่งหมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงเพื่อป้องกันการตรวจจับ แม้ว่าจะแยกแรนซัมแวร์ออกจากระบบเมื่อเจอเป็นครั้งแรกออกแล้วก็ตาม

Solution

ขั้นตอนแรกคือการเข้าเช็คคอนโซลหรือ Dashboard ความปลอดภัยปลายทางเพื่อเรียนรู้ว่ามัลแวร์ถูกพบเห็นครั้งแรกเมื่อใดและที่ใด หากการสำรองข้อมูลยังคงทำงานอยู่ ควรระงับไว้ ณ จุดนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสำรองข้อมูลที่ติดไวรัสด้วยมัลแวร์ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งจากแดชบอร์ดหรือจากสคริปต์อัตโนมัติเพื่อระงับอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ทั้งหมดที่ถูกบุกรุก

Dashboard ควรมีความสามารถในการทำให้ระบบเป็น Single System ในขณะที่สคริปต์ต่างสามารถช่วยได้ในการ handle ร่วมกับอุปกรณ์หลายพันเครื่องในแต่ละครั้ง API สามารถช่วยทำให้กระบวนการทำงานเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เช่น การระงับการเผยแพร่ของเครื่องเป็นจำนวนมากและการกู้คืนอุปกรณ์กลับมา ในขณะเดียวกันนี้ อาจเป็นการขัดขวางการส่งต่อข้อมูลจากกลุ่มงานที่ติดไวรัส หากเปิดใช้งานการแบ่งส่วนเครือข่ายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของมัลแวร์

ถึงเวลาตรวจสอบแพลตฟอร์มการป้องกันเพื่อกำหนดวันที่ที่ไฟล์ถูกตรวจพบ เวลาที่หยุดนิ่ง และเวลาที่การเข้ารหัส/แรนซัมแวร์เริ่มดำเนินการ เมื่อข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้รับการพิจารณาแล้ว ก็เป็นไปได้ที่จะติดตามว่าองค์กรถูกละเมิดอย่างไร การทำความเข้าใจว่ามัลแวร์เข้าสู่เครือข่ายมีความสำคัญต่อการป้องกันการติดไวรัสในอนาคตอย่างไร เนื่องจากในตัวอย่างของเรา อุปกรณ์ที่ติดไวรัสแรนซัมแวร์ และกระบวนการกู้คืนที่ผ่านการทดสอบและเชื่อถือได้แล้วก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน

การทำความเข้าใจไทม์ไลน์ของเหตุการณ์มีความสำคัญต่อกระบวนการกู้คืน จำเป็นต้องทราบเวลาสำหรับขั้นตอนแรกในกระบวนการกู้คืนเพื่อตั้งเวลาในการกู้คืน เมื่อผู้ดูแลระบบไม่สามารถระบุวันที่และเวลาในการกู้คืนได้ อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบสามารถคอมไพล์เป็นไฟล์ CSV และทำเครื่องหมายด้วยหมายเลขรหัสอุปกรณ์เพื่อเปิดใช้งานการสำรองข้อมูลใดๆ อีกครั้งที่หลังจากที่หยุดลงเมื่อพบการละเมิด

เมื่อข้อมูล แหล่งที่มา รหัสอุปกรณ์เป้าหมาย วันที่ และเวลาที่จะกู้คืนถูกรวมเข้ากับสคริปต์การคืนค่าจำนวนมาก การคืนค่าจำนวนมากสามารถถูกผลักกลับไปยัง Laptop เครื่องเดิมหรือ Laptop เครื่องใหม่ได้ ขณะเดียวกัน โซลูชันที่เป็น web portal สามารถที่จะทำให้กลับไปทำงานได้อย่างรวดเร็ว

สรุป

เครื่องมือที่เหมาะสม การวางแผน ลำดับชั้นความสำคัญ และช่องทางการสื่อสารทั่วทั้งธุรกิจมีความจำเป็นสำหรับโลกไซเบอร์ เมื่อกำหนดไทม์ไลน์ของการละเมิดได้แล้ว องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพก่อนการโดนโจมตี ซึ่งกระบวนการสามารถวางแผนและทำให้สมบูรณ์ได้ด้วยการฝึกฝน 

สนใจได้ทดลองใช้และเข้าใจถึงแนวคิดในการป้องกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในราคาเบาๆ

[email protected]

@optimusthailand

Facebook Messenger

facebook/optimusthailand

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

มีอะไรใหม่ใน Webroot New Console

รู้หรือไม่ วันนี้ Webroot Console อัพเกรดเป็น Business Solutions แล้ว ที่เห็นชัดๆ หลักๆ เลยก็จะเป็นในส่วนของการปรับรูปลักษณ์ใหม่และสีใหม่อีกด้วย! จะเห็นได้ว่า รูปแบบการจัดการหน้า Console ของ Webroot นั้นจะมีหน้าตาที่ดูคลีนๆ และสบายตา และรวมถึงสีที่ใช้ก็เปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีฟ้าน้ำเงินสวยๆ แล้ว ที่สำคัญการอัปเกรดเหล่านี้ทำให้การจัดการภายในคอนโซลสามารถทำได้ง่ายขึ้นและลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดของผู้ใช้งานจริง

ในส่วนของเรื่อง Endpoint security นั้น ทาง Webroot ก็ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงเพิ่มเติมอีกด้วย เพราะได้มีการเพิ่มในส่วนของ Webroot Foreign Code Shield (FCS) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมของการโจมตีหรือพฤติกรรมที่เป็นอันตรายที่ในปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น การพยายามเข้าถึงด้วยวิธีการใหม่ๆ เหล่านี้ ทำให้ Webroot ได้มีการพัฒนาในส่วนนี้ขึ้นมา ทำให้คุณคลายกังวลได้เลย 

