ระบบตรวจสอบประสิทธิภาพ ปัญหาการใช้งาน Internet บน Software และ Network

ปัญหาการใช้งานซอฟแวร์หรือแอปพลิเคชั่นที่ทำงานผ่านอินเตอร์นั้น เป็นอะไรที่ตรวจสอบได้ยากมากเพราะต้องอาศัยหลายปัจจัยในการตรวจสอบถึงปัญหาจากหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากผู้ให้บริการ ตัวซอฟแวร์ อินเตอร์เน็ต ระบบความปลอดภัยภายในและอื่นๆ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์การใช้งานซอฟแวร์นั้นๆไม่ได้อย่างปกติ การจะเร่งหาสาเหตุเพื่อจัดการปัญหาเหล่านั้น ล้วนแล้วต้องใช้เวลาและต้องประสานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้มาถึงคำตอบและแนวทางการแก้ไข เชื่อได้ว่าในฐานะบริการที่ต้องให้บริการลูกค้า เป็นไปได้ยากหากต้องรอการตรวจสอบ รู้ปัญหาได้ทันทีกันดีกว่าครับ

ประโยชน์

  • รู้ที่มาของปัญหาได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาและทีมงานในการตรวจสอบ

  • มี AI แนะนำวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ และพร้อมจะเรียนรู้ปัญหาใหม่ๆ และวิธีการแก้ไขปัญหาใหม่ๆในอนาคต

ปัญหา

  • ใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา โดยไม่สามารถยืนยันเวลาที่จะสามารถแก้ไขได้

  • ต้องใช้ทีมงาน การประสานงานต่างๆ กับหลายๆส่วน ซึ่งมักจะใช้ระยะเวลานาน

  • โดนลูกค้าร้องเรียนกรณีเกิดปัญหา และหากกินเวลานานปัญหายิ่งใหญ่โต 

เหมาะสำหรับ

  • หน่วยงานที่ต้องการรักษามาตรฐานการจัดการปัญหาต่างๆ จากการใช้งานซอฟแวร์ แอปพลิเคชั่น และอื่นๆบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้สามารถแล้วเสร็จเพื่อป้องกันปัญหาใหญ่ตามมา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

PDPA PROKIT by OPT-Solution เครื่องมือช่วยจัดทำ PDPA แบบครบวงจรสำหรับ SME

สร้าง-Privacy-Policy-ใช้งานได้จริง-ครอบคลุม-PDPA-

ก่อนอื่น หากพี่ๆยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ PDPA ว่าคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร รวมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอื่นๆ  สามารถอ่านบทความเพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้น 

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ทุกองค์กรที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลใด ๆ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับธุรกิจ SME นั้น กฎหมาย PDPA อาจเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักหน่วง เนื่องจากต้องใช้เงิน เวลาและทรัพยากรในการดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก

ด้วยเหตุนี้ออพติมุสจึงขอนำเสนอบริการ PDPA PROKIT by OPT-Solution บริการที่จะช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ มาพร้อมด้วยงบประมาณลงทุนที่ถูกกว่า และที่สำคัญ ง่าย เพราะเป็นชุด DIY ที่ครบจบในที่เดียว

PDPA PROKIT by OPT-Solution

PDPA PROKIT เป็นชุดเอกสารเตรียมความพร้อมที่รวบรวมเอกสารและแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่ธุรกิจ SME จำเป็นต้องมีเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA รวมไปถึงคู่มือและคำแนะนำที่จะช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถเข้าใจและดำเนินการได้อย่างถูกต้อง

โดย PDPA PROKIT by OPT-Solution จะประกอบด้วยเอกสาร คู่มือ คำแนะนำการใช้งาน รวมไปถึงแบบฟอร์มรวม 69 ชิ้น ที่จะช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถเข้าใจและจัดทำรายละเอียดต่างๆของงาน PDPA ได้อย่างถูกต้อง พร้อมให้ธุรกิจ SME สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจของตนได้ โดยรายละเอียดเอกสารประกอบไปด้วย

  • Guideline: เอกสารแนะแนวในการปฎิบัติตาม PDPA พร้อมเคสตัวอย่างที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง
  • Preparation Tool: คู่มือในการเตรียมปฎิบัติตาม PDPA อย่างละเอียดทุกขั้นตอน พร้อมเช็คลิสต์ที่สามารถทำให้ปฎิบัติตามได้โดยง่าย
  • PDPA Document: เอกสาร PDPA template ทั้งหมดในรูปแบบ .doc, .pdf, .xls ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานในบริษัท ที่จำเป็นต่อการปฎิบัติตาม พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล 
  • Role, Awareness Training: คู่มือและสไลด์สำหรับองค์กรเพื่อใช้อบรมภายในหน่วยงานให้กับทีมเจ้าหน้าที่และพนักงานในบริษัทถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการ PDPA
  • Policies & Notice: คู่มือการจัดทำนโยบายและประกาศต่างๆ ที่ธุรกิจ SME ต้องมี พร้อมตัวอย่างการนำไปใช้และคำอธิบายที่เกี่ยวข้อง
  • Risk Assessment Tool: แบบฟอร์มประเมินความเสี่ยง การปฎิบัติที่ไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

PDPA PROKIT by OPT-Solution เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับธุรกิจ SME ช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสียเวลาและทรัพยากรในการเรียนรู้ สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ สามารถเริ่มใช้งานได้โดยง่าย คุ้มค่าการลงทุน

หากท่านเป็นธุรกิจ SME ที่กำลังมองหาเครื่องมือช่วยดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA นั้น PDPA PROKIT จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับท่านอย่างแน่นอน

PDPA Prokit

ประโยชน์ของการใช้ PDPA PROKIT by OPT-Solution

ประหยัดเวลาและทรัพยากร : PDPA PROKIT รวบรวมเอกสารและแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่ธุรกิจ SME จำเป็นต้องมีเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ไว้ให้แล้ว ธุรกิจ SME จึงไม่ต้องเสียเวลาและทรัพยากรในการเรียนรู้และดำเนินการหาข้อมูลต่างๆด้วยตัวเอง

