ความสำคัญของ IoT กับโซลูชั่นด้านการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร

ระบบเครือข่ายในโรงพยาบาลจะได้รับประโยชน์มากขึ้นหากมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบเน็ตเวิร์คที่ครบวงจร

Internet of Things (IoT) กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างมาก ทำให้เกิดระบบอัตโนมัติที่ล้ำหน้า มีการควบคุมสำหรับแอปพลิเคชัน IT และ OTรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย และการทำงานประเภท HVAC ในขณะที่เกือบทุกอุตสาหกรรมสามารถได้รับประโยชน์จาก IoT ในกลุ่ม Healthcare ยิ่งมีกรณีการใช้งานที่หลากหลายโดยเฉพาะ ซึ่งต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และความสามารถที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นไปได้โดย IoT หรือที่มักเรียกว่าเครือข่ายเฉพาะในอุตสาหกรรมนี้ว่า Internet of medical things (IoMT)

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่เป็น IoMT เพี่อช่วยให้การทำงานในโรงพยาบาล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

• ระบบกล้องรักษาความปลอดภัยที่เชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ในทุกพื้นที่

• ป้ายดิจิตอลเพื่อนำทางผู้ป่วยและญาติภายในโรงพยาบาล

• ระบบเตือนที่เตียงหากพบว่าผู้ป่วยตกเตียง หรือล้ม

• การเข้าถึงความบันเทิงต่างๆ ภายในห้องพักผู้ป่วย

• ปุ่มเรียกและสัญญาณเตือนเพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้จะสามารถได้รับความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

• การจัดการสินค้าคงคลังด้วย RFID เพื่อให้มั่นใจว่าสต็อกยาจะมีเพียงพอและการตรวจสอบเป็นไปได้โดยง่าย

• ระบบอัตโนมัติในอาคารที่ควบคุมระบบล็อคประตูเข้า-ออกด้วยบัตร

• ซอฟต์แวร์ Automated infrastructure management (AIM) ที่ตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยจากการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งหมดแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนอัตโนมัติและจัดการเอกสารภายในเครือข่ายทั้งหมดแบบเรียลไทม์เพื่อรักษาความปลอดภัยข้อมูลและปกป้องความเป็นส่วนตัวของคนไข้

เมื่อพิจารณาจากฟังก์ชัน แอปพลิเคชัน และบริการทั้งหมดเหล่านี้แล้ว ดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรวมการเชื่อมต่อประเภทต่างๆ มากมายเข้าไว้กับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีครบทุกอย่าง แต่มั่นใจได้ว่า กับ CommScope เรามีพร้อมสำหรับเครือข่ายการดูแลสุขภาพทั่วโลก

โครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่เรียบง่าย ยืดหยุ่น และมั่นใจได้

ด้วยอุปกรณ์ในโรงพยาบาลที่มีอยู่จำนวนมาก รวมถึงเครือข่ายที่เปิดใช้งาน IoMT การผสมผสานเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน สามารถช่วยให้การลงทุนเครือข่ายของคุณได้รับ ROI ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ CommScope ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานทั่วโลกในด้านโครงสร้างพื้นฐานไฟเบอร์ออปติก เรายังนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ RUCKUS ที่เป็นโซลูชั่น Wi-Fi และ Switching Hub ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อให้การทำงานเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันได้อย่างไม่มีที่ติ

CommScope โซลูชัน network สามารถปลดล็อกศักยภาพของ IoMT ได้อย่างเต็มที่ในเวลาที่น้อยลง—และด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า นั่นเป็นเพราะ

• โซลูชันโครงสร้างพื้นฐานของ CommScope ทุกตัวมาพร้อมกับ Application Assurance ซึ่งรับประกันว่าจะทำงานตามข้อกำหนดของแอปพลิเคชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

• โซลูชัน imVision® AIM ของเราช่วยให้คุณมองเห็นเครือข่ายทั้งหมดของคุณได้ เพื่อให้มั่นใจว่า SLA ที่กำหนดไว้จะตรงตามที่ได้ตั้งมาตรฐานไว้ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของข้อมูลก็มีอย่างครบถ้วนด้วย

• ในฐานะที่เป็นพันธมิตรด้านโซลูชั่นที่ครอบคลุม CommScope ส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการอัพเกรดอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็ว สามารถทำงานสอดคล้องกันกับอุปกรณ์ภายในโรงพยาบาล และมีมาตรฐานทำให้การจัดซื้อเป็นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

• จากทีมงานที่แข็งแกร่งทั่วโลก CommScope ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราสามารถส่งมอบเทคโนโลยีเครือข่ายของคุณได้ตามที่คุณต้องการ ทุกที่ทั่วโลก

• เครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกของเรา (เช่นวิศวกร ทีมงานออกแบบ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งและซัพพอร์ต) พร้อมที่จะให้คำปรึกษา และให้ความช่วยเหลือในการปรับใช้งานเพื่อเพิ่ม ROI ของคุณให้สูงสุดและเร็วมากขึ้น

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข่าวจาก CommScope Ruckus : https://www.commscope.com/blog/2021/the-importance-of-a-turnkey-healthcare-iot-solution/

สนใจติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Webroot กับคะแนนสูงสุดด้านความปลอดภัยจาก PassMark

อีกครั้งที่ Webroot ทำผลงานได้เหนือกว่าคู่แข่งในการทดสอบรอบล่าสุด กับ PassMark โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานในเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2564 ซึ่ง Webroot สามารถทำคะแนนสูงสุดในหมวด EndPoint Security โดย เอาชนะคู่แข่งอย่าง BitDefender™, McAfee® และ ESET®

PassMark® Software Party, Ltd. เป็นทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโซลูชันเพื่อการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของสินค้าและบริการไอทีที่ได้รับยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก

สำหรับรายงานฉบับนี้ ทาง PassMark ได้ทำการทดสอบ EndPoint Security ในตลาดรวม 9 ยี่ห้อ ซึ่งรวมถึง Webroot® Business Endpoint Security โดยการทดสอบวัดประสิทธิภาพใน 15 หมวดหมู่ ได้แก่ :

  • ขนาดการติดตั้ง
  • เวลาบูต
  • การใช้งาน CPU ระหว่างไม่ได้ใช้งานแสกนและช่วงระยะเวลาการสแกน
  • การใช้หน่วยความจำระหว่างไม่ได้ใช้งานและการสแกนในช่วงเริ่มต้น
  • การใช้หน่วยความจำตามช่วงการกำหนด Schedule การสแกน

