Hamilton Telecommunication โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ เลือกใช้บริการ FTTH ด้วย DZS Gigabit GPON เชื่อม 21 เมืองในรัฐเนแบรสกา

DZS (Nasdaq: DZSI) ผู้นำตลาด Fiber Broadband ภายในและนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยี GPON และ XGS PON ได้ประกาศความร่วมมือผ่าน Hamilton Telecommunications ในการวางโครงข่าย Gigabit Fiber ครอบคลุม 21 เมืองในรัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการ Nebraska Broadband Bridge Grant เพื่อลูกค้าในเขตชุมชนและพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ความเร็วกิกะบิต ใช้งาน Wi-Fi รวมไปถึง IPTV และสื่อความบันเทิงอื่นๆ

ทั้งนี้ Hamilton Telecommunications เลือกใช้ DZS Velocity Access Edge และโซลูชัน DZS Helix Home Edge เพื่อให้บริการแบนด์วิดธ์ในช่วงเริ่มต้นที่ระดับความเร็วหนึ่งกิกะบิต ครอบคลุมทุกพื้นที่เน้นการให้บริการในวงกว้างให้ได้เร็วที่สุด พร้อมกันนี้ยังสามารถขยายขอบเขตการให้บริการเป็นแบบมัลติกิกะบิตได้อย่างง่ายดายหากมีความตัองการใช้งานที่มากขึ้นในอนาคต 

“การตัดสินใจของ Hamilton Telecommunication ในการนำเสนอบริการ Fiber to the Home บรอดแบนด์ความเร็วระดับกิกะบิตแก่สมาชิกที่อยู่ในพื้นที่ใช้งาน กำลังเชื่อมต่อช่องว่างทางดิจิทัลและเปลี่ยนแปลงการให้บริการอินเตอร์เน็ตในชุมชน ทั้งในเขตเมืองและชนบท” แอนดรูว์ ฟินเกลสไตน์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายขายอเมริกาเหนือของ DZS กล่าว “ Hamilton Telecommunication คาดการณ์ถึงความต้องการทางเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะถูกวางไว้บนเครือข่ายของพวกเขาในไม่ช้า แอพพลิเคชั่น Metaverse,  AR/ VR รวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและ คุณภาพชีวิตของชุมชนที่จะดียิ่งขึ้น ซึ่งทาง DZS ตั้งใจที่จะสนับสนุน Hamilton Telecommunication ต่อไปพร้อมกันกับที่พวกเขาที่กำลังสร้างข้อเสนอที่จะให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการขยายโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ระดับโลกไปยังพื้นที่ด้อยโอกาสอื่นๆ ต่อไป”

ซึ่งในประเทศไทย ที่การใช้งาน FTTH เป็นไปอย่างกว้างขวาง DZS ผู้นำด้าน GPON เทคโนโลยีที่เกิดจากการ merge รวมกันระหว่างบริษัท Dasan (DNS) ยักษ์ใหญ่ด้าน GPON จากประเทศเกาหลี และ Zhone จากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งก่อตั้งในปี 1999 โดยทั้งสองบริษัทต่างเป็นยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในอุตสาหกรรม GPON หรือ Fiber Broadband มาเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้ ออพติมุส (optimus) ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ได้เตรียมสินค้าหรือโซลูชั่นต่างๆ เพื่อบุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น DZS Chronos, DZS Velocity, DZS Helix ที่เน้นการเชื่อมต่อแบบบอร์ดแบนด์ รวมถึง DZS FiberLAN ที่เน้นการเชื่อมต่อสำหรับตลาด Enterprise ทั้งภายในและภายนอกอาคาร และ XCelerate by DZS ที่เป็น Multi-Gigabit บอรด์แบนด์ ซึ่งทั้งหมดล้วนออกแบบมาบนมาตรฐานระดับโลก และอยู่ในราคาที่จับต้องได้ รองรับการทำงานในกลุ่มงานโทรคมนาคม และ  เอ็นเตอร์ไพรซ์ทั่วไป ทั้งนี้หากลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ใดมีความสนใจ สามารถติดต่อที่ตัวแทนขายของทางบริษัท สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

เข้ารหัสผ่าน ให้ปลอดภัยในโลก Cyber ด้วยรหัส 2 ชั้นแบบ MFA

เปลี่ยนอุปกรณ์พกพาให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับใช้พิสูจน์ตัวตนแบบ Multi-factor Authentication (MFA) รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ให้บริการในรูปแบบออนไลน์ รวมไปถึง Cloud Applications พร้อมระบบ SSO ที่จะทำให้การเชื่อมต่อปลอดภัย และไม่มีสะดุด ที่สำคัญคือราคาย่อมเยาว์ เนื่องจากไม่ต้องลงทุน ซื้อ Hardware Tokens หรือเซิร์ฟเวอร์สำหรับบริหารจัดการเพิ่มเติม

ประโยชน์

  • ป้องกันการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ รวมถึงรหัสโปรแกรมต่างๆ ที่มีความเสี่ยงจากการใช้รหัสผ่านแบบเดิมๆ ป้องกันความเสี่ยง ด้วยการเข้ารหัสผ่านแบบ 2 ชั้น ผ่านขั้นตอนที่เรียบง่าย

ปัญหา

  • บุคลากรมีการสร้างรหัสที่คาดเดาง่ายจนเกินไป
  • ป้องกันการสูญหายของข้อมูลเมื่อเกิดการขโมยอุปกรณ์
  • ลดการจดจำรหัสผ่านที่ซับซ้อน

เหมาะสำหรับ

  • การรักษาความปลอดภัย จากการเข้ารหัส 2 ชั้น ซึ่งมีวิธีง่ายๆ แต่ปลอดภัยสูง

ตรวจสอบ จัดทำรายงานทรัพย์สินด้านไอที Software Hardware ทั้งองค์กร

สิ้นปีทีไร ต้องปวดหัวกับการไล่ค้น ไล่เช็ค Hardware และ Software ต่างๆ ในองค์กรอยู่เสมอ ว่า Ram ยังอยู่ครบมั้ย มีใครเอาโปรแกรมเถื่อนมาติตั้งหรือไม่ คงเป็นเรื่องยุ่งยากมากไปอีก หากในองค์กรของเรามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นหลักร้อยหลักพันเครื่อง จัดทำรายงานทรัพย์สินด้านไอทีของท่านเพียงไม่กี่คลิกกันดีกว่า