นอกจากนี้ Webroot® DNS Protection ยังมีการอัพเดตใหม่อีกสองรายการ นั่นก็คือ การรองรับการทำงานร่วมกับ VPN เพื่อให้คุณสามารถทำงานร่วมกันกับ Firewall ได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งในกรณีที่ต้องทำการแบบ Remote worker หรือ การทำงานทางไกลอย่างการ Work from Home ก็จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพในส่วนนี้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น และยังรวมถึง การ Support และการรองรับการทำงานเพิ่มเติมในส่วนของการใช้ DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol) อีกด้วย

การอัพเกรดทั้งหมดนี้จาก Webroot Console จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา และผู้ใช้งานจะได้รับการอัพเกรดโดยอัตโนมัติสำหรับฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการทำงานที่ถูกพัฒนาขึ้นนี้ แต่เดี๋ยวก่อน สำหรับใครที่ใช้งานในส่วนของ Webroot® Evasion Shield และ Foreign Code Shield ยังคงเหมือนเดิมคือ ทั้งสองฟีเจอร์นี้จะยังคงถูกปิดไว้ และอาจจะไม่ได้รับการอัพเกรดโดยอัตโนมัติ หากผู้ใช้งานต้องการใช้ฟีเจอร์นี้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปเปิดการทำงานทั้งสองส่วนนี้ด้วยตัวคุณเอง

สนใจได้ทดลองใช้และเข้าใจถึงแนวคิดในการป้องกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในราคาเบาๆ

[email protected]

@optimusthailand

Facebook Messenger

facebook/optimusthailand

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

ใช้อินเตอร์เน็ตได้ตามสบาย อย่าลืมใส่ใจโปรแกรมแอนตีไวรัสประจำเครื่อง

หลายๆ องค์กรที่ทำงานแบบ Work from Home และจากการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตที่บ้าน หรือ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตสาธารณะ ทางทีมไอทีประจำบริษัทก็คงไม่ลืมที่จะติดตั้งโปรแกรม VPN หรือ การตั้งค่าเครือข่ายให้คุณ หรือ พนักงานคนอื่นๆ สามารถเข้ามาใช้ข้อมูลจากไฟล์กลางขององค์กรจากที่ไหนก็ได้ เสมือนว่าเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ

การติดตั้ง หรือการใช้งาน VPN ก็ดูจะเป็นเรื่องปกติพื้นฐาน เพราะการใช้ VPN ก็ต้องมีความปลอดภัยระดับหนึ่งอยู่แล้วแน่นอน แต่อย่าลืมว่า เดี๋ยวนี้พวกภัยคุกคามต่างๆ มันก็มีการพัฒนาไปแล้วเช่นกัน อย่างเช่น จะได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆ ถึงเรื่องความร้ายกาจของ Ransomware ที่บุกโจมตีด้วยวิธีการต่างๆ หรือ การฝากมัลแวร์ ฝังไฟล์ แล้วไปแฮกกันเองภายหลังจากที่เหยื่อไม่รู้ตัว

ออพติมุสขอแนะนำ โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัสจาก Webroot ที่จะทำให้ปัญหาการถูกโจมตีจากภัยคุกคามต่างๆ คลี่คลายได้ เพราะ Webroot เป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่มีระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทุกองค์กรควรจะมี ด้วยเทคโนโลยีการตรวจจับรูปแบบและเรียนรู้พฤติกรรมของไฟล์ข้อมูล อีกทั้งความชาญฉลาดของการประมวลผลเพื่อวิเคราะห์มัลแวร์อันไร้ขีดจำกัดของระบบคลาวด์ ช่วยให้ Webroot สามารถตรวจจับและหยุดยั้งมัลแวร์และภัยคุกคามแบบ Zero-day ได้ นอกจากนี้ Webroot ยังได้มีการพัฒนาและปรับใหม่รูปโฉมใหม่ ด้วยการเพิ่ม ในส่วนของ Webroot Foreign Code Shield (FCS) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมของการโจมตีหรือพฤติกรรมที่เป็นอันตรายที่ในปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

หมดห่วงกับการใช้งาน Webroot เพราะทำงานผ่านบนคลาวด์ ที่จะช่วยลดภาระงาน และความหน่วงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ และที่สำคัญ คือไม่จำเป็นต้องหมั่นอัพเดทฐานข้อมูลมัลแวร์บ่อยๆ อีกด้วย โดยคุณสามารถไว้วางใจ Webroot ได้อย่างแน่นอน เพราะ มี BrightCloud ที่เป็นระบบ Threat Intelligence ที่มีการรวบรวมข้อมูล URL, พฤติกรรมของไฟล์, โดเมน และหมายเลข IP จากเซ็นเซอร์มากกว่า 8 ล้านเซ็นเซอร์ทั่วโลก เพื่อช่วยสนับสนุนระบบคลาวด์ให้สามารถป้องกันภัยคุกคามจากแหล่งที่มาที่ไม่น่าไว้วางใจได้ทันท่วงทีก่อนที่จะทำอันตรายระบบเครือข่ายขององค์กร

อย่าเชื่อ จนกว่าคุณจะได้ลอง!