สิ่งที่น่าสนใจคือ Webroot โดดเด่นในหลาย Category และสามารถทำคะแนนรวมสูงสุดในกลุ่มสินค้าประเภท EndPoint Security อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น เวลาในการติดตั้ง Webroot ซึ่งใช้เวลาในการติดตั้งเพียงสี่วินาที ในขณะที่คู่แข่งคนที่ทำเวลาได้ดีสุดถัดจาก Webroot ทำเวลาจากการติดตั้งมากกว่า 17 วินาที และค่าเฉลี่ยสำหรับ category นี้อยู่ที่ 162 วินาที

 

ขนาดการติดตั้งก็เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญเพราะ Endpoint Security ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะมีขนาดใหญ่ ซึ่งมีผลต่อตัว Device ที่ทำงาน เป็นผลทำให้เครื่องทำงานช้าลง หรือในบางครั้งก็ทำให้เครื่องมีปัญหาในการใช้งานเลยทีเดียว

 

Webroot ได้เปลี่ยนแนวคิดในเรื่องของ Endpoint Security โดยขึ้นเป็นระบบคลาวด์ 100% ขนาดการติดตั้งจึงเป็นอีกหัวข้อที่ Webroot สามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างขาดลอย วิธีนี้ช่วยให้ Webroot Business Endpoint Protection รันโดยที่ผู้ใช้งาน หรือ User ไม่รู้สึกเลยว่าจะเป็นการกวนการทำงานของเขาขณะที่เขาใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คนั้น

 

Webroot ยังได้คะแนนสูงสุดในหมวด Category ของการใช้ CPU ในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน การใช้หน่วยความจำในช่วงที่ไม่ได้ใช้งานระบบ การใช้หน่วยความจำระหว่างการสแกนครั้งแรก การใช้หน่วยความจำระหว่างการสแกนตาม schedule เวลาสแกนตาม schedule และการบีบอัดไฟล์และการคลายการบีบอัดไฟล์ อีกด้วย

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

XENTEMP โซลูชั่นระบบตรวจสอบอุณหภูมิห้องเย็นเก็บอาหารและวัตถุดิบ

Xentemp คือเทคโนโลยีสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิ และความชื้น ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ตู้แช่ยา, ตู้เก็บวัคซีน, ตุ็เย็น, ห้องเย็นเก็บอาหารและวัตถุดิบ, ห้อง server หรือในระบบขนส่งที่มีการควบคุมอุณภูมิต่างๆ หากตรวจพบความผิดปกติของอุณหภูมิระบบจะสามารถทำการแจ้งเตือน ผ่านหน้า Dashboard ไปยัง Smartphone, tablet, PC หรือ Notebook แบบ Realtime พร้อมแจ้งเตือนให้ตลอดเวลาเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ ผ่าน Line, Email หรือ SMS  เพื่อให้คุณตรวจเช็ค และแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

อุณภูมิในการเก็บรักษาอาหาร หมายถึงการเก็บรักษาอาหารสดและอาหารแห้ง โดยการถนอมอาหาร การเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำ อุณหภูมิที่เย็น และจนถึงจุดเยือกแข็ง ให้มีอายุได้นานขึ้น คงสภาพเดิมโดยที่ไม่เน่าหรือเสีย และปลอดภัยจากสิ่งมีชีวิตจำพวกแมลงแบคทีเรียต่างๆ

สาเหตุของการทำให้อาหารนั้นเน่าเสีย

เกิดจากเอนไซม์ที่อยู่ในอาหาร (Enzyme) ในอาหารนั้นคือ กลุ่มของโปรตีนที่มีหน้าตาพิเศษแตกต่างจากโปรตีนทั่วไป มีความสามารถในการเร่งปฎิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตได้ เพื่อใช้ในการสังเคราะห์องค์ประกอบภายในเซลล์ ระบบการย่อยอาหาร

ข้อดีของ Enzyme : จะทำให้เนื้อสัตว์นุ่ม
ข้อเสียของ Enzyme : ทำให้เกิดกลิ่นหืนเหม็น และทำให้สีเปลื่ยนไปจากเดิม (เน่าเสีย)
-จุลินทรีย์ เชื้อรา ยีสต์ แบคทีเรีย
-การป้องกันและยับยั้งไม่ให้อาหารเกิดการเน่าเสียได้ง่ายทำได้โดยการใช้ความเย็น ลดอุณหภูมิลง ง่ายๆก็คือเก็บรักษาในที่มีอุณหภูมิที่ต่ำ

การถนอนมอาหารโดยใช้ความเย็น

การใช้ความเย็น เพื่อเก็บรักษาอาหาร และถนอมอาหารเพื่อยืดอายุให้นานขึ้นและไม่ให้เกิดการเน่าเสียได้ง่าย

การเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ต่ำ: คือการเก็บอาหารไว้ในที่มีความเย็นกว่าสภาพอุณหภูมิปกติทั่วไป สามารถทำให้อาหารสดอยู่ได้นาน เช่น การนำอาหารไปแช่ใน ตู้แช่ ตู้เย็น ถังแช่เย็น และห้องเย็น

อุณหภูมิในการเก็บรักษาอาหารในแต่ละประเภท

เนื้อสัตว์สด: ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อสัตว์อื่นๆที่นิยมรับประทาน เก็บในห้องเย็นหรือตู้เย็น ควรมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า < 4℃ ถ้าต้องการจะเก็บเป็นเวลานานๆ ควรมีอุณหภูมิอยู่ที่ ต่ำกว่า -18℃

อาหารทะเล: ได้แก่ ปลา กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก และรวมไปถึงสัตว์น้ำต่างๆ ควรเก็บในภาชนะที่ป้องกันการรั่วซึมได้ อยู่ในช่วงอุณหภูมิที่ต่ำกว่า < 0℃ และ – 18℃ ตามลำดับ

