
ยุคเทคโนโลยี Generative AI
กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนอาจคุ้นเคยกับเครื่องมือยอดนิยมอย่าง ChatGPT, Grok, Claude หรือ Gemini ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ เราจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร
จากผลสำรวจผู้บริโภคชาวอเมริกันกว่า 1,000 คน สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยมีผู้ที่ใช้งาน AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งถึง 40% และใช้งานทุกวันอีก 19% นอกจากการใช้งานเพื่อสร้าง content แล้ว เครื่องมือสร้างภาพอย่าง Midjourney หรือ DALL-E ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ความอยากรู้อยากเห็นเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ผู้คนเริ่มทดลองใช้ AI โดยมีสัดส่วนถึง 40% ในขณะที่อีก 26% ใช้เพื่อหาไอเดีย และ 24% ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ที่น่าสนใจคือ เมื่อวิเคราะห์การใช้งานตามช่วงอายุ พบว่า
- กลุ่มคนอายุ 20-30 ปี มีเพียง 22% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้ AI
- กลุ่มอายุ 41-50 ปี มีถึง 41% ที่ยังไม่เคยลองใช้เทคโนโลยีนี้
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้งานในอนาคตกลับน่าติดตาม เมื่อกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะใช้งานเพิ่มขึ้นในปีหน้า และ 63% มองว่าจะใช้งานมากขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า
ในขณะที่การใช้งาน AI เติบโตอย่างก้าวกระโดด ความกังวลด้านความปลอดภัยก็เพิ่มขึ้น
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าควรมีกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดมากขึ้น และสองในสามกังวลเรื่องการนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางที่ผิด สิ่งที่น่าแปลกใจคือ แม้หลายคนจะใช้เครื่องมือป้องกันความปลอดภัยส่วนตัว เช่น VPN, Password Manager และ Antivirus แต่การป้องกันข้อมูลในที่ทำงานกลับยังน้อยมาก มีเพียง 27% เท่านั้นที่ใช้เครื่องมือและตั้งค่าความปลอดภัยเพื่อปกป้องข้อมูลหน่วยงานหรือองค์กร
สำหรับผู้ปกครอง การใช้งาน AI ของลูกหลานเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดย 77% ของผู้ปกครองแสดงความกังวลเรื่องการใช้งาน AI ของลูก โดยเฉพาะด้านความเป็นส่วนตัว และเกือบครึ่งมีความกังวลในระดับสูง ที่น่าสนใจคือมีผู้ปกครองเกือบ 30% ที่ไม่แน่ใจว่าลูกใช้งาน AI หรือไม่ และในกลุ่มที่รู้ว่าลูกใช้ AI ก็มีถึง 28% ที่ไม่ทราบวัตถุประสงค์การใช้งาน จากข้อมูลพบว่าเด็กส่วนใหญ่ใช้ AI เพื่อการศึกษาและค้นคว้า รวมถึงการทำสื่อต่างๆ เช่น ภาพหรือวิดีโอ
การป้องกันข้อมูลส่วนตัวเป็นประเด็นที่ผู้ใช้งานกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เลือกใช้พาสเวิร์ดที่รัดกุม เปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) และหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ใช้งานอีก 16% ที่ยอมรับว่าไม่ทราบวิธีการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางดิจิทัล
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Webroot มองว่าการใช้งาน AI จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ใช้งานต้องตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือ ด้วยประสบการณ์ในการพัฒนาระบบป้องกันภัยคุกคามมาอย่างยาวนาน Webroot ได้พัฒนาโซลูชัน Endpoint Protection ที่ทำงานบน Cloud 100% พร้อมระบบ AI ที่คอยวิเคราะห์และจำแนกภัยคุกคามตั้งแต่ปี 2007
ด้วยความเข้าใจถึงความท้าทายด้านความปลอดภัยในยุค AI Webroot นำเสนอเทคโนโลยีการป้องกันที่ครอบคลุมทั้งภัยคุกคามแบบดั้งเดิมและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมัลแวร์ โทรจัน แรนซัมแวร์ สปายแวร์ การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ และมัลแวร์ขุดบิตคอยน์ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ
- การทำงานแบบ Cloud-based ที่ไม่กระทบประสิทธิภาพของเครื่อง ติดตั้งง่ายภายใน 3 นาที
- ระบบจัดการส่วนกลางที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบควบคุมความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การป้องกันแบบหลายชั้นที่รวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรม ช่วยจับภัยคุกคามใหม่ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน
- ความสามารถในการย้อนกลับการเปลี่ยนแปลงของระบบ หากพบว่าไฟล์หรือโปรแกรมเป็นภัยคุกคาม
- การรองรับการทำงานแบบ Offline และการป้องกันภัยคุกคามจากอุปกรณ์ภายนอก
ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานและการใช้ชีวิต การเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ Webroot พร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้องค์กรและบุคคลทั่วไปใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยและการสนับสนุนที่ครอบคลุม เพื่อให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเทคโนโลยี AI ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สนใจทดลองใช้ Webroot ฟรี 30 วันติดต่อแผนก Marketing
โทร : 02-2479898 ต่อ 87
Email [email protected]