เพื่อให้องค์กรและผู้ที่สนใจได้ทดลองใช้และเข้าใจถึงแนวคิดในการป้องกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในราคาเบาๆ

[email protected]

@optimusthailand

Facebook Messenger

facebook/optimusthailand

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

เมื่อ PDPA เลื่อนไปอีก 1 ปี แล้วเราต้องทำไงกันต่อ

PDPA ประกาศเลื่อน

หลายท่านๆ คงได้ทราบข่าวตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่าทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ประกาศและลงความเห็นชอบตามกระทรวงดิจิทัลฯ ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอีก 1 ปี จากเดิมที่จะต้องเริ่มบังคับใช้ทั้งฉบับวันที่ 1 มิ.ย. 64 ให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย. 65 แทน สำหรับเหตุผลนั้น ก็ คือ ในส่วนของตัว พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีรายละเอียดที่มีความซับซ้อน และต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพสมดังเจตนารมณ์ของกฎหมาย และยังเพื่อหวังจะลดผลกระทบทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานรัฐ ธุรกิจทุกขนาด และประชาชน ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 อีกด้วย

พอเห็นประกาศจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ออกมาแล้ว หลายๆ หน่วยงานคงจะมีความโล่งใจไม่มากก็น้อย เพราะก่อนหน้านี้ ก็คงกำลังวุ่นๆ ที่จะเตรียมการ หรือ หาข้อมูลเพื่อที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฏหมายของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอยู่แน่ๆ แต่เวลาที่กระชั้นชิดเข้ามา ทำให้หลายๆ หน่วยงานก็คงยังไม่สามารถออกมาบอกได้ว่า องค์กรของเรานั้นสำเร็จแล้ว 100% แน่นอน ก็ถือว่า พอประกาศแบบนี้แล้ว ก็คงยังพอมีเวลาให้เราเตรียมตัวได้มากขึ้น สำหรับองค์กรไหนที่มีการเตรียมการแล้ว ก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะถึงแม้ว่า พ.ร.บ. นี้จะถูกประกาศเลื่อนออกไป แต่เรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลก็ยังเป็นเรื่องที่สำคัญและยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม จากประกาศของกระทรวง DES นั้น ได้ระบุว่า ในระหว่างนี้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศกำหนด โดยต้องจัดให้มีมาตรการเรื่องการเข้าถึงและการควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (Access Control) และแจ้งมาตรการดังกล่าวพร้อมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทราบเพื่อให้ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

ดังนั้น ถึงแม้จะประกาศเลื่อน แต่เราก็ยังคงต้องเตรียมพร้อมเหมือนเดิม และในตอนนี้ ตลาดของการทำ Solution สำหรับเจ้า พ.ร.บ. ตัวนี้ หรือเราคุ้นหูในชื่อเรียกว่า PDPA นั้นก็เริ่มมีมากมายให้เลือกใช้บริการแล้ว ซึ่งรวมถึงข้อมูลต่างๆ ให้ได้ศึกษากันเพิ่มเติมอีกด้วย  สำหรับการทำ PDPA  นั้นในนามองค์กรก็สามารถเริ่มต้นที่ขั้นตอนการแจ้งให้ทราบว่าจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องติดต่อเจ้าของข้อมูลเพื่อขอความยินยอม พร้อมกำหนดรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บข้อมูลนั้นๆ รวมไปถึงระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น ซึ่งเจ้าของข้อมูลมีสิทธิให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมก็ได้

ทั้งนี้การวางแผนการทำระบบ PDPA ให้กับบริษัทหรือองค์กรของคุณจะช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้งานข้อมูลได้ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถนำข้อมูลต่างๆ ไปวิเคราะห์ต่อยอด เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและตรงใจผู้ใช้งานได้อย่างถูกต้องตามข้อกฏหมายนั่นเอง

และในวันนี้ออพติมุสก็มีทางเลือกที่น่าสนใจ และตอบโจทย์ในทุกเงื่อนไขสำหรับการทำระบบของ PDPA ซึ่งมารูปแบบของการบริการ Solution ต่างๆ ที่เกี่ยวกับ PDPA ในบริการที่ชื่อว่า OSL-PDPA

หากท่านสนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing หรือ สอบถามโทร 02-247-9898 ต่อ 87

แหล่งข่าวอ้างอิงจากกระทรวง DES : https://www.facebook.com/306279309807142/posts/1187280315040366/?d=n

สนใจสร้าง Privacy Policy ง่ายๆ อย่างมืออาชีพ ถูกต้องตาม PDPA

OPT-Solutions PDPA คือเครื่องมือสร้าง Privacy Policy ถูกต้องตาม PDPA

นำไปใช้ได้จริง ประหยัดเวลา และไม่ต้องจ้างนักกฎหมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

โปรดทราบว่าเราจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อคุณ เพื่อแนะนำสินค้าและบริการ  PDPA เท่านั้น

จุดประกายโดย  :  คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • OPT-Solution PDPA

    OPT-Solution PDPA

    PDPA ย่อมาจาก “Personal Data Protection Act” PDPA เป็นกฎหมายที่กำหนดหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าขอ

    OPT-Solution, Security

XENTEMP โซลูชั่นระบบตรวจสอบอุณภูมิห้องยาของโรงพยาบาล

XENTEMP SMART PHARMACY

TEMPERATURE MONITORING SYSTEM โซลูชั่นระบบตรวจสอบอุณภูมิห้องยาของโรงพยาบาล

ยาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้หายจากโรคที่เป็นอยู่ อีกทั้งยังเป็นส่วนที่ทำให้เกิดทั้งต้นทุนและรายได้ของโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ดังนั้นการเก็บรักษายาให้มีคุณภาพพร้อมสำหรับการใช้งาน การมีข้อมูลการเก็บรักษายาและความคงตัวของยาหลังจากเตรียมผสม จึงมีความสำคัญทั้งในด้านผลการรักษา และในด้านการช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากความสูญเสียของยาก่อนวันหมดอายุที่ควรเป็น