คุ้มค่ากับการลงทุน : PDPA PROKIT เริ่มต้นได้ด้วยเงินลงทุนที่ต่ำ มีราคาที่ย่อมเยากว่าการจ้างที่ปรึกษามาดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ SME ที่ไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้มากเกินไป

ถูกต้องตามกฎหมาย : PDPA PROKIT จัดทำขึ้นโดยทีมนักกฎหมายผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล จึงมั่นใจได้ว่าเอกสารและแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่อยู่ใน PDPA PROKIT นั้นถูกต้องตามกฎหมาย

ใช้งานง่าย : PDPA PROKIT จัดทำขึ้นเพื่อให้ธุรกิจ SME สามารถใช้งานได้ง่าย คู่มือและคำแนะนำที่มาพร้อมกับ PDPA PROKIT จะช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถเข้าใจและดำเนินการตามกฎหมาย PDPA ได้อย่างถูกต้อง

สร้าง Privacy Policy ง่ายๆ อย่างมืออาชีพ ถูกต้องตาม PDPA

OPT-Solutions PDPA คือเครื่องมือสร้าง Privacy Policy ถูกต้องตาม PDPA

นำไปใช้ได้จริง ประหยัดเวลา และไม่ต้องจ้างนักกฎหมาย

PDPA PROKIT by OPT-Solution เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับธุรกิจ SME เป็นอย่างมาก ช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสียเวลาและทรัพยากรในการเรียนรู้และดำเนินการด้วยตนเอง อีกทั้งราคาต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการจ้างทีมงานที่ปรึกษาข้างนอกมาจัดการให้ ติดต่อ ออพติมุส (optimus) เพื่อขอรับคำปรึกษาการทำ PDPA เพิ่มได้แล้ววันนี้ ติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

ระบบ WiFi ประสิทธิภาพสูง เพื่อรองรับการใช้งานในสำนักงานราชการ และบริการประชาชน

ปัญหาการครอบคลุมของ WiFi หากจะบอกว่ายุคนี้ยังมีอีกหรือ ต้องบอกว่ายุคนี้ก็ยังสามารถพบเจอ WiFi ประสิทธิภาพต่ำในหลายพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันมีการรบกวนของสัญญาณสูง โครงสร้างอาคารบางแห่งถูกสร้างให้มีความคงทนแข็งแรง มันเป็นไปได้ยากที่จะออกแบบ WiFi ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในยุคปัจจุบันอย่างสมบูรณ์แบบ หากท่านกำลังเหนื่อยหนายกับการ POC ที่ไม่มีวันจบ เราขอแนะนำ WiFi High Performance ที่ไม่ใช่เพียงแค่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่มันคือคุณภาพที่เปรียบดังลายเซ็นต์ของเรา

ประโยชน์

  • เพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณด้วย BeamFlex
    ที่มี Pattern การส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์เป้าหมาย

  • หลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวน เปลี่ยนช่องสัญญาณอัตโนมัติ

ปัญหา

  • ศูนย์ราชการมีประชาชนมาใช้บริการ จำนวนมาก ทั้งต้องรองรับอุปกรณ์สำนักงานไร้สายที่มีมากขึ้น 

  • มีปัญหาสัญญาณรบกวน จากแวดล้อมโดยรอบ

เหมาะสำหรับ

  • ศูนย์ราชการ ที่ต้องรองรับประชาชนที่มาติดต่อราชการ
    สำนักงานที่ต้องรองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ไร้สาย
    จำนวนมากขึ้น แต่ก็ต้องมีประสิทธิภาพในการใช้งาน

    ที่สูง

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ให้ XENTEMP IoT เป็นผู้ช่วยเฝ้าห้องเซิร์ฟเวอร์ตลอด 24 ชั่วโมง

ห้องเซิร์ฟเวอร์เป็นพื้นที่หลักสำหรับการติดตั้งโครงสร้างไอทีทั้งหมดของธุรกิจ ในห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ที่สำคัญซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินการเชื่อมต่อเครือข่ายภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น Server, Router หรือ Switching Hub ด้วยเหตุนี้ การตรวจสอบสภาพแวดล้อมของห้องเซิร์ฟเวอร์แบบเรียลไทม์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าระดับอุณหภูมิ ความชื้นอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ การไม่ดูแลสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในห้องเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ระบบล่ม และข้อมูลสูญหายได้ในที่สุด

โซลูชั่นสำหรับการตรวจสอบสภาพแวดล้อม

โซลูชั่นสำหรับการตรวจสอบสภาพแวดล้อมของห้องเซิร์ฟเวอร์ ที่จะแชร์ในวันนี้ คือระบบตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นในรูปแบบ IoT (Internet of Things) โดยเทคโนโลยี IoT นี้จะช่วย รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้น เพื่อออกแบบรายงาน พร้อมระบบตั้งเตือนแบบเรียลไทม์ เพื่อแสดงสิ่งผิดปกติให้พร้อมแก้ไขได้ทันก่อนเหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย

ปัจจุบันในห้องเซิฟเวอร์ของหลายๆที่ พบว่าจะมีวิธีจัดการตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น ความผิดปรกติต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณ แนวทางจัดการ จำนวนอุปกรณ์และความซีเรียสในระบบที่แตกต่างกัน บางธุรกิจ ก็มีเพียงเทอโมมิเตอร์ไว้อยู่ในห้อง บางธุรกิจลงทุนซื้อ IoT แต่เป็นเกรด Home Use มาใช้ เพราะเข้าใจว่าใช้งานได้ไม่แตกต่างกัน ซึ่งจากผลสำรวจ พบความเสี่ยงในกรณีต่างๆ ดังนี้

ในสภาพแวดล้อมที่ห้องเซิฟเวอร์ ทีมไอทีอาศัยเพียงเทอร์โมมิเตอร์ขนาดเล็กในการตรวจสอบอุณหภูมิ และมีเจ้าหน้าที่ไอทีแบ่งเวรกันเช็คอุณหภูมิ ความชื้นต่างๆ พบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง ?

