Skip to content

โกเท็นคูสฟิวชั่น เมื่อ AI + Wi-Fi สร้างเครือข่ายที่ฉลาดดูแลตัวเองได้

ในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนไหวบนอินเตอร์เน็ต ความเร็วและความเสถียรของเครือข่ายไม่ใช่แค่เรื่องของ “การมีดีกว่าไม่มี” แต่กลายเป็น “ไม่มีไม่ได้” ไปแล้ว ลองนึกภาพดูว่าระบบ Video Conference ค้างกลางประชุมสำคัญ หรือแอปพลิเคชันต่างๆของบริษัททำงานช้าจนพนักงานทำอะไรไม่ได้ นั่นคือวิกฤตที่หลายองค์กรเจอ

วันนี้เรามาพูดถึงโซลูชันที่กำลังเปลี่ยนเกมการจัดการเครือข่าย นั่นคือการผสานรวมระหว่าง AI-driven Network Assurance กับ Wi-Fi 7 ที่จะทำให้เครือข่ายของคุณไม่เพียงแค่เร็วขึ้น แต่ยัง “ฉลาด” และ “คาดการณ์ล่วงหน้า” ได้อีกด้วย

Wi-Fi 7 คืออะไร ดีกว่าอย่างไร

ทั้งนี้เรามาทำความรู้จัก Wi-Fi 7 กันก่อน ซึ่งเป็นมาตรฐาน Wi-Fi รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับสเปกที่ทรงพลังกว่าที่ผ่านมา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือช่องสัญญาณที่กว้างถึง 320 MHz ในย่าน 6 GHz ซึ่งกว้างกว่า Wi-Fi 6 ถึง 2 เท่า ลองจินตนาการว่าถนนวิภาวดีที่เคยมี 6 เลน ตอนนี้เพิ่มเป็น 12 เลนแล้ว รถทุกคันวิ่งได้คล่องตัวมากขึ้น ไม่ติดขัด ข้อมูลในระบบก็เช่นกัน ถ้ากว้างมากขึ้นก็ไหลผ่านได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 4K QAM (Quadrature Amplitude Modulation) ที่ช่วยทำให้ส่งข้อมูลได้หนาแน่นขึ้น เปรียบเสมือนการบรรจุสินค้าในรถบรรทุกได้มากขึ้นในพื้นที่เดิม และที่สำคัญคือ Multi-link Operation ที่ทำให้อุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อหลายย่านความถี่พร้อมกันได้ ไม่ว่าจะเป็น 2.4 GHz, 5 GHz หรือ 6 GHz การเชื่อมต่อจึงเสถียรและต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้คือความเร็วที่สูงขึ้น Latency ต่ำลง พร้อมรองรับอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากขึ้นโดยไม่กระทบประสิทธิภาพของระบบ

แล้ว AI เข้ามาเกี่ยวได้อย่างไร

โดย Wi-Fi 7 อาจจะเร็วและแรง แต่การจัดการเครือข่ายที่ซับซ้อนขึ้นก็เป็นเรื่องท้าทายไม่แพ้กัน เพราะมีช่องสัญญาณมากขึ้น ย่านความถี่มากขึ้น และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อก็มากขึ้นตามไปด้วย

นี่คือที่มาของ AI-driven Network Assurance ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็น “สมองส่วนกลาง” ที่คอยดูแลเครือข่ายในทุกมุม ทุกช่วงเวลา

ตัวอย่างการทำงานของ AI ในเครือข่าย

ณ. สำนักงานใหญ่แห่งหนึ่ง บนอาคาร 5 ชั้น มี Access Point กระจายอยู่ทั่วทุกจุด แต่ละ AP ต้องเลือกช่องสัญญาณที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้สัญญาณรบกวนกัน ซึ่งระบบ WiFi ในแบบเดิมต้องมี Network Admin คอยปรับตั้งค่าเอง ซึ่งใช้เวลานานและอาจไม่เหมาะสมในบางช่วงเวลา แต่ด้วย AI-Driven Radio Resource Management หรือ RRM มันจะวิเคราะห์สภาพแวดล้อม RF แบบ real-time ตรวจจับสัญญาณรบกวนจากแหล่งอื่น แล้วปรับช่องสัญญาณของทุก AP โดยอัตโนมัติให้เหมาะสมที่สุด และที่สำคัญคือ AI นี้จะทำงานต่อเนื่องและปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