การเก็บรักษายาที่ห้องยาของโรงพยาบาลฟนั้นต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากยามีหลากหลายรายการ หากเก็บไม่ถูกต้องจะทำให้ยาเสื่อมคุณภาพ และอาจทำให้หยิบยาผิด ผู้ป่วยเกิดอันตรายจากการได้รับยาที่ไม่ถูกต้อง โดยการเก็บรักษายาควรเก็บอยู่ในอุณหภูมิ และความชื้นที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมตรวจสอบอุณหภูมิ และความชื้นของห้องคลังยา และตู้แช่ยา เป็นประจำ

ยาบางชนิดจำเป็นต้องมีการควบคุมอุณหภูมิในการจัดเก็บ

  • ยาฉีดสำหรับโรคเบาหวาน: อินซูลิน, Byetta, Symlin และ Victoza
  • ยาหยอดตา: Azacite, Phospholine Iodide, Travatan และ Travatan Z, Xalatan
  • ยาที่สูดดม: Brovana, Foradil
  • Copaxone ใช้ในการรักษาโรคระบบประสาทส่วนกลางเสื่อม
  • Forteo ใช้ในการรักษาโรคกระดูกพรุน
  • Fortical (calcitonin พ่นจมูก)
  • Octreotide ใช้ในการรักษา acromegaly

เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะนำความเสียหายเข้ามา Xentemp จึงเป็นตัวช่วยที่จะทำให้การตรวจสอบอุณหภูมิ และความชื้นเป็นไปอย่างง่ายดาย และไม่ผิดพลาด ไม่จำเป็นต้องคาดเดา ทำให้แน่ใจได้ว่ายาจะถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียผลิตภัณฑ์หรือการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการเน่าเสีย  สามารถแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ทราบได้ทันทีเมื่ออุณหภูมิผิดปกติจากที่กำหนดไว้ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของสถานพยาบาล

XENTEMP ออกแบบมาเพื่อรองรับการตรวจสอบจากหลากหลาย ๆ มาตรฐาน

เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างง่ายดาย XENTEMP สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้มากกว่า 5 ปี และยังสามารถออกรายงานตามช่วงเวลาที่ต้องการ เพื่อให้ตรงตามกำหนดของมาตรฐานสากล

  • FDA 21, Code of Federal Regulations (CFR), Part 11
  • CAP
  • Joint Commission (JCAHO)
  • State Board of Health
  • AABB
  • USP797/800
  • CDC Storage & Handling of Vaccines
  • Vaccines For Children (VFC) Program
  • CLIA
  • FACT
  • AATB / EATB
  • ASHRE 170 & 62

ทำไมต้องเลือก Solution XENTEMP : ระบบตรวจสอบอุณภูมิห้องยาของโรงพยาบาล

Xentemp คือเทคโนโลยีสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิ และความชื้น ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ตู้แช่ยา, ตู้เก็บวัคซีน, ตุ็เย็น, ห้อง server หรือในระบบขนส่งที่มีการควบคุมอุณภูมิต่างๆ หากตรวจพบความผิดปกติของอุณหภูมิระบบจะสามารถทำการแจ้งเตือน ผ่านหน้า Dashboard ไปยัง Smartphone, tablet, PC หรือ Notebook แบบ Realtime พร้อมแจ้งเตือนให้ตลอดเวลาเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ ผ่าน Line, Email หรือ SMS  เพื่อให้คุณตรวจเช็ค และแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

MULTIDEVICE

ใช้งานง่ายสามารถเข้าใช้งานได้จากหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค มือถือ แท๊ปเล็ต

XENEX-LOCATION

สามารถแบ่งอุปกรณ์ตามพื้นที่ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถ เลือกดูเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ หรือดูแล

สามารถแบ่งอุปกรณ์ตามพื้นที่ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถ เลือกดูเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ หรือดูแล

สามารถตรวจเช็คได้ว่าอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่หรือไม่ หากอุปกรณ์ขาดการเชื่อมต่อระบบจะแจ้งระยะเวลาที่อุปกรณ์ขาดหายไป

สรุปผลอุณหภูมิรายวันผ่านทางไลน์ แจ้งอุณหภูมิ สูงสุด ต่ำสุด เฉลี่ย และปัจจุบัน

มีการแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์มีปัญหา หรือไม่สามารถส่งสัญญาณได้ ทำให้สามารถแก้ไขได้ทันที

มีการแจ้งเตือนหากอุณหภูมิ ออกนอกช่วงที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะสูงเกิน หรือต่ำเกินไป         

มีการแจ้งเตือนเมื่อระบบกลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้ง หรืออุณหภูมิกลับมาอยู่ในช่วงที่ตั้งค่าไว้

หากต้องการใบเสนอราคา หรือสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ...

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • xentemp-ระบบวัด แจ้งเตือน อุณหภูมิ ความชื้น

    Xentemp

    ระบบวัด แจ้งเตือน อุณหภูมิ ความชื้น

    XEN, Data Analytics

PDPA คืออะไร? แล้วมีความสำคัญอย่างไร?

PDPA คืออะไร? แล้วมีความสำคัญอย่างไร?

