วิธีแก้ปัญหา WiFi โดยใช้ Live Debug ง่ายๆด้วย CloudVision Wifi by Arista

How_To perform Live Client Debugging ซับไทย

คุณสามารถเลือกได้ว่า จะใช้เวลาเก็บ Log นานเท่าไหร่ / เก็บ L๐g ไว้ที่ไหน ซึ่ง Log ที่เก็บมาได้นั้น สามารถบันทึกเก็บไว้ดูย้อนหลังได้ ผลที่ได้ หน้าจอจะแสดง Cient ที่พยายามจะต่อ WiFi ตามที่เกิดขึ้นจริงตอนนั้น ในกรณีที่มีปัญหา Log นี้ จะแสดงให้เห็นชัดๆ ว่าปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนไหน การแก้ปัญหาก็จะตรงจุด ไม่เสียเวลา

ทำความรู้จัก Arista Networks มากขึ้น ได้ที่ 

https://optimus.co.th/arista-cognitive-wifi-ap-on-cloud

สนใจผลิตภัณฑ์ Arista Networks เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing 

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

Optimus Team

5 สิ่งในบ้านที่มีแล้ว อย่าแปลกใจว่าทำไมเราใช้ WiFi ไม่ได้ดีเท่าที่คิด

plume

เคยสังเกตุกันไหม ในบ้านเรา WiFi ที่เราใช้ ดูมันรวนๆ ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ทั้งๆ ที่คิดว่า น่าจะดีกว่านี้ แต่กลับไม่ใช่ และคุณรู้หรือเปล่า ทุกอย่างสามารถอธิบายได้ WiFi เป็นคลื่น การเชื่อมต่อของอุปกรณ์ การส่งข้อมูลบน WiFi จะอยู่บนคลื่นต่างๆ เหล่านั้น หลายๆ สิ่งในบ้านช่วยทำให้การกระจายสัญญานดีขึ้น แต่หลายอย่าง กลับเป็นตัวต้นเหตุที่สำคํญที่พอมีแล้ว WiFi ที่ควรจะใช้งานได้ กลับใช้งานไม่ได้ซะอย่างนั้น และนี่คือสิ่งต่างๆในบ้านที่ทำให้ WiFi ที่คุณใช้งานอยู่ ไม่สามารถทำงานได้ดีเท่าที่ควร

1. กระจก

หลายคนอาจแปลกใจ กระจกนี่นะ ใช่กระจกนี่แหละ เป็นแหล่งรบกวนคลื่นอย่างหนึ่งเลย โดยเฉพาะในบ้านที่จัดในแบบ Modern ที่มีกระจกอยู่เป็นจำนวนมาก แถมกระจกบางรุ่นวัสดุหรือสิ่งที่ฉาบเพื่อให้เกิดการสะท้อนยังเป็นโลหะอีกด้วย ซึ่งผลก็คือนอกจากกระจกเหล่านั้นจะสะท้อนแสงได้ดี เห็นภาพที่ชัดแล้ว คลื่น WiFi ที่วิ่งไปมา ก็มีผลที่ทำให้โดนการสะท้อนด้วยเช่นกัน โดยการสะท้อนดังกล่าว จะรบกวนสัญญานที่ปล่อยมาจาก WiFi Router ภายในบ้านเอง ที่จะมีผลทำให้ สัญญาณดรอปลง เพราะความจำกัดของช่องสัญญาณที่อยู่ในคลื่นของอากาศ ซึ่งทำให้ความแรงลดลง บางจุดที่ควรใช้งาน WiFi ได้ ก็กลับใช้งานไม่ได้ และผลของมันจะรุนแรงขึ้น หาก WiFi Router เหล่านั้นมีกำลังส่งที่มากขึ้น หรือวางในจุดที่ไม่เหมาะสม

WiFi ที่ต้องผ่านกระจก ชั้น หรือ สองชั้น หรือมากกว่า ล้วนมีผลต่อสัญญาน WiFi ที่ลดลงมากขึ้นเท่านั้น

2. เครื่องใช้ในบ้าน

เพื่อความสวยงาม น่าดูภายในบ้าน คุณเคยมีความคิดที่จะเอา WiFi Router ซ่อนอยู่หลังทีวี ที่ติดผนังหรือเปล่า หรือ เอ วางอยู่ตรงข้างๆ ลำโพงใหญ่ๆๆ เพราะมุมนั้นไม่เกะกะเมื่อวางเทียบกับสิ่งอื่นๆ ในบ้าน แน่นอน พื้นที่วางดังกล่าว หลบสายตา ทำให้สวยงาม แต่ในทางกลับกัน สัญญาน WiFi ที่ได้ก็จะได้ผลที่แย่ลง เพราะเกิดการกวนกันของคลื่นสัญญานเหล่านั้น

3. คอนกรีตเสริมเหล็ก

คอนกรีตเป็นวัสดุที่มีความหนาแน่นสูง และจะพบว่า สัญญาณ สามารถวิ่งผ่านได้น้อยมาก โดยเฉพาะในคลื่นที่เป็น 5GHz คอนกรีตเสริมเหล็กจะพบมากในคอนโดสูง ซึ่งต้องการความแข็งแรง และใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนัก

4. กระจกที่ติดฟิลม์กันความร้อน

กระจกที่เคลือบด้วยฟิล์มโลหะ เช่นเดียวกับกระจกที่กล่าวข้างต้น กระจกที่ติดฟิล์มกันความร้อน โดยเฉพาะการเคลือบสารโลหะบนฟิล์ม จะเกิดการสะท้อนของคลื่น WiFi มีผลทำให้สัญญาณ WiFi ที่ควรใช้งานได้ดี กลับไม่ดีอย่างที่คิด

5. มู่ลี่โลหะ

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมสัญญาณ WiFi บนระเบียงที่เราใช้ ใช้งานได้แย่มาก ทั้งที่ในห้องซึ่งห่างเพียงไม่กีก้าว กลับได้ผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากลองสังเกตุไปที่มูลี่ที่ใช้ คุณอาจมีคำตอบ โลหะที่เป็นวัสดุในการทำมูลี่ มีผลต่อการสะท้อนของสัญญาน WiFi ฉะนั้น อย่าแปลกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น

หาก 5 สิ่งนี้เป็นอุปสรรคต่อ WiFi ของคุณ ให้ Plume มาช่วยสิ !!

เราคงไม่เดินไปรอบๆๆ บ้าน แล้วถอดกระจกออก ทุกผนังทิ้ง หรือเปิดหน้าต่างตลอดเวลา เพื่อให้ได้สัญญาณ WiFi ที่ดีขึ้น ด้วย Plume Pods เป็น Mesh AP System ที่จะทำให้การเพิ่มจำนวน AP สามารถทำได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมในจุดบอด หมดความกังวลในเรื่องของสัญญาณ WiFi ที่เป็นปัญหา ปวดหัว ไร้ทางออกในที่สุด  

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Ruckus Cloud Wi-Fi ในยุค New Normal

ในปัจจุบันหลาย ๆ องค์กร อาจจะกำลังประสบปัญหา ที่พนักงานมักจะนำเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในบริษัท หรือที่เรียกกันว่า BYOD (Bring Your Own Device ) แล้วไม่สามารถสามารถเก็บ log หรือตรวจสอบการใช้งานได้ ทำให้แผนก IT ต้องปวดหัวในเรื่องนี้เป็นประจำ

จากการสำรวจพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว พนักงานบริษัทกว่า 90% จะนำอุปกรณ์ของตัวเองมาใช้ที่ทำงาน ซึ่งหากปล่อยไว้ โดยไม่มีการบริหารจัดการพฤติกรรมนี้ อาจทำให้ข้อมูลซึ่งเป็นความลับของบริษัทรั่วไหลได้

ต่อมาบริษัท Commscope Ruckus ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้มีการพัฒนา Solution Ruckus Cloud Wi-Fi ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ โดย Ruckus Cloud Wi-Fi นั้นจะมี Feature หนึ่งที่เรียกว่า “Guest Access” โดยการใช้งานเหล่านี้เป็นการ Authen ด้วย SMS ของโทรศัพท์ของพนักงานแต่ละคน ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวจะช่วยในการระบุตัวตนของพนักงาน ทำให้แผนก IT สามารถนำข้อมูลในส่วนนี้ไปทำงานต่อได้ โดยตัว Ruckus Cloud Wi-Fi นั้น ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย ที่จะเข้ามาช่วยให้แผนก IT บริษัทของคุณสามารถทำงานได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

เราจะสามารถใช้ตัว Ruckus Cloud WiFi ได้อย่างไร?

คำตอบง่ายมากเลยครับ แค่เรามี Access Point ของ Ruckus เราก็สามารถซื้อ License Cloud Wi-Fi มาใส่เพื่อใช้งานได้ทันที โดยคุณสมบัติเด่น ๆ ของ Ruckus Cloud Wi-Fi ก็ยกตัวอย่างเช่น สามารถบริหารจัดการแบบ Multisite ได้ในกรณีที่บริษัทของลูกค้ามีหลายสาขา และหากลูกค้ามีการใช้งานตัวกระจายสัญญาณ หรือที่เรียกกันว่า Switch ของ Ruckus ด้วยแล้วนั้น ตัว Ruckus Cloud Wi-Fi ก็สามารถบริหารจัดการ Switch ได้ด้วยเช่นกัน โดยเข้าผ่านหน้า Console เดียวกัน ไม่ว่าจะมี AP หรือ Switch กี่ไซต์ ก็สามารถนำมาจัดการบน Ruckus Cloud ได้

โดย Ruckus Cloud นั้น สามารถเข้าถึงได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น Mobile Application หรือ Web Browser โดยผู้เขียนหวังว่า Solution นี้จะที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในยุค New Normal นะครับ

ทดลองใช้ CommScope Ruckus Cloud ฟรีวันนี้ สามารถเข้าดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ : https://bit.ly/RUCKUSCloudFreeTrial

สนใจติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ ศุภชัย กิตติวรกุล

หลุด Source Code เกมส์ดัง FIFA 21 จากกลุ่ม Reemerging Hacking Group

สมาชิกกลุ่มแฮ็ค KickAss ที่ดำเนินการโดย Leakbook อ้างว่ามีซอร์สโค้ด FIFA 21 แบบเต็มๆ ซึ่งพวกเขาได้ลงขายในฟอรัมแฮ็คยอดนิยม นอกเหนือจากซอร์สโค้ด FIFA 21 พวกเขายังอ้างว่าสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ matchmaking , ซอร์สโค้ด Frostbite, คีย์ API ส่วนตัว และเครื่องมือการพัฒนาอื่นๆ อีกด้วย

กลุ่ม KickAss ล่มสลายไปแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2019 ที่ผ่านมาหลังจากได้รับความสนใจจากสื่อ จากการอ้างว่ามีเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ในเหตุการณ์ 9/11 และเกือบสองปีต่อมาในเดือนธันวาคม 2020 กลุ่มดังกล่าวกลับมาออนไลน์ใหม่อีกครั้ง (คำเตือน : เราไม่แนะนำให้เยี่ยมชมไซต์ที่ซ่อนอยู่นี้)

kickass-960x521

พบ Leakbook

เราพบว่า Leakbook ได้แสดงตัวอย่าง source code บางส่วนอัพขึ้นเวป ซึ่งดูเหมือนเป็นซอร์สโค้ดและไฟล์จากบริษัทจริง แต่ทั้งนี้เราไม่มีทางรู้เลยว่า โค้ดในตัวอย่างดังกล่าวมาจาก FIFA 21 จริงหรือไม่

proof

อนึ่ง Entertainment Arts (EA) เจ้าของเกมส์ FIFA ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เรากำลังตรวจสอบเหตุการณ์การบุกรุกเครือข่ายตามข่าวที่ออกมา ซึ่งระบุถึงการขโมยซอร์สโค้ดเกมและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแต่ทั้งนี้น่าจะอยู่ในขอบเขตที่จำกัดมาก” และดูเหมือนว่าการละเมิดดังกล่าวจะไม่มีข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่น รวมถึง รายการเนื้อหาที่ละเมิดจาก Leakbook ก็ไม่ได้กล่าวถึงข้อมูลผู้ส่วนตัวของนักเล่นเกมส์คนใด ซึ่ง EA อ้างว่าไม่มีข้อมูลดังกล่าวหลุดสูญหายไปจากระบบแน่นอน

ทั้งนี้สำหรับคนทั่วไปที่มีข้อไม่สบายใจ โดยเฉพาะการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ มีข้อที่พวกเราย้ำอยู่เสมอว่าหากคุณมีข้อมูลที่มีค่า และมีความสำคัญ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ป้องกันอย่างเหมาะสมหลัง Firewall และตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลนั้น อยู่เสมอ

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

พบกับ SuperPod ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด WiFi 6

ฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังที่สุด: SuperPod ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี WiFi 6 ซึ่งเป็นมาตรฐาน WiFi รุ่นล่าสุด ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับความเร็วที่เร็วมากขึ้นและสามารถจัดการเครือข่ายในบ้านที่มี Device ต่างๆ ที่หลากหลายและมีจำนวนมาก  SuperPod พร้อม WiFi 6 ไม่เพียงแต่ใช้งานได้กับอุปกรณ์ WiFi รุ่นเก่าทั้งหมด (802.11) ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่รองรับ WiFi 6 รุ่นใหม่ๆ ที่จะออกมาได้อีกด้วย

WiFi 6 คืออะไร?

ไม่มีใครเคยพูดถึง WiFi 5 หรือแม้กระทั่งการพูดถึง WiFi 1, 2, 3 และ 4 ซึ่งก็ไม่คุ้นเคย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนไม่คุ้นเคยกับระบบการตั้งชื่อแบบนี้

WiFi 6 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 โดยทีม Wi-Fi Alliance องค์กรที่รับรองอุปกรณ์การใช้งาน WiFi สากล โดยได้มีการประกาศ ถึงการพัฒนาระบบการตั้งชื่อใหม่เพื่อให้ผู้ใช้งาน  


WiFi มีความเข้าใจในซีรีย์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถกล่าวได้ว่า อุปกรณ์ที่รองรับ WiFi 6 นั้น จะสามารถรองรับ WiFi ที่ใช้เทคโนโลยี 802.11ax ได้อย่างแน่นอน โดยคำนำหน้า “802.11” ระบุเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย  ในขณะที่ “ax” หมายถึงเทคโนโลยีในแต่ละช่วง (เดิมมี a,b,g,ac เป็นต้น)

เทคโนโลยีใน WiFi 6 จะมีความเร็วที่เร็วกว่า WiFi 5 อย่างมาก (802.11ac) และได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับแบนด์วิดท์จากอุปกรณ์ device ต่างๆ ที่มีจำนวนที่มากขึ้น ซึ่ง WiFi 6 ย่อมดีกว่า WiFi 5 อย่างแน่นอน

หากพูดถึงฮาร์ดแวร์…

สำหรับกลุ่มสินค้า HomePass นั้น SuperPod ที่คุณมีอยู่แล้วจะยังคงให้ WiFi ที่มีรวดเร็วและเสถียรภาพแก่คุณผู้ใช้งาน และหากคุณวางแผนที่จะซื้ออุปกรณ์ที่เป็น WiFi 6 ซึ่งแน่นอนอุปกรณ์ดังกล่าวจะมีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ คุณอาจต้องการอัปเกรดเครือข่ายของคุณให้เป็น SuperPod ซึ่งมาพร้อม WiFi 6 เพื่อแสดงศักยภาพที่แท้จริงของอุปกรณ์ WiFi 6 เหล่านั้น

และแม้หากคุณตัดสินใจที่จะไม่อัปเกรด ให้เป็น WiFi 6 คุณก็ยังคงจะยังคงทำงานได้อย่างดีไม่มีปัญหา   

ปกป้องด้วย HomePass

SuperPod หรือ SuperPod ที่มี WiFi 6 คุณยังคงสามารถใช้ HomePass เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ในบ้านของคุณ โดยเราจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจาก WiFi ไม่ว่าจะเป็นรุ่นล่าสุดหรือไม่ก็ตาม 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ออพติมุสร่วมกับ บริษัท Partner Industrial Revolution จัด Live สดชวนคุยเรื่อง Digital transformation culture friction “ลดแรงต้านจากคนตรงกลางอย่างไรให้สำเร็จ”

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564 ออพติมุสร่วมกับบริษัทพาร์ทเนอร์ เปิดประเด็นพูดคุยในเรื่อง “ลดแรงต้านจากคนตรงกลางอย่างไรให้สำเร็จ” ในรายการ โค้ชต๋องชวนคุย 

ต้องยอมรับว่า 90-95% ขององค์กรที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทรานฟอร์ม เหตุผลหลักคือ ขาดการบริหารแรงต้านอย่างถูกวิธี การสื่อสารจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผู้บริหารระดับจัดการ ( C Level ) ต้องให้ความสำคัญ ลงมานำทัพและสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริหารระดับกลางเห็นภาพขององค์กรในอนาคต ที่เราต้องร่วมเดินไปด้วยกัน

ประเด็นชวนคุย

– วิธีมองหาสัญญาณของแรงต้าน
– การบริหารแรงต้านอย่างมืออาชีพ
– เมื่อเกินแรงต้านขึ้นแล้ว ควรทำอย่างไร

Author picture

Optimus Team

ตั้งรหัสยาก ๆ แต่จำง่าย ๆ ทำไง

ตั้งรหัสยาก ๆ แต่จำง่าย ๆ ทำไง2

เคยมั้ยครับ ..

บริษัทออกนโยบายบังคับให้เราตั้ง Password ใหม่ทุก ๆ 6 เดือน แล้วยังมาบังคับอีกว่า Password จะต้องมีตัวเล็ก ตัวใหญ่ ตัวเลข เครื่องหมาย รวมกันไม่น้อยกว่า 8 ตัว และห้ามซ้ำกับของเดิม เฮ้อ…..

นโยบายแบบนี้ เพื่อหวังว่า ผู้ใช้หรือลูกค้า จะให้ความร่วมมือ ตั้ง Password ที่อยู่นอก Dictionary แต่นโยบายแบบนี้ก็ถูกผู้ใช้ตลบหลังด้วย P@ssw0rd1, P@ssw0rd2, P@ssw0rd3 ไล่ไปเรื่อย ๆ โจรก็เดา Password ได้ในที่สุด แล้วข้อมูลก็ถูกขโมย ธุรกิจก็เสียหาย

ไม่ต้องพูดถึงองค์กรที่ไม่มีนโยบายบังคับเรื่อง Password และปล่อยให้ผู้ใช้ตั้ง Password กันตามใจชอบ โอกาสโจรแอบ Logon เข้าระบบด้วยการเดา Password เป็นไปได้สูงมาก

ทีนี้จะตั้ง Password อย่างไร ให้ปลอดภัย "จริง ๆ "   

หลักคิดคือ จะติดกล้องที่ไหน อย่าถามตำรวจ ให้ถามโจร ดังนั้น จะตั้ง Password อย่างไรให้ปลอดภัยจากโจร ก็ต้องรู้ว่า โจรเดา Password ของเราถูกได้อย่างไร

วิธีการเดา Password แบบ Dictionary Attack แบบใช้คำในพจนานุกรมนั้น เก่าแล้วครับ ตอนนี้ใน Dictionary ของโจร มี Password ใช้บ่อยด้วย เช่น P@ssw0rd หรือ 1q2w3e4r หรือ 1234567890 พวกนี้ไม่อยู่ในพจนานุกรม แต่มาจาก Password ของจริงที่รั่วไหลมาจากผู้ให้บริการหลายแห่งครับ

ลองค้นคำว่า Google password leak หรือ Facebook password leak หรือ Hotmail password leak แล้วลองอ่านข่าวกันดู จะเห็นว่า Password รั่วกันปีละเป็นพันล้าน คนบนโลกนี้ตั้ง Password อะไรกันบ้าง โจรเดาทางออกได้หมดโดยศึกษาจากฐานข้อมูลที่รั่วไหลพวกนี้

ก้าวหน้าไปกว่านั้น คำที่ใช้บ่อยใน Search Engine ก็เป็นอีกฐานข้อมูลที่โจรเอามาประกอบใน Dictionary เช่นกัน เช่นคำว่า isylzjko ที่มาจากการพิมพ์คำว่า รหัสผ่าน บนแป้นพิมพ์อังกฤษ คำนี้ก็อยู่ใน Dictionary ที่โจรใช้เหมือนกัน 

ใครสนใจงานวิจัยเรื่องนี้ ไปอ่านต่อกันที่นี่ ครับ 

อันนี้ขำ ๆ ลองโหลด Password Dictionary (10 ล้าน Password) จากที่นี่ โหลดมาแล้วลองค้นดูว่า Password ที่คุณใช้อยู่นั้น อยู่ใน Dictionary หรือไม่

สรุปว่า Password Dictionary ของโจร ก็คือ คำภาษา + Password ใช้บ่อย + คำ Search บ่อย

ดังนั้น ลองมาพิสูจน์ว่า รหัสผ่านของเราปลอดภัยหรือไม่ ก็ลองนำรหัสผ่านของเรา ไปค้นจาก Google แล้วดูเนื้อหาว่า Search Result ตรงกับคำที่เราพิมพ์หรือไม่ เช่น พิมพ์ว่า isylzjko (รหัสผ่าน บนแป้นอังกฤษ) แล้วได้ผลการค้นหาเป็นหน้า web ที่เกี่ยวกับรหัสผ่าน คำนี้ถือว่าใช้ไม่ได้ 

ลองค้นคำว่า dkig,nv’ (การเมือง บนแป้นอังกฤษ) แล้ว Google แสดงผลการค้นหาเป็นหน้า web การเมือง คำนี้ไม่ใช่รหัสผ่านที่ดีเช่นกัน

ลองค้นคำว่า 8iy;ginvo (ครัวเรือน บนแป้นอังกฤษ) ปรากฎว่า Google ไม่ได้พบอะไรที่ตรงกับคำว่า “ครัวเรือน” ที่พิมพ์บนแป้นอังกฤษ รหัสผ่านแบบนี้ใช้ได้ครับ

คำไทย-พิมพ์แป้นอังกฤษ ก็พอจะสร้างรหัสผ่านยาก ๆ แบบจำง่าย เอาไว้ใช้ทุก ๆ 6 เดือนได้ อาจจะเติมตัวเลขหรือเครื่องหมายให้มันครบเงื่อนไขอีกนิดหน่อย แต่ก็มีหลายคำที่ Google สามารถเดาความหมายออกได้ ซึ่งถ้า Google หาเจอ โจรก็หาเจอเช่นกัน

แต่ผมมีวิธีผลิต Password ที่ได้ผลดีกว่า Google Search ไม่ค่อยเจอครับ ลองวิธีนี้ครับ คำอังกฤษ-อ่านไทย-พิมพ์แป้นอังกฤษ 

ลองค้นคำว่า rklg;biNf ซึ่งมาจาก password -> พาสเวิร์ด -> rklg;biNf ผลการค้นหาจะไม่มีอะไรเกี่ยวกับ password หรือ รหัสผ่าน

ลองค้นคำว่า Fr]b9bd ซึ่งมาจาก Politic -> โพลิติก -> Fr]b9bd ผลที่ได้ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเมือง

แนวคิดคือ ถ้าคุณทำ Google งงได้ โจรไล่คุณไม่ทันแน่นอน !!! 


หากท่านต้องการปรึกษาเพื่อให้ทางออพติมุสแนะนำอุปกรณ์/โซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับองค์กรของท่าน เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87

marketing@optimus.co.th

@optimusthailand

Ransomware คืออะไร ทำงานอย่างไร พร้อมวิธีแก้ไข

ล่าสุด Ransomware ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงอันดับหนึ่งของโลกไซเบอร์ วันนี้ออพติมุสจะพาไปรู้จักมัลแวร์ที่ชื่อแรนซัมแวร์ การเข้ารหัสไฟล์ (Encryption) และวิธีการทำงานของมันอย่างละเอียด

Ransomware คืออะไร

Ransomware คือมัลแวร์ชนิดหนึ่งที่เข้ารหัสไฟล์ของเหยื่อแล้วขโมยข้อมูลของเหยื่อไป จากนั้นผู้โจมตีก็จะเรียกค่าไถ่จากเหยื่อ เพื่อให้เหยื่อจ่ายเงินแลกกับการได้ข้อมูลคืน โดยส่วนใหญ่แล้วเหยื่อจะยอมจ่ายเงินเพื่อขอข้อมูลคืน และค่าไถ่จะอยู่ระหว่างไม่กี่พันบาทจนถึงหลักหมื่น หรือจ่ายในรูปแบบของ Bitcoin

วิธีการทำงานของ Ransomware

Ransomware จำนวนมากสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ๆ และหนึ่งในวิธีที่ใช้เข้าถึงระบบมากที่สุดคือการใช้ phishing spam (Phishing spam คือไฟล์อะไรก็ตามที่แนบมากับอีเมลที่ส่งหาเหยื่อ) ปลอมตัวเป็นอีเมลที่น่าเชื่อถือ เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดและเปิดไฟล์ที่แนบมาแล้ว ผู้โจมตีก็สามารถเข้าครอบครองคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้โจมตีใช้เครื่องมือ social engineering ที่หลอกลวงเหยื่อเพื่อจะได้เข้าไปถึง administrative access นอกจากนี้ ransomware ยังมีในรูปแบบอื่น ๆ อีก เช่น NotPetya ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ security ในการเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ โดยไม่จำเป็นต้องหลอกลวงเหยื่อเลย

มัลแวร์สามารถทำอะไรกับคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้หลายอย่างเลย และวิธีที่พบบ่อยที่สุดคือการเข้ารหัสไฟล์ของผู้ใช้ ส่วนการที่จะถอดรหัสได้นั้นก็มีเพียงผู้โจมตีเท่านั้นที่ทำได้ ในกรณีที่ผู้ใช้โดนมัลแวร์โจมตี ระบบจะขึ้นข้อความประมาณว่า “ตอนนี้คุณไม่สามารถเข้าถึงไฟล์ได้แล้ว และถ้าจะให้ถอดรหัสให้คุณต้องจ่ายเงินเป็น Bitcoinให้เรา”

ในทางกลับกันบางองค์กรก็ดึงดูดผู้โจมตีเอง เพราะดูเหมือนจะจ่ายค่าไถ่ได้เร็ว ตัวอย่างเช่นหน่วยงานราชการหรือองค์กรทางการแพทย์ที่มักจะต้องใช้ไฟล์ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา รวมถึงบริษัทกฎหมาย และองค์กรอื่น ๆ ที่มีข้อมูลสำคัญ ๆ ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้อาจจำใจต้องจ่ายเพื่อให้ข่าวลือมันเงียบไป และเป้าหมายเหล่านี้มักกลัว leakware attacks หรือคำขู่จากผู้โจมตีที่อ้างว่าจะเปิดเผยข้อมูลออกไปหากไม่จ่ายเงินด้วย

วิธีการทำงานของ Ransomware

มีหลายวิธีในการป้องกัน Ransomware ซึ่งวิธีข้างล่างนี้เป็นวิธีป้องกันด้าน security ทั่ว ๆ ไป ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือเราควรหมั่นอัปเดตข่าวสารวิธีป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบอยู่บ่อย ๆ

  • หมั่นอัปเดต patche อยู่เสมอ เพื่อจะได้มีช่องโหว่น้อยลง
  • อย่าติดตั้งซอฟต์แวร์หรือให้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบกับคนอื่น
  • ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่สามารถตรวจจับโปรแกรมที่เป็นอันตราย เช่น Ransomware ได้ และติดตั้ง whitelisting ซอฟต์แวร์ด้วย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้แอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านเข้ามาได้
  • Backup ไฟล์บ่อย ๆ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยหยุดการโจมตีจากมัลแวร์ แต่มันช่วยสร้างความเสียหายได้น้อยลงมาก กรณีถ้าในอนาคตคุณถูกโจมตีน่ะนะ

เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝัน เช่น การโจมตีแบบฟิชชิง !!

ออพติมุสมีบริการผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูแลด้านความปลอดภัย พร้อมกับ Firewall box ที่ไม่ต้องลงทุนด้านอุปกรณ์เอง
 
โดยเป็นการเช่าบริการใช้ Firewall และผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบ และยังมีระบบอีเมล์ที่จะช่วยให้องค์กรของท่านปลอดภัยจาก Ransomeware ได้อีกด้วย
 
 
สร้างความปลอดภัยทางด้าน IT ภายในองค์กรของคุณด้วยทีมงานมืออาชีพเฉพาะด้าน
 
เริ่มต้นเพียง 10,500 บาท/เดือน
(พร้อมอุปกรณ์ใหม่ พร้อม License full Security)
 

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

โทร : 02-2479898 ต่อ 87 

ใช้ WiFi ที่บ้านอย่างไรให้เหมือน WiFi ในออฟฟิศ สามารถติดต่อ Server ทั้งหมดได้แบบง่ายๆ!!

WatchGuard-Remote-Work-Security-600x300

ปัจจุบันทุกองค์กรต่างหันมาใช้วิธีการ Work Form Home (WFH) กันจนเป็น New normal เนื่องด้วยปรากฏการโรคระบาดอย่างที่เรารู้กันคือ Covid 19 !! ซึ่งหลายๆคนต่างก็ต้องมาเรียนรู้วิธีเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์จากอินเตอร์เน็ตบ้านไปยังเครือข่ายใน Office ซึ่งบางแผนกจำเป็นต้องใช้ข้อมูลภายใน ใช้โปรแกรมภายใน และการแชร์ข้อมูลต่างๆผ่าน share drive แน่นอนว่าทุกคนต้องเรียนรู้วิธีการใช้ Software VPN เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อจากอินเตอร์เน็ตที่บ้านมายังออฟฟิศได้

ทางออพติมุสนำเสนอ Solution : Remote Access Point(RAP) ด้วย AP WatchGuard วิธีนี้ช่วยให้ตัวกระจายสัญญาณสามารถทำท่อสำหรับส่งข้อมูลจากเครือข่ายที่บ้านมายังออฟฟิศได้ทันที โดยไม่ต้องทำการเชื่อมต่อ VPN Software จากเครื่อง Notebook ให้ยุ่งยาก  ตัวกระจายสัญญาณของ WatchGuard มีฟีดเจอร์ Remote Access Point(RAP) ที่ทำหน้าที่เป็นตัว VPN Client มายังออฟฟิศได้ ซึ่งตัว AP จะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลต่างๆที่ได้รับจากผู้ใช้ แล้วจะส่งข้อมูลต่อให้อัตโนมัติ เช่นหากผู้ใช้ติดต่อ Social ต่างๆ ตัว AP ก็จะส่งข้อมูลออกทาง router ปกติ แต่หากผู้ใช้มีการเปิด Share Drive จากออฟฟิศ ตัว AP ก็จะทำหน้าที่ส่งข้อมูลกลับมายังออฟฟิศอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกยุ่งยากในการเชื่อมต่อ และการเชื่อมต่อแบบนี้สามารถใช้งานแบบต่อเนื่องได้เลย โดยหากมีอุปกรณ์อื่นๆที่ต้องการใช้งานก็สามารถนำมาเกาะ WiFi และเชื่อมต่อได้ทันที

ซึ่ง Access Point WatchGuard รองรับการทำงานร่วมกับ Firewall WatchGuard ได้ทันที หากลูกค้ามี Firewall WatchGuard อยู่แล้วก็ซื้อแค่ AP ไปติดตั้งก็ทำงานได้ทันที หรือหากต้องการทั้ง Firewall และ AP สามารถติดต่อทีมขาย เพื่อสอบถามข้อมูลได้เลยครับ

แหล่งข่าว : Click!!!

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ กิตติศักดิ์ อนุวงศ์สกุล

ฟูจิฟิลม์ในญี่ปุ่น ระบุตรวจเจอแรนซัมแวร์ในเครือข่ายของทางบริษัท

Laptop computer with the system being locked by ransomware cyber attack

ฟูจิฟิล์มโดน Ransomware

ฟูจิฟิล์ม คอร์ปอเรชั่น ออกแถลงการณ์ว่าบริษัทประสบกับการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ซึ่งขัดขวางการดำเนินธุรกิจ โดยในช่วงดึกของวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 บริษัทได้ทำการปิดเครือข่ายและเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดเพื่อกำหนดขอบเขตเสียหายและขนาดของการโจมตี รวมถึงปิดระบบที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดโดยประสานงานกับหน่วยงานทั่วโลกต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

จากคำแถลงขั้นต้น บริษัทได้ตรวจสอบการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากภายนอกบริษัท และได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญภายนอกด้วย โดยทาง FUJIFILM ยืนยันว่าผลกระทบของการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจำกัดอยู่ในเครือข่ายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น (Ransomware)

ฟูจิฟิล์ม ออกมากล่าวขออภัย

“เราจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมและจำเป็นทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเรามีความปลอดภัย เราขออภัยอย่างยิ่งต่อลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเราสำหรับเหตุการณ์และความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น”

และเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางบริษัทได้เริ่มนำเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และคอมพิวเตอร์ที่ยืนยันว่าปลอดภัย กลับมาใช้งานตามปกติ และได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวไปยังกรมตำรวจและ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

Hitesh Sheth ประธานและ CEO ของ Vectra บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในเมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย อธิบายว่า “ในการโจมตี Fujifilm ทำให้เราเห็นถึงความพยายามในการทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ทั้งนี้ Fujifilm ยังเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีการประมวลผลที่สำคัญสำหรับการทดสอบ COVID-19 ดังนั้นสิ่งนี้จึงเท่ากับว่าเป็นการทำลายความพยายามด้านสาธารณสุขทั่วโลก การโจมตีในระบบขนาดใหญ่ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพชีวิตอาทิ เชื้อเพลิง, อาหาร, การขนส่ง  ตอนนี้เกิดขึ้นทุกวันและเกือบทุกที่ทั่วโลกซึ่งมีผลต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนต้องการการป้องกันและร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น”

Dirk Schrader รองประธานระดับโลกฝ่ายวิจัยด้านความปลอดภัยของ New Net Technologies (NNT) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ในรัฐฟลอริดากล่าวว่า “บริษัทที่ตรวจพบการโจมตีของแรนซัมแวร์กำลังถูกทำให้ต้องปิดเครือข่าย IP ทั่วโลกทั้งหมด ซึ่งเป็นการบอกถึงโครงสร้างของบริษัทและความสามารถของพวกเขาในการตรวจจับการโจมตีที่อาจทำได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และเพื่อให้เกิดการควบคุมของบริษัท เพื่อจำกัดการแพร่กระจาย แต่อาจถูกจำกัดมาจากการจัดการ

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

Mail as a Service คืออะไร

บริการ Mail as a Service (MaaS) คือบริการที่เอื้อต่อองค์กรต่าง ๆ ที่ใช้อีเมลในการติดต่อธุรกิจจำนวนมาก มีความยืดหยุ่น และปรับขนาดได้ ซึ่งช่วยให้พนักงานในบริษัทส่งอีเมลจากภายในแอปพลิเคชันใดก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเพื่อรองรับกรณีมีการใช้งานอีเมลที่มีความหลากหลาย รวมถึงการทำธุรกรรมหรือการสื่อสารทางอีเมลจำนวนมาก กับขนาดพื้นที่การใช้งานที่ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบอีเมลได้ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูล

 

ทำไมบริการ Mail as a Service ถึงสำคัญ?

  • บริการ Mail as a Service ช่วยสร้างและดูแลอีเมลทั้งหมดของบริษัท ทำให้บริษัทไม่ต้องมาคอยนั่งดูระบบอีเมลเองให้เสียเวลา
  • ไม่ต้องเสียเวลาในการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์อีเมลเอง
  • ช่วยป้องกัยภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั้งหลาย ที่จะเข้ามาผ่านทางอีเมลบริษัท
  • บริการ Mail as a Service ช่วยทำให้การส่งอีเมลของบริษัทคุณมีประสิทธิภาพ เช่น อีเมลส่งแล้วไม่หาย อีเมลไม่ไปอยู่ใน Junk Mail หรืออีเมลขึ้นมาว่าเป็นสแปม ฯลฯ

คุณสมบัติของ Mail as a Service

มาดูกันว่าทำไมคุณต้องใช้บริการนี้? อะไรที่ทำให้บริการนี้พิเศษจนคุณไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง? มาดูสาเหตุกัน:

Spam Prevention

ความสามารถในการปรับขนาดในการใช้อีเมลได้ นับว่าเป็นคุณสมบัติเด่นของบริการ Mail as a Service เลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่แล้วค่าใช้จ่ายในการปรับขนาด จะคิดตามการใช้งานจริงของบริษัทคุณ

การส่งอีเมลอาจดูไม่มีอะไร แต่มีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง เช่น การป้องกันสแปม การตีกลับ (bounces) และการบันทึก SPF จะต้องได้รับการดูแลป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบริษัทของคุณส่งอีเมลในปริมาณมาก อีเมลของคุณอาจเข้าไปอยู่ในกล่อง Junk Mail ได้ง่าย ๆ เลย

 

ดังนั้นการใช้บริการ MaaS จะสามารถตรวจสอบได้ว่าอีเมลของคุณไม่ได้เข้าไปอยู่ในกล่อง Junk Mail แน่นอน นอกจากนี้การที่อีเมลถูกตีกลับก็สำคัญเช่นกัน หากคุณไม่อยากให้เซิร์ฟเวอร์อีเมล overload เกินไป การใช้บริการ MaaS ก็สามารถช่วยคุณแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้

Scalability

ความสามารถในการปรับขนาดในการใช้อีเมลได้ นับว่าเป็นคุณสมบัติเด่นของบริการ Mail as a Service เลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่แล้วค่าใช้จ่ายในการปรับขนาด จะคิดตามการใช้งานจริงของบริษัทคุณ

Analytics

บริการ MaaS สามารถตรวจสอบได้ว่ามีคนเปิดอ่านอีเมลของคุณมากแค่ไหน รวมถึง parameters ต่าง ๆ เช่น click tracking, unsubscribe rates และ bounce ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่สำคัญเพื่อประเมินคุณภาพของและประสิทธิภาพของอีเมลที่ส่งออกไป ซึ่งบริการ MaaS บางเจ้าก็สามารถสร้างหน้าแดชบอร์ดแบบ custom ได้

Rounding up

บริการ Mail as a Service เป็นบริการที่เหมาะกับทุกบริษัท โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการพื้นที่การใช้งานอีเมลที่มากขึ้น นอกจากนี้การใช้บริการ outsource เพื่อดูแลการส่งอีเมลทั้งขาเข้าและขาออกนั้นเป็นประโยชน์ต่อองค์กรคุณในระยะยาวมากกว่า โดยเฉพาะหากการใช้อีเมลในบริษัทคุณเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้บริษัทของคุณเติบโตและมีความน่าเชื่อถือ

สนใจผลิตภัณฑ์เรามีพันธมิตรพร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อแผนก Marketing

02-2479898 ต่อ 87 

มีกันหรือยัง Security Solutions ประจำเครื่องของคุณ?

หากคุณ เป็นหนึ่งในทีมไอที ก็คงมีมาตรฐานสำหรับการทำงานมาโดยตลอดว่า ในองค์กรนั้น ควรจะ หรือ จะต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องดาวน์โหลดโปรแกรม หรือไฟล์ต่างๆ จากแหล่งที่ถูกต้องและเป็นทางการของเจ้าของ (Vendor) รวมไปถึง การทำการ BackUp หรือการสำรองข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและขาดไม่ได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการ อัปเดตอุปกรณ์ไอทีและแอปพลิเคชันอย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอ เพื่อเลี่ยงช่องโหว่ที่เป็นทางเข้ามาของโจรไซเบอร์ได้ และยิ่งสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน มีการ Work From Home อย่งแพร่หลาย คนไอทีอย่างเราๆ ก็คงหนีไม่พ้น เรื่องการดูแล รักษา การต้องตั้งค่าการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ก และการใช้ VPN เพราะตอนนี้ พนักงานในองค์กรคงจะต้องใช้การการเชื่อมต่อเข้ามายังภายในองค์กร โดยตามหลักการแล้ว พนักงานทั่วไป ก็มักจะเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กไวไฟเข้ามา ผ่าน VPN ซึ่งข้อมูลทั้งหมดของคุณจะถูกเข้ารหัส ไม่ว่าค่าเซ็ตติ้งของเน็ตเวิร์กจะเป็นอย่างไรก็ตาม และคนภายนอกก็ไม่สามารถเข้ามาอ่านได้ แต่อย่าลืมว่า เมื่อพนักงานมีการใช้อินเตอร์เน็ตสำหรับเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กเข้ามานั้น บางที เราก็ไม่สามารถการันตีได้ว่า จะทำให้ทุกเครื่องของผู้ใช้งานนั้น มีความปลอดภัยจากภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ได้ เพราะฉะนั้นหากคุณมี Solution ที่จะสามารถช่วยให้ภาระงานของทีมไอทีเบาบางลงได้ ก็คงจะดีกว่าไม่น้อย

ออพติมุสขอแนะนำ WatchGuard Passport” ให้กับผู้ใช้งานทุกคน เพราะ WatchGuard เป็น Bundle Solution Security Service ที่รวบรวมทุก ๆ solution ในด้านความปลอดภัยของ WatchGuard เอาไว้  ได้แก่ AuthPoint / DNSWatchGO / Endpoint Security อย่าง Panda Adaptive Defense 360

 

มาทำความรู้จักกับ WatchGuard Passport

WatchGuard Passport นั้น WatchGuard เป็น Bundle Solution Security Service ที่รวบรวมทุก ๆ solution ในด้านความปลอดภัยของ WatchGuard เอาไว้ ซึ่งก็แน่นอนว่า จะต้องเป็น Solution ที่รับรองความปลอดภัยให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้งานอย่างแน่นอน เริ่มจาก

AuthPoint เป็นโซลูชัน Multi-factor Authentication หรือการยืนยันตัวตนแบบหลากหลายขั้นตอน โดย AuthPoint จะเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนของคุณ ให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับใช้เพื่อพิสูจน์ตัวตนแทน ซึ่งโซลูชันดังกล่าวมาในรูปของแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานทั้งบน  Apple iOS และ Android สามารถบริหารจัดการได้อย่างง่ายดายโดยผ่านระบบ Cloud ส่งผลให้สามารถติดตั้งระบบพิสูจน์ตัวตนบนอุปกรณ์ของพนักงานได้ทั่วโลก รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์บนเครือข่าย บริการออนไลน์ และ Cloud Applications หลากหลาย

DNSWatchGO เป็นการป้องกันและปกป้องการหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตด้วยวิธีการกรองข้อมูลของ DNS เพื่อตรวจจับและทำการบล็อกจากอันตรายที่จะมาโจมตีระบบและพนักงานภายในองค์กร ตัวอย่างเช่น ถ้ามีการโจมตีเพื่อหลอกลวงจากบุคคลภายนอกโดยทำผ่าน Website ต่าง ๆ และพนักงานได้คลิกเพื่อที่จะไปดูข้อความในหน้า Website นั้น ๆ WatchGuard จะทำการเปลี่ยนหน้า Website จากหน้าที่มีการโจมตี มาเป็นหน้าของการให้ความรู้ว่า Website ที่คุณพยายามจะเข้านั้นไม่ปลอดภัย

Panda Adaptive Defense 360 เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัส หรือ Antivirus ที่มีระบบการป้องกันไวรัส ที่ครอบคลุมการใช้งานพื้นฐาน ที่สามารถตรวจสอบความผิดปกติของระบบ และทำการกำจัดไวรัส ได้ทันทีเมื่อตรวจพบ มีระบบป้องกันภัยคุกคามแบบ real-time และมีการพัฒนาต่อยอดจากสถาปัตยกรรมการป้องกันไวรัสจากรุ่นก่อน มาสู่การใช้เทคโนโลยี AI Machine Learning รวมถึงความสามารถด้านการวิเคราะห์พฤติกรรม Behavior Analysis ไปจนถึงการตรวจสอบกับฐานข้อมูลโปรแกรมขนาดใหญ่แบบ Big Data ทำให้ Panda Adaptive Defense 360  สามารถควบคุมดูแลสอดส่องทุกๆ process ที่ทำงานในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้ง 3 โซลูชั่นนี้ ทาง WatchGuard แพ็คมาให้คุณด้วยกันภายใต้ชื่อ WatchGuard Passport ดังนั้น คุณจะมั่นใจได้ทันที เมื่อมีการปกป้องจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง WatchGuard มาอยู่บนเครื่องของคุณ

หากคุณต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ต้องการที่ปรึกษาในด้านความปลอดภัยจากการถูกโจมตีจากภัยคุกคามต่างๆ เรายินดีที่จะเคียงข้างคุณ เรายินดีที่จะเคียงข้างคุณ ให้คำปรึกษาอย่างเต็มใจและปลอดภัยที่สุด ติดต่อได้ที่         

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ จิตร์ธีรา กิตติพัฒน์ธนคุณ