ผักสดและผลไม้: ได้แก่ พืชผักสวนครัวทุกชนิด ผลไม้เมืองร้อน และเมืองหนาว ใช้กล่องสำหรับเก็บผักและภาชนะในการบรรจุที่สะอาด เก็บได้ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 4℃ –  10℃ ไม่ควรแช่ผักและผลไม้ต่ำกว่านี้เพราะจะทำให้วินตามินและแร่ธาตุถูกทำลายได้ หรือผลไม้บ้างชนิดก็ไม่เหมาะสมกับการแช่เย็น บางทีความเย็นจะทำให้เนื้อผลไม้นั้นช้ำและเสียรสชาติได้

ทำไมต้องเลือก Solution XENTEMP : ระบบตรวจสอบอุณหภูมิห้องเย็นเก็บอาหารและวัตถุดิบ

MULTIDEVICE

ใช้งานง่ายสามารถเข้าใช้งานได้จากหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค มือถือ แท๊ปเล็ต

XENEX-LOCATION

สามารถแบ่งอุปกรณ์ตามพื้นที่ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถ เลือกดูเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ หรือดูแล

สามารถแบ่งอุปกรณ์ตามพื้นที่ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถ เลือกดูเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ หรือดูแล

สามารถตรวจเช็คได้ว่าอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่หรือไม่ หากอุปกรณ์ขาดการเชื่อมต่อระบบจะแจ้งระยะเวลาที่อุปกรณ์ขาดหายไป

สรุปผลอุณหภูมิรายวันผ่านทางไลน์ แจ้งอุณหภูมิ สูงสุด ต่ำสุด เฉลี่ย และปัจจุบัน

มีการแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์มีปัญหา หรือไม่สามารถส่งสัญญาณได้ ทำให้สามารถแก้ไขได้ทันที

มีการแจ้งเตือนหากอุณหภูมิ ออกนอกช่วงที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะสูงเกิน หรือต่ำเกินไป         

มีการแจ้งเตือนเมื่อระบบกลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้ง หรืออุณหภูมิกลับมาอยู่ในช่วงที่ตั้งค่าไว้

หากต้องการใบเสนอราคา หรือสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ...

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ปรับองค์กรขึ้น Cloud Enterprise ด้วย CloudVision จาก Arista

เชื่อว่า CIO หรือทีมงานไอทีทุกคนรู้และเข้าใจเป็นอย่างดีว่า cloud เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งนำระบบคลาวด์มาใช้ เช่นการย้าย Traffic ต่างๆที่เกิดจากงานอีคอมเมิร์ซบางส่วนไปยัง Public Cloud แต่อย่างไรก็ตาม การขึ้น cloud สำหรับองค์กรก็อาจมีข้อจำกัดด้วยระบบ IT เก่าแบบเดิมที่ยังคงอยู่ ในส่วนงานต่างๆ เช่นบางแอปพลิเคชันที่สำคัญต่อการทำงานก็สามารถรันได้เฉพาะบนชุดเมนเฟรมรุ่นเก่า ทั้งนี้หากเราต้องการที่จะขึ้น Cloud เราจะมีแนวทางเริ่มต้นอย่างไรมาดูกันต่อค่ะ

เรื่องจริงในหลายองค์กรพบว่า ในหลายส่วนงานใช้โครงสร้างเทคโนโลยีแบบเดิมอยู่ รวมถึงแนวคิดในหลายๆบริษัทยังคงต้องการเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ทุกๆอย่าง ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ไอที และด้วยขอบเขตการทำงานขององค์กรมีข้อจำกัดมากมาย กลยุทธ์ Cloudification และ multi-cloud ล้วนต้องการแนวทางปฏิบัติที่เป็นระบบและมีความชัดเจนในการปรับสมดุลของปริมาณงานใน ระบบ cloud และระบบที่เป็น On-Premise

Cloud Networking Transformation

องค์กรที่เริ่มจะ Transformation ล้วนมีแนวคิดที่จะย้ายข้อมูลจากระบบเดิมไปสู่ระบบใหม่ที่มีความคล่องตัวมากขึ้น ผ่านกลไลในเรื่องของ Agility , Automation รวมถึง data set ในแบบต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วไปในระบบเน็ตเวิร์คของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังคงต้องเพิ่มการให้ความเชื่อมั่นกับผู้ใช้ระบบที่จะอยู่หน้างาน นอกจากนี้ยังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของคน กระบวนการ และเทคโนโลยี ไม่รวมถึงในบางองค์กรก็ขาดผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การนำเครือข่ายคลาวด์ระดับองค์กรไปใช้นั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วระยะเวลาเพียงข้ามคืน

Arista ขอแนะนำ CloudVision Studios

Arista ขอนำเสนอโซลูชั่นที่จะช่วยให้ท่านสามารถจัดการระบบคลาวน์ ได้ดียิ่งขึ้น ผ่าน “CloudVision Studios” เนื่องจากสามารถจัดการกับ painpoint ของข้อมูล Network ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น voice/video โปรแกรม IoT ต่างๆ การทำ data mining หรือแม้กระทั่งข้อมูลในการทำ Machine Learning โดย CloudVision จะทำให้การทำงานประจำวันสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

CloudVision เป็นสถาปัตยกรรมทางระบบเน็ตเวิร์คที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของ User และแอปพลิเคชันต่างๆให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ไอทีสำหรับปัญหาเครือข่ายและแอปพลิเคชัน และคำแนะนำในการแก้ไขที่เกี่ยวข้องดังรูปที่แสดงด้านล่าง

Analyst Deck - Arista CloudVision 2021-1

21st Century Cognitive Networking

อนาคตการจัดการเครือข่ายเน็ตเวิร์คขององค์กรทั้งที่เป็นเน็ตเวิร์คจากส่วนกลางและเน็ตเวิร์คในระดับรองลงมาจำเป็นต้องมีความคล่องตัว การเปลี่ยนรูปแบบการติดตั้งรวมถึงการแก้ไขปัญหาจากการกำหนดค่า CLI และ SNMP ในแบบเก่าเป็นการกำหนดด้วย Dashboard ในรูปแบบเฉพาะที่เรากำหนดขึ้นมาเอง จะทำให้เห็นภาพ Workflow ต่างๆ สอดประสานไปกับการทำงานร่วมกันระหว่าง Public Cloud และ On-Premise ในองค์กร และนำไปสู่การตอบสนองการทำงานและธุรกิจอย่างแท้จริง