ก่อนอื่นเลยที่เราต้องรู้ เพราะ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมาย PDPA ที่ย่อมาจาก Personal Data Protection Act จะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 นี้

            กฎหมาย PDPA นี้ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ ลายนิ้วมือ ประวัติสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถระบุถึงตัวเจ้าของข้อมูลนั้นได้  ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งข้อมูลในรูปแบบเอกสาร กระดาษ หนังสือ หรือจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ อาจจะเรียกง่ายๆ ว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล   

ดังนั้น เมื่อใครก็ตามที่ต้องการจะใช้ข้อมูลที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของ ต้องขออนุญาตจากเจ้าของก่อน ในทางกฎหมายก็เช่นกัน ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องขอความยินยอม (Consent)จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  โดยแจ้งวัตถุประสงค์ก่อนว่าจะเก็บรวบรวมข้อมูลอะไร และนำข้อมูลนั้นไปใช้เพื่ออะไรบ้าง   

ทำไมต้องมีการจัดการคำร้องขอใช้สิทธิตาม PDPA ?

– ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ผู้ให้บริการต้องให้เจ้าของข้อมูลสามารถร้องขอใช้สิทธิจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้ และต้องดำเนินการตามคำร้องนั้นภายใน 30 วัน  

– หากไม่ปฏิบัติตาม อาจมีโทษปรับสูงสุด 5 ล้านบาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ    

แล้ว PDPA องค์กรควรเริ่มแบบไหนก่อนดี

ทุกองค์กรควรจะเริ่มมีการสำรวจรายการ หรือ รายละเอียดในองค์กรของเราก่อน ยกตัวอย่างเช่น

            1.เรื่องของ Website  จะต้องมีการขอคำยินยอมในการใช้ Cookie แต่ละเว็บไซต์จะต้องมีการแจ้งเตือนผ่านแบนเนอร์ (Cookie Consent Banner) เพื่อขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลในการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานออนไลน์ รวมถึงประเภทข้อมูลที่ถูกจับเก็บ

           2. เรื่องของ HR Policy ใช้เพื่อแจ้งการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับพนักงานภายในบริษัท หรือ candidate กรณีที่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น resume / CV, บัตรประจำตัวประชาชน, รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เพื่อเข้ามาสมัครงานกับบริษัท, การปฏิบัติตามสัญญาจ้างพนักงาน รวมถึงหน้าที่อื่นๆ ของแผนก HR

            3. เรื่องกล้องวงจรปิด CCTV Policy จะใช้กรณีที่ธุรกิจ/บริษัทมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด  (CCTV) ในพื้นที่อาคาร สำนักงาน หรือโรงงาน เพื่อเป็นการแจ้งให้ผู้มาติดต่อ พนักงาน หรือบุคคลทั่วไปทราบว่าบริเวณนี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด องค์กรกล้องวงจรปิดจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รูปภาพใบหน้าทั้งภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว รวมถึงเสียง (ถ้ามี) โดยตามกฎหมาย PDPA กำหนดให้องค์กรต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบด้วย

การทำ PDPA มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

การทำ PDPA เริ่มต้นที่ขั้นตอนการแจ้งให้ทราบว่าจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องติดต่อเจ้าของข้อมูลเพื่อขอความยินยอม พร้อมกำหนดรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บข้อมูลนั้นๆ รวมไปถึงระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น ซึ่งเจ้าของข้อมูลมีสิทธิให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมก็ได้

การวางแผนระบบ PDPA ให้กับบริษัทของคุณจะช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้งานข้อมูล อีกทั้งยังช่วยให้สามารถนำข้อมูลต่างๆ ไปวิเคราะห์ต่อยอด เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและตรงใจผู้ใช้งานได้อย่างถูกต้องตามข้อกฏหมายนั่นเอง

และออพติมุสก็มีทางเลือกที่น่าสนใจ และตอบโจทย์ในทุกเงื่อนไขและประเด็นต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นออพติมุสจึงขอแนะนำ ให้ทุกท่านได้รู้จักกับ บริการในรูปแบบ Solution ต่างๆ ที่เกี่ยวกับ PDPA ในบริการที่ชื่อว่า OSL-PDPA

โปรดทราบว่าเราจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อคุณ เพื่อแนะนำสินค้าและบริการ  PDPA เท่านั้น

สร้าง Privacy Policy ง่ายๆ อย่างมืออาชีพ ถูกต้องตาม PDPA

OPT-Solutions PDPA คือเครื่องมือสร้าง Privacy Policy ถูกต้องตาม PDPA

นำไปใช้ได้จริง ประหยัดเวลา และไม่ต้องจ้างนักกฎหมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

จุดประกายโดย  :  คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • OPT-Solution PDPA

    OPT-Solution PDPA

    PDPA ย่อมาจาก “Personal Data Protection Act” PDPA เป็นกฎหมายที่กำหนดหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าขอ

    OPT-Solution, Security

Comparison : Webroot by OPTIMUS vs Own GSM

Webroot ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัส สามารถป้องกันไวรัสได้หลากหลายชนิด อย่างมีประสิทธิภาพ ไวรัสสปายแวร์, Keyloggers, Rootkits และภัยคุกคามออนไลน์อื่นๆ

ข้อมูลตามตารางด้านล่าง เป็นตารางเปรียบเทียบ Webroot โดยทีมงาน Optimus จัดการให้ และ Own GSM ลูกค้าจัดการด้วยตัวเอง ลูกค้าสามารถดูข้อมูลนี้ เพื่อเป็นแนวทางการเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการ 

ต้องการปรึกษาเพื่อให้ทางออพติมุสแนะนำอุปกรณ์/โซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับองค์กรของท่าน

เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อแผนก Marketing

[email protected]

@optimusthailand

Facebook Messenger

facebook/optimusthailand

จุดประกายโดย : คุณ กอบพัทธ์ อธิพันธุ์จินดา และ คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

  • Webroot Endpoint Security

    โปรแกรมสแกนและป้องกันไวรัส Cloud-based สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องวินโดว์เซิร์ฟเวอร์

    Endpoint Security, Security, Webroot

ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับ PDPA?