1. ขาดระบบในการดูแลห้องเซิฟเวอร์แบบเรียลไทม์

ต้องยอมรับว่า เทอร์โมมิเตอร์ขนาดเล็กในห้องเซิฟเวอร์ ไม่มีการตรวจสอบอุณหภูมิตามเวลาจริงแบบต่อเนื่อง ซึ่งหากเกิดปัญหาร้ายแรงใดๆขึ้นอาจไม่มีใครสังเกตเห็นจนกระทั่งตรวจพบภายหลังว่าเทอร์โมมิเตอร์ไม่ทำงาน และส่งผลเสียหายต่ออุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ในห้องเซิฟเวอร์ไปแล้วนั่นเอง

2. การตอบสนองต่อปัญหาที่ล่าช้าจนเกินควบคุม

โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ไอทีไม่อยู่ ไม่มาทำงานในช่วงนั้น ไม่ว่าจะลาป่วย ลาพักร้อน ลาฉุกเฉินที่ทำให้ต้องหยุดงาน พบว่าหากไม่มีการเตรียมการที่ดีพอ อาจพบปัญหาอุปกรณ์ไอทีในห้องทำงานผิดปรกติเนื่องจากเกิดความร้อนสูงมากจนเกินไป ซึ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา และนำไปสู่การหยุดชะงักของธุรกิจโดยต้องเสียเวลาที่นานขึ้นในการกู้ข้อมูลกลับมา

3. การไม่มีระบบตรวจสอบระยะไกล

พบในกรณีที่ไม่สามารถเข้าถึงหรือควบคุมสภาพแวดล้อมห้องเซิฟเวอร์จากระยะไกลได้ รวมไปถึงการรับแจ้งเตือนเกี่ยวกับสภาวะวิกฤตในระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่ที่หน้าไซด์งานนั่นเอง

95926226_1721770271295283_1796786842293501952_n

ทั้งนี้แม้บางธุรกิจนำระบบตรวจสอบอุณหภูมิที่เป็น IoT มาใช้ในห้องเซิร์ฟเวอร์แล้วก็ตาม แต่กลับเลือกใช้งานอุปกรณ์ IoT เกรดที่เหมาะกับใช้ตามบ้าน (SOHO หรือ Home Use) เพราะเห็นว่าไม่น่าจะต่างกันกับระบบ Enterprise IoT ซึ่งก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา คือ

1. ขาดความสามารถในทำรายงาน

โดยระบบ IoT ที่ช้งานในบ้านอาจไม่มีคุณลักษณะการทำรายงานที่ครอบคลุมเทียบเท่ากับที่ธุรกิจใช้ ซึ่งหมายความว่าเจ้าหน้าที่ไอทีไม่สามารถเข้าถึงรายงานโดยละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มของอุณหภูมิและความชื้นเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังหรือระบุการวางแผนงานในอนาคตเป็นไปไม่ได้เลย

2. ความน่าเชื่อถือและความแม่นยำที่จำกัด

พบว่าระบบ IoT แบบที่ใช้งานในบ้านข้อมูลที่ได้ไม่แม่นยำเท่ากับเกรด Enterprise เพราะคุณภาพเซนเซอร์ที่มีความแม่นยำแตกต่างกัน นำไปสู่ความผิดพลาดบนค่าอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องส่งผลให้เกิดการเตือนที่ผิดพลาดนั่นเอง

3. ขาดการ integrate ร่วมกับอุปกรณ์อื่นที่มีอยู่แล้วในห้องเซิฟเวอร์

โดยระบบ IoT ในบ้านอาจไม่สามารถทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเน็ตเวิร์คหรือซิเคียวริตี้อื่นๆ ที่รวมอยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้การลงทุนไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ควรได้กลับมาแล้วต่อยอดกับระบบเดิมที่มีอยู่

XENTEMP โซลูชั่นสำหรับการตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้นในห้องเซิร์ฟเวอร์ IoT เกรด Enterprise ที่จัดจำหน่ายโดยออพติมุส (optimus) จึงเป็นคำตอบสำหรับลดความเสี่ยง ลดข้อผิดพลาด จากปัญหาและข้อจำกัดทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้

Robust and Reliable Solution:

XENTEMP IoT นำเสนอโซลูชันการตรวจสอบที่เป็น Enterprise Grade ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสภาพแวดล้อมในห้องเซิร์ฟเวอร์ ด้วยเซนเซอร์คุณภาพสูงจาก XENTEMP จะช่วยให้ทีมไอทีมั่นใจได้ถึงอุปกรณ์ตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นที่มีความแม่นยำและเชื่อถือได้

Comprehensive Reporting and Analytics:

XENTEMP IoT มีแดชบอร์ด (Dashboard) ในการดูข้อมูล และรายงานต่างๆที่ครอบคลุมตรงกับความต้องการของธุรกิจ แตกต่างจากระบบ SOHO หรือ Home Use โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่ไอทีสามารถเข้าถึงรายงานโดยละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มของอุณหภูมิและความชื้น ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต ระบุรูปแบบ และตัดสินใจจากข้อมูลที่มีอยู่อย่างรอบด้านเพื่อการจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมที่สุด

Real-time Monitoring and Alerts:

XENTEMP IoT มีการตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ไอทีสามารถตรวจจับและจัดการกับความผันผวนหรือสภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ทันที ระบบจะแจ้งเตือนทันทีทาง Line อีเมลหรือ SMS เมื่อเกินเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้มั่นใจได้ถึงการตอบสนองที่รวดเร็วจะสามารถเกิดขึ้นได้ทันที ลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์ในห้องเซิฟเวอร์จะเสียหายได้

Cost-Effective Solution:

XENTEMP IoT มอบมูลค่าการลงทุนที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ป้องกันมาก่อน ลดเวลาหยุดทำงานของระบบ ลดความเสี่ยงจากการสูญหายของข้อมูลธุรกิจ XENTEMP IoT ช่วยให้ธุรกิจประหยัดเงินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและกู้คืน จากสถานการณ์ที่สามารถมีระบบที่ป้องกันได้ ก่อนจะเกิดวัวหายล้อมคอก