CloudVision 2021 Overview Video

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ 

https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

การเพิ่ม หรือ ลบ AP ใน Launchpad

การเพิ่ม หรือ ลบ AP ใน Launchpad

วิธีการเพิ่มหรือลบ AP ใน Launchpad เราจะใช้ WiFi Device Registration tool Rel งานติดตั้ง หรือถอดเปลี่ยน AP ให้กับลูกค้า Register กลายเป็นงานง่ายและเสร็จเร็ว ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

คลิกดูวิธีการเพิ่มหรือลบ AP ใน Launchpad อย่างละเอียดได้ที่

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ 

https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ โสภณ ก้อนกั้น

Password คุณเดาง่ายไปหรือเปล่า

การคาดเดา Password เป็นหนึ่งในเรื่องที่ท้าทายของแฮกเกอร์หรือผู้ที่จะเข้ามาโจมตีระบบ และ “brute forcing”ได้ถูกเป็นเครื่องมือหนึ่งในการใช้เดารหัสผ่าน โดยแฮกเกอร์จะพยายามหาประโยชน์จากข้อมูลแวดล้อมหรือสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็น รหัสผ่านที่มีโอกาสถูกใช้งานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์โดยทั่วไป 

แฮกเกอร์ถอดรหัสผ่าน (password) อย่างไร?

แฮกเกอร์ ใช้ความพยายามในการคำนวณจากระบบที่ได้ตั้งไว้เพื่อถอดรหัสรหัสผ่านด้วยวิธีที่เรียกว่า “brute forcing” ด้วยวิธีนี้ ผู้โจมตีจะเดารหัสผ่านซ้ำๆ ผ่าน script คอมพิวเตอร์ ทำให้กระบวนการนี้เป็นไปโดยอัตโนมัติและง่ายดายสำหรับผู้โจมตี

ยิ่งรหัสผ่านง่าย (หมายถึงยิ่งเดาได้ง่าย) ผู้โจมตีก็จะยิ่งสามารถถอดรหัสได้เร็วมากขึ้น

วิธีการแก้ไขปัญหา?

รหัสผ่านสามารถเดาได้ง่ายมาก ที่น่าแปลกก็คือ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสิ่งนี้คือเว็บไซต์ส่วนใหญ่กำหนดให้กับผู้ใช้เมื่อสร้างรหัสผ่านใหม่ ไซต์ต่างๆจะกำหนดให้ ต้องใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่เพียงตัวเดียว มีอักขระหรืออักษรอย่างน้อย 6 ตัว ประกอบด้วย ตัวเลข และอักขระพิเศษหนึ่งตัว

ผู้โจมตีสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อคาดเดาแนวโน้มหรือความเป็นไปได้ที่คนส่วนใหญ่จะเลือกใส่ตัวอักษร หรือ ข้อมูลต่างๆ และเนื่องจากผู้ใช้จำนวนมากสร้างรหัสผ่านเดียวที่ตรงตามข้อกำหนดเหล่านี้ และใช้รหัสผ่านดังกล่าวกับเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Netflix, Facebook และ Instagram การโชคดีเพียงครั้งเดียวหาก hacker เหล่านั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จาก site ใด site หนึ่ง อาจหมายถึงการนำไปสู่ขุมทรัพย์สำหรับอาชญากรไซเบอร์เลยก็เป็นไปได้

ตัวอย่างรหัสผ่าน

Example1234!

ในกรณีส่วนใหญ่ถือว่า “ปลอดภัย” เนื่องจากเป็นไปตามมาตรฐานอินเทอร์เน็ตทั่วไปสำหรับการสร้างรหัสผ่าน ตอนนี้ให้เปลี่ยน “Example” เป็นชื่อเด็กหรือสัตว์เลี้ยง หรือชุดค่าผสมที่จำง่าย เพื่อผู้ใช้จดจำได้ง่าย

สมมติว่าผู้ใช้มีสัตว์เลี้ยงชื่อ Toby และลองผสมเข้ากับรูปแบบตัวอย่างด้านบน

Toby1234!

นี่ไม่ใช่รหัสผ่านที่ปลอดภัย ชื่อของสัตว์เลี้ยง ชื่อลูก และวันเกิดมักจะถูกค้นพบได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการขุดบัญชีโซเชียลมีเดีย ผู้โจมตีอาจต้องเข้าไปส่องเล็กน้อยบน Facebook เพื่อค้นหาตัวเลือกที่น่าจะเป็นไปได้

Passwords vs. Passphrases

Password คือชุดอักขระสั้น ๆ หรือตัวเลขผสมกัน Passphrases คือสตริงข้อความที่ยาวขึ้นซึ่งประกอบเป็นวลีหรือประโยค สิ่งสำคัญที่ควรทราบเกี่ยวกับ Passphrases คือ เมื่อได้รับอนุญาต จะมีความปลอดภัยมากกว่า Passwords แนวคิดที่ว่ารหัสผ่านควรเป็นคำเดียวนั้นล้าสมัยและการเลิกใช้จะเป็นประโยชน์ต่อความปลอดภัยของผู้ใช้อย่างมาก

วิธีการสร้าง Passphrases คือเพียงแค่เลือกบรรทัดจากภาพยนตร์ หนังสือ หรือเพลงที่คุณชื่นชอบ แล้วผสมกับตัวพิมพ์ใหญ่และตัวเลข เช่นหากเราใช้ประโยคที่โด่งดังของอาร์โนลด์ว่า “I’ll be back” (หนังดัง Terminator) เราสามารถทำให้มันเป็นข้อความรหัสผ่านที่ปลอดภัยได้อย่างง่ายดายโดย

ตัวอย่างเช่นคำเดิม : “I’ll be back”

ลบเครื่องหมาย และช่องว่าง เนื่องจากไม่สามารถใช้เป็นรหัสผ่านได้

คุณจะได้  Illbeback

 > เพิ่มตัวพิมพ์ใหญ่เป็น  iLLbeBack

> เพิ่มหมายเลขเป็น iLL3beBack

> สุดท้าย อักขระพิเศษ: iLL3beBack$

เพื่อเป็นการทดสอบเพื่อให้ได้เห็นผลจริง คุณสามารถใช้ เครื่องมือตรวจสอบรหัสผ่านนี้” เพื่อดูว่าคอมพิวเตอร์จะใช้เวลานานแค่ไหนในการถอดรหัสการสร้างใหม่ของคุณ สำหรับการเปรียบเทียบ ลองมาดูตัวอย่างรหัสผ่านง่ายๆ ของเราจากด้านบนและดูว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนในการถอดรหัส เช่นลองด้วย Toby1234! 

pw-predictability1

อย่างที่คุณเห็นมันจะใช้เวลาไม่นานเลย แค่ 1 นาที ก็สามารถที่จะ เดา Password ได้แล้ว

แล้วถ้าข้อความรหัสผ่านใหม่ของเราคือ iLL3beBack$ ล่ะ 

แน่นอนว่า คุณต้องคิดบ้างแล้วล่ะว่า รหัสนี้ปลอดภัยแล้วนะ !

pw-predictability2 (1)

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อการสร้างความปลอดภัยที่มากขึ้นของ Password

การใช้ตัว Password Manager เป็นวิธีที่ใช้ได้จริงที่สุดในการทำให้รหัสผ่านมีความปลอดภัยมากขึ้น ผู้ใช้มักหาวิธีแก้ปัญหาที่สะดวกและตัว Password Manager จะป้องกันไม่ให้พวกเขาต้องจำชุดรหัสผ่านที่ซับซ้อนสำหรับไซต์ต่างๆ ผู้ใช้สามารถบันทึกรหัสผ่านโดยอัตโนมัติด้วยปลั๊กอินอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ และปล่อยให้คุณสมบัติ autofill จัดการส่วนที่เหลือ

กฎง่ายๆ สำหรับการตั้งค่าความปลอดภัยของรหัสผ่าน :

  • ใช้ตัวสร้างรหัสผ่าน
  • ใช้ two-factor authentication(2FA) ให้มากที่สุด
  • อย่าใช้รหัสผ่านซ้ำ
  • ตั้ง Password ในรูปแบบที่คาดไม่ได้

อย่าให้รหัสผ่านที่คาดเดาได้กลับมาแว้งกัดคุณ รหัสผ่านที่ไม่รัดกุมสามารถถอดรหัสได้ภายในไม่กี่นาที ให้เลือกข้อความรหัสผ่านหรือใช้ secure password management tools มีอยู่บนเว็บในปัจจุบันแทน

อย่าเชื่อ จนกว่าคุณจะได้ลอง!

เพื่อให้องค์กรและผู้ที่สนใจได้ทดลองใช้และเข้าใจถึงแนวคิดในการป้องกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ในราคาเบาๆ

Line@

@optimusthailand

Facebook Messenger

facebook/optimusthailand

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

วิธีการกำหนดการเปิดปิด SSID บน Schedule

วิธีการตั้งเวลา อัพเกรดเฟิร์มแวร์ของ AP by Arista อยู่ไหนก็จัดการได้2

ผู้ดูแลระบบอาจต้องการให้ SSID ทำงานหรือพร้อมใช้งานตามช่วงเวลาระยะที่จำกัดในช่วงเวลา ระหว่างที่ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ WiFiและเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้
Cloud Vision WiFi ตอบสนองความต้องการนี้ด้วยความสามารถในการกำหนดเวลา Broadcast SSID
มาดูกันเลยค่ะ

มาทำความเข้าใจ วิธีกำหนดการเปิดปิด SSID บน Schedule อย่างละเอียดได้ที่

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ 

https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ โสภณ ก้อนกั้น

การตั้งเวลา WiFi Throughput Test by Arista

การตั้งเวลา WiFi Throughput Test by Arista

WiFi Downtime หรือการที่ประสิทธิภาพ WiF ลดลงในวันนี้ย่อมหมายถึงการสูญเสียประสิทธิภาพขององค์กรมันเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคอยดูแลประสิทธิภาพ ของเครือข่ายของเราสำหรับการคาดการณ์ การป้องกันและการแก้ไขปัญหาต่างๆของ Access Point

การใช้ cloud vision WiFi เราสามารถทำการทดสอบการเชื่อมต่อ Client ได้ เพื่อให้เราได้ทราบ Throughput ที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายของเราโดยสามารถเจาะจงช่วงเวลาหรือกำหนดช่วงระยะเวลาในเวลาที่เรากำหนด

มาทำความเข้าใจ วิธีกำหนดเวลาการทดสอบThroughput โดยใช้ cloud Vision WiFi กันเลยค่ะ

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ 

https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ โสภณ ก้อนกั้น

แนวทางและแผนงานการจัดการเมื่อเกิดวิกฤติเพื่อการเตรียมความพร้อม แก้ไขของ SME

Webroot_Prep_Recover_Remediation

สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจคือต้องเตรียมแผน business continuity และ disaster recovery (BC/DR) ก่อนที่จะถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามขั้นตอนและแนวทางแก้ไขที่สำคัญเพื่อเตรียมตัวและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือการโจมตีองค์กรของคุณ

ทั้งนี้อาจเริ่มจากง่ายๆ ด้วยการลงโปรแกรมป้องกันไวรัสพร้อมกับแอปพลิเคชั่นเพื่อการสำรองและกู้คืนสำหรับ User หรือเราสามารถเสริมด้วยวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นด้วย security operation center (SOC) หรือโซลูชันที่มาพร้อมกับเครื่องมือรักษาความปลอดภัยเครือข่ายอื่นๆ เช่น DNS, Web Filtering รวมถึงไฟร์วอลล์ต่างๆ, VPN, การสำรองข้อมูล การกู้คืน ฯลฯ

สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่า User หรือ ผู้ใช้ปลายทางได้รับความรู้ ได้รับการฝึกอบรมต่างๆที่เกี่ยวกับภัยคุกคามที่เกิดจากแรนซัมแวร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมฝึกอบรม การตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากเครื่องมือป้องกันและการฝึกอบรมล้มเหลว และองค์กรของคุณถูกบุกรุก คุณต้องมีแผนการป้องกันที่ทำให้ทรัพย์สินและทรัพยากรของบริษัทของคุณสามารถกลับมาทำงานได้รวดเร็วและปลอดภัย