ในยุคนี้ สมัยนี้ เราให้ความสำคัญกับข้อมูลหรือ Data เป็นอย่างมาก และก็ ถือเป็นสิ่งสำคัญในยุคนี้  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม การกรอกแบบฟอร์ม การทำธุรกรรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งการสมัครงานก็ตาม นั่นถือเป็นข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวมเอาไว้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ระบบ PDPA หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีการบังคับใช้ในกรณีที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวก็ตาม ดังนั้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้นว่า PDPA คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกฎหมายฉบับนี้ให้ดียิ่งขึ้น

PDPA คืออะไร?

PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นมาเพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ไปจนถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยที่องค์กรต่างๆ ที่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องไม่นำข้อมูลเหล่านั้นไปเปิดเผยหรือใช้ในกิจกรรมต่างๆ หากเจ้าของข้อมูลไม่ให้ความยินยอมหรือที่กฎหมายยกเว้นให้ทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

ข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง?

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) ตาม PDPA คือข้อมูลใดๆ ก็ตาม ที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะมีทั้ง ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หมายเลขบัตรประชาชน และรวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (หรือที่เรียกว่า Sensitive Personal Data) เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเห็นทางการเมือง ความเชื่อ ลัทธิ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลด้านสุขภาพ ข้อมูลด้านพันธุกรรม ไปจนถึงข้อมูลทางชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดในทำนองเดียวกันที่กฎหมายกำหนด และเมื่อมี PDPA เข้ามากำหนดแล้ว การขอข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้หรือการขอความยินยอม (Consent) จะต้องขึ้นอยู่กับประเภทของข้อมูล (ข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว) รวมถึงวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ ทำให้ในบางกรณีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องขอความยินยอม (Consent) ในการเก็บข้อมูลหรือนำข้อมูลไปใช้งาน

ทำไมการเก็บรักษาข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญ?

ข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อมูลส่วนนี้สามารถนำไปประมวลผลได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้งาน หรือเพิ่มความน่าสนใจให้กับการใช้งานนั้นๆ นอกจากนี้แล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลยังสามารถนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวเจ้าของข้อมูลอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการขโมยตัวตน หรือการที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกขายต่อให้กับบุคคลอื่นๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว เราสามารถจำแนกความสำคัญในการเก็บข้อมูลได้อยู่สองส่วนด้วยกัน นั่นคือความสำคัญสำหรับเจ้าของข้อมูล และความสำคัญสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูล

ความสำคัญในการเก็บข้อมูลสำหรับเจ้าของข้อมูล (Data Subject)

  • เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล
  • ป้องกันไม่ให้เจ้าของข้อมูลถูกละเมิดสิทธิหรือถูกแอบอ้างเพื่อนำข้อมูลไปใช้ เช่น การขโมยตัวตนเพื่อใช้ในการก่ออาชญกรรม
  • ป้องกันไม่ให้เกิดการขายข้อมูลให้กับบุคคลอื่น
  • ป้องกันไม่ให้เกิดการติดตามหรือสอดแนมตัวบุคคล

ความสำคัญในการเก็บข้อมูลสำหรับผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) และผู้ประมวลผลข้อมูล (Data Processer)

  • เพื่อจัดระเบียบข้อมูลและจำแนกความสำคัญของข้อมูล
  • การนำข้อมูลมาใช้งานให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานข้อมูลเพื่อการปรับปรุงเว็บไซต์ หรือคัดเลือกสิ่งที่น่าสนใจที่ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งาน
  • การนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์สำหรับการทำงานต่อไป
  • การให้ความคุ้มครองและป้องกันข้อมูล

การทำ PDPA มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

การทำ PDPA เริ่มต้นที่ขั้นตอนการแจ้งให้ทราบว่าจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องติดต่อเจ้าของข้อมูลเพื่อขอความยินยอม พร้อมกำหนดรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บข้อมูลนั้นๆ รวมไปถึงระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น ซึ่งเจ้าของข้อมูลมีสิทธิให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมก็ได้

การวางแผนระบบ PDPA ให้กับบริษัทของคุณจะช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้งานข้อมูล อีกทั้งยังช่วยให้สามารถนำข้อมูลต่างๆ ไปวิเคราะห์ต่อยอด เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและตรงใจผู้ใช้งานได้อย่างถูกต้องตามข้อกฏหมายนั่นเอง

ออพติมุสขอแนะนำ บริการสร้างแบบฟอร์ม PDPA ในบริการที่ชื่อว่า OPT-Sulution PDPA ที่สามารถสร้าง Privacy Policy ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างง่าย สะดวก รวดเร็ว

ด้วยบริการจากทีมผู้เชี่ยวชาญจากเรา ให้คุณสามารถสร้าง Privacy Policy ได้อย่างถูกต้องและมีความเป็นมืออาชีพในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาทีกับบริการ  OSL-PDPA ที่สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการสร้างแบบฟอร์มที่จะช่วยให้บริษัทของคุณรับคำขอสิทธิต่างๆ จากเจ้าของข้อมูลอย่างง่ายดาย 

สร้าง Privacy Policy ง่ายๆ อย่างมืออาชีพ ถูกต้องตาม PDPA

OPT-Solutions PDPA คือเครื่องมือสร้าง Privacy Policy ถูกต้องตาม PDPA

นำไปใช้ได้จริง ประหยัดเวลา และไม่ต้องจ้างนักกฎหมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

โปรดทราบว่าเราจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อคุณ เพื่อแนะนำสินค้าและบริการ  PDPA เท่านั้น

