บริษัทผลิตรายการทีวีโทรทัศน์ได้อำนาจในการควบคุมด้วย MAX OS X และผลิตภัณฑ์ KERIO CONNECT

Our Approach

กรณีศึกษา บริษัท 318.com

บริษัท Triage Entertainment เป็นผู้ให้บริการผลิตรายการทีวีเต็มรูปแบบการันตีความสำเร็จด้วยรางวัล award-winning television series and specials บริษัทเป็นบริษัทที่มีจุดเด่นในเรื่องของการใช้เครื่อง Mac  เป็นพื้นฐานในการทำงานโดยรันอยู่บน Windows servers และ Microsoft Exchange จนกระทั่งบริษัทมีการเจริญเติบโตและเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับผลิตภาพ บริษัททำการจ้างผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเครือข่ายของ Apple ซึ่งก็คือบริษัท member 318, Inc เพื่อช่วยแก้ปัญหา 2 อย่างหลักซึ่งมีความท้าทาย

1. โครงสร้างพื้นฐานที่มีความซับซ้อน และกระบวนการทำงานที่ยังขาดประสิทธิภาพ

Active Directoryบนโครงสร้างของ Windowsมีความซับซ้อนในการดูแล มีต้นทุนที่สูงในการบำรุงรักษา และมีฟังก์ชั่นในการทำงานที่จำกัดสำหรับพนักงานส่วนใหญ่ที่ทำงานบนเครื่อง Macผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบจะต้องมีพาสเวิร์ดแยกกันเพื่อใช้งานเครื่องแมค และระบบเครือข่ายWindowsและรายชื่อผู้ติดต่อกับปฏิทินก็ไม่สามารถที่จะซิงค์กับเครือข่ายของบริษัทได้ และผลก็คือบริษัทมีการะบวนการในการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพและมีข้อจำกัด

2. ระบบเมล์ที่มีต้นทุนสูง และมีแสปมเต็มไปหมด

ผลิตภาพโดยรวมของบริษัทถูกใช้และลดลงเนื่องจากไม่สามารถควบคุมแสปมที่แทรกซึมเข้าไปในระบบ Microsoft Exchange mail server ที่บริษัทใช้งานอยู่  และปัญหาอีกอย่างก็คือเนื่องจากบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องผลิตวีดีโอและเสียงและทำการส่งข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ผ่านระบบอีเมล์ ระบบอีเมล์จำเป็นที่จะต้องใช้ add-on software เพื่อใช้งาน spam filtering virus control และ backup ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนส่วนเพิ่ม และต้นทุนสำหรับค่า license ของ Microsoft Exchange mail server ก็มีราคาที่แพงอยู่แล้ว

บริษัทมีความต้องการที่จะทำให้ระบบมีความง่ายมากยิ่งขึ้นและต้องการเสริมประสิทธิภาพของระบบอีเมล์เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถใช้งานได้ ลดความซับซ้อนให้กับทีมไอที รวมถึงลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นในเรื่องของ licensing fees

คุณ Kevin Klein ตำแหน่ง President บริษัท 318, Inc กล่าวว่า “บริษัท 318 ได้ปรับใช้องค์ความรู้เพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่อยู่นอกกรอบเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสำหรับบริษัท Triage Entertainment เราได้นำเสนอประสบการณ์ในการใช้งานด้วย Mac OS X Server Open Directory Kerio Connect และ Microsoft Windows Server เพื่อส่งมอบโซลูชั่นในการทำงานที่ดีที่สุด โดยการลดความซับซ้อนของระบบที่มีความสำคัญลง เพิ่มคุณสมบัติ groupwareและการรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ไร้สาย รวมถึงลดต้นทุนโดยรวมในการลงทุน”

Mac OS X Server’s Open Directory ส่งมอบความสามารถในการควบคุมที่ดีขึ้น ด้วยการแทนที่ Windows Server ด้วย Mac OS X Server และ Open Directory บริษัท 318, Inc.ทำให้ระบบ groupware มีความง่ายยิ่งขึ้น พัฒนาให้รองรับแพลตฟอร์มแบบผสม และมอบเครื่องมือในการควบคุมและดูแลระบบที่ดียิ่งขึ้น โดยทำให้ทีมไอทีของบริษัท Triage สามารถใช้ระบบ Managed System Preferences เพื่อการจัดการที่ดีขึ้น ClamAV(Mac OS X Server’s built-in) มอบคุณสมบัติในการแสกนไวรัส และ Open Directory ช่วยขยายจำนวนของผู้ใช้งานแบบไม่จำกัดโดยที่ไม่มีต้นทุนส่วนเพิ่ม ต้นทุนโดยรวมของค่า licenseลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึงประมาณ 33 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ Windows solution เดิม

ผลิตภัณฑ์ Kerio Connect นำเสนอคุณสมบัติที่มีความเข้มแข็งขึ้นแต่จ่ายน้อยลง บริษัทนำผลิตภัณฑ์ Kerio Connect มาใช้แทนที่ผลิตภัณฑ์ Microsoft Exchange เพื่อรองรับการทำงานของระบบอีเมล์และช่วยทำให้บริษัทสามารถนำข้อดีของผลิตภัณฑ์มาใช้เช่น anti-spam and anti-virus controls และ contact and calendaring synchronization ด้วยการใช้งานคุณสมบัติที่รวมอยู่แล้วในผลิตภัณฑ์ทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ด้วยการลดความจำเป็นในการซื้อ add-on software ซึ่งทำให้เกิด licensing fees ส่วนเพิ่ม