ประโยชน์

  • จัดการ Assets บนคอมพิวเตอร์ทั้ง Software, Application และ OS ผ่านระบบบริหารจัดการจากจุดเดียว โดยไม่ต้องเดินทาง

ปัญหา

  • Software, Application และ OS ที่มีมากขึ้นในปัจจุบันนั้นมีมากขึ้น และใช้เวลาในการจัดการ รวมถึงใช้เวลาในการเดินทางเกิดข้อผิดพลาดในการทำรายงาน จากอุปกรณ์ที่มีจำนวนมาก

เหมาะสำหรับ

  • การดูแลคอมพิวเตอร์ที่มีจำนวนมาก
  • การตรวจสอบรายการอุปกรณ์ ซอร์ฟแวร์ ฮาร์ดแวร์ (Audit) ตามมาตรฐานที่ต้องการความแม่นยำสูง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

จัดการ Patch ต่างๆให้สอดคล้องต่อโปรแกรมของเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ในโรงแรม

ไม่ประสงค์อัพเดท Patch เพราะบางระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ อาจจะไม่รองรับโปรแกรม จะหยุดยั้งหรือจัดการแพทเหล่านี้ได้อย่างไร ในเมื่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เหล่านี้มีจำนวนมาก และกระจายไปทั่วโรงแรม อีกทั้งยังมีการลักลอบอัพเดทแพทจากยูสเซอร์ผู้มีน้ำใจ ซึ่งปัญหาที่ยากจะควบคุมเหล่านี้ ก็มักจะก่อผลเสียที่ร้ายแรงและยากที่จะตรวจสอบ ได้ในเวลาอันสั้น หยุดปัญหานี้ด้วย Solution Patch Management กันดีกว่า

ประโยชน์

  • จัดการ Patch ต่างๆของ Software, Application และ OS
  • กำหนดช่วงเวลาอัพเดทแบบอัตโนมัติ
  • ป้องกันการอัพเดทแบบอัตโนมัติ หรือจากฝีมือยูสเซอร์

ปัญหา

  • Software, Application และ OS มีการอัพเดท Patch เอง ก่อให้เกิด Traffics มหาศาลซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ 
  • คอมพิวเตอร์มีจำนวนมาก และประจำการอยู่แต่ละพื้นที่

เหมาะสำหรับ

  • การดูแลคอมพิวเตอร์ที่มีจำนวนมาก Software และ Application ที่มีหลากหลายขึ้นทุกวันในปัจจุบัน

ป้องกันมัลแวร์บน Notebook & MacBook

ก่อนการมอบ Notebook, MacBook ให้บุคลากรของท่านนำไปใช้งาน มั่นใจได้แค่ไหนกัน ว่าจะไม่ได้รับหรือติด Malware มาจากที่อื่นๆ แล้วมาเป็นพาหะในองค์กรของเราอีกที ซึ่งอาจจะก่อผลเสียจากการแฮก เข้ารหัสข้อมูลของเรา นำข้อมูลลับไปเผยแพร่ และอีกสารพัดการขู่ เพื่อเรียกค่าไถ่แลกกับความปลอดภัยของข้อมูล

ประโยชน์

  • ป้องกันภัยคุกคามต่างๆ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มี

    การใช้งานนอกสถานที่

ปัญหา

  • เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรในองกรค์ ไม่ได้ทำงาน ที่ออฟฟิศเพียงอย่างเดียว ทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต คือพื้นที่เสี่ยง ที่อาจจะนำภัยร้ายมาสู่สำนักงานใหญ่ได้

เหมาะสำหรับ

  • บุคลากรที่มีการทำงานนอกสถานที่

7 สิ่งที่ควรทราบก่อนคิดเริ่มทำธุรกิจ Managed Service (MSP)

วันนี้หลายธุรกิจมีการปรับตัว บริษัท SI (System Integrator) ก็เช่นกัน ที่จากเดิมเน้นการทำโครงการ ทำงานเป็นโปรเจ็ค แต่เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง มีต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น การปรับโครงสร้างรายได้ โดยเติมรายได้ในรูปแบบที่เป็น Recurring Business จึงเป็นเรื่องที่สนใจมากยิ่งขึ้น เช่น บริการเครื่องเช่ารายปี บริการ outsource ต่างๆ ซึ่งลูกค้าผู้ใช้ก็ตอบสนองเป็นอย่างดี เพราะค่าใช้จ่ายด้านไอที ก็เป็นเงินไม่ใช่น้อย และหากลูกค้าผู้ใช้สามารถที่จะเปลี่ยนรูปแบบจากเงินลงทุน (CAPEX) ซึ่งเสียเงินก้อนใหญ่ มาเป็นจ่ายรายงวด OPEX ก็จะทำให้ธุรกิจสามารถบริหาร Cash Flow ได้ดีมากยิ่งขึ้น แถมเงินค่าใช้จ่ายยังนำไปหักภาษีได้อีก ถือเป็นเทรนด์ของการบริหารค่าใช้จ่ายไอทีในปัจจุบันของหลายที่เลยทีเดียว

รู้หรือไม่ว่า Firewall หรือ Anti Virus ก็สามารถทำในรูปแบบ Managed Service ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้ ว่าภัยทางไซเบอร์มีความหลากหลาย ซับซ้อน และรุนแรง มากขึ้น ฉะนั้น การที่ธุรกิจมีระบบซิเคียวริตี้ที่ดี จะทำให้ธุรกิจดำเนินได้ราบรื่น ไม่สะดุด ธุรกิจหากโดน Ransomware  ก็อาจสร้างปัญหามากมายเกินเยียวยาก็ได้ ทั้งนี้ SI อย่างพวกเราเห็นปัญหาแต่ถ้าจะต้องลงทุนเอง ซื้อ Firewall แล้วไปให้ลูกค้าใช้แล้วจ่ายเป็นรายเดือน เงินทุนก็จะจมโดยไม่จำเป็น รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในการจัดการของผู้ขาย Firewall ทั่วไปก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการทำ MSP 

ทั้งนี้ WatchGuard MSP Solution คือคำตอบ

เบื้องต้นหากพี่ๆ ยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร ออพติมุส (Optimus) ร่วมกับ WatchGuard ขอเสนอ 7 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกทำธุรกิจ MSP เผื่อพี่ๆ จะได้พอมองเห็นไอเดีย หรือมีจุดในการคัดเกณฑ์ เพื่อจะทำให้พี่ๆ สามารถเริ่มนับหนึ่งได้อย่างไร้ข้อกังวล 

 