จุดประกายโดย  :  คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • OPT-Solution PDPA

    OPT-Solution PDPA

    PDPA ย่อมาจาก “Personal Data Protection Act” PDPA เป็นกฎหมายที่กำหนดหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าขอ

    OPT-Solution, Security

ข้อมูลของ PDPA ที่ธุรกิจต้องมี

ในปัจจุบันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ข้อมูล (Data) เป็นหัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน และอนาคต PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ก็คือหัวใจสำคัญในการเก็บ -ใช้ และปกป้องความปลอดภัยของ Data ที่ทุกธุรกิจต้องรู้ และเตรียมตัวรับมือ โดยสำหรับหมวดที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจกำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 นี้ ซึ่งออพติมุสขอรวบรวมและพาให้ทุกท่านไปทำความเข้าใจกับ PDPA ที่ภาคธุรกิจต้องมีกัน

ทำความรู้จักกับ PDPA

PDPA ( Personal Data Protection Act) หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 แต่ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจถูกเลื่อนไปให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 โดย พ.ร.บ. นี้มีขึ้นมาเพื่อช่วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ถูกละเมิด โดย มีผลกับทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่อยู่ในไทย และในต่างประเทศที่มีการเก็บ- ใช้ -เปิดเผย หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลในประเทศไทย โดยสำหรับผู้ที่ละเมิดข้อกฏหมายดังกล่าวอาจจะได้รับบทลงโทษทั้งในทางแพ่ง อาญา หรือโทษปรับทางปกครองสูงสุด 5 ล้านบาท จำคุกสูงสุด 1 ปี รวมถึงต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน

ข้อมูลใด ๆ ก็ตามที่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูล (Data Subject) ได้ทั้งในทางตรง และทางอ้อม ทั้งที่เก็บแบบออนไลน์และออฟไลน์ ล้วนคือ “ข้อมูลส่วนบุคคล” เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, รูปถ่าย เป็นต้น  PDPA ยังคุ้มครองไปจนถึง “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” (Sensitive Personal Data)  เช่น เชื้อชาติ, ความคิดเห็นทางการเมือง, ศาสนา, พฤติกรรมทางเพศ, ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลสุขภาพ

โดย PDPA ได้ให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลอย่างครอบคลุม เช่น การได้รับแจ้งว่าจะมีการเก็บข้อมูล สามารถแก้ไข คัดค้านการจัดเก็บ การระงับใช้ ไปจนถึงการขอลบข้อมูล โดย PDPA กำหนดระยะในการทำตามคำร้องขอใช้สิทธิจากเจ้าของข้อมูลภายใน 30 วัน

 

ที่นี้ เรามาทำความเข้าใจในส่วนของเอกสารและแบบฟอร์มต่างๆ ที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมการกันบ้าง

สำหรับองค์กรที่ต้องการเก็บหรือใช้ประโยชน์ใดๆ จากข้อมูลส่วนบุคคล จำเป็นต้องดำเนินการตามหลักของ  PDPA โดยควรมีเอกสารและแบบฟอร์มต่างๆ เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ ขอความยินยอมการเก็บข้อมูลจากเจ้าของข้อมูล (Consent) รวมไปถึงเตรียมช่องทางให้เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิตาม PDPA ได้ โดยเอกสารและแบบฟอร์มเหล่านี้จะสามารถทำผ่านกระดาษหรือระบบออนไลน์ก็ได้ สิ่งสำคัญคือการต้องทำให้อ่านเข้าใจได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และปราศจากนัยแอบแฝงโดยเงื่อนไขอื่นๆ แบบฟอร์มต่างๆ ที่ควรต้องเตรียมมีดังต่อไปนี้

1. บันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Record of Processing (ROP)

บันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เป็นเอกสารที่จะบอกว่าองค์กรหรือบริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ไหนอย่างไร นำไปประมวลผลอย่างไรบ้าง วัตถุประสงค์คืออะไร ใครคือผู้เกี่ยวข้องบ้าง นอกจากเป็นข้อกำหนดของ พ.ร.บ. เพื่อการตรวจสอบแล้ว การทำบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ROP จะช่วยให้องค์เห็นภาพรวมของกระบวนการในการประมวลผลข้อมูลทั้งหมด สามารถปรับปรุงพัฒนาการนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. แบบฟอร์มการขอใช้สิทธิสำหรับเจ้าของข้อมูล

ตามที่ PDPA ได้กำหนดสิทธิเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับเจ้าของข้อมูลนั้น บริษัทหรือผู้ให้บริการมีหน้าที่ในการจัดเตรียมช่องทางให้เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวได้ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใด ๆ ก็ตาม โดยองค์กรหรือผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามคำร้องขอภายใน 30 วันหลังจากได้รับคำขอ

สำหรับธุรกิจที่ให้บริการผ่านช่องทางเว็บไซต์ควรสร้างแบบฟอร์มการขอใช้สิทธิบนเว็บไซต์ให้ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลสามารถมากรอกข้อมูลเพื่อยื่นคำร้องได้ แบบฟอร์มควรจะมีข้อมูลส่วนบุคคลเบื้องต้น เช่น ชื่อ-นามสกุล เอกสารยืนยันตัวตน ระบุความสัมพันธ์กับบริษัทซึ่งเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) ไปจนถึงให้ระบุสิทธิที่ต้องการใช้ 