Seamless Integration and Scalability:

XENTEMP IoT นำเสนอการทำงานร่วมกันกับอุปกรณ์เน็ตเวิร์คและซิเคียวริตี้อื่นๆ ของห้องเซิร์ฟเวอร์ที่มีอยู่ ทำให้การลงทุนคุ้มค่า ได้ leverage สูงสุด

Customer Support:

ด้วย XENTEMP IoT ธุรกิจจะได้รับการซัพพอร์ตโดยตรงจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำ พร้อมคู่มือการติดตั้ง คู่มือการใช้งานที่จะช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างง่ายดาย

1690130702378

การลงทุนในการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิด ย่อมส่งผลดีกว่าหากพบความเสียหายแล้วแก้ไขไม่ทันเพราะนอกจากจะเสียทั้งอุปกรณ์แล้ว ยังมีค่าเสียโอกาสของธุรกิจที่ต้องหยุดระบบ การทำงานหยุดชะงัก เพราะห้อง server คือหัวใจหลักด้านไอทีของธุรกิจ ให้ออพติมุส (optimus) ได้เข้าไปนำเสนอว่า นอกจาก XENTEMP แล้ว ยังมีอุปกรณ์ IoT ใดที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานของธุรกิจของท่านได้อีก ติดต่อ แผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ระบบเครือข่ายความเร็วสูง (Low Latency) ลดอาการหน่วง ลดแลค และลดดีเลย์ที่สูงบนเครือข่าย

Campus Network ในระดับ Premium Enterprises ทุกๆท่านมักจะนึกถึงระบบที่มีความเสถียร ความเร็วสูง รองรับพอร์ตการเชื่อมต่อที่เพียงพอต่อการใช้งานในยุคปัจจุบัน แต่ในองค์กรที่ต้องมีซอฟแวร์เพื่อให้บริการลูกค้านอกจากความแม่นยำในการคำนวณผลลัพธ์ที่ดีแล้วนั้น เพียงแค่อาการแลคนิดเดียวจากระบบอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ผิดเพี้ยน หรือความล่าช้าในระบบที่อาจก่อให้เกิดความหงุดหงิดใจในการให้บริการ ในฐานะผู้ให้บริการระดับพรีเมี่ยม เราขอแนะนำเครือข่ายความเร็วสูงที่จะลดอาการหน่วงและแลค เพื่อความประทับใจกับลูกค้ากลุ่ม Premium Enterprisesของเรากันครับ

ประโยชน์

  • ลดอาการหน่วง แลค ดีเลย์ เพิ่มเสถียรภาพและความพึ่งพอใจสูงสุดในการให้บริการ

  • มีสถาปัตกรรมที่ไม่ซับซ้อน Spine-Leaf ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการ ค่าใช้จ่ายในการดูแลด้านซอฟแวร์ ลดพื้นที่ในห้องเซิฟเวอร์ และมีประสิทธิที่ดียิ่งขึ้น

ปัญหา

  • ซอร์ฟแวร์ที่ให้บริการลูกค้ามีอาการหน่วง แลค ช้าและดีเลย์ ซึ่งเกิดความไม่พอใจแกกลุ่มลูกค้าที่มีความคาดหวังที่สูงขึ้น

เหมาะสำหรับ

  • หน่วยงานที่ต้องการที่ให้บริการ Web Serivice, Software และ Application ต่างๆ กับลูกค้าในด้านงานบริการที่คาดหวังความเสถียรในการใช้งานที่สูง รองรับการเข้าใช้พร้อมกันในปริมาณมากๆ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

MICE ตลาดท่องเที่ยวที่มาพร้อมโอกาสผ่านโซลูชั่น Wi-Fi Rental จาก ProSpace

ประเทศไทยหมุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับตลาดการท่องเที่ยวแบบ MICE ด้วยสถานที่ที่สวยงาม ผู้คนเป็นมิตร มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเยี่ยม และ ค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง ทำให้ประเทศไทยเป็นตัวเลือกแรกๆ ของโลกเมื่อคำนึงถึงความพร้อมในการจัดงาน โดยโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ ก็มีตั้งแต่ศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ไปจนถึงห้องประชุมขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับแขกกลุ่ม MICE รวมถึงครอบครัวที่มาพร้อมกันกับแขกที่มาเข้าร่วมงานได้อีกด้วย

การท่องเที่ยวแบบ MICE

คือการท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับ Meetings, Incentives, Conferences และ Exhibitions ซึ่งได้แก่ ประชุม สัมมนา การจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ รวมถึงการให้เป็นรางวัลผลงานประจำปี ทั้งนี้จุดหมายของตลาด MICE ในเมืองไทยจะอยู่ที่กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา และ หัวหิน เป็นหลัก โดยข้อมูลจาก Allied Market Research พบว่า ขนาดตลาด MICE ในประเทศไทยปี 2562 อยู่ที่ 6.93 พันล้านดอลลาร์ อัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 11.63% และคาดการณ์ขนาดตลาดในปี 2570 จะสูงถึง 12.23 พันล้านดอลลาร์*

หัวใจของการจัดงาน MICE

คือการจัดประชุม สัมมนา หรือจัดนิทรรศการ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนอกจากสถานที่ อาหาร ที่พัก ห้องประชุมต้องสามารถอำนวยความสะดวกได้เป็นอย่างดีแล้ว  ไอทีอินฟราสตรัคเจอร์ทั้งหลาย ก็ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนให้อีเวนต์ดังกล่าวเดินหน้าอย่างราบรื่นนั่นเอง โดยเฉพาะ Wi-Fi ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ระหว่างงาน โดยการเลือกก็อาจเป็นทางผู้จัดงานเป็นผู้ดูแลเรื่อง Wi-Fi เอง หรือไม่ก็เป็นการเช่าพร้อมไปกับสถานที่จัดงาน แต่ก็พบกว่า การทำเองไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเพราะผู้จัดอาจไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือไม่มีเวลามากพอ หรือพอให้โรงแรมหรือสถานที่จัดงานเป็นผู้ดำเนินการให้ก็พบว่าระบบ Wi-Fi ที่โรงแรมใช้ ส่วนใหญ่จะใช้ในงานที่จำนวนแขกที่คนมาไม่ได้เยอะมากนัก ไม่ได้เน้นเพื่อการรองรับคนที่มาใช้งานพร้อมๆกัน เวลาเดียวกันในปริมาณที่มากๆ ฉะนั้นตัวเลือกของการใช้บริการ Wi-Fi Rental จากผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะจึงเป็นคำตอบที่ผู้จัดงานเลือกใช้ 