หรือลองนึกถึงสถานการณ์ที่มีปัญหาเครือข่ายเกิดขึ้นพร้อมกัน 20 จุด คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนร้ายแรงที่สุด อันไหนต้องแก้ก่อน ด่วนสุด ซึ่งระบบ Incident Analytics & Prioritization จะเข้ามามีบทบาท โดย AI จะวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของปัญหาแบบทันที บอกว่าปัญหาไหนกระทบผู้ใช้มากที่สุด แนะนำวิธีแก้ไข หรือแม้แต่แก้ไขอัตโนมัติในบางกรณี ป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นวิกฤตใหญ่

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือความสามารถในการตรวจสอบเชิงรุก แทนที่จะรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยมาแก้ระบบ Proactive Network Monitoring จะตรวจสอบ health ของเครือข่ายตลอดเวลา คาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า และแจ้งเตือนก่อนที่ผู้ใช้จะรู้สึกถึงผลกระทบ รวมถึงวิเคราะห์ pattern และหาสาเหตุได้แม่นยำอีกด้วย

ฟิวชั่นคู่กันระหว่าง AI + Wi-Fi 7 กลายเป็น พลังไร้ขีดจำกัด

เมื่อนำ AI มาทำงานร่วมกับ Wi-Fi 7 บน Platform ของ RUCKUS One ที่รองรับ AP ระดับองค์กรอย่าง RUCKUS R770 ธุรกิจจะได้ประโยชน์สูงสุด เริ่มจากประสิทธิภาพที่เหนือชั้นในการรับส่งข้อมูลที่เร็วและมีปริมาณมาก เหมาะกับแอปพลิเคชันที่ต้องการ bandwidth สูงอย่าง 4K/8K video streaming หรือ AR/VR applications พร้อมกับ Latency ที่ต่ำมาก ซึ่งเหมาะสำหรับ real-time applications ไม่ว่าจะเป็น video conference, online gaming หรือแม้แต่ระบบควบคุมอุตสาหกรรม

ตามมาด้วยความสามารถในการรองรับสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น เช่นสนามที่มีคนนับหมื่นมาดูคอนเสิร์ตพร้อมกัน ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในวันหยุด หรือสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่น Wi-Fi 7 ร่วมกับ AI จะทำให้ทุกคนใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างลื่นไหล ไม่มีใครต้องรอนานหรือประสบปัญหาการเชื่อมต่อเลย

การจัดการเครือข่ายก็เป็นอีกเรื่องที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทีม IT ไม่ต้องเสียเวลากับงานซ้ำซากหรือการแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ อีกต่อไป เพราะ AI จัดการให้หมดแล้ว พวกเขาจึงสามารถโฟกัสกับโปรเจกต์ที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้มากขึ้น และเมื่อพูดถึงต้นทุน ด้วยระบบ AIOps บนคลาวด์ คุณไม่ต้องลงทุนสูงในโครงสร้างพื้นฐาน on-premise สามารถเปลี่ยนจาก CapEx เป็น OpEx ได้ ปรับขนาด Scale ตามความต้องการ และลดความเสี่ยงจากระบบล่มลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

การผสานรวมระหว่าง AI และ Wi-Fi 7 ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการจัดการเครือข่ายโดยสิ้นเชิง จากการ “แก้ไขเมื่อเกิดปัญหา” เป็น “ป้องกันก่อนเกิดปัญหา” และจาก “จัดการด้วยคน” เป็น “จัดการด้วยปัญญาประดิษฐ์” สนใจหรือต้องการรายละเอียดใดเพิ่มเติม ติดต่อ ออพติมุส (OPTIMUS) ตัวแทนจำหน่าย Ruckus Networks ในประเทศไทย ได้ที่

Ruckus Networks ไม่ได้เป็นแค่โซลูชั่นเครือข่าย แต่นำเสนอวิสัยทัศน์ของอนาคตที่โรงแรมสามารถสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับแขก เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความยั่งยืนไปพร้อมกัน

ในโลกที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน การมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าไม่ใช่เพียงความได้เปรียบ แต่เป็นปัจจัยที่กำหนดความอยู่รอด การเลือก Ruckus Networks คือการเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้าและนำทางอุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาโซลูชันเพื่อรับมือกับความท้าทายของ High-Density Environment หรือต้องการเครือข่ายที่ไม่เพียงแต่ทำงานได้ดี แต่ยังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม Ruckus Networks มาพร้อม EquiFlex และเทคโนโลยีอื่นๆ อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา เพราะเมื่อเครือข่ายของคุณทำงานได้ดีขึ้น ธุรกิจของคุณก็พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ และก้าวนำหน้าคู่แข่งไปอีกขั้น สนใจติดต่อ ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่าย Ruckus ในประเทศไทย ที่

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Email :  [email protected]

Line : optimusthailand

Author picture

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์
Business Development Optimus Thailand

SHARE TO:

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง