
ในยุคดิจิทัล ข้อมูลเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญสูง การให้ความสำคัญกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลลูกค้าของเราจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ หรือ SME ก็ตาม หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า PDPA หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นเรื่องไกลตัวและไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจ SMEs แต่ความเป็นจริงแล้ว การละเลย PDPA อาจนำมาสู่ผลร้ายแรงทั้งด้านกฎหมาย ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือ มากกว่าที่ทุกคนคิด
PDPA คืออะไร? แล้วมีความสำคัญอย่างไร?
PDPA ( Personal Data Protection Act) คือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีขึ้นมาเพื่อช่วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ถูกละเมิด โดยมีความเกี่ยวข้องกับบุคคล รวมไปถึงนิติบุคคลต่างๆ ที่มีการเก็บ-ใช้- เปิดเผย หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลในประเทศไทย และหากพบการละเมิดข้อกฏหมายดังกล่าวอาจได้รับบทลงโทษทั้งในทางแพ่ง อาญา หรือโทษปรับทางปกครองสูงสุด 5 ล้านบาท จำคุกสูงสุด 1 ปี รวมถึงต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้น
ข้อมูลใด ๆ ก็ตามที่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูล (Data Subject) ได้ทั้งในทางตรง และทางอ้อม ทั้งที่เก็บแบบออนไลน์และออฟไลน์ ล้วนคือ “ข้อมูลส่วนบุคคล” เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวบัตรประชาชน, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, รูปถ่าย เป็นต้น PDPA ยัง ครอบคลุม คุ้มครองไปจนถึง “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” (Sensitive Personal Data) เช่น เชื้อชาติ, ความคิดเห็นทางการเมือง, ศาสนา, พฤติกรรมทางเพศ, ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้รวมเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” ทั้งสิ้น
โดย PDPA ได้ให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลอย่างครอบคลุม เช่น การได้รับแจ้งว่าจะมีการเก็บข้อมูล สามารถแจ้งแก้ไข คัดค้านการจัดเก็บ การระงับการใช้ข้อมูล รวมไปจนถึงการขอลบข้อมูล โดย PDPA กำหนดระยะในการทำตามคำร้องขอใช้สิทธิจากเจ้าของข้อมูลภายใน 30 วัน
ทำไม SMEs จึงต้องสนใจ PDPA?
- ความเสี่ยงด้านกฎหมายและค่าปรับ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ใช้บังคับกับองค์กรทุกประเภททั้งภาครัฐและเอกชน โดยไม่ได้ยกเว้นธุรกิจขนาดเล็ก หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อาจต้องรับโทษปรับสูงสุดถึง 5 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาและต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับเจ้าของข้อมูลอีกด้วย
- ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลถูกแลกเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว หากเกิดการรั่วไหลหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ เรื่องราวจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียลูกค้าและรายได้ในระยะยาว
- การสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า
ลูกค้ายุคใหม่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้น การที่ธุรกิจแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA จะช่วยสร้างความไว้วางใจและความประทับใจแก่ลูกค้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการหรือซื้อสินค้าในระยะยาว
- การเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจ
แม้ในขณะนี้ที่ธุรกิจอาจยังมีขนาดเล็กและมีการเก็บข้อมูลไม่มากนัก แต่เมื่อมีการเติบโตและขยายกิจการ ปริมาณข้อมูลที่ต้องจัดการย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การวางรากฐานด้าน PDPA ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ธุรกิจมีความพร้อมในการรองรับการขยายตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน
- การสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความปลอดภัยข้อมูล
การนำระบบ PDPA มาใช้ในองค์กรจะช่วยปลูกฝังวัฒนธรรมการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลแก่พนักงานทุกคน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
- การเตรียมพร้อมสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามพรมแดน
การเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามประเทศเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับธุรกิจที่มีการดำเนินงานในระดับสากลบนโลกไร้พรมแดน การมี PDPA ช่วยให้องค์กรสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคู่ค้าต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ สอดคล้องกับมาตรฐานบนโลก เช่น GPDR ในยุโรป (General Data Protection Regulation) , APPI ในญี่ปุ่น (Act on the Protection of Personal Information), ฯลฯ เป็นต้น
การปรับใช้ PDPA ไม่ใช่เรื่องยาก
ปัจจุบันมีเครื่องมือและแนวทางมากมายที่ SME สามารถนำมาปรับใช้เพื่อทำ PDPA ให้สอดคล้องกับธุรกิจของตัวเราเอง ตัวอย่างเช่น
- จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว: ระบุวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ และดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
- จัดฝึกอบรมพนักงาน: ให้ความรู้เกี่ยวกับ PDPA และความสำคัญของการปกป้องข้อมูล
- ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย: ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล
- จัดทำเอกสารบันทึก: เก็บหลักฐานการดำเนินการตาม PDPA

สร้าง Privacy Policy ง่ายๆ อย่างมืออาชีพ ถูกต้องตาม PDPA
OPT-Solutions PDPA คือเครื่องมือสร้าง Privacy Policy ถูกต้องตาม PDPA
นำไปใช้ได้จริง ประหยัดเวลา และไม่ต้องจ้างนักกฎหมาย
ออพติมุสเราก็มีทางเลือกที่น่าสนใจ และตอบโจทย์ในทุกเงื่อนไข ที่กล่าวมาข้างต้น ผ่าน PDPA PROKIT by OPT-Solution เป็นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจ SME ที่ช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ โดยลดเวลาและทรัพยากรในการเรียนรู้ สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ สามารถเริ่มใช้งานได้โดยง่าย คุ้มค่าการลงทุน รวมไปถึง ออพติมุสยังมีทางเลือกอื่นๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจ SME ที่ไม่ต้องการลงทุนมาก ด้วยตัวเลือกอื่นที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น เช่น เฉพาะนโยบายการเก็บคุ๊กกี้บนเวปไซด์ นโยบาย Privacy Policy สำหรับแต่ละกลุ่มงานของบริษัท สนใจและต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อแผนก Marketing
โทร : 02-2479898 ต่อ 87
Email : [email protected]
สินค้าที่เกี่ยวข้อง

จุดประกายโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์