คำถามบางส่วนเพื่อการเริ่มต้นในการเตรียมแผนงาน

  1. ใครจะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกู้คืนและการสื่อสารเมื่อแผน DR ของคุณกำลังดำเนินการอยู่?
  2. องค์กรของคุณสามารถทนทานต่อการหยุดทำงานในช่วงเวลาได้มากแค่ไหน?
  3. Service Level Agreement (SLA) อะไรบ้างที่เราต้องจัดเตรียมให้กับธุรกิจและ User
  4. User ใดที่เราจะทำการกู้ระบบขึ้นมาก่อน
  5. เราต้องใช้เครื่องมืออะไรบ้างในการลดความเสี่ยงและการหยุดทำงานภายในสภาพแวดล้อม?
  6. เครือข่าย User แยกจากเครือข่ายปฏิบัติการหรือเครือข่ายธุรกิจอย่างไร
  7. ระบบ data protection tools สามารถทำให้เรากลับมาทำงานได้เร็วแค่ไหน?
  8. ผู้ใช้จะสามารถรับข้อมูลของตนกลับคืนมาได้หรือไม่หากอุปกรณ์ปลายทางถูกโจมตี
  9. เราสามารถระบุได้ไหมว่าภายในระยะเวลาเท่าไรที่แรนซัมแวร์เข้าสู่เครือข่ายหรืออุปกรณ์ในระบบเป็นครั้งแรก?
  10. เราสามารถหยุดการแพร่กระจายของแรนซัมแวร์หรือมัลแวร์ทั่วทั้งเครือข่ายได้หรือไม่?
  11. เราสามารถฟื้นระบบได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่กำหนดได้หรือไม่?
  12. User สามารถเข้าถึงข้อมูลของตนจากระบบคลาวด์ก่อนที่จะกู้คืนได้หรือไม่

สิ่งที่ต้องมีสำหรับ Application

แนวทางแก้ไขด้านล่าง ควบคู่ไปกับแผน BC/DR ที่ใช้จริง จะช่วยลดความเสี่ยงในองค์กรของคุณและช่วยให้แก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

    • Endpoint Security Solution ที่สามารถระบุได้ว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อใร
    • DNS Security Solution ที่สามารถหลีกเลี่ยงภัยคุกคามในระดับเครือข่าย
    • โซลูชันสำหรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลที่สามารถปกป้องข้อมูลได้หากโซลูชันอื่นๆ ถูกโจมตี

แนวทางการสื่อสาร

ที่สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีคือบุคลากรที่จะเข้ามาจัดการระบบที่สนับสนุนหน่วยงานต่างๆภายในองค์กร เช่น ทีม IT  EDP และทีม Helpdesk ของคุณจำเป็นต้องพูดคุยกันเป็นประจำเกี่ยวกับวิธีที่ทีมจะสื่อสารกันเมื่อถูกโจมตี คุณต้องกำหนดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ระบบใด และเมื่อใดจัดการอย่างไรเมื่อระบบถูกโจมตี

System Response Ratings

ระบบการ Rating System จะสามารถช่วยในการพิจารณาว่าระบบใดหรือทีมงานใดต้องการระดับหรือความเร็วในการตอบสนองที่สูงกว่า ในการทำเช่นนี้ องค์กรต้องระบุค่าของระบบหรือทรัพยากร และตำแหน่งที่ทรัพยากรนั้นตั้งอยู่พร้อมจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข ซึ่งมักจะถูกกำหนดโดยมูลค่าของทรัพยากรในรูปของเงิน ตัวอย่างเช่น สมมติว่าการสูญเสียในบางระบบที่มีผลต่อรายได้ทำให้ขาดรายได้เป็นจำนวนมาก ในกรณีดังกล่าว อาจจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญที่สูงกว่าการป้องกันและการแก้ไขสำหรับเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ เช่น files Server ทั่วไป

อาจกล่าวได้เช่นเดียวกันสำหรับบุคคลหรือทรัยพยากรที่สำคัญในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่ต้องเป็นด่านหน้าในการแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งต้องแสดงถึงความสำคัญของการทำให้แน่ใจว่าทรัพยากรของพวกเขา เช่น แล็ปท็อปและอุปกรณ์อื่นๆจะได้รับการปกป้องซึ่ง มักจะมีความสำคัญไม่แพ้ กับเซิร์ฟเวอร์ที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องจัดประเภทระบบ ผู้ใช้ และลูกค้าที่เกี่ยวกับความสำคัญต่อธุรกิจ

การกู้คืนและการแก้ไข

การกู้คืนเป็นส่วนสำคัญของแผน BC/DR โดยเปรียบเสมือนเป็น playbook ว่าใครต้องทำอะไรและเมื่อไหร่ แต่การกู้คืนข้อมูลของคุณไม่เพียงพอ ผู้ดูแลระบบยังต้องเข้าใจกระบวนการแก้ไขที่จำเป็นเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติมของระบบหรือการแพร่กระจายของมัลแวร์ของส่วนที่เหลือภายในองค์กรอีกด้วย

Scenario

Ransomware โจมตี Laptop ของ User โดยเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมด โดย Laptop มีการป้องกันไวรัส แต่ไม่มีการทำ DNS Protection โดยระบบทั้งหมดอยู่ภายใต้ไฟร์วอลล์และ การทำงานผ่าน VPN โดยมีการแบ่งเน็ตเวิร์คออกเป็นกลุ่มๆ นอกจากนี้ยังมีทีมรักษาความปลอดภัยนอกเหนือจากทีมสนับสนุนผู้ใช้ปลายทาง แรนซัมแวร์ที่โจมตีเป็นแบบ polymorphic ซึ่งหมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงเพื่อป้องกันการตรวจจับ แม้ว่าจะแยกแรนซัมแวร์ออกจากระบบเมื่อเจอเป็นครั้งแรกออกแล้วก็ตาม

Solution

ขั้นตอนแรกคือการเข้าเช็คคอนโซลหรือ Dashboard ความปลอดภัยปลายทางเพื่อเรียนรู้ว่ามัลแวร์ถูกพบเห็นครั้งแรกเมื่อใดและที่ใด หากการสำรองข้อมูลยังคงทำงานอยู่ ควรระงับไว้ ณ จุดนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสำรองข้อมูลที่ติดไวรัสด้วยมัลแวร์ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งจากแดชบอร์ดหรือจากสคริปต์อัตโนมัติเพื่อระงับอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ทั้งหมดที่ถูกบุกรุก