เมื่อได้รับคำขอใช้สิทธิ องค์กรสามารถพิจารณาว่าจะยอมรับแล้วดำเนินการตามคำร้อง หรือจะปฏิเสธคำขอโดยระบุเหตุผลที่ปฏิเสธไว้ในคำขอด้วย หากบริษัทปฏิเสธคำร้อง เจ้าของข้อมูลก็มีสิทธิยื่นเรื่องให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายพิจารณา

3. แบนเนอร์ขอความยินยอมการใช้คุกกี้ หรือ Cookie Consent Banner

สำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่เข้ามาใช้งาน จำเป็นที่จะต้องมี แบนเนอร์ขอความยินยอมการใช้คุกกี้ หรือ Cookie Consent Banner เพื่อเป็นช่องทางในการขอความยินยอมการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ใช้งาน ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ ไปจนถึงการติดตามประวัติ หรือพฤติกรรมผู้ใช้งานเพื่อนำไปประมวลผลตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ โดยต้องแจ้งผู้ใช้งานทราบตั้งแต่เว็บไซต์มีการใช้ Cookies เพื่อเก็บข้อมูล แจ้งวัตถุประสงค์ และประเภทข้อมูลที่จัดเก็บ ไปจนถึงให้สิทธิผู้ใช้งานในการตัดสินใจที่จะยินยอมให้เก็บข้อมูลส่วนใดบ้าง

4. แบบฟอร์มแจ้งเตือนกรณีเกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล

หากเกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว องค์กรหรือบริษัทจำเป็นจะต้องแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือเจ้าของข้อมูล โดยต้องแจ้งรายละเอียดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนข้อมูลที่รั่วไหล ประเภทของข้อมูล ประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ไปจนถึงระบุมาตรการในการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับความเสียหาย

5. นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ Privacy Policy

ผู้ให้บริการต้องแจ้ง Privacy Policy หรือนโยบายความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของข้อมูลที่เข้ามาใช้บริการ ระบุรายละเอียด และเงื่อนไขทั้งหมดว่าจะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง จะนำไปประมวลผลใช้งานอย่างไรบ้าง ระยะเวลาในการจัดเก็บ มาตรการด้านความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล ไปจนถึงช่องทางติดต่อบริษัท ซึ่งเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูล” (Data Controller) และ “เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Protection Officer)

ทั้งนี้ เมื่อองค์กรภาคธุรกิจเข้าใจแล้วว่าต้องเตรียมการอย่างไร ขั้นตอนต่อไปก็คือการจัดเตรียมเอกสารและแบบฟอร์มสำหรับการทำ PDPA  ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกข้อก็คือปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนดทางกฏหมายที่จำเป็นต้องติดตาม และปรับตัวให้เท่าทันตลอดเวลา แต่อาจจะเป็นเรื่องลำบากสำหรับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางที่ไม่มีทีมดูแลด้านกฏหมายเป็นของตัวเองและรวมไปถึงเรื่องของภาษา ในกรณีที่ผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของข้อมูลใช้ภาษาอื่นๆ ซึ่งต้องแปลแบบฟอร์มเป็นภาษานั้น ๆ ให้ถูกต้องตามหลักภาษาทางกฏหมาย และในข้อสุดท้ายก็คือเรื่องของ User Experience โดยเฉพาะธุรกิจที่ให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ ต้องคำนึงด้วยว่า จะทำอย่างไรให้ขั้นตอนการขอ Consent ต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมาก และซับซ้อน ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ผ่านการออกแบบให้เข้าใจง่าย ใช้งานง่าย และใช้ได้อย่างสะดวกในทุกแพลตฟอร์ม

แต่สำหรับท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป!!

เพราะออพติมุสก็มีทางเลือกที่น่าสนใจ และตอบโจทย์ในทุกเงื่อนไขและประเด็นต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ออพติมุสขอแนะนำ ให้ทุกท่านได้รู้จักกับ บริการสร้างแบบฟอร์ม PDPA ในบริการที่ชื่อว่า OSL-PDPA (SKU : OSL-PDPA-TC) ที่สามารถสร้าง Privacy Policy ให้กับเว็บไซต์ของคุณอย่างง่ายและฟรี ครอบคลุมการอัพเดทรายละเอียดกฏหมายที่อาจจะมีเพิ่มเติมในอนาคต ได้ทั้ง Privacy Policy ฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดย ผ่านการใส่ข้อมูลเพียงครั้งเดียว ซึ่งนอกจากในส่วนของเงื่อนไข  PDPA สำหรับธุรกิจที่เข้าเงื่อนไขกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศอย่าง CCPA ของรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ GDPR ของยุโรป ซึ่งจะมีทั้งเงื่อนไขที่เหมือนและแตกต่างจาก PDPA ของไทย ก็สามารถใช้บริการเสริมจาก OSL-PDPA ในการสร้างแบบฟอร์มที่สอดคล้องกับกฏหมายนั้น ๆ ได้เช่นกัน ไปจนถึงบริการ สร้าง Cookie บนเว็บไซต์ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ PDPA

โปรดทราบว่าเราจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อคุณ เพื่อแนะนำสินค้าและบริการ  PDPA เท่านั้น

สร้าง Privacy Policy ง่ายๆ อย่างมืออาชีพ ถูกต้องตาม PDPA

OPT-Solutions PDPA คือเครื่องมือสร้าง Privacy Policy ถูกต้องตาม PDPA

นำไปใช้ได้จริง ประหยัดเวลา และไม่ต้องจ้างนักกฎหมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

จุดประกายโดย  :  คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • OPT-Solution PDPA

    OPT-Solution PDPA

    PDPA ย่อมาจาก “Personal Data Protection Act” PDPA เป็นกฎหมายที่กำหนดหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าขอ

    OPT-Solution, Security