10 เหตุผลที่ผู้จัดงานเลือกใช้บริการ Wi-Fi Rental จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

1. ได้อินเทอร์เน็ตที่เสถียร รวดเร็ว

การเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่มีความเสถียรและความเร็วสูงช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน

2. สามารถทำกิจกรรมและการแชร์ข้อมูลออนไลน์

Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่ผู้ออกร้านนำมาเสนอ รวมถึงสามารถแชร์ข้อมูลออนไลน์ได้อย่างราบรื่น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในงานอีเวนต์ที่ต้องการการสื่อสารและการ participate แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้เข้าร่วม กับ Exhibitor 

3. ได้รับความสะดวกและประหยัดเวลา

การเช่า Wi-Fi จะช่วยลดภาระของการติดตั้งและการดูแลรักษาระบบเน็ตเวิร์คของผู้จัดงาน เนื่องจากผู้ให้บริการจะมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งและยืนยามรักษาระบบให้ผู้จัดงาน ซึ่งทำให้คุณสามารถประหยัดเวลาและมุ่งพลังงานไปใช้ในส่วนงานอีเวนต์อื่นที่จำเป็นมากกว่าได้

4. ได้รับความปลอดภัยของระบบ Wi-Fi

บริษัทที่ให้เช่า Wi-Fi จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ซึ่งช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญและป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตในงานอีเวนต์ของคุณ

5. สามารถปรับแต่งระบบได้ตามความต้องการ

บริการเช่า Wi-Fi มักมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งระบบให้เหมาะกับโครงสร้างงานของผู้จัดงานซึ่งมีความต้องการในผลลัพท์ที่แตกต่างกัน  คุณสามารถติดต่อผู้ให้บริการเพื่อปรับแต่งและปรับสถานการณ์ได้ตามต้องการ

6. สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ เพิ่มเติมได้

การเช่า Wi-Fi สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมเช่นโปรเจคเตอร์ อุปกรณ์สแกนบาร์โค้ด หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องการการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตในงานอีเวนต์ของคุณ

7. ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคและการแก้ไขปัญหา

ผู้ให้บริการเช่า Wi-Fi มักมีทีมงานทางเทคนิคที่พร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาในระบบ เช่น ปัญหาการเชื่อมต่อหรือปัญหาความเร็ว เพื่อให้งานอีเวนต์ของคุณสามารถดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่น

8. สร้างประสบการณ์และความเชื่อถือจากลูกค้า

ผู้ให้บริการ Wi-Fi จะมีประสบการณ์จากงานในรูปแบบต่างๆ มามาก ซึ่งจะให้คำปรึกษา และเสริมในประเด็นต่างๆ เพื่อให้งานออกมาราบรื่นที่สุด ทั้งนี้คุณสามารถสอบถามประสบการณ์และความเชื่อถือจากลูกค้าที่เคยใช้บริการการเช่า Wi-Fi เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจกำลังเลือกบริการที่ดีและมีคุณภาพสำหรับงานอีเวนต์ของคุณ

9. สามารถความเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ทุกที่

การเช่า Wi-Fi ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายได้ทุกที่ ทุกมุมในสถานที่จัดงานอีเวนต์ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่อย่างสะดวกสบาย

10. ได้รับความเป็นมืออาชีพจากผู้ให้บริการ

บริษัทที่ให้บริการเช่า Wi-Fi จะมีระบบการดูแลและบำรุงรักษาเครือข่ายให้มีความเสถียรตลอดช่วงเวลาจัดงาน ทำให้คุณมั่นใจได้ในความเสถียรของระบบตลอดช่วงงานอีเวนต์ของคุณ

ปัจจุบันตลาด MICE ในประเทศไทยกำลังฟื้นตัวอย่างโดดเด่นโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ Covid

ด้วยอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตนี้ ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่ายเซอร์วิส “Wi-Fi Rental” จาก ProSpace ขอนำเสนอโซลูชั่นที่จะสร้างประสบการณ์ในการใช้อินเตอร์เน็ต เน็ตเวิร์คและซิเคียวริตี้ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงการเติม โซลูชั่น Martech Cloud Services (Marketing Technology Platform) ที่ช่วยเติมเต็มข้อมูลแบบ Real Time ทำให้การเยิ่ยมชมบูธ นิทรรศการ งานประชุม เติมเต็มประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าของเรานั่นเอง 

ติดต่อออพติมุส (optimus) วันนี้เพื่อตอบคำถามสำคัญว่า WiFi Rental จาก ProSpace จะช่วยยกระดับข้อเสนอด้วยโซลูชั่นต่างๆที่มีอยู่ และขับเคลื่อนธุรกิจของพี่ๆไปสู่อีกขั้นในตลาด MICE ได้อย่างไร

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

อ้างอิง : 

“Thailand MICE and Mega Event Market by Event Type (Meetings, Incentive, Convention, Exhibition, and Mega Event) and Source (Domestic, and International): Opportunity Analysis and Industry Forecast, 2021-2027” by Allied Market Research.

https://www.alliedmarketresearch.com/thailand-mice-and-mega-event-market-A06152

Wi-Fi Rental Services : https://prospace.services/wifi-rental-for-event/

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เรื่องของสาย เรื่องเล็กน้อย ผล มหาศาล … มันก้อแค่สายแลน Patch Cord เองป่ะ !!!

