วันนี้แอดจะมาเล่าต่อจากที่แอดเคยเขียนไว้เกี่ยวกับประเด็น Claude Mythos โดยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา Anthropic เพิ่งประกาศเปิดตัว AI ตัวใหม่ล่าสุด ได้แก่ Claude Fable 5 และ Claude Mythos 5 ทั้งนี้แอดลองไล่ประเด็นสำคัญมาย่อยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ
ก้าวสู่ยุคใหม่ของ AI ด้วย "Mythos-class"
ประเด็นแรกเลยคือโมเดลทั้งสองตัวนี้ถูกจัดอยู่ในคลาสใหม่ที่เรียกว่า “Mythos-class” ซึ่งถือเป็นโมเดลที่มีความสามารถเหนือชั้นกว่าคลาส Opus ที่เราเคยรู้จัก โดยมีจุดแยกสำคัญคือ
- Claude Fable 5: เป็นโมเดล Mythos-class ที่ได้รับการปรับจูนความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เปิดให้ผู้คน “ทั่วไป” สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย
- Claude Mythos 5: เป็นโมเดล Mythos-class ที่ “ปลดล็อก” ตัวกรองด้านความปลอดภัยบางอย่างออก เพื่อใช้สำหรับ “งานระดับองค์กรหรือรัฐบาลหรือบริษัทที่ถูกเลือก” อนุญาตเป็นการเฉพาะ
ความสามารถที่ก้าวกระโดดแบบสุดขีด (Capabilities)
Anthropic เคลมว่า Fable 5 คือโมเดลที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา และทำคะแนนนำในเกือบทุกการทดสอบ โดยยิ่งงานยากและซับซ้อน มันยิ่งทิ้งห่างรุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด
- ด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์: บริษัท Stripe ระบุว่า Fable 5 สามารถร่นระยะเวลาของงานวิศวกรรมจาก “หลักเดือน” ให้เสร็จภายใน “ไม่กี่วัน” ได้ เช่น การย้ายระบบโค้ดกว่า 50 ล้านบรรทัดที่ปกติใช้เวลากว่า 2 เดือน Fable 5 กลับทำเสร็จได้ภายในวันเดียว!
- ด้านการมองเห็นและหน่วยความจำ (Vision & Memory): โมเดลตัวนี้สร้างมาตรฐานใหม่ด้านการมองเห็น ที่เจ๋งสุดๆ คือ Fable 5 สามารถเล่นเกม Pokémon FireRed จนจบเกมได้จากการประมวลผล “ภาพหน้าจอ” (Raw screenshots) ล้วนๆ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเสริมใดๆ เลย นอกจากนี้ยังมีความจำดีมาก สามารถใช้งานที่กินข้อมูลระดับหลายล้าน Token ได้อย่างดี
- ด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ (ผลงานของ Mythos 5): โมเดลตัวนี้ช่วยเร่งกระบวนการออกแบบยาได้เร็วขึ้นถึง 10 เท่า และสามารถตั้งสมมติฐานทางชีววิทยาระดับโมเลกุลที่นักวิทยาศาสตร์ยอมรับและนำไปทดสอบจริง แถมยังสามารถทำวิจัยทางจีโนมิกส์แบบอัตโนมัติตลอดทั้งสัปดาห์ได้ด้วยตนเองอีกด้วย
ประเด็นด้าน Cybersecurity
ในการเปิดตัว Claude Fable 5 และ Mythos 5 ประเด็นด้าน Cybersecurity ถือเป็นไฮไลต์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากข่าวคราวของ Claude Mythos ที่แอดเคยพูดถึงเมื่อบทความที่ผ่านมา เพราะ AI ดังกล่าวมีความสามารถถึงขั้น “เป็นภัยต่อการโจมทางไซเบอร์ที่รุนแรงและเป็นวงกว้าง” ทำให้ทาง Anthropic จึงต้องวางหมากเรื่องให้รัดกุมที่สุด
ความสามารถระดับ "แฮกเกอร์" ที่ต้องระวัง (Capabilities & Risks)
โมเดลระดับ Mythos-class มีความสามารถด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สูงลิ่ว ซึ่งหากไม่มีระบบป้องกันที่ดีพอ อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้สร้างความเสียหายร้ายแรงได้ โมเดลซีรีส์นี้มีความเก่งกาจในการค้นหาและเจาะช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ (Exploiting vulnerabilities) รวมถึงมีทักษะการแฮกแบบปล่อยให้ทำงานอัตโนมัติ (Agentic hacking) เช่น การสอดแนมระบบ (Reconnaissance) และการเคลื่อนที่ขยายผลเข้าไปในเครือข่าย (Lateral movement) ซึ่งทักษะเหล่านี้อาจทำให้การโจมตีทางไซเบอร์ทำได้ง่ายและมีต้นทุนที่ถูกลงมาก
ระบบคัดกรองและสลับตัวช่วย (Cybersecurity Classifiers & Fallback)
เพื่อป้องกันไม่ให้ Fable 5 (เวอร์ชันสำหรับบุคคลทั่วไป) ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือช่วยยกระดับการโจมตี (Uplift) ทางบริษัทจึงได้ติดตั้งระบบคัดกรอง (Classifiers) ที่ครอบคลุมทั้งการเจาะระบบและการโจมตีทางไซเบอร์ในวงกว้าง เมื่อระบบตรวจพบคำสั่งที่สุ่มเสี่ยงด้านไซเบอร์ Fable 5 จะถูกระงับการตอบคำถามนั้นทันที และระบบจะสลับเอาโมเดลรุ่นน้องอย่าง Claude Opus 4.8 มารับหน้าที่ตอบแทนโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ
ความทนทานต่อการถูกแฮกหรือ "หลอก" ระบบ (Jailbreak Resistance)
ทาง Anthropic ลงทุนทดสอบความปลอดภัยอย่างหนัก โดยให้นักวิจัยภายนอก (Red-team) และเปิดโครงการแจกเงินรางวัล (Bug bounty) ทดสอบเจาะระบบนานกว่า 1,000 ชั่วโมง ซึ่งพบว่าไม่มีใครสามารถหลอกระบบได้เลย (Universal jailbreaks) นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยภายนอกยังระบุด้วยว่า Fable 5 มีระบบป้องกันคำสั่งโจมตีทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมา โดยมันปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งเกี่ยวกับการวางแผนโจมตี, การพัฒนาช่องโหว่, หรือการหลบหลีกระบบป้องกันแบบ 100% แม้จะถูกทดสอบด้วยเทคนิคการหลอกระบบ (Jailbreak) ที่เป็นที่รู้จักถึง 30 รูปแบบก็ตาม
ปลดปล่อยพลังเต็มรูปแบบเพื่อ "ผู้ป้องกัน" (Project Glasswing & Mythos 5)
แม้ AI จะน่ากลัวเมื่ออยู่ในมือคนร้าย แต่มันกลับมีประโยชน์มหาศาลต่อฝั่งผู้รักษาความปลอดภัย ดังนั้น บริษัทจึงเปิดตัว Claude Mythos 5 ซึ่งเป็นโมเดลที่ “ปลดล็อก” ตัวกรองด้านไซเบอร์ออก เพื่อให้กลุ่มนักป้องกันภัยไซเบอร์ (Cyberdefenders) และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานนำไปใช้ต่อกรกับภัยคุกคาม โดยในเบื้องต้นจะให้บริการผ่าน Project Glasswing ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ โดยโมเดลรุ่นนี้ถือว่ามีความสามารถด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ใน ขณะนี้ ทั้งนี้มีแผนที่จะขยายสิทธิ์ให้องค์กรด้านความปลอดภัยอื่นๆ สามารถยื่นเรื่องขอใช้งานได้อย่างเป็นระบบในอนาคต
นโยบายเก็บข้อมูล 30 วัน เพื่อความปลอดภัย (30-Day Data Retention)
เพื่อรับมือกับการโจมตีรูปแบบใหม่ๆ บริษัทได้เปลี่ยนนโยบายการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าสำหรับโมเดลระดับ Mythos-class โดยจะมีการเก็บประวัติการใช้งานทั้งหมดไว้เป็นเวลา 30 วัน ข้อมูลนี้ทางบริษัทรับรองว่าจะไม่ถูกนำไปใช้เทรน AI รุ่นใหม่ แต่จะใช้เพื่อจุดประสงค์ด้านความปลอดภัยล้วนๆ เช่น การวิเคราะห์เพื่อป้องกันการโจมตีแบบซับซ้อน หรือการทำ Jailbreak รูปแบบใหม่ๆ รวมถึงช่วยลดความผิดพลาดของระบบคัดกรอง (False positives) ด้วย
เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากประเด็นนี้
ในโลกของ Cybersecurity โมเดล Mythos-class เปรียบเสมือนอาวุธ AI ขั้นสุด Anthropic พยายามสร้างความสมดุลด้วยการ “ล็อก” ฟีเจอร์นี้ไว้สำหรับคนทั่วไปผ่านรุ่น Fable 5 แต่เลือกที่จะ “ปลดล็อก” ให้กับหน่วยงานรัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ผ่านรุ่น Mythos 5 เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันทางไซเบอร์แห่งอนาคตนั่นเอง
ล่าสุด 13 มิถุนายน 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ ออกคำสั่งฉุกเฉินสั่งแบนการใช้งานโมเดล Claude Fable 5 และ Mythos 5 มีผลบังคับใช้ทั่วโลกทันที
หลังหน่วยงานรัฐแสดงความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ของระบบที่อาจเอื้อให้เกิดการโจมตีทางไซเบอร์ในวงกว้าง ทั้งนี้ตอกย้ำถึงความขัดแย้งระหว่าง Anthropic และรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากที่เคยมีข้อพิพาทกันมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กรณีที่ Anthropic ปฏิเสธการให้ความร่วมมือในการใช้ AI ในระบบงานทางทหารและการสอดแนม ไปจนถึงคดีความขัดแย้งทางกฎหมายก่อนหน้านี้
Claude Fable 5 และ Claude Mythos 5 คือสัญญาณเตือนว่ายุคแห่งความเสถียรภาพทางไซเบอร์แบบเดิมๆ ไม่มีอีกแล้ว โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ “AI สู้กับ AI” เหมือนอย่างในหนัง Sci-Fi สำหรับพวกเราชาวไอที สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การปฏิเสธเครื่องมือเหล่านี้ แต่คือการเรียนรู้ที่จะ Monitor กระบวนการคิดของ AI และปรับระบบให้ตอบสนองแบบอัตโนมัติแบบทันท่วงที และหากคุณกำลังมองหาแนวทางการวางระบบ Network หรือ Security เพื่อรองรับความท้าทายในยุค AI สามารถปรึกษาทีมงาน ออพติมุส (OPTIMUS)ได้เลยครับ ที่ทีมขายของออพติมุส
Tel : 02-2479898 ต่อ 87
Email : [email protected]
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย : คุณ วุฒิชัย ปริญญานุสรณ์