Dashboard ควรมีความสามารถในการทำให้ระบบเป็น Single System ในขณะที่สคริปต์ต่างสามารถช่วยได้ในการ handle ร่วมกับอุปกรณ์หลายพันเครื่องในแต่ละครั้ง API สามารถช่วยทำให้กระบวนการทำงานเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เช่น การระงับการเผยแพร่ของเครื่องเป็นจำนวนมากและการกู้คืนอุปกรณ์กลับมา ในขณะเดียวกันนี้ อาจเป็นการขัดขวางการส่งต่อข้อมูลจากกลุ่มงานที่ติดไวรัส หากเปิดใช้งานการแบ่งส่วนเครือข่ายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของมัลแวร์

ถึงเวลาตรวจสอบแพลตฟอร์มการป้องกันเพื่อกำหนดวันที่ที่ไฟล์ถูกตรวจพบ เวลาที่หยุดนิ่ง และเวลาที่การเข้ารหัส/แรนซัมแวร์เริ่มดำเนินการ เมื่อข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้รับการพิจารณาแล้ว ก็เป็นไปได้ที่จะติดตามว่าองค์กรถูกละเมิดอย่างไร การทำความเข้าใจว่ามัลแวร์เข้าสู่เครือข่ายมีความสำคัญต่อการป้องกันการติดไวรัสในอนาคตอย่างไร เนื่องจากในตัวอย่างของเรา อุปกรณ์ที่ติดไวรัสแรนซัมแวร์ และกระบวนการกู้คืนที่ผ่านการทดสอบและเชื่อถือได้แล้วก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน

การทำความเข้าใจไทม์ไลน์ของเหตุการณ์มีความสำคัญต่อกระบวนการกู้คืน จำเป็นต้องทราบเวลาสำหรับขั้นตอนแรกในกระบวนการกู้คืนเพื่อตั้งเวลาในการกู้คืน เมื่อผู้ดูแลระบบไม่สามารถระบุวันที่และเวลาในการกู้คืนได้ อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบสามารถคอมไพล์เป็นไฟล์ CSV และทำเครื่องหมายด้วยหมายเลขรหัสอุปกรณ์เพื่อเปิดใช้งานการสำรองข้อมูลใดๆ อีกครั้งที่หลังจากที่หยุดลงเมื่อพบการละเมิด

เมื่อข้อมูล แหล่งที่มา รหัสอุปกรณ์เป้าหมาย วันที่ และเวลาที่จะกู้คืนถูกรวมเข้ากับสคริปต์การคืนค่าจำนวนมาก การคืนค่าจำนวนมากสามารถถูกผลักกลับไปยัง Laptop เครื่องเดิมหรือ Laptop เครื่องใหม่ได้ ขณะเดียวกัน โซลูชันที่เป็น web portal สามารถที่จะทำให้กลับไปทำงานได้อย่างรวดเร็ว

สรุป

เครื่องมือที่เหมาะสม การวางแผน ลำดับชั้นความสำคัญ และช่องทางการสื่อสารทั่วทั้งธุรกิจมีความจำเป็นสำหรับโลกไซเบอร์ เมื่อกำหนดไทม์ไลน์ของการละเมิดได้แล้ว องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพก่อนการโดนโจมตี ซึ่งกระบวนการสามารถวางแผนและทำให้สมบูรณ์ได้ด้วยการฝึกฝน 

สนใจได้ทดลองใช้และเข้าใจถึงแนวคิดในการป้องกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในราคาเบาๆ

Line@

@optimusthailand

Facebook Messenger

facebook/optimusthailand

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงปรึกษาการสร้างความปลอดภัยที่เหมาะสมกับคุณ ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

วิธีการตั้งเวลา อัพเกรดเฟิร์มแวร์ของ AP by Arista อยู่ไหนก็จัดการได้

Scheduling a WiFi Throughput Test
แน่นอนว่า Admin จะใช้ Wireless Manager ในการอัพเกรดเฟิร์มแวร์สำหรับ AP ที่ติดตั้งใหม่ หรือ AP ที่มีอยู่ในระบบ
 
Arista เขามีฟีเจอร์เด่นที่ช่วยให้ Admin อัพเกรดเฟิร์มแวร์ของ AP ได้อย่างอัตโนมัติโดยที่สามารถกำหนดเวลาที่จะอัพเกรดเวอร์ชั่นของเฟิร์มแวร์ หรือรุ่นของ AP ได้อย่างง่ายดาย
ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดในโลกก็สามารถที่จะตั้งเวลาให้เริ่มอัพเกรดในเวลาที่ต้องการได้ คลิกชมคลิปได้ที่โพสล่างนี้ค่ะ

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ 

https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

Optimus Team

Arista CloudVision WiFi : AP on Cloud ที่ดีที่สุดด้วยระบบจัดการด้วยคลาวด์อัจฉริยะ

AP Arista

หากคุณกำลังมองหา WiFi Networks แห่งอนาคต ต้องการรู้ลึกเกี่ยวกับ CloudVision WiFi เพื่อเติมเต็มศักยภาพและประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมรวมถึงความปลอดภัยบนอุปกรณ์ไร้สายของคุณเรามีอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคุณด้วย Arista Cognitive WiFi ที่มีระบบ AI มาใช้วิเคราะห์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย ช่วยให้ท่านสามารถดูแลระบบเครือข่ายได้อย่างมืออาชีพ

คลาวด์อัจฉริยะบน Access Point นอกจากจุดเด่นในการบริหารจัดการ AP บนคลาวด์จากทุกที่ทั่วโลกแล้ว Arista ยังมีระบบคลาวด์อัจฉริยะที่จะช่วยให้เครือข่ายของท่านสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ด้วยระบบ Automated Root Cause Analysis ที่จะช่วยตรวจหาสาเหตุว่า Clients ใดกำลังประสบปัญหาหรือประสิทธิการทำงานต่ำลง เพื่อช่วยให้ท่านพบปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นกับเครือข่ายของท่าน พร้อมกับแนะนำวิธีและขั้นตอนการแก้ไขปัญหา เสมือนมีกูรูด้าน WiFi ที่จะช่วยในการจัดการดูแลเครือข่ายของท่านอย่างมืออาชีพ  

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ 

https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ โสภณ ก้อนกั้น

ปรับรูปแบบการให้บริการ WiFi HotSpot บนพื้นที่สาธารณะด้วย Google’s Orion WiFi

ผู้ใช้มือถือ หรือ แท็บเล็ตในพื้นที่สาธารณะ เช่นตามห้าง สวนสาธารณะ คงเคยหงุดหงิดจากการลงชื่อเข้าใช้ Wi-Fi สาธารณะด้วยตนเองซึ่งมักจะยาก วุ่นวาย และบางทีก็ไม่ปลอดภัย ตามหลักการแล้ว การใช้งานร่วมกันระหว่างเครือข่ายมือถือไปยังเครือข่าย Wi-Fi ควรจะเป็นไปโดยอัตโนมัติและไม่มีสะดุด และด้วยระบบOrion Wifi ของ Google ทำให้การเชื่อมต่อ Wi-Fi เกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ ผ่านการทำงานของ RUCKUS SmartZone Controller โดย CommScope ซึ่งทำงานร่วมกับ Orion Wifi เพื่อการจัดการเครือข่ายที่ง่ายขึ้นและปลอดภัยสูงสุด

ในขณะที่เรื่องของสัญญาณครอบคลุมของโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้รับการปรับปรุงตลอดมาในช่วงหลายปีที่มานี้ แต่กลับพบว่า ความพร้อมใช้งานของระบบ WiFi ในอาคารกลับยังคงไม่ได้รับการปรับปรุงมากเท่าที่ควร จึงทำให้ลูกค้าหลายคนได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีในการใช้งาน

Orion Wifi จากบริษัท Google ซึ่งอิงตามมาตรฐาน OpenRoaming ช่วยทำให้ผู้ให้บริการมือถือสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม ปลอดภัย เมื่อเชื่อมต่อกับ Wi-Fi สาธารณะในสถานที่ต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามบิน หรือสวนสาธารณะ ในขณะเดียวกัน Orion Wifi ยังช่วยให้เจ้าของสถานที่สามารถสร้างรายได้จากเครือข่าย Wi-Fi ของตัวเอง โดยการให้ผู้ให้บริการมือถือเช่า หรือ แบ่งรายได้จากการใช้งาน

ความร่วมมือระหว่าง CommScope กับ Google

RUCKUS SmartZone Controller โดย CommScope สามารถทำงานร่วมกับ Orion WiFi ของ Google โดยได้ทำการเปิดตัวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Google’s Area 120 incubator และเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน Ruckus ได้ประกาศฟีเจอร์ SmartZoneOS เวอร์ชั่นใหม่ที่ปรับปรุงการรองรับแพลตฟอร์ม Orion Wifi ของ Google ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการทำงานผ่าน RadSec ซึ่งเป็นโปรโตคอลสำหรับการพิสูจน์ตัวตนที่สร้างความปลอดภัยและเสถียรมากขึ้นได้ ซึ่งช่วยให้ Orion Wifi สร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยผ่านการเข้ารหัสระหว่าง Wi-Fi และเซิร์ฟเวอร์ RADIUS ของ Google และด้วย SmartZone เฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุด การจัดการ Orion Wifi ในพื้นที่ต่างๆ ก็จะเป็นไปอย่างง่ายดายพร้อมการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด

นอกเหนือจากการรองรับ RadSec แล้ว การปรับปรุง SmartZone ยังรวมถึง:

  • การทำงานร่วมกันของ Hotspot 0 แบบเดิม (รวมถึงเวอร์ชั่น 3)
  • การปรับปรุง User Interface ใหม่ซึ่งทำให้หลายฟีเจอร์สามารถตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • เพิ่มฟังก์ชันการเข้าสู่ระบบด้วย Social Network ซึ่งอำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์การใช้งานได้ง่ายขึ้นและดีขึ้น รวมถึง Captive Portal ที่ได้รับการปรับปรุงยังช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการและดำเนินการในเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้น

ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ช่วยให้การดำเนินการของผู้ให้บริการเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น รวมถึงเพิ่มความสะดวกให้กับแขกหรือผู้มาใช้บริการ รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับรายได้ที่เกิดจากการโรมมิ่งอีกด้วย

Wi-Fi Roaming สามารถทำงานสอดประสานกันได้ดีระหว่าง CommScope และ Orion WiFi

การ offload จากเครือข่ายมือถือไปยังเครือข่าย Wi-Fi ในสถานที่สาธารณะนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้บริโภค โอเปอร์เรเตอร์และเจ้าของสถานที่มาโดยตลอด ผู้บริโภคต้องเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ด้วยตนเอง โอเปอเรเตอร์ ต้องพยายามทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และเจ้าของอาคารต้องเจรจาราคากับโอเปอร์เรเตอร์หลายเจ้า  ทั้งนี้Wireless Broadband Alliance ได้สร้างมาตรฐาน OpenRoaming ใหม่ เพื่อแก้ปัญหานี้ Orion Wifi เป็นแพลตฟอร์มของ Google สำหรับการทำ OpenRoaming

การทำงานร่วมกับ Google เพื่อสนับสนุน Orion Wifi เป็นสิ่งที่ Ruckus CommScope มอบให้กับผู้บริโภคเสมอมา ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถสร้างรายได้และรักษาความปลอดภัยเครือข่ายของตนได้ นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่ Ruckus CommScope และพันธมิตรเพื่ออนาคตการสื่อสารทีดีกว่า

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

อะไรคือ WiFi Roaming?

 

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Arista Networks จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Plume สามารถทำงานร่วมกับ VPN Service ได้หรือไม่?

หากคุณใช้ VPN สำหรับต่อไปที่ทำงานหรือโรงเรียน Plume มี VPN passthrough ทำให้อุปกรณ์ใดๆ ที่ทำงานผ่าน VPN Client  สามารถเชื่อมต่อผ่าน VPN Service ต่างๆได้

หากคุณต้องการใช้งาน VPN Service คุณสามารถเชื่อมต่อ Pod Plume ในโหมดบริดจ์ (Bridge Mode) กับเราเตอร์ที่รองรับ VPN Client ในตัว

หากต้องการเชื่อมต่อ VPN จากภายนอกบ้านสามารถทำได้โดยใช้เราเตอร์ที่รองรับ VPN Server และในการตั้งค่านี้ Pod Plume ควรตั้งค่าเป็นโหมดบริดจ์ (Bridge Mode)

บางบริการ VPN ที่เป็นลักษณะเชิงพาณิชย์จะถูกบล็อกโดย Plume’s Online Protection and Content Access Features และเพื่อทำให้สามารถใช้บริการเหล่านี้ได้ คุณจะต้องยกเลิกการปิดกั้น VPN’s domain หรือ IP Address 

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Arista Networks จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์