Untitled

บอย : ไซต์ลูกค้าไซต์นี้แปลกๆ อ่ะครับ พาร์ทเนอร์โทรมาปรึกษาว่าลูกค้าเขาใช้อินเตอร์เน็ตไม่ค่อยได้ ผมกับพาร์ทเนอร์เช็คทุกอย่างหมดแล้วครับ ทั้ง Wi-Fi ทั้งสวิตซ์ ก็ปกติหมด รวมถึงโทรสอบถาม ISP ซึ่ง Link ก็ปกติไม่พบปัญหาอะไรเลย

Untitled

พี่ศักดิ์ : น่าสนใจ ว่าแต่มีใครไปเช็คสายแลนที่ต่อเราเตอร์ หรือไฟร์วอลล์ หรือยัง เคยเจอเคสประมาณนี้แหละ ทุกอย่างทำงานปกติ แต่เชื่อมต่อไม่ได้ พอไปดูที่สาย LAN เจอปัญหาที่ตรงนั้นซะเนี่ย

หลายชั่วโมงต่อมา…..

Untitled

บอย : พี่ศักด์ครับ เป็นที่สายแลนจริงๆ ด้วยครับ … สาย LAN คอมันหัก ทองแดงโผล่ น่าเกิดจากตอนถูกดึงสายแลนจากสวิตซ์ตัวเดิมไปเสียบเข้ากับสวิตซ์ตัวใหม่ แล้วตอนแคมป์หัวไม่ได้ย้ำให้แน่น ก็เลยกลายเป็นว่าใช้งานไม่ได้ซะงั้นครับ งงเลยพี่ หาตรงไหนก็ไม่เจอ มาเจอตรงเรื่องง่ายๆ อย่างนี้

จากเคสข้างต้น ทีมไอทีเจอปัญหาแปลกๆ ยูสเซอร์ไม่สามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ ลองตรวจสอบ Wi-Fi, เราเตอร์ หรือสวิตช์ก็แล้ว ทุกอย่างก็ทำงานปกติไม่พบปัญหา แต่แปลกที่ยูสเซอร์ก็ยังบ่นว่าไม่สามารถต่อเน็ตได้สุดท้ายพบว่า เกิดจากสาย LAN UTP  ซึ่งไม่ว่าปัญหานั้นจะเกิดจากการหักงอในขั้นตอนการเข้าหัวสายแลน การติดตั้ง หรือการดึงสาย LAN ทำให้สายเสียหาย และนั่นก็ส่งผลให้สัญญาณติดๆหลุดๆ เน็ตเวิร์คไม่เสถียรนั่นเอง 

ลองนึกภาพของโรงงานที่เครื่องจักรและอุปกรณ์เชื่อมต่อกัน จู่ๆ ก็มีเครื่องจักรตัวหนึ่งก็ไม่สามารถสื่อสารกับเครื่องอื่นๆได้ ทำให้สายการผลิตทั้งหมดต้องหยุด ซึ่งแม้จะมีการตรวจสอบเครื่องจักร จุดเชื่อมต่อและเน็ตเวิร์คอย่างละเอียดแล้ว แต่ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้

หลายๆ ครั้งเมื่อคลำไปจนถึงต้นตอของปัญหา พบว่าสาย UTP ที่เชื่อมต่อกับเครื่องจักรและสวิตช์เกิดความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดจากการสั่นสะเทือนของเครื่องจักรหนักเองหรือเกิดจากการดึงสาย LAN โดยไม่ได้ระวัง สายแลนเคเบิลที่เสียหายนี้รบกวนการทำงาน ส่งผลให้การผลิตต้องหยุดชะงักในที่สุด

ในโลกของเน็ตเวิร์คเครือข่าย (Network Infrastructure) มีส่วนประกอบขนาดเล็กอันหนึ่งที่มีความสำคัญแต่กลับไม่มีใครพูดถึงหรือใส่ใจมันมากเท่าที่ควร นั่นคือ “สายแลน Patch Cord” แม้สาย LAN เหล่านี้อาจดูเหมือนไม่สำคัญเมื่อเทียบกับเราเตอร์ สวิตช์ หรืออุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆ แต่สาย LAN เคเบิลนี้กลับมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เสถียรและมีประสิทธิภาพ 

สายแลน Patch Cord หรือที่เรียกว่าสาย LAN สำเร็จรูปทำหน้าที่เป็น Physical Link ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เครื่องจักร อุปกรณ์เครือข่าย (LAN,Wi-Fi) เร้าเตอร์ แม้จะเป็นส่วนประกอบที่เล็ก แต่สายเคเบิลเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแกนหลักเส้นเลือดในการเชื่อมต่อ สร้างการเชื่อมโยงที่สำคัญที่ช่วยให้การโอนถ่ายและแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในเครือข่ายทำได้อย่างมีประสิทธภาพ

สายแลน Patch Cord ในท้องตลาดไม่ได้ถูกทำขึ้นให้มีประสิทธิภาพดีเหมือนกันหมด การเลือกใช้สายเคเบิลราคาถูกหรือต่ำกว่ามาตรฐานอาจทำให้ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อลดลง เกิดปัญหาเน็ตเวิร์คไม่เสถียร หรือแม้แต่พบว่าไม่สามารถเชื่อมต่อระบบได้เลยก็มี

การลงทุนในสายแลนคุณภาพสูง เช่น สาย Patch Cord จาก tactio สามารถสร้างความแตกต่างได้ ด้วยคุณภาพวัสดุระดับพรีเมียมและกระบวนการผลิตที่ดีเยี่ยม  ผ่านการทดสอบ (QC) อย่างเข้มงวดเพื่อรับประกันประสิทธิภาพและความทนทานต่อการใช้งานทุกเส้นจากโรงงาน ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับธุรกิจที่ต้องการการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ใช้งานได้เป็นอย่างดีและใช้งานได้ยาวนาน

ทำไมสายแลน Patch Cord จาก tactio จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

มีมาตรฐานการผลิดระดับสูง (Unmatched Reliability)

สายแลน Patch Cord tactio ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรมขั้นสูงสุด สายเคเบิล tactio ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเน็ตเวิร์คจะมีการรับส่งข้อมูลที่เสถียรและไม่หยุดชะงัก ลดการทำงานที่ไม่ราบรื่นบนเครือข่าย หรือรบกวนเวลาที่ต้องหยุดทำงานเพื่อซ่อมระบบให้ลงเหลือน้อยที่สุด

มีขนาดความยาวให้เลือกตรงตามความต้องการ (Extensive Length Options)

เพราะเราเข้าใจดีว่าความต้องการความยาวของสายเคเบิลอาจแตกต่างกันไป tactio นำเสนอความยาวสายแลน Patch Cord ที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของแต่ละงาน ไม่ว่าเราจะต้องการสายแพทช์เส้นสั้นสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในชั้นวาง หรือสายเส้นยาวเพื่อขยายไปตามห้องต่างๆ ก็ตาม ยืดหยุ่นและสะดวกสบายในการติดตั้ง

มีสีให้เลือกหลากหลายสี (Vibrant Color Choices)

ทำไมต้องใช้สายแลนเคเบิลด้วยสีที่น่าเบื่อ ซ้ำซากจำเจ ในเมื่อเราสามารถเลือกเพิ่มสีสันผ่านสาย LAN พร้อมกับการกำหนดกลุ่มใช้งานตามสีตามฝ่ายได้ สายแลน Patch Cord ของ tactio มีสีสันสดใสหลากหลายเฉดให้เลือก ทีมไอทีสามารถปรับแต่งความสวยงามของตู้แร็กได้ ไม่ว่าธุรกิจจะต้องการให้เข้ากับสีแบรนด์ของบริษัท หรือเพิ่มความสวยงามที่โดดเด่นให้กับห้องเซิฟเวอร์ก็สามารถทำได้ตามที่คิดไว้

ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม (Excellent Performance)

สายแลน tactio สร้างขึ้นด้วยตัวนำทองแดงคุณภาพสูงที่ช่วยให้สัญญาณเกิดการขาดหายน้อยที่สุด ช่วยให้เครือข่ายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะสตรีมไฟล์ขนาดใหญ่ เรียกใช้แอปพลิเคชันที่ใช้แบนด์วิธสูง หรือจัดการข้อมูลสำคัญ สายแลน Patch Cord จาก tactio ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ

โซลูชันที่คุ้มค่า (Cost-Effective Solution)

การลงทุนในสายแลน Patch Cord ของ tactio ไม่เพียงแต่รับประกันคุณภาพและประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังมอบโซลูชันที่คุ้มค่าคุ้มราคาอีกด้วย ด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆจาก  tactio ธุรกิจจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ใช้งานได้ยาวนาน มี price/performance ที่ดีที่สุด

สายแลน Patch Cord อาจดูเหมือนเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่การออกแบบระบบเน็ตเวิร์คที่มีประสิทธิภาพ จะไม่อาจมองข้ามมันไปได้ การถ่ายโอนข้อมูลที่มีความเสถียร การเชื่อมต่อเครือข่ายที่ไม่สะดุด ด้วยการลงทุนในสายแลน Patch Cord คุณภาพสูง โดยเฉพาะ  Patch Cord จาก Tactio จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย ให้ tactio ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งเล็กน้อย ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่มหาศาล ทั้งนี้ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ ออพติมุส (optimus) ตัวแทนสินค้าในประเทศไทยและภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ได้แล้ววันนี้

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

คลิกดูรายการสินค้าเพิ่มเติม : https://tactio.net/industry-news
คลิกดูรายการสินค้าเพิ่มเติม
 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

อัพเกรดพลังความปลอดภัยด้วย WatchGuard Trade Up Program

คำถามที่ฝ่ายไอทีต้องเจอและตอบคำถามให้กับทีมผู้บริหาร เมื่อไฟร์วอลล์กำลังจะหมด Subscription และถึงรอบต้องต่ออายุ Renewal ในปีถัดไป ก็คือ เราควรที่จะเลือกใช้ Firewall ตัวเดิมแล้วต่อ Subscription ตามรอบปีปกติ หรือเลือกที่จะอัพเกรดขึ้นเป็นรุ่นใหม่เลย ซึ่งคำตอบก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆดังนี้

ปัจจัยเรื่องงบประมาณ (Budget Optimization)

การ Renewal ต่ออายุ Subscription  หรือ ซื้อไฟร์วอลล์รุ่นใหม่ต่างก็มีค่าใช้จ่ายลงทุน ซึ่งหากเน้นที่ตัวเลขการลงทุนตามงบประมาณ ทางเลือกของการ Renewal คงจะเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงขึ้นมาก่อนเพราะมีสนนราคาที่ถูกกว่า แต่ทั้งนี้ การอัพเกรดเป็นไฟร์วอลล์รุ่นใหม่ เวอร์ชั่นใหม่ สิ่งที่ได้รับ คือจะได้ไฟร์วอลล์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความเร็ว CPU มากขึ้น ฟีเจอร์ฟังก์ชั่นต่างๆ ก็มีให้ใช้มากขึ้น ทั้งนี้ทางเลือกหากมองในแง่เงินลงทุน จึงขึ้นอยู่กับงบประมาณขององค์กรและการลำดับความสำคัญไอทีก่อนหลังเป็นสำคัญ

ปัจจัยเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technology Advancements)

อุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ได้รับการอัพเกรดมักมาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ ประสิทธิภาพที่ได้รับการปรับปรุง และความสามารถด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น องค์กรหากมองไปที่ความต้องการเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ ก้าวนำหน้าอาชญากรไซเบอร์ อาจเลือกที่จะอัพเกรดไฟร์วอลล์รุ่นใหม่เพื่อใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าเหล่านี้แทนการต่ออายุ Renewal นั่นเอง

ปัจจัยเรื่องของการซัพพอร์ตและการดูแลรักษา (Support and Maintenance)

ธุรกิจจำเป็นต้องประเมินมูลค่าของการต่ออายุ (Renewal) กับไฟร์วอลล์ตัวเดิม โดยพิจารณาผ่านมุมมองของการซัพพอร์ต อายุการใช้งานแล้วของอุปกรณ์เดิม เทียบกับประโยชน์ที่ได้มาหากได้ใช้ไฟล์วอร์ในรุ่นใหม่ล่าสุดที่อัพเกรดแล้วพร้อมได้รับการซัพพอร์ตและการรับประกันเพิ่มเติม

ปัจจัยในแง่กลยุทธ์ระยะยาว (Long-Term Strategy)

ธุรกิจควรพิจารณากลยุทธ์ความปลอดภัยระยะยาวควบคู่กับอนาคตภาพรวมของธุรกิจ เมื่อธุรกิจเติบโต ความต้องการด้านความปลอดภัยก็เปลี่ยนไป การวางแผนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อาจต้องการโซลูชันที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ไฟร์วอลล์รุ่นใหม่มักให้ความสามารถในการสเกลที่ทำได้มากขึ้น ทำให้องค์กรสามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของตนได้โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัย สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะยาวนั่นเอง

ทั้งนี้หากพบว่าทางเลือกที่ธุรกิจต้องการคือ “ต้องการอัพเกรดไฟร์วอลล์เป็นรุ่นใหม่” แต่ติดในเรื่องของงบประมาณการลงทุน WatchGuard ขอเสนอทางเลือกที่จะช่วยทำให้ทุกข้อกังวลคลายลงได้ ด้วย “WatchGuard Trade Up Program” 

การเข้าร่วม WatchGuard Trade Up Program จะทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะได้รับการปกป้องด้วยมาตรฐานความปลอดภัยล่าสุด โดยไม่รบกวนงบประมาณแม้เมื่อเทียบกับการต่ออายุ Subscription ด้วยวิธี Renewal ในแบบปกติ และที่สำคัญโปรแกรม Trade Up นี้เฉพาะสำหรับ ลูกค้า WatchGuard เดิมเท่านั้น

เพียงซื้อ WatchGuard Security Service Bundle 3 ปี รับฟรี Firewall Box 1 ตัว!

อัพเกรดความปลอดภัยไซเบอร์ของธุรกิจ ด้วยงบประมาณเบาๆ ไปกับข้อเสนอที่เหนือชั้นกว่า ด้วยโปรแกรม WatchGuard Trade Up ที่ยกระดับความปลอดภัยของธุรกิจขึ้นไปอีกขั้น โดยเงื่อนไขการเข้าร่วมเพียงคุณคือลูกค้า WatchGuard ที่ใช้งานในปัจจุบันและซื้อ WatchGuard Security Service Bundle แบบ 3 ปีเพียงเท่านี้ พี่ๆก็จะได้รับ WatchGuard Box รุ่นใหม่เอี่ยมฟรีไปเลย 1 ตัว!

ด้วยโปรโมชั่นพิเศษสุดนี้ ธุรกิจสามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครือข่ายด้วย Security Service Bundle ครอบคลุมระยะเวลาใช้งาน 3 ปีที่ทำงานร่วมกับ Firewall Box รุ่นล่าสุดจาก WatchGaurd ที่จะช่วยสร้างการป้องกันที่แข็งแกร่งจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น  WatchGuard มาพร้อมกับโซลูชั่นความปลอดภัยแบบจัดเต็ม real-time threat intelligence, IPS, antivirus, URL filtering, application control, spam blocking, reputation lookup, ฯลฯ 

นอกจากนี้ WatchGuard ยังขยายความปลอดภัยขั้นสุด ด้วยทางเลือกเสริมอื่นๆ อาทิ WatchGuard Authpoint (MFA: Multi-Factor Authentication) ระบบการยืนยันตนแบบหลายปัจจัยผ่านมือถือ และ Endpoint Protection Solution ที่มีให้เลือกทั้งแบบ EPP, EDR และ EPDR ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของธุรกิจที่แตกต่างกันไป  ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในโซลูชันเดียวที่ทรงพลัง ให้การป้องกันตลอด 24 ชั่วโมงทำให้ธุรกิจของเราปลอดภัยสูงสุดนั่นเอง

รายละเอียดสำหรับการเลือกรุ่นที่อยู่ใน WatchGuard Trade Up Program

ทั้งนี้เรายังสามารถตรวจสอบ รุ่นที่ตรงกับความต้องการของเราในปัจจุบันและอนาคตได้ที่

นอกจากนี้ สิทธิพิเศษของลูกค้า WatchGuard ที่ยังใช้อยู่ปัจจุบัน ทราบหรือไม่ว่า แม้พบว่า Subscription ยังไม่หมดแต่เนื่องด้วยธุรกิจขยายไปเร็วกว่าที่วางแผนไว้ พี่ๆก็สามารถเข้าร่วม WatchGuard Trade up Program ได้ด้วยเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องทนใช้รุ่นเดิมไปจนกระทั่งหมด Subscription โดยหากพบว่า พี่ๆต้องการที่จะ Upgrade รุ่นเพียงแจ้งความต้องการมาที่ทางออพติมุส (optimus) โดยทางบริษัทจะประสานงานกับทาง WatchGuard เพื่อช่วยเลือกรุ่นที่เหมาะสมล่าสุด รวมถึงประสานเวลาที่ยังเหลือใน Subscrition ปรับให้เข้ากับรุ่นใหม่ เพื่อรับประโยชน์ในการใช้งานที่มากกว่าและไม่เสียสิทธิจาก Subscription เดิมที่ยังไม่หมดนั่นเอง

ติดต่อทีมงานออพติมุส (optimus) เพื่อให้เราได้เข้าไปเล่าถึงประสบการณ์ แชร์ case study รวมถึงร่วมวางแผนงานประจำปีด้าน Cyber Security กับพี่ๆ ได้ ติดต่อได้ที่แผนก Marketing โดยเรามีทีมงานที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษา และมีสินค้าทดสอบการใช้งาน

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์