  1. ผลิตภัณฑ์ซิเคียวริตี้ที่เลือกนั้นควรมาพร้อมแนวคิด Zero-Trust เนื่องจากในปัจจุบัน Malware หรือ Threat ต่างๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น ฉะนั้น การจัดการด้านความปลอดภัย ผ่านเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ และ เซอร์วิสต่างๆจึง มีความจำเป็นอย่างมาก เหมือนทำร้านอาหาร อาหารต้องอร่อยก่อน ทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ผลิตภัณฑ์ก็ต้องสามารถให้ความปลอดภัยได้ดีเยี่ยมก่อนเช่นกัน
  2. มีบริการต่างๆ ที่สนันสนุน SI ให้ทำงาน MSP ได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก MSP ไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไป แต่ต้องมีครบในทุกมุม เช่น การมี portal ที่เข้าไปจัดการ CRM ของลูกค้า มีตัวเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่น มีการฝึกอบรม การสนับสนุนทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง และการเข้าถึงเครื่องมือทางการตลาด ที่ Vendor ต้องจัดเตรียมให้
  3. สามารถจัดการผ่าน Cloud ได้เป็นอย่างดี เพราะ SI ต้องดูแลลูกค้าเป็นจำนวนมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ทาง SI ต้องมีระบบในการดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพ โดยที่คำนึงถึงทรัพยากรของทีมไอทีที่เข้าไปดูแล ประหยัดเวลา เข้าถึงลูกค้าได้จากทุกที่ และสามารถควบคุมจากระยะไกลได้
  4. มีแพลตฟอร์ม ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ และบริการที่ครอบคลุมการทำงานในด้านซิเคียวริตี้ทั้งหมด ซึ่งการทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียวไม่ว่าจะเป็น Firewall, AntiVirus, EndPoint, MFA (Multi Factor Authentication) จะช่วยประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย นั่นทำให้ทีมงาน SI สามารถทำงานได้โดยง่าย และเป็น On Stop Secutiry Services ให้กับลูกค้าได้
  5. รองรับมาตรฐานความปลอดภัยสากล มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สมควรเป็นอย่างยิ่งที่ผลิตภัณฑ์ซิเคียวริตี้ ที่นำเสนอขายให้กับลูกค้าต้องอยู่ในมาตราฐานสากล สอดคล้องกับความปลอดภัย เช่น NIST, ISO, MITER ATT&CK เป็นต้น
  6. คู่ค้าต้องสามารถตรวจสอบความโปร่งใสในการให้บริการได้ ผู้ขายของคุณต้องทำงานร่วมกันอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา ตอบปัญหาทุกข้อสงสัยได้ตลอดเวลา
  7. แนวทางพัฒนาสินค้าและบริการต่อไปในอนาคต ซึ่งสังเกตได้จากทีม R&D หรือ จะเป็นการเติบโตของบริษัท การเข้าซื้อกิจการ เพื่อเติมเครื่องมือด้านซิเคียวริตี้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รองรับโจรไซเบอร์ที่พัฒนากลโกงใหม่ๆ มาทุกๆ วัน 

WatchGuard และทีมงานออพติมุส สามารถให้ความมั่นใจกับคู่ค้าของทางบริษัท ให้ทางบริษัทได้นำเสนอวิธีการ รวมถึง How to ต่างๆ ที่จะช่วยให้ บริษัท SI สามารถ Transform รายได้ โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่เป็น Recurring Business มากขึ้น และเหตุผลว่าทำไม WatchGuard จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เมื่อพี่ๆ ต้องการเริ่มทำ Managed Services (MSP) โดยเฉพาะในเรื่อง Security  และหากพี่ๆ เพื่อนๆ อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนในการเข้าร่วมโครงการ หรือขอคำปรึกษาในการทำ Bussiness Model ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงนโยบายการบริการ ติดต่อได้ที่ ติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

ข้อคิดที่ได้จากงาน “SME win with Digital Tech” Part 2

ข้อคิดที่ได้จากงาน “SME win with Digital Tech”

ต่อเนื่องจากงาน Webinar “SME Win with Digital Tech” เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ข้อคิดที่ได้จากงาน “SME win with Digital Tech” Part 1 แอดมินก็ถือโอกาส เล่าให้ฟังต่อถึงเนื้อหาในภาคบ่าย สำหรับข้อคิดที่ได้รับจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในงาน และทั้งนี้หากใครอยากฟังเนื้อหาแบบเต็มๆ ละก็ เรียนเชิญเลยนะครับ เชื่อว่าจะได้รับประโยชน์ในการนำไปปรับปรุงองค์กรหรือบริษัทอย่างแน่นอน

Post Covid Work using New Tools,

บรรยายโดย : คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ   กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง เว็บไซต์ บริษัท TARAD.com
  • ปัจจุบัน เราสามารถใช้ App ต่างๆที่มีอยู่ ในการบริหารงานบริษัท รวมถึงจัดการชีวิตประจำวันได้ในเกือบทุกขั้นตอน ซึ่งทางคุณป้อมก็ได้แสดงให้เห็นตัวอย่างจริง ในการใช้ App ที่ทำผ่านระบบออนไลน์ได้ทั้งหมด
ตัวอย่าง App ที่วิทยากรแนะนำ
  • Feedly (https://feedly.com/) ใช้เพื่อดึง Feed ข่าวสารจากหน้าเว็บต่างๆ รวมไว้ให้เราได้อ่าน ในที่เดียวทำให้เราทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอด
  • Creden (https://creden.co/)  เป็น Dashboard แสดงข้อมูลของทุกบริษัทในประเทศไทย รวมบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชน  อีกทั้งยังมีการวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทในมุมมองที่สำคัญผ่านการใช้งาน Big Data + AI อีกด้วย

  • Spotify (https://open.spotify.com/) สำหรับฟัง Podcast ความรู้ต่างๆ ใครที่ชอบการฟังมากกว่าการอ่าน หรือว่าใครที่ไม่อยากเสียเวลาตอนรถติดก็สามารถฟังในรถได้ มีเรื่องต่างๆ ให้เราได้เรียนรู้มากมาย
     
  • Peak https://peakaccount.com/main.html ระบบบัญชีออนไลน์สำหรับ SME นอกจากใช้ลงบัญชีแล้วยังมี Dashboard เพื่อวิเคราะห์บริษัท ทำให้เราเข้าใจสภาพกิจการเราเองได้ดีขึ้นด้วย 

  • Jubili https://www.builk.com/jubili/ ระบบ CRM ของ Builk.com เป็นโปรแกรม CRM สำหรับระบบบริหารทีมขาย และการจัดการลูกค้า เพื่อติดตามงานขายและสามารถวัดผลได้ทุกขั้นตอน

  • Zocial Eye https://wisesight.com/zocialeye/  เป็นระบบ Social Listening เพื่อวิเคราะห์ว่าตอนนี้ในออนไลน์มีใครพูดถึงสินค้าและบริการเราอย่างไร เพื่อให้เราวางแผนงานได้ดียิ่งขึ้น

  • Google Data Studio https://datastudio.google.com/ เป็น Dashboard DIY ที่ทำให้เราเห็นข้อมูลในรูปแบบที่เป็นรูปภาพ กราฟ ตาราง โดยแสดงเป็นรายงานที่อ่านและเข้าใจได้โดยง่าย

  • Google Chat https://chat.google.com เพื่อใช้พูดคุยกับทีมภายในองค์กร อีกทั้งด้วยความเป็น Platform จาก google ทำให้ Integrate กับ Google Tools อื่นๆได้ทั้งหมด

  • Camcard https://www.camcard.com/  เป็น App ไว้เก็บนามบัตร แบ่งประเภทของนามบัตร ซึ่งสามารถเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ และอุปกรณ์อะไรก็ได้

  • Vtiger CRM https://www.vtiger.com/  เป็น CRM อีกตัวที่ฉลาดไม่แพ้กัน เชื่อมต่องานขาย การตลาด ทีมหลังบ้านเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสนับสนุนงานขายให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีมากขึ้น

  • Google Workspace https://workspace.google.com/  ขึ้นชื่อว่า google มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี   

  • Evernote https://evernote.com/ ,

  • Google Keep https://keep.google.com  ใช้ในการจดโน๊ตหรือไอเดียต่างๆ ที่นึกออก โดยจะเขียน พิมพ์ หรือใส่เป็นรูปก็ได้ ที่สำคัญ สามารถค้นหาย้อนหลังได้รวดเร็ว ง่ายต่อการใช้งาน

  • MoneyWiz https://www.wiz.money  เป็น App ในการบริหารการเงินส่วนบุคคล ใช้เพื่อบันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงยังมีฟีเจอร์ในการดึงบัญชีของทุกธนาคารขึ้นมาแสดงผลร่วมกันก็ได้ 

  • Paysoon https://www.paysoon.net เป็นอีก App ที่น่าสนใจ ใช้เพื่อให้ SME สามารถเสริมสภาพคล่องผ่านการใช้วงเงินจากบัตรเครดิต โดยระบบจะดึงเงินจากบัตรเครดิต ไปจ่าย supplier โดยที่ไม่ต้องไปรูด วงเงินตรงกับ supplier แต่ทำผ่านตัวกลางแทน สำหรับใช้ในการบริหารเงินสดของกิจการ

    ทั้งนี้วิทยากรฝากทิ้งท้ายไว้ว่า เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด อย่านั่งฟังอย่างเดียว “ลงมือทำ” สำคัญที่สุด ถามตัวเองอยู่เสมอว่า “เราจะเริ่มทำเมื่อไร”

Infrastructure: Digital Infra for Future SME

บรรยายโดย : คุณมิก สัจไพบูลย์กิจ  ประธาน บริษัท Optimus (Thailand)
  • ขณะนี้ถนนทุกสายมุ่งเข้าสู่การทำ System of Intelligence เพื่อยกระดับองค์กรผ่านการเพิ่มทักษะการทำงานให้กับทีมงาน ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้า ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และ การปรับปรุง Business Model สินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการลูกค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งทุกอย่างสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ผ่านกระบวนการทำ Digital Transfomtion ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเข้ามาเติมในทุกๆ จุด

     

  • ในอดีดเวลาองค์กรพูดถึงเรื่อง Digital ความเข้าใจขององค์กรก็จะผูกติดไปกับฝ่ายการตลาด เช่นต้องขายของออนไลน์ ต้องมี Facebook เพื่อโปรโมทสินค้า แต่ปัจจุบันการขับเคลื่อนองค์กร เราใช้ Digital เป็นแกนกลางในการพัฒนากลยุทธ์ทั้งหมดขององค์กร ไม่เฉพาะไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และด้วยแนวทาง Digital Transformation จะเป็นตัวปรับระบบความคิดของคนทุกคนในองค์กร เพื่อพัฒนา Business Model สินค้าและบริการของเรา

  • Digital Infrastructure เป็นเหมือนการสร้างตึก ต้องมีพิมพ์เขียว มีตึกที่แข็งแรง พยายามสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในองค์กร ซึ่งการทำ Digital Infrastructure ก็เป็นแนวคิดในแบบเดียวกัน ที่ต้องการทำให้ Network Infrastructure เชื่อมต่อกันได้อย่างดีรวมถึงเรื่อง Security ต่างๆ ที่ต้องแข็งแรง ปลอดภัย ซึ่งแม้เราไม่ได้เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ก็สำคัญไม่แพ้กัน

  • การออกแบบ Digital Infrastructure ประเด็นสำคัญได้แก่ การรู้ว่า Business Demand ของเราเป็นอย่างไร มีทิศทางในการดำเนินการไปในทางไหน และเมื่อเราทราบถึงความต้องการนั้นแล้ว การลงทุนใน Digital Infrastructure เพื่อตอบสนองเป้าหมาย จะคุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด

  • IT Infrastructure = “Get The Right Services To Get To Your Business Value”

Aware of the Digital Technology Trap, and Move Forward in the Right Track

บรรยายโดย : คุณนันท์นภัส  คำหมู่ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดดิจิทัล และที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ บริษัท เอ็นทีที เดต้า (ประเทศไทย) จำกัด
  • หากสังเกตกันให้ลึกๆแล้ว Disruption ล้วนเกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคไม่พอใจในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ไม่ได้เกิดจากความต้องการเทคโนโลยีใหม่ แต่เราใช้เทคโนโลยีใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อไปแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ให้กับพวกเขา ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้เกิด Disruption ที่ยั่งยืนจึงควรเป็นการวางกลยุทธ์ก่อนเลือกใช้เทคโนโลยี ต้องทำความเข้าใจเกมการแข่งขันบนโลกดิจิตัล รวมถึงต้องปรับกรอบความคิด ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์หรือโลกใหม่ที่จะเกิดขึ้นด้วย

  • เทคโนโลยีมีประโยชน์ แต่ก็มีข้อควรระวังไม่แพ้กัน หากนำมาใช้โดยไม่ได้มีการพิจารณาที่ดีพอ

  • การเอาเทคโนโลยีมาครอบกระบวนการความคิดแบบเก่า ต่อให้เทคโนโลยีดีแค่ไหน แต่ก็อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด หรือได้ประโยชน์สูงสุดตามที่ควรจะเป็น

  • กับดักของการใช้เทคโนโลยี ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ การมีชุดความคิดว่า “ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ครบ” ซึ่งคำถามที่ต้องตอบคือ “แล้วแค่ไหน คือครบ?” ซึ่งแนวคิดที่น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ควรเป็น “ขอให้ข้อมูล “เพียงพอ” ” ซึ่งทำให้เราสามารถ เริ่ม คิด และเริ่มทำงานได้เลยทันที คิดไว้อยู่เสมอว่า  “Small Data First”

  • เทคโนโลยีที่ดี มีพลัง และประสบความสำเร็จ ล้วนต้องมี Empathy เป็นองค์ประกอบอยู่ในนั้นเสมอ

Apply Emerging tech to your biz: AR/VR, Metaverse

บรรยายโดย : คุณอภิชัย เรืองศิริปิยะกุล   ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ธิงค เทคโนโลยี จำกัด
  • คีย์สำคัญของการเริ่มต้นประยุกต์เทคโนโลยีเพื่อใช้ในธุรกิจคือ “เราต้องกล้าที่จะเริ่มต้น” “เข้าใจเทคโนโลยีและรู้วัตถุประสงค์ที่เราจะนำมาใช้งาน” ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล เลือกเครื่องมือ เทคโนโลยี และเห็นถึงกลยุทธ์ที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต

  • Metaverse คือโลกเสมือนที่รวมเอาจุดเด่นของเทคโนโลยี AR,VR,ฺ Blockchain, WEB3 หรือแม้กระทั่ง Gaming เข้ามาอยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นโลกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน เราจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจโลกเสมือนเป็นอย่างดี จึงจะสามารถนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและธุรกิจได้

  • เราสามารถประยุกต์ใช้ AR (Augmented Reality) & VR (Virtual Reality) กับธุรกิจได้หลากหลาย เช่นใช้แบบจำลอง AR สำหรับงานออกแบบ เช่นการวาง AR เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเห็นภาพเสมือนจริงว่าวางแล้วไปแล้วเกะกะพื้นที่หรือเปล่า แคบไป หรือกว้างไปอย่างไร หรือการใช้ VR มาช่วยในเรื่อง Smart Farming ให้คนมาเยี่ยมสวนแบบที่อยู่ที่ไหนในโลกก็สามารถเยี่ยมชมได้ หรือเข้ามาดูห้องพัก บรรยากาศ Home Stay ได้แม้อยู่คนละทวีปหรือคนละซีกโลกก็ตาม

  • มี case study ในโลก BlockChain ที่ไม่ใช่แค่เรื่อง Cryptocurrency เช่นจะทำอย่างไรให้ชุมชนสามารถสร้างธุรกิจให้เกิดขึ้นในชุมชน นอกเหนือจากสินค้า OTOP  ตัวอย่างเช่น การทำ NFT Mint (สร้างเหรียญ) ในเขตพื้นที่ป่าบริเวณชุมชนซึ่งเป็นแหล่งสร้างออกซิเจนของชุมชน โดยทำการขาย BlockChain Carbon Credit ให้กับ โรงงานอุตสาหกรรม สายการบิน หรืออุตสาหกรรมอื่นๆที่อยากได้ เป็นต้น

  • พระเครื่องก็สามารถทำเป็นงาน NFT ได้ ซึ่งสามารถนำไปเสนอขายบน Metaverse ต่อยอดทำให้มูลค่าของพระเครื่ององค์นั้นสูงขึ้นไปได้อีก ขายได้ทั้งโลกจริง และโลกเสมือน

    ข้อคิดที่น่าสนใจอีกอย่าง ถ้าพูดถึงการอ่านหนังสือ จะพบว่าคนในแต่ละวัยจะใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันไป แต่ละคนจะอ่านในรูปแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบอ่านเป็นเล่ม บางคนอ่านบนจอ บางคนมีทั้งสองอย่างขึ้นอยู่กับว่าอยู่ในสถานการณ์ไหน  ฉะนั้นธุรกิจจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความสามารถในการประยุกต์เทคโนโลยีให้เข้ากับกลุ่มตลาดเป้าหมายของตัวเอง

Blockchain for SME

บรรยายโดย : คุณสถาพน พัฒนะคูหา CEO, SmartContract Blockchain Studio
  • Blockchain คือรูปแบบการเก็บ การใช้ ข้อมูลแบบหนึ่ง ที่สามารถตรวจสอบ ได้แบบ decentralized โดยทุกคนในระบบจะเป็นตัวกลางในการเก็บข้อมูลนั้นไว้ แทนที่จะให้มีตัวกลางคนเดียวมีอำนาจในการเก็บหรือรักษาข้อมูลนั้นๆ

  • เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของ BlockChain มากขึ้น เราสามารถอธิบายได้โดยพูดถึงหน้าที่หนึ่งของธนาคาร ซึ่งคือการบันทึก Transaction ตามคำสั่งที่เกิดขึ้นว่า คนโอนเงินคือใคร ผู้รับโอนคือใคร จำนวนเงินเท่าไร ซึ่งธนาคารก็ทำการจะเก็บข้อมูลทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นใส่ฐานข้อมูลของธนาคารไว้ และ Blockchain จะมาทำหน้าที่แทนธนาคารตรงส่วนนี้ โดย Blockchain จะทำการเก็บข้อมูลการโอน การรับโอน จำนวนเงิน ในแต่ละ Tranaction ผ่านการเก็บข้อมูลเป็น Block และแต่ละ Block ก็จะเชื่อมต่อกันตามลำดับ (chain) ซึ่งลำดับก่อนหลังมีความสำคัญในการตรวจสอบ โดยจะกระจายข้อมูลดังกล่าวไปเก็บกับทุกๆ คนในระบบ ไม่ได้เก็บไว้ที่ธนาคารแต่เพียงผู้เดียว

  • จะพบว่า Digital Currency เป็นสิ่งที่เราจะได้เห็นในอนาคตอย่างแน่นอน ทั้งนี้จะพบว่า CBDC (Central Bank Digital Currency) เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ โดยเป็นการออก Digital Currency โดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ  ซึ่งในประเทศไทยก็เช่นกัน ตอนนี้อยู่ในช่วงทดสอบผ่าน sandbox โดยมีการทดสอบใช้งานในประเทศ และร่วมกันของหลายประเทศ 

  • อนาคต NFT จะไม่ใช่แค่ขายงานศิลปะ ขายเพลง แต่ด้วยเทคโนโลยีจะสามารถพัฒนาต่อยอดไปได้ถึงการทำ Social Credit Scoring ในรูปแบบใหม่ก็เป็นได้

  • เทคโนโลยี Web 3.0 จะเปลี่ยนแปลงโลกของการท่องเว็บไซด์ไปเลย ในอนาคตเราเล่นเน็ตท่องเว็บ เราอาจจะได้เงินไปด้วยเพราะข้อมูลของเราเป็นของเราสามารถนำไปขายได้ ซึ่งแตกต่างจาก Web 2.0 ที่ข้อมูลของเราถูกเก็บและถูกขายโดยตัวกลาง (website, social media) เท่านั้น

  • SME จะได้รับประโยชน์จาก Blockchain มากขึ้นในอนาคต เช่นการรับเงินที่เร็วขึ้น เพราะไม่ผ่านตัวกลาง การมี Loyalty Program สำหรับลูกค้าคนพิเศษของเราโดยไม่ต้องมีตัวกลาง หรือแม้กระทั่งการได้มาซึ่ง Data จากลูกค้าได้โดยตรง

ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับ Webinar ในครั้งนี้

หวังว่า พี่ๆ เพื่อนๆ SME จะลองเลือกหยิบแนวคิด เทคโนโลยี , Infra, Application และ การจัดการ data ต่างๆ เข้าไปใช้ในองค์กรกัน ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา และงานดีๆ อย่างนี้ยังมีต่อเนื่องไปเรื่อยๆ นะครับ และอย่าลืมสำหรับปลายปีนี้ IT Trend 2023 พบกันสำหรับ trend ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ทีมงานเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่สำหรับปลายปีนี้อย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายการตลาดของบริษัท ตามรายละเอียดด้านล่าง 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์

โซลูชั่น Ruckus เชื่อมต่อการศึกษาใน Rugby School Thailand

Rugby School

โลกทุกวันนี้เชื่อมต่อมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน การศึกษาก็เช่นกัน จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่การศึกษาจะไม่ถูกจำกัดแค่ความเป็นเลิศในห้องเรียน และเพื่อให้เป็นไปตามปรัชญา “The Whole person, the whole point” การศึกษาจึงต้องเชื่อมต่อทั้งภายในห้องเรียนและภายนอกห้องเรียน ผ่านระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย และระบบการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (“The Whole person, the whole point” เป็นปรัชญาความเชื่อในแนวทางการพัฒนาศักยภาพของเด็กในทุกด้านของชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่ด้านการศึกษาเท่านั้น ยังรวมไปถึง จริยธรรม ความเห็นอกเห็นใจ ความเท่าเทียมกันเป็นต้น)

เครดิตรูปจาก https://www.rugbyschool.ac.th/

การเชื่อมต่อบนพื้นที่กว่า 80 เอเคอร์ของโรงเรียน (ประมาณ 200ไร่)

Rugby School ในประเทศอังกฤษ มีอายุมากกว่า 450 ปี และได้มีการเปิดวิทยาเขตใหม่ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเบื้องต้นทางโรงเรียนต้องการทำให้แน่ใจว่านักเรียนและคณาจารย์ของพวกเขาได้รับการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในยุคดิจิทัลในปัจจุบัน นั่นหมายความว่าวิทยาเขตต้องมีการเชื่อมต่อได้อย่างดีและครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่กว่า 80 เอเคอร์ (ประมาณ 200 ไร่) ของบริเวณโรงเรียน และสามารถรองรับพื้นที่ที่มีการใช้งานไวร์เลสที่มีความหนาแน่นมากในบางจุด เช่น ห้องเรียนดิจิทัลและหอพัก

Rugby School Thailand ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 ปัจจุบันรองรับนักเรียนมากกว่า 500 คนซึ่งมีทั้งนักเรียนประจำ นักเรียนไปกลับ ผู้ใช้งานต่างๆ ยังรวมถึงอาจารย์ผู้สอนที่อาศัยอยู่ในโรงเรียนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือคณาจารย์ เครือข่ายโรงเรียนต้องการเปิดประสบการณ์การเรียนการสอนที่ดีที่สุดโดยใช้ Google Classroom ไม่ต้องพูดถึงสำหรับการใช้เวลาว่างของนักเรียน เพื่อการศึกษาและค้นคว้า ในหอพักหลังเลิกเรียน สิ่งที่สำคัญพอๆ กันก็คือเครือข่ายจำเป็นต้องสามารถจัดการการเชื่อมต่อพร้อมกันเป็นจำนวนมากได้ เนื่องจากทั้งนักเรียนและคณาจารย์มักใช้อุปกรณ์หลายเครื่องในการเชื่อมต่อไวร์เลสรวมถึงมีการใช้งานตลอดทั้งวัน

ความต้องการ

  • โครงสร้างพื้นฐานต้องการทั้ง Wired และ Wireless ที่สำคัญต้องยืดหยุ่น สามารถตอบสนองความต้องการของนักเรียนและคณาจารย์ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้
  • มีความต้องการเชื่อมต่อ Wi-Fi มีประสิทธิภาพสูง สามารถใช้งานได้ทั่วทั้งวิทยาเขตที่มีขนาดกว่า 80 เอเคอร์ (200 ไร่)
  • เครือข่ายต้องมีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่สามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากต้องบริหารผ่านทีมงานไอทีที่มีจำนวนไม่มาก

โซลูชั่น

  • เลือกการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพสูง ผ่านการใช้งาน Ruckus AP เชื่อมต่อทั่ววิทยาเขต
  • มีการใช้งาน Ruckus Switch ICX ที่มีการจัดการเครือข่ายที่ง่าย รองรับการเติบโตของเครือข่ายในอนาคต

ประโยชน์ที่ได้

  • Wi-Fi ประสิทธิภาพสูงสำหรับนักศึกษาและคณาจารย์
  • เข้าถึงแหล่งข้อมูลออนไลน์ได้ง่ายและรวดเร็วสำหรับทั้งนักเรียนและอาจารย์ผู้สอน
  • เครือข่ายมีความยีดหยุ่น สามารถขยายขนาดให้เติบโตควบคู่ไปกับจำนวนนักศึกษาได้เป็นอย่างดี

ออพติมุสเราพร้อมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่านติดต่อแผนก Marketing

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

ข้อคิดที่ได้จากงาน “SME win with Digital Tech” Part 1

ข้อคิดที่ได้จากงาน “SME win with Digital Tech”

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาแอดมิน ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Webinar “SME Win with Digital Tech” ซึ่งจัดโดยบริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสถาบันไอเอ็มซี และบริษัท เอ็นทีที เดต้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา มาช่วยให้มุมมองเพื่อคน SME ผ่านแนวคิดที่ว่า “SME จะสามารถเป็นผู้ชนะด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้อย่างไร” ในงานมีการพูดถึงไอเดีย วิธีการ แนะนำเครื่องมือต่างๆจากประสบการณ์จริงของวิทยากร ซึ่งแอดมิน เห็นว่าน่าจะได้ประโยชน์จึงได้ลองเรียบเรียงข้อคิดที่ได้ ซึ่งหวังว่าคงจะได้ประโยชน์กับผู้อ่านที่มีเวลาจำกัด แต่ถ้าใครอยากฟังแบบเต็มๆ ก็สามารถดูได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

Future SME with Technology

บรรยายโดย : คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล : President Tiger Academy และ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 
  • เราเองบางทีติดกับดักของความเป็น “ผู้รู้” ทำให้เราเพิกเฉยต่อความรู้ใหม่ๆ แต่ถ้าหากเราฝึกตัวเองเป็น “ผู้ไม่รู้” บ้าง จะทำให้เราต้องฝึก ต้องพยายามหาเหตุในการเติมความรู้เพิ่มอยู่เสมอเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
  • แม้การเรียนรู้หลายอย่างจะเจ็บปวด แต่หากเราผ่านพ้นมันไปได้เราจะเติบโตขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะโลกเทคโนโลยียุคใหม่ที่บังคับให้เราต้องเรียนรู้ฝึกฝนตัวเองมากขึ้น ขอบเขตความรู้ก็ต้องกว้างขวางมากขึ้น 
  • เราไม่ใช่คิดไม่ได้ แต่เราแค่ยังคิดได้ไม่เร็วพอ ไม่กล้าคิดมากพอ โลกทุกวันนี้เดินทางไปเร็วมาก หากเรายังคงมีแต่ Fixed Mindset อยู่ ก็จะทำให้เราไม่สามารถพัฒนาได้เท่าที่ควรจะเป็น
  • เทคโนโลยีใหม่ๆจะทำให้กระบวนการในการทำ R&D สั้นลง แต่ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากเราสามารถมีข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ ซึ่งในอดีตไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้เทคโนโลยีจะมาช่วยส่งข้อมูลใหม่ๆ ให้เราเพื่อใช้ในการพัฒนาต่อไป
  • วันนี้ AI ไปไกลมาก มีเคสที่น่าสนใจผ่านการที่ธุรกิจนำเอา AI มาใช้เช่น ร้านอาหารสามารถจับหน้าของผู้บริโภคเพื่อดูสีหน้า อารมณ์ ท่าทาง ขณะที่ผู้คนรับประทานอาหารกันอยู่ ทั้งนี้เพื่อวิเคราะห์ถึงความชอบ ไม่ชอบในอาหารที่รับประทานเข้าไปได้
  • เทคโนโลยีไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่หากเราใช้ไม่เป็น หรือไม่หยิบมาใช้มากพอ เราก็จะโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น
  • บนโลกทุกวันนี้ ใครรู้จักลูกค้ามากสุด คนนั้นคือผู้ชนะ

Data Driven : From Collection to Action

บรรยายโดย : รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์  ผู้อำนวยการ IMC Institute
  • การทำ Data เราสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ SME ทั่วๆไปก็ทำได้ ยังไม่ต้องคิดถึงระบบใหญ่ ระบบที่ซับซ้อน ให้เริ่มต้นที่การเริ่มเก็บข้อมูล และเมื่อมีข้อมูล เราจะสามารถคิดอะไร ทำอะไรต่อยอดไปได้อีกเยอะ
  • Starbuck ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ Netflix ก็ไม่ใช่แค่เว็บสตรีมมิ่งหนัง แต่ทั้งหมดที่ว่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทเทคโนโลยี เราชอบกินกาแฟอะไร ซื้อที่ไหน กินกับเบเกอรี่อะไร หรือเราดูหนังอะไร ซีรีย์ฝรั่งเกาหลี ฟอร์เวิร์ตช่วงไหน หยุดตอนใด เขาเก็บข้อมุลเราหมด โดยที่เขาจะนำข้อมูลที่ได้จากเราไปวิเคราะห์และเลือกสิ่งที่เป็นตัวเราแล้วเสนอสินค้าและบริการที่ดีที่สุดกลับมา เพื่อให้เรายังคงเป็นลูกค้าและอยู่กับเขาต่อไป
  • วิธีการได้มาซึ่งข้อมูลของ SME อาจเริ่มต้นด้วยการจดด้วยมือ เขียนง่ายๆผ่านตัวหนังสือก่อนก็ได้ ปัญหาไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เราต้องเริ่มจากคำถามว่า “เราอยากเห็นอะไร อยากแก้ปัญหาธุรกิจในเรื่องใด” หลังจากนั้นเราจะทราบเองว่า เราจะใช้ข้อมูลอะไร และ เก็บข้อมูลอย่างไร ตามมา
  • Data Literacy คือความสามารถในอ่านข้อมูล เข้าใจข้อมูล และโต้เถึยงกับข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหาร และบุคคลากร ใน SME ต้องมี
  • อุปสรรคที่สำคัญในการเริ่มต้น ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของ Data เท่านั้น ทุกอย่างที่เป็นสิ่งใหม่มันคือเรื่อง “Resistance to change” (การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง) นั่นเอง

Marketing using Big Data: Success story

บรรยายโดย : คุณปฐม อินทโรดม กรรมการ Creative Digital Economy , สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
  • เยอรมัน ติดอันดับหนึ่งในงานวิจัยว่าด้วยเรื่อง Global Soft Power Index 2021 ทั้งๆ ที่ไม่ได้เด่นด้านซีรีย์ หนัง หรือเพลง เพราะ SoftPower ที่เราเข้าใจกันไม่ได้มีแค่นั้น ประเทศเยอรมันได้มีการสร้าง Soft Power ในรูปแบบ ของการสร้างความเชื่อมั่นในภาพของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เยอรมันปลูกฝังความคิดที่ว่าสินค้าดี มีเทคโนโลยีชั้นเลิศ ต้องเป็นสินค้าเยอรมัน ซึ่ง เป็นสิ่งที่เราถูกปลูกฝังโดยไม่รู้ตัว อาทิความเชื่อมั่นในรถเบนซ์ หรือ BMW เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของการศึกษาที่ประเทศเยอรมันดึงคน ชักชวนคนเข้ามาศึกษาภายในประเทศได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่ง Soft Power ที่สำคัญที่ทำให้เยอรมันเป็นผู้นำจากผลการวิจัยดังกล่าวในที่สุด
  • Soft power ที่สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ หนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญมาจาก Big Data จำนวนมหาศาลนั่นเอง ข้อมูลทำให้เข้าใจคน และสามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างดีที่สุด
  • ความโชคดีของ SME ทุกวันนี้คือเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล Big Data แบบที่บริษัทใหญ่ๆ ใช้กัน เราสามารถใช้ services ต่างๆ จากเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว มาปรับ ประยุกต์เพื่อเริ่มใช้งานได้เลย เช่น chatbot ซึ่งมีพร้อมใช้งานอยู่แล้ว เราก็แค่เติมแนวคิดลงไปมากกว่าเดิม เช่นไม่ใช้ chatbot เป็นแค่เครื่องมือในการรับออเดอร์ แต่เราสามารถเริ่มเก็บข้อมูลผ่านคนที่เข้าสอบถามพูดคุย หรือซื้อสินค้าเรา ได้โดยตรง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะทำให้เรารู้จักลูกค้ามากขึ้น ได้ฟังเขาพูดถึงสินค้าเรา อันไหนชอบ อันไหนไม่ชอบ  เข้าใจเขา และพัฒนา สินค้าที่เหมาะกับเขาต่อไป
  • หรือ SME ยังสามารถเริ่มใช้ Line Business Connect ซึ่งมีใช้กันอยู่แล้วผ่านระบบ Line หรือ Application อื่นๆ นอกจากเพื่อเข้าใจลูกค้ามากขึ้นแล้ว ตัว Application เองยังสามารถปรับข้อเสนอตาม Personalized กับผู้ใช้งานแต่ละคนมากขึ้นผ่าน Rich Menu หรือเครื่องมืออื่นๆ เป็นต้น
  • Customer Data Platform คือหัวข้อที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของลูกค้าและการได้มาซึ่งข้อมูล รวมไปถึงการปรับใช้ข้อมูล โดยจะทำให้เรารู้จักลูกค้ามากขึ้นผ่าน Big Data และเมื่อรู้จักลูกค้าแล้ว การคาดการณ์ การพยากรณ์ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์กับลูกค้าของเรามากขึ้นๆ ตอบสนอง Lifestyle ของเขาที่เปลี่ยนแปลงไป
  • Customer Data Platform จะเชื่อมต่อ Data กับระบบต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Data หลังจากนั้น Business User สามารถใช้งานด้านการจัดการได้เองแบบ Self Service ทั้งนี้เพื่อเชื่อมโยง Personally Identifiable Information จากหลากหลาย ช่องทาง เช่น Website Data, POS Data และ Mobile Application Data เข้าด้วยกัน

How to reach New gen buyer with technology

บรรยายโดย : คุณปฤณ จําเริญพานิช  CMO – ProPlugin Co.,Ltd. ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล LINE Certified Coach
  • การทำตลาดบนโลกออนไลน์ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “การเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะกลุ่ม New Gen” ซึ่งกำลังเติบโต และเป็นกำลังหลักของสังคมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป
  • กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ยุคใหม่ ต้องไม่เน้นไปที่การตีหัวเข้าบ้าน ขายครั้งเดียวแล้วจบกันไป แต่ต้องเป็นการพัฒนาถึงกระบวนการในการเพิ่ม Customer Lifetime Value เข้าไปในทุกขั้นตอนให้ได้มากที่สุด 
  • รู้หรือไม่ว่า 5,000 data point คือจำนวนชุดข้อมูลที่โซเชียลมีเดียต่างๆ เก็บข้อมูลเราอยู่ ไม่ว่าเราจะเปิดดูอะไร พูดถึงอะไร ล้วนเป็นข้อมูลทางการตลาดที่สำคัญ
  • พบข้อมูลที่น่าสนใจนอกจาก Line, Facebook, Youtube ที่ผู้บริโภคทั่วไปใช้กันอยู่อย่างกว้างขวางแล้ว ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเพิ่มเติมโดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z มีการใช้ TikTok และ Instagram ค้นหาข้อมูลแทนการใช้ Google อีกด้วย
  • ประเภทของสื่อที่เราต้องบริหารหรือใช้ให้เป็น ในฐานะที่เราเป็น SME สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ “Owned Media” ซึ่งเป็นสื่อที่เราเป็นเจ้าของเองเช่น Website ของบริษัท “Paid Media” คือสื่อที่เราซื้อเพื่อการโปรโมทพบมากในการใช้งานบน Social Media หรือการซื้อ Banner ในเว็บที่มีคนเข้าใช้มาก และมีเดียอีกประเภทหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันในยุคนี้ได้แค่ “Earn Media” ซึ่ง user ที่เป็นลูกค้าเราเป็นคนทำ content เพื่อ Promote สินค้าให้เรา (Word of Mouth) หรือการที่ User ดูข้อมูลสินค้าเราผ่าน KOL, Influencer หรือ Community ต่างๆ เป็นต้น

ก็จบสำหรับช่วงเช้าก่อนนะครับ

ทั้งนี้ ยังมีเนื้อหาเต็มๆ ของภาคบ่ายที่แอดมินจะขอเขียนต่อ Part 2

อาทิตย์หน้ารับรองเนื้อหาเข้มข้นไม่แพ้ช่วงเช้าอย่างแน่นอน และทั้งนี้หากใครมีมุมมองไหน มาแชร์กันเพิ่มเติมแอดมินก็ยินดีนะครับ แล้วพบกับตอนต่อไปอาทิตย์หน้าครับ

ติดต่อสอบถามหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายการตลาดของบริษัท ตามรายละเอียดด้านล่าง 

Tel : 02-2479898 ต่อ 87 

Author picture

เรียบเรียงโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์