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

  • ผู้ใช้งาน Windows และ Macสามารถทำงานร่วมกันได้บนเครือข่ายแบบไร้รอยต่อ
  • พนักงานสามารถล็อคอินเข้าไปยังเครือข่ายและเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยการ sign-on เพียงครั้งเดียว
  • พนักงานสามารถสร้าง public foldersเพื่อแชร์ข้อมูลได้
  • พนักงานทุกคนในบริษัทสามารถเชื่อมต่อ รายชื่อ และปฏิทินร่วมกันได้ และสามารถใช้ public foldersเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ด้วยคุณสมบัติที่มีในผลิตภัณฑ์ Kerio (built-in spam filter) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถลดเวลาในการลบแสปมเมล์ และลดเวลาที่ผู้ดูแลระบบจะต้องพยายามทำ blacklist spammers
  • ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถควบคุมได้จากศูนย์กลาง ช่วยให้ทีมไอทีสามารถประหยัดเวลาในการช่วยเหลือผู้ใช้งาน ณ สถานที่ปฏิบัติงาน ด้วยการติดตั้งระบบ Mac OS X Server และ Open Directory infrastructure ร่วมกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ Kerio Connect บริษัท 318ช่วยพัฒนาระบบของบริษัท Triage ในการทำงานร่วมกันของบริษัทให้ดีขึ้น และช่วยให้กระบวนการในการทำงานมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้เครือข่ายมีความซับซ้อนน้อยลง ช่วยลดต้นทุนในการ renew  Microsoft Exchange licenses

Challenge

บริษัท Triage Entertainment เป็นผู้ให้บริการผลิตรายการทีวีเต็มรูปแบบการันตีความสำเร็จด้วยรางวัล award-winning television series and specials บริษัทเป็นบริษัทที่มีจุดเด่นในเรื่องของการใช้เครื่อง Mac  เป็นพื้นฐานในการทำงานโดยรันอยู่บน Windows servers และ Microsoft Exchange จนกระทั่งบริษัทมีการเจริญเติบโตและเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับผลิตภาพ บริษัททำการจ้างผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเครือข่ายของ Apple ซึ่งก็คือบริษัท member 318, Inc เพื่อช่วยแก้ปัญหา 2 อย่างหลักซึ่งมีความท้าทาย

Customer

Mac OS X
Kerio Connect

Services Provided

วิทยาลัย LEEDS CITY หันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ WATCHGUARD FIREWALLS

Our Approach

วิทยาลัย Leeds City เป็นวิทยาลัยที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในประเทศอังกฤษ ด้วยจำนวนนักเรียนที่ศึกษาอยู่กว่า 40000 คน และทีมงานกว่า 15000 คน วิทยาลัยได้เลือกใช้งานและติดตั้งผลิตภัณฑ์ WatchGuard XTM firewall appliances เนื่องจากสถานศึกษามีขนาดใหญ่ และมีเครือข่ายหลายเครือข่ายหลายส่วนซึ่งเชื่อมต่อกันทั้ง 3 วิทยาเขตด้วยสายไฟเบอร์และลิงค์ไมโครเวฟแบบ point-to-point

วิทยาลัยได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 โดยเป็นการรวมกันของ Leeds Collegeof Technology Leeds Thomas Danby และ Park Lane College Leeds &Keighley และรวมเพิ่มเติมเข้ากับ Joseph Priestley College และ LeedsCollege of Music ในปี พ.ศ. 2554

เมื่อได้เกิดการรวมตัวเข้าด้วยกันของ 3 สถาบันการศึกษา ก็ทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆให้กับนักศึกษา แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายให้กับหน่วยงาน ITSS ของวิทยาลัย โดยจะต้องทำการรักษาความปลอดภัยจุดเชื่อมต่อเข้าและออกของเครือข่ายที่จะเชื่อมไปยัง JANET ซึ่งเป็นเครือข่ายทางการศึกษาและการวิจัยของประเทศอังกฤษ

เพื่อนับมือกับความท้ายทาย ทีมไอทีของวิทยาลัย Leeds City  จึงพิจารณาเลือกใช้งาน WatchGuard Unified Threat Management (UTM) platform ด้วยความช่วยเหลือของหน่วยงาน Epic Net ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ทางด้าน IT ของวิทยาลัย โดยได้เลือกติดตั้งผลิตภัณฑ์ WatchGuard XTM 1520 เพื่อใช้งานแทนผลิตภัณฑ์ Cisco ตัวเก่า เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพและการควบคุมเครือข่ายที่เหนือกว่า และได้ติดตั้งตัวที่ 2 ที่วิทยาเขต Printworks Campusเพื่อให้นักเรียนกลุ่มแรกที่เข้ามาศึกษาใช้งานในเดือนกันยายน และติดตั้งตัวที่ 3 ในวิทยาเขต Park Lane Campus ในเดือนตุลาคมเพื่อสร้างเครือข่ายที่มีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์

ผลิตภัณฑ์ WatchGuard UTM firewall ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับการเชื่อมต่อรูปแบบ IPSEC or SSLVPN authorised remote access ไปยังเครือข่ายของวิทยาลัย และรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์และมือถือ รวมถึงแท็ปเล็ต ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการที่มีความหลากหลายซึ่งใช้งาน เช่น Apple Windows และ Android และยังช่วยรองรับการรักษาความปลอดภัยในการใช้งาน Microsoft Officeโดยที่นักเรียนทุกคนจะใช้งาน Office 365 email account และทำงานร่วมกันผ่านระบบ online collaborative workspace

และตัวผลิตภัณฑ์ยังมอบคุณสมบัติ  Layer 7 firewall protection และ intrusion prevention และยังช่วยให้วิทยาลัย Leeds City  สามารถจัดการเครือข่ายได้จากส่วนกลาง ด้วยความง่ายในการติดตั้งและการสร้าง policies ให้กับเครือข่ายทั้งหมด และง่ายต่อการจัดการ ดูแล รวมถึงการสร้าง log และรายงานก็สามารถทำได้ง่ายดายเช่นกัน ด้วยผลิตภัณฑ์ WatchGuard XTM firewall appliances รองรับ throughput ได้ถึง 14 Gbyte ทำให้ตัวผลิตภัณฑ์สามารถรองรับการเจริญเติบโตของวิทยาลัยไปได้อีกอย่างน้อย 5 ปีถึงแม้จะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นแต่ประสิทธิภาพก็จะยังอยู่ในระดับดีเยี่ยม

คุณ Dave Newsham ตำแหน่ง ITSS Service Delivery Manager ณ วิทยาลัย Leeds CityCollege กล่าวว่า “การขยายตัวของวิทยาลัยทำให้เกิดความท้ายทายด้านความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยผลิตภัณฑ์ WatchGuard ช่วยให้นักเรียนและทีมงานของเราสามารถใช้งานเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในบริเวณวิทยาลัยหรือไม่” และกล่าวอีกว่า “ผลิตภัณฑ์ WatchGuard XTM firewalls สามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนมากและไม่ซับซ้อนในการติดตั้งและดูแลรักษา ช่วยให้เราสามารถรับมือกับการเจริญเติบโตในอนาคตได้ และสามารถทำงานได้ตรงตามมาตรฐานของวิทยาลัย”

คุณ Dave Newshamกล่าวต่ออีกว่า “การช่วยเหลือของทั้ง Epic Netและบริษัท WatchGuard นั้นดีเกินกว่าที่เราคาดคิด” และกล่าวอีกว่า “การติดตั้งไม่สร้างความยุ่งยาก และแทบไม่ต้องหยุดการทำงานของเครือข่าย และเราก็สามารถจัดการเครือข่ายได้จากส่วนกลาง ทั้งปลอดภัยและง่ายในการจัดการ และดูแลเครือข่ายต่างๆ เราสามารถติดตาม ตรวจสอบ และสร้างผลรายงานได้ตลอดเวลา”

Challenge

วิทยาลัย Leeds City เป็นวิทยาลัยที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในประเทศอังกฤษ ด้วยจำนวนนักเรียนที่ศึกษาอยู่กว่า 40000 คน และทีมงานกว่า 15000 คน วิทยาลัยได้เลือกใช้งานและติดตั้งผลิตภัณฑ์ WatchGuard XTM firewall appliances เนื่องจากสถานศึกษามีขนาดใหญ่ และมีเครือข่ายหลายเครือข่ายหลายส่วนซึ่งเชื่อมต่อกันทั้ง 3 วิทยาเขตด้วยสายไฟเบอร์และลิงค์ไมโครเวฟแบบ point-to-point

Customer

วิทยาลัย  Leeds CityCollege

Services Provided

ผลิตภัณฑ์ WatchGuard XTM 1520s for Unified ThreatManagement

ผลิตภัณฑ์ WATCHGUARD มอบระบบการรักษาความปลอดภัย กับบริการใหม่ๆขององค์กร CCH

Our Approach

WatchGuard กับกรณีศึกษา City and County Healthcare Group (CCH)

ภูมิหลัง

City and County Healthcare Group (CCH) เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้รู้สึกเป็นอิสระเมื่ออาศัยอยู่ในบ้านของตัวเอง เมื่อ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา องค์กรมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการเจริญเติบโตขององค์กรและการเข้าซื้อกิจการ

CCH เริ่มจากการดำเนินงานในกรุงลอนดอนเพียงพื้นที่เดียว แต่จากการเข้าซื้อกิจการและการเติบโต ทำให้องค์กรขยายตัวไปทั่วประเทศอังกฤษและทางตอนเหนือของประเทศไอร์แลนด์ และนี่เองแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ และหมายความได้ถึงความท้าทายในประเด็น IT ที่องค์กรจะต้องพบเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เครือข่ายที่โตขึ้นของเครือข่ายที่แตกต่างกันด้านธุรกิจ

ปัญหา

ก่อนเกิดการขยายตัว CCH มีสาขา 12 สาขาที่ตั้งอยู่ใกล้กันในทางตะวันออกเฉียงใต้ และจากการขยายตัวที่เกิดขึ้น องค์กรจำเป็นจะต้องรักษาความปลอดภัยและความราบรื่นของระบบ IT ในขณะที่จะต้องใช้ทีมงานให้น้อยเท่าที่จะเป็นไปได้ องค์กรจึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนพื่อลดต้นทุนในด้านการจัดการ

และในวันนี้ กลยุทธ์ได้ถูกปรับให้สามารถควบคุมและสั่งการได้จากส่วนกลาง โดยในปี พ.ศ. 2554 องค์กรเลือกใช้แพลทฟอร์มในการจัดการของ Microsoft เป็นพื้นฐาน ประกอบด้วย Windows สำหรับ file and print services และ Exchange สำหรับ email และใช้ SQL Server เป็นพื้นฐานสำหรับ โปรแกรม PeoplePlanner ซึ่งเป็น web-based care management application

ด้วยข้อมูลในการทำงานและข้อมูลของผู้ใช้งานที่มีความสำคัญ นั่นหมายความถึงความต้องการในการปกป้องข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยหลักใน การพิจารณาในระดับต้นๆขององค์กร ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่องค์กรจะรีวิวในเรื่องของความสามารถในการรักษา ความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่จะนำมาติดตั้ง

ด้วยความต้องการ ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสูงสุด องค์กร CCH จึงทำการระบุโซลูชั่นที่ซึ่งสามารถติดตั้งได้ง่ายในแต่ละสาขา แต่สามารถที่จัดการได้จากศูนย์กลาง และยังต้องมั่นใจได้ถึงนโยบายในการรักษาความปลอดภัย

โซลูชั่น

ด้วยความช่วยเหลือของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งก็คือบริษัท Great Benefit องค์กร CCH เลือกใช้โซลูชั่นในการรักษาความปลอดภัยในหนึ่งเดียว (Next generation unified threat management (UTM) appliances) จากบริษัท WatchGuard และได้ติดตั้ง XTM 530 ไว้ที่ศูนย์ Data Center และติดตั้ง XTM 530 ไว้อีกตัวที่สำนักงานใหญ่ใน Wembley และเลือกติดตั้ง XTM 25-W เป็นตัวที่สองในศูนย์ Data Center เพื่อทำเป็น host สำหรับทำ recovery server ให้กับระบบหลัก

สำหรับสำนักงานสาขาในภูมิภาค บริษัท CCH เลือกใช้ XTM 22-W และ XTM 25-W และจะเพิ่มเติม XTM 26-W ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2556

ด้วย throughput ขนาด 3.5 Gbit ของผลิตภัณฑ์ WatchGuard XTM 530 ร่วมกับ firewall/VPN support ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ full packet inspection VoIP support optional application control และชุดการจัดการที่มีความง่ายและยืดหยุ่นในการใช้งาน

XTM 2 Series wireless appliances ถูกออกแบบให้สามารถรักษาความปลอดภัยสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือสาขาที่ซึ่ง ต้องการรักษาความปลอดภัยการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ซึ่งมารองรับเทคโนโลยี Dual-band 802.11/n ทำให้สามารถใช้งานเครือข่ายไร้สายได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีขององค์กร CCH ผลิตภัณฑ์ XTM 2 Series ยังทำหน้าที่เป็น endpoints for connecting a secure VPN tunnel กลับมายัง WatchGuard XTM protected network

ผลิตภัณฑ์รุ่น 22-W 25-W และ 26-W มี multiple wireless transmitters จึงทำให้องค์กร CCH สามารถติดตั้งระบบเครือข่าย guest wireless ในแต่ละสาขาในเครือข่ายไร้สายภายใน องค์กรใช้ SSID broadcast names เดียวกัน และทีมงานก็สามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังสาขาแต่ละสาขาได้อย่างไร้รอยต่อโดยไม่ ต้องมากำหนด wireless hotspot ใหม่

ด้วยพนักงานจำนวน 3 – 25 คนในแต่ละสาขาของ CCH เลือกใช้ MS Outlook หรือ Outlook Web Access ซึ่ง XTM 2 Series wireless appliances สามารถรักษาความปลอดภัยกับผลิตภัณฑ์ Microsoft ได้ รวมถึงรองรับการรักษาความปลอดภัยกับโปรแกรม PeoplePlanner การเข้าถึงเพื่อแชร์ข้อมูลบน Storage Area Network (SAN) ใน ศูนย์ datacenter ถูกทำผ่าน branch VPN

คุณ Clement Solis ตำแหน่ง IT Manager ของ CCH กล่าวว่า “เมื่อเราพิจารณาแล้ว และเราเลือกผลิตภัณฑ์ของ WatchGuard เพราะผลิตภัณฑ์นำเสนอคุณสมบัติที่ดีที่สุดและมีราคาต่อประสิทธิภาพที่ดีมาก” และกล่าวว่า “ จากการได้ทดลองใช้งานเป็นสิ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความง่าย และความตรงไปตรงมาจาก WatchGuard management server ที่สามารถทำงานกับออฟฟิสของเราที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ และใช้ทีมงาน IT ไม่มาก และเพราะว่าเรามีการใช้งานคุณสมบัติในการรักษาความปลอดภัยครบทุกคุณสมบัติ ทำให้เราสามารถลดต้นทุนของเราในการลงทุนในเซอร์วิสอื่นๆ”

สาขา โดยส่วนใหญ่ของ CCH เป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการของ CCH ดังนั้น WatchGuard appliances จึงถูกใช้เพื่อทดแทนกล่องของผู้ผลิตรายอื่นๆ และด้วยทีมไอทีที่มีอยู่น้อยในแต่ละสาขาและอยู่แยกจากกัน เราพบว่าผลิตภัณฑ์ของ WatchGuard พิสูจน์ให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพด้านต้นทุนและคุ้มค่ามาก และมีคุณสมบัติที่สามารถทดแทนผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่เดิมได้

คุณ Clement Solis กล่าวว่า “ผลิคภัณฑ์ WatchGuard มอบระบบการรักษาความปลอดภัยที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับออฟฟิสของเราทั้งหมด  ด้วยต้นทุนในการลงทุนที่ดี” และกล่าวอีกว่า “การติดตั้งก็ง่ายและเราสามารถทำการ preconfigured ผ่าน management server และเครื่องมือ centralized management tools ทำให้เราง่ายในการจัดการการอัพเดทคุณสมบัติต่างๆให้กับอุปกรณ์ทั้งหมด”

โซลูชั่นของ WatchGuard ทำให้ CCH สามารถสร้างเครือข่ายภายในผ่าน VPNs, ของสาขา และที่มากกว่านั้นคือกล่องทั้งหมดมีคุณสมบัติ Pro feature ผ่าน 3G CradlePoints ซึ่งช่วยให้สามารถใช้สาย ADSL lines และ wireless เพื่อแก้ปัญหา resilient failover

คุณ Ian Jones บริษัท Great Benefit กล่าวว่า “ด้วยการทำงานกับ WatchGuard เราสามารถมอบความสามารถในการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดซึ่งประกอบด้วย คุณสมบัติ cloud-based Reputation Enabled Defence ซึ่งช่วยหยุดความเสี่ยงในเครือข่าย cloud ก่อนที่ความเสี่ยงเหล่านั้นจะเข้ามายังเครือข่าย” และกล่าวอีกว่า “ไม่ใช่แค่เพียงเทคโนโลยีเท่านั้นแต่การซัพพอร์ทอย่างต่อเนื่องจากทีมงานของ WatchGuard ทำให้เราสามารถส่งมอบระบบในการรักษาความปลอดภัยที่มีความเข้มแข็งให้กับ ลูกค้าได้”

เพราะว่า WatchGuard รู้ดีว่าไม่มีผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใดจะสามารถทำได้ดีไปหมดซะทุกอย่าง ฉะนั้น XTM appliance ของ WatchGuard จะถูกเลือกจากผู้นำในซอฟต์แวร์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วย แอนตี้ไวรัสของ AVG  และ CCH สามารถรันซอฟต์แวร์ทางเลือกอื่นบนเครื่อง Desktop ได้ ซึ่งเท่ากับได้รับการป้องกันความปลอดภัยที่ครอบคลุมจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์ถึง 2 ราย และ spamBlocker ที่ถูกพัฒนาโดย Commtouch’s ที่มีเทคโนโลยที่เป็นสิทธิบัตร ซึ่งมี detection rate สูงถึง 99 เปอร์เซนต์ และยังมี Intrusion Prevention Service และ Application Control ที่ถูกพัฒนาโดย Websense และ BroadWeb ที่พัฒนา WebBlocker tool

และ ทั้งหมดนี้หมายความว่า CCH จะได้รับประโยชน์จากเครื่องมือที่มีความสามารถดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และรวมถึง WatchGuard’s LiveSecurity Service ที่มีการอัพเดทความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

ในอนาคต

CCH ยังมีแผนที่จะติดตั้งผลิตภัณฑ์ WatchGuard ไปยังสาขาใหม่ๆที่มีการซื้อกิจการเข้ามา และด้วยการเจริญเติบโตอยู่ที่ประมาณ 8% นี่เป็นกุญแจที่สามารถทำให้รวมระบบไปยังออฟฟิสใหม่ได้ง่าย ด้วย hub/spoke ที่ถูกติดตั้งเพื่อให้เชื่อมต่อไปยัง datacenter และสำนักงานใหญ่ ผลิตภัณฑ์ WatchGuard นำเสนอโซลูชั่นในการทำงานด้วยจำนวนไอทีไม่มาก และทำให้ต้นทุนของเราลดลง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย

สำหรับโปรเจ็คอื่นๆที่กำลังจะเข้ามาในอนาคต นั่นหมายถึงจะมีพนักงานภาคสนามที่ยังคงต้องการความปลอดภัยในการเชื่อมต่อกับ เครือข่ายขององค์กรจากอุปกรณ์และและแอพลิเคชั่น คุณ Clement Solis. กล่าวเสริมว่า “ด้วยผลิตภัณฑ์ WatchGuard เรารู้ว่าเราจะสามารถรักษาความปลอดภัยกับบริการใหม่ๆขององค์กร ด้วยการแบ่งการเข้าถึงเครือข่าย โดยจำกัดให้สื่อสารกับเซอร์วิสเท่าที่จำเป็น ผ่านการ authentication and validation mechanism ที่เข้มแข็ง”

Challenge

WatchGuard กับกรณีศึกษา City and County Healthcare Group (CCH)

Customer

WatchGuard

Services Provided

XTM 530
XTM 22-W
XTM 25-W
XTM 26-W
XTM 2 Series wireless appliances

ถึงเวลาที่แม้กระทั่งบริษัทผู้ผลิตสินค้าทางการเกษตรขนาดใหญ่ก็ต้องการเชื่อมต่อผ่าน KERIO CONNECT

Our Approach

คุณ Michel Vijverberg ได้เริ่มส่งออกดอกไม้ตัดแต่งไปยังประเทศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2519 ในขณะนั้นเขายังไม่ตระหนักถึงปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จต่อธุรกิจ บริษัท Hamifleurs B.V.  เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกดอกไม้ตัดแต่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเฮก ด้วยจำนวนทีมงานกว่า 130 คน ณ ปัจจุบันบริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศต่างๆมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก สิ่งที่ทำให้เกิดความสำเร็จของบริษัทคือ ความสดใหม่ นวัตกรรม และระบบการขนส่งแบบอัตโนมัติของบริษัท Hamifleurs ถือเป็นความเฉพาะตัวในอุตสาหกรรมดอกไม้ และอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความสำเร็จคือคุณภาพที่มอบให้กับลูกค้าทุกคนโดย ไม่เกี่ยงว่าลูกค้าคนนั้นจะอยู่ส่วนใดของโลก

ใครจะรู้ว่าบางทีดอกไม้ที่อยู่ในมือของคุณ อาจจะมาจากบริษัท Hamifleurs ก็ได้

ความจำกัดด้าน IT

ณ ปัจจุบัน บริษัทตระหนักถึงจุดอ่อนในระบบการขนส่ง บริษัทจะจัดการระบบอีเมล์ของลูกค้าได้อย่างไร ระบบอีเมล์ที่บริษัทใช้ข้อมูลถูกจัดการจากหน่วยงานภายนอกและนี่แสดงให้เห็นถึงปัญหาในการเข้าถึงและเวลาในการตอบสนอง ด้วยระบบเก่าทำให้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบอีเมล์และการนัดหมายจากอุปกรณ์ไร้สาย การใช้ e-mail clients อื่นๆ ก็ไม่สามารถใช้งานได้หรือถูกจำกัด การขยายระบบอีเมล์ทำได้ยาก และหากต้องการขยายยังต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก บริษัท Hamifleurs ต้องการระบบอีเมล์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุน ยืดหยุ่น และง่ายต่อการจัดการ

บริษัท MJK Automatisering แนะนำให้บริษัท Hamifleurs เลือกใช้ Kerio Connect โดยคุณ Michel Krabshuis ตำแหน่ง Managing Director of MJK Automatisering ผู้ซึ่งมีความรู้ในผลิตภัณฑ์ Kerio เป็นอย่างดี งานแรกที่ ต้องเริ่มทำก็คือจะต้องรวมโปรแกรม Kerio Connect เข้าไปยังฮาร์ทแวร์เดิมที่มีอยู่แล้วซึ่งก็คือ Xen virtualization software รันบน Fujitsu blade server

Kerio Connect สามารถใช้งานได้บนหลายแพลตฟอร์ม ระบบเซิร์ฟเวอร์ใหม่สามารถรวมเข้ากับระบบเครือข่ายเดิมของบริษัทได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ และ การที่ Kerio Connect สามารถรันได้บนแพลตฟอร์มที่มีความแตกต่างกันได้ จึงสามารถรันบนเครือข่ายที่ใช้บนระบบปฏิบัติการ Windows 2003 ได้ง่ายมาก และปัจจุบันนี้ทีมงานโดยส่วนใหญ่ของบริษัทใช้ Windows 7 กับ Outlook 2010 เป็น e-mail client ซึ่งทีมงานก็สามารถใช้งานคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ได้เต็มฟังก์ชั่น

ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

เวลาถือเป็นเงินเป็นทองโดยเฉพาะกับการแข่งขันในระดับนานาชาติ ต้องขอบคุณ Kerio Connect ทำให้ทีมไอทีของบริษัท Hamifleurs สามารถจัดการงานต่างๆด้วยฟังค์ชันที่มีความชัดเจนและอินเตอร์เฟสที่ง่าย Kerio Connect สามารถเพิ่มความจุได้ โดยสามารถปรับเพิ่มได้อย่างง่ายดายด้วยต้นทุนที่ไม่สูง

ผลิตภัณฑ์ Kerio Connect สามารถทำงานร่วมกันได้ดีกับระบบการขนส่งเดิม บริษัทได้รับประโยชน์จกความง่ายในการจัดการและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น ความง่ายต่อการเพิ่ม-ลดผู้ใช้งาน การทำงานได้ในหลายแพลตฟอร์ม รองรับการทำงานกับ    e-mail clients ที่หลากหลาย มีระบบ webmail สามารถทำงานกับสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตเป็นจำนวนมาก ทำงานได้แม้อยู่ในระบบที่ offline และสะดวกต่อการสำรองข้อมูล และที่สมบูรณ์แบบกว่า นั้นคือบริษัทเลือกใช้ Kerio Control ผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษาความปลอดภัยในหนึ่งเดียว (UTM solution) ซึ่งบริษัทเลือกใช้เพื่อเป็นระบบในการรักษาความปลอดภัยของบริษัท ซึ่งทำให้การสื่อสารมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ผลิตภัณฑ์ Kerio Connect สามารถทำงานร่วมกันได้ดีกับระบบการขนส่งเดิม บริษัทได้รับประโยชน์จกความง่ายในการจัดการและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น ความง่ายต่อการเพิ่ม-ลดผู้ใช้งาน การทำงานได้ในหลายแพลตฟอร์ม รองรับการทำงานกับ e – mail clients ที่หลากหลาย มีระบบ webmail สามารถทำงานกับสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตเป็นจำนวนมาก ทำงานได้แม้อยู่ในระบบที่ offline และสะดวกต่อการสำรองข้อมูล

และที่สมบูรณ์แบบกว่า นั้นคือบริษัทเลือกใช้ Kerio Control ผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษาความปลอดภัยในหนึ่งเดียว (UTM solution) ซึ่งบริษัทเลือกใช้เพื่อเป็นระบบในการรักษาความปลอดภัยของบริษัท ซึ่งทำให้การสื่อสารมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

Challenge

คุณ Michel Vijverberg ได้เริ่มส่งออกดอกไม้ตัดแต่งไปยังประเทศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2519 ในขณะนั้นเขายังไม่ตระหนักถึงปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จต่อธุรกิจ บริษัท Hamifleurs B.V.  เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกดอกไม้ตัดแต่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเฮก ด้วยจำนวนทีมงานกว่า 130 คน ณ ปัจจุบันบริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศต่างๆมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก สิ่งที่ทำให้เกิดความสำเร็จของบริษัทคือ ความสดใหม่ นวัตกรรม และระบบการขนส่งแบบอัตโนมัติของบริษัท Hamifleurs ถือเป็นความเฉพาะตัวในอุตสาหกรรมดอกไม้ และอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความสำเร็จคือคุณภาพที่มอบให้กับลูกค้าทุกคนโดย ไม่เกี่ยงว่าลูกค้าคนนั้นจะอยู่ส่วนใดของโลก 

Customer

Kerio CONNECT

Services Provided

Kerio CONNECT

Kerio CONTROL

RUCKUS WIRELESS : MODE SATHORN HOTEL

Our Approach

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและอุปทานมากกว่าอุปสงค์ ธุรกิจโรงแรมยังคงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่กระเป๋าหนักเข้ามาเป็นผู้เล่นใหม่ในวงการและพร้อมที่จะทุ่มเงินลงทุนจำนวนมหาศาลกับธุรกิจดังกล่าวแม้การคืนทุนจะใช้เวลามากกว่า 10 ปีขึ้นไป

Mode Sathorn Hotel บริหารงานโดย Siam@Siam เป็นโรงแรมระดับหรูวางตำแหน่งรูปแบบของโรงแรมเป็น Fashion Hotel  เน้นความเป็นเอกลักษณ์ เน้นความทันสมัย สวย เก๋ มีสไตล์ ระดับความสูง 38 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม 201 ห้อง ระดับราคาตั้งแต่มาตรฐานไปจนถึงระดับซูเปอร์วีไอพี ประกอบด้วยห้องพักแบบ One Bedroom Suite,  Executive Mode, Deluxe Mode, Business Studio และ President Suite ระดับหรูสุด  ทุกห้องพักประกอบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสุดหรูอย่างครบครันรวมทั้งสิ่งนันทนาการต่างๆ  กลุ่มเป้าหมายหลักของโรงแรม คือกลุ่มลูกค้านักธุรกิจระดับกลางไปถึงขนาดใหญ่  กลุ่มบริษัทผู้ประกอบธุรกิจระดับต่างประเทศ  และกลุ่มนักท่องเที่ยว เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกันยายน  2555  และได้รับการโหวตจาก Agoda.com ว่าเป็นโรงแรมระดับยอดเยี่ยม  4 ดาว จากความเห็นของแขกผู้เข้าพักทั่วโลกด้านคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย สถานที่ตั้ง การให้บริการของพนักงาน สภาพแวดล้อม/ความสะอาดของโรงแรม ความสะดวกสบายของห้องพัก อาหาร/สถานที่รับประทานอาหารในขณะที่ tripadvisor.com โหวตว่าเป็นโรงแรมที่มีระบบ WiFi  ดีที่สุดในกรุงเทพฯ”

คุณสุรเศรษฐ สมหอม ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของทางโรงแรม กล่าวว่า “ทันทีที่คุณเดินเข้ามาในโรงแรม คุณจะได้รับการบริการดูแลความต้องการของคุณด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศและระบบแสงและเสียงทั่วบริเวณส่วนกลางของโรงแรมทุกส่วนใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมหมด ทำให้การสนองความต้องการลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากโรงแรมอื่นๆบนถนนสาทรนี้ คือการเล็งเห็นถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับลูกค้าของเรา เราลงทุนกับเรื่องนี้มากซึ่งโรงแรมอื่นๆอาจไม่ได้ให้ความสำคัญตรงจุดนี้ ทางโรงแรมเลือกผลิตภัณฑ์ Ruckus Controller ZoneFlex 7025 และ Access Point ZoneFlex7343 ตั้งแต่โรงแรมเริ่มดำเนินการปรับปรุงอาคาร ฉะนั้นเราจึงพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะใช้กับระบบ Wi-Fi ในโรงแรมของเรา เหตุผลที่เราเลือก Ruckus Controller และAccess Point รุ่นดังกล่าวเพราะสามารถปรับใช้งานในทุกสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและความเสถียรของสัญญาณที่เพิ่มมากขึ้นและประสิทธิภาพการรับสัญญาณที่ไกลขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Access Point ZF7343 สามารถลดการรบกวนของสัญญาณได้ 2-4 เท่า ซึ่งเป็นVersion ที่ทาง Ruckus ได้ดำเนินการจดสิทธิบัตรอุปกรณ์ดังกล่าวเกี่ยวกับคุณสมบัติที่โดดเด่น ทำให้การทำงานของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องกังวลกับประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์เพราะดูแลรักษาง่ายไม่ยุ่งยากพร้อมการรับประกันดูแลตลอดการใช้งาน”

คุณสุรเศรษฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน Mode Sathorn Hotel ติดตั้ง Ruckus Smart Wi-Fi รุ่น ZF7025 ดังกล่าวทุกห้องพักทั้ง 201 ห้อง เพราะเรามั่นใจในประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ติดตั้งมาปีกว่าๆ ยังไม่เกิดปัญหาใดๆ เป็นสิ่งที่เราตัดสินใจไม่ผิด เหมือนคุณลงทุนครั้งเดียวแล้วไม่ต้องมากังวลกับปัญหาจุกจิก จริงอยู่ยี่ห้ออื่นคุณภาพและราคาไม่แตกต่างมาก แต่ Ruckus ก็คือ Ruckus ที่ทำให้เราเชื่อและมั่นใจว่าปัญหาต่างๆจะหมดไปเมื่อเรามอบความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ Controller ของ Ruckus กระจายสัญญาณเป็นแบบ directional ซึ่งตัวสัญญาณจะเป็นลักษณะเลขแปดครอบคลุมพื้นที่ระยะไกลได้ดีกว่าพื้นที่ระยะใกล้ ซึ่งถือเป็นข้อดี ในขณะที่สัญญาณ Omni ส่งสัญญาณเป็นวงกลมครอบคลุมระยะใกล้ได้ดีกว่า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะขึ้นอยู่กับลักษณะการติดตั้งตัวผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานมากกว่าและทิศทางของการติดตั้ง ทีมงานของ Ruckus เข้ามาทำการสำรวจพื้นที่ติดตั้งตั้งแต่เริ่มดำเนินการบูรณะตัวอาคาร เพราะฉะนั้น ประสิทธิภาพของ Ruckus สามารถทำได้ดีกว่าคู่แข่งรายอื่นๆที่เราได้ทำการทดสอบก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ”

คุณสุรเศรษฐ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ระบบ WiF iเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ธุรกิจโรงแรมเป็นงานบริการ หากคุณสามารถให้บริการลูกค้าในสิ่งที่เกินความคาดหวังของลูกค้า ลูกค้าย่อมกลับมาใช้บริการใหม่อย่างแน่นอน และบอกต่อๆไป ทุกวันนี้ลูกค้า 9 ใน 10 คนที่เดินเข้ามาพักที่โรงแรม แต่ละคนต้องมีอุปกรณ์สื่อสารอย่างน้อย 1 ชิ้นที่เกี่ยวข้องกับระบบ Wi-Fi ไม่ว่าจะเป็น Smartphone, iPad, laptop เป็นต้น ทำอย่างไรที่เราจะทำให้ลูกค้าที่พักกับเราหมดปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อกับระบบ WiFi ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโรงแรม และRuckus Smart Wi-Fi ZoneFlex ที่เราได้เลือกใช้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล ผมกล้ากล่าวว่าเราเป็นโรงแรมไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่ลงทุนกับระบบไอทีอย่างต่อเนื่องและผลิตภัณฑ์ของ Ruckus จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่ทางเราจะเลือกใช้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจของเราในอนาคต”

Challenge

Mode Sathorn Hotel บริหารงานโดย Siam@Siam เป็นโรงแรมระดับหรูวางตำแหน่งรูปแบบของโรงแรมเป็น Fashion Hotel เน้นความเป็นเอกลักษณ์ เน้นความทันสมัย สวย เก๋ มีสไตล์ ระดับความสูง 38 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม 201 ห้อง ระดับราคาตั้งแต่มาตรฐานไปจนถึงระดับซูเปอร์วีไอพี ประกอบด้วยห้องพักแบบ One Bedroom Suite, Executive Mode, Deluxe Mode, Business Studio และ President Suite ระดับหรูสุด ทุกห้องพักประกอบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสุดหรูอย่างครบครันรวมทั้งสิ่งนันทนาการต่างๆ กลุ่มเป้าหมายหลักของโรงแรม คือกลุ่มลูกค้านักธุรกิจระดับกลางไปถึงขนาดใหญ่ กลุ่มบริษัทผู้ประกอบธุรกิจระดับต่างประเทศ และกลุ่มนักท่องเที่ยว เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 และได้รับการโหวตจาก Agoda.com ว่าเป็นโรงแรมระดับยอดเยี่ยม 4 ดาว จากความเห็นของแขกผู้เข้าพักทั่วโลกด้านคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย สถานที่ตั้ง การให้บริการของพนักงาน สภาพแวดล้อม/ความสะอาดของโรงแรม ความสะดวกสบายของห้องพัก อาหาร/สถานที่รับประทานอาหารในขณะที่ tripadvisor.com โหวตว่าเป็นโรงแรมที่มีระบบ WiFi ดีที่สุดในกรุงเทพฯ”

Customer

MODE SATHORN HOTEL

Services Provided

RK-901-7343-WW00
RK-901-7025-UN01
RK-901-7025-WW01
RK-901-7